บทที่ 7 ราคาสินค้า
แปลโดย เนสยัง“คุณแน่ใจนะว่าราคานี้ ‘ถูก’ จริงๆ?” หลินซือจือถาม
อาชีพของหยางอวี่ถิงคือผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากรูปลักษณ์ภายนอกและท่าทางของเธอ
เธอแต่งหน้าอ่อนๆ อย่างประณีต เสื้อผ้าบนตัวแม้จะดูไม่สะดุดตา แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าแต่ละชิ้นล้วนมีดีไซน์ที่โดดเด่น คาดว่าน่าจะมาจากแบรนด์เนมระดับโลกบางแบรนด์
และบุคลิกของเธอก็ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาโดยตลอด
“ก็ต้องถูกสิคะ!”
หยางอวี่ถิงพูดอย่างจริงจัง: “พวกเราสามารถประเมินกำลังซื้อคร่าวๆ ได้จากราคาของวัตถุดิบทำอาหาร
“ถ้าคำนวณจากราคาโคล่าและไข่ไก่ เวลาวีซ่า 1 นาทีของที่นี่ ก็น่าจะเท่ากับเงิน 1 หยวนในโลกเดิม ไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ?”
หลินซือจือพยักหน้า: “ไม่มีปัญหา”
หยางอวี่ถิงพูดต่อ: “ถ้างั้น พวกเราก็มาคำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำของโลกเดิมดูนะคะ:
“ทำงานหนึ่งชั่วโมง ได้เงินประมาณ 20 หยวนถึง 30 หยวน พวกเราเอามาตรฐานที่สูงที่สุดมาคำนวณ 1 ชั่วโมงก็เท่ากับเงินแค่ 30 หยวนเท่านั้น
“แต่ที่นี่ 1 ชั่วโมง กลับเทียบเท่ากับเงิน 60 หยวน
“พอที่จะซื้อปีกไก่ได้สองชั่ง หรือไม่ก็มันฝรั่งหกชั่งเลยนะคะ
“แบบนี้ยังไม่เรียกว่าถูกอีกหรือคะ?”
หลินซือจือนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง: “แต่คุณเคยคิดไหมว่า โลกใบนี้เป็นโลกที่แม้แต่การหายใจก็ยังต้องจ่ายเงินน่ะ?”
หยางอวี่ถิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ในทันที
“เอ๊ะ?
“อ้า จริงด้วย…
“ในโลกใบนี้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยในแต่ละวัน ก็จะต้องเสียเวลาวีซ่าไป 24 ชั่วโมง ซึ่งก็เทียบเท่ากับ…
“1,440 หยวน!”
ตัวเลขนี้ ทำให้เธอตกใจจนสะดุ้ง
หลินซือจือพยักหน้า: “ใช่ครับ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ได้ ในแต่ละวันพวกเราจะต้องหาเวลาวีซ่าให้ได้อย่างน้อย 1,440 นาที
“และในขณะเดียวกัน แม้จะคิดแค่ค่าครองชีพพื้นฐาน ก็ยังต้องหาเวลาวีซ่าเพิ่มเติมอีกกว่า 1 ชั่วโมง
“รายได้ 1,500 นาทีต่อวัน คือรายได้ขั้นต่ำในการเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้
“ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับอาหารสำเร็จรูป ‘ต้นทุนค่าแรง’ ก็ยังสูงกว่าโลกเดิมมากนัก
“ยกตัวอย่างเช่นข้าวผัดไข่ ตามราคาปกติแล้ว มันควรจะอยู่ที่ประมาณ 15 หยวน แต่ที่นี่กลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
“คุณจินตนาการออกไหมล่ะว่าต้องจ่ายเงิน 30 หยวนเพื่อกินข้าวผัดไข่ข้างทางธรรมดาๆ น่ะ?”
สีหน้าของหยางอวี่ถิงดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด: “ถ้างั้นดูเหมือนว่ามันจะแพงไปหน่อยจริงๆ ด้วย…”
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินซือจือก็เลือกสั่งข้าวราดไข่ผัดมะเขือเทศ
จากนั้นเขาก็นำสร้อยข้อมือวีซ่าที่มือซ้ายไปสแกนใต้เครื่อง
“ติ๊ด”
หลังจากเสียงสัญญาณดังขึ้นเบาๆ บนหน้าจอก็ปรากฏเวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ของหลินซือจือขึ้นมา
[117 วัน 21 ชั่วโมง 53 นาที]
“นั่นก็หมายความว่า ผมยังมีเวลาเหลือให้มีชีวิตอยู่อีกสามเดือนกว่า…”
หลินซือจือยากที่จะบอกได้ว่าเวลานี้ถือว่ายาวนาน หรือสั้นกันแน่
ถ้าคำนวณตามอายุขัยในความเป็นจริง สมมติว่าอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี เวลาสามเดือนก็เห็นได้ชัดว่าสามารถใช้คำว่า “ใกล้ตาย” มาอธิบายได้เลย
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ นั่นก็คือตัวเขาเองและคนเหล่านี้ อาจจะตายไปแล้วก็ได้
ทุกนาทีที่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกใบใหม่ ล้วนเทียบเท่ากับของขวัญบางอย่าง
ในภาพยนตร์หรือซีรีส์แนวเอาชีวิตรอดหลายเรื่อง เวลาในการมีชีวิตรอดที่ถูกแจกจ่ายตามกฎของเกม มักจะคำนวณเป็นวัน
เพิ่งจะเริ่มก็ให้มาตั้งสามเดือน นับว่าใจกว้างมากแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตก็ยังสามารถหาเวลาวีซ่าจากเกมในโถงระเบียงได้อีก
แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีหวัง
“อะไรกัน! ทำไมน้อยขนาดนี้!”
ติงเหวินเฉียง พนักงานส่งอาหารวัย 53 ปี มองดูเวลาวีซ่าบนหน้าจอ
[11 วัน 13 ชั่วโมง 37 นาที]
“พี่ติง เวลาวีซ่าของพี่เหลือเท่าไหร่หรือคะ?” ซูซิ่วเฉินถามด้วยความกังวล
ติงเหวินเฉียงมีสีหน้าแข็งค้าง: “คุณดูเอาเองเถอะ”
ซูซิ่วเฉินเหลือบมอง: “11 วัน… พี่ติง ฉันกับพี่ก็พอๆ กันเลย ฉันเหลือ 17 วัน”
เธอหันไปมองฉินเหยาที่อยู่ข้างๆ: “แม่หนู แล้วเวลาของเธอล่ะ?”
หมายเลข 7 ฉินเหยา อายุ 24 ปี มีอาชีพเป็นนางแบบแฟชั่น
เธอเป็นคนที่อายุน้อยและสวยที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมด
“หนู… หนูเหลือ 45 วันค่ะ”
ฉินเหยาลังเลอยู่เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบไปตามความจริง
ติงเหวินเฉียงหน้าดำคร่ำเครียด เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และไม่นานก็เห็นหวังหย่งซินที่อยู่ถัดไปอีกเครื่องหนึ่ง
“เวลาของคุณเหลือเท่าไหร่?”
หวังหย่งซินมองเขาอย่างงุนงง: “ทำไมผมต้องบอกคุณด้วย?
“อย่าว่าแต่คนแปลกหน้าเลย ต่อให้ไปถามญาติพี่น้องตรงๆ ว่ามีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ มันก็เป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทมากอยู่ดีใช่ไหมล่ะ?”
ติงเหวินเฉียงเบิกตากว้าง: “ไอ้หนุ่ม แกด่าใครว่าไร้มารยาท?”
ฟู่เฉินรีบเข้ามาห้ามปรามทันที: “เอาล่ะๆ ลุงติง เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องทะเลาะกันเลย เวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ถือเป็นข้อมูลส่วนตัวที่ค่อนข้างเป็นความลับ การที่ไม่ยอมเปิดเผยก็เป็นเรื่องปกตินี่ครับ
“ถ้าลุงอยากรู้จริงๆ ผมบอกเวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ของผมให้ลุงรู้ก็ได้ครับ: ผมเหลืออีกหนึ่งเดือนกับอีกสิบวัน”
ตำรวจสืบสวนเฉาไห่ชวนเดินมาที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติทางขวามือของติงเหวินเฉียง แทรกร่างเข้าไประหว่างเขากับหวังหย่งซินอย่างแนบเนียน ก่อนจะสแกนวีซ่าของตัวเอง
“โอ๊ะ เวลาของผมก็เหลือน้อยเหมือนกัน เหลือแค่ 21 วันเอง
“ไม่เป็นไรน่า เมื่อกี้กฎของชุมชนก็บอกแล้วนี่ว่า พวกเรายังสามารถหาเวลาเพิ่มได้
“ในเมื่อหาเพิ่มได้ แล้วมีอะไรต้องกังวลอีกล่ะ?
“หืม? ที่นี่มีบุหรี่ขายด้วยเหรอ?
“มีไป๋เจียงด้วยเหรอเนี่ย? หึ ดีเลย”
เฉาไห่ชวนรีบจ่ายเวลาวีซ่า 10 นาทีเพื่อซื้อบุหรี่ไป๋เจียงมาหนึ่งซอง และเครื่องจำหน่ายสินค้าก็ยังแถมไฟแช็กมาให้อย่างรู้ใจ
“สูบบุหรี่ไหม?” เฉาไห่ชวนหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง
ติงเหวินเฉียงส่ายหน้า: “ไว้คราวหน้าเถอะ”
“ได้” เฉาไห่ชวนยังไม่ทันได้สั่งข้าว ก็เดินถือบุหรี่ออกไปยังพื้นที่สูบบุหรี่ด้านนอกทันที
หลินซือจือแอบฟังอยู่ห่างๆ พลางเรียบเรียงข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว
“เวลาวีซ่าของผม มากกว่าเวลาปกติถึงหนึ่งเท่าตัวกว่า
“เป็นเพราะเว่ยซินเจี้ยนงั้นเหรอ?”
ตามกฎระบุไว้ว่า เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตในเกม ผู้ออกแบบเกมนั้นจะได้รับเวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ทั้งหมดของผู้เล่นคนดังกล่าว
เช่นนั้น เวลาที่หลินซือจือมีเพิ่มขึ้นมานี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากเว่ยซินเจี้ยน หรือไม่ก็เป็นรางวัลพิเศษจากการทำเกมสำเร็จ
ดังนั้น หากมีคนรู้เวลาวีซ่าของหลินซือจือ ก็อาจจะเป็นการฝังรากลึกของปัญหาซ่อนเร้นบางอย่าง
แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีวิธีปกปิดมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อทุกคนมีความเข้าใจในกฎมากขึ้น ปัญหาซ่อนเร้นนี้ก็อาจจะงอกเงยขึ้นมาได้เช่นกัน
หลินซือจือชำระเงินเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว และออกจากหน้าจอการสั่งซื้อของเครื่องจำหน่ายสินค้า
หน้าจอปรากฏข้อความว่า “กำลังเตรียมอาหาร” และไม่นาน ข้าวราดไข่ผัดมะเขือเทศร้อนๆ ก็ปรากฏขึ้นที่ช่องรับสินค้า
“พี่หลินสั่งเสร็จแล้วเหรอครับ? พี่มีเวลาเหลือเท่าไหร่เหรอ?” ฟู่เฉินเห็นหลินซือจือถือข้าวราดไข่ผัดมะเขือเทศเดินตรงมาหาเขา จึงเอ่ยปากถาม
“พอๆ กับพวกคุณนั่นแหละ เดือนกว่าๆ” หลินซือจือมีสีหน้าปกติ
ฟู่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย: “อืม… ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่ผมคาดไว้ การแจกจ่ายเวลาวีซ่าพื้นฐานของโลกใบใหม่ น่าจะอ้างอิงจากกฎพื้นฐานบางอย่าง…
“เวลาวีซ่าพื้นฐานของทุกคน น่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งเดือน
“แต่จากปัจจัยที่แตกต่างกันบางอย่าง เวลานี้ก็จะมีการปรับขึ้นลง
“เช่น คนหนุ่มสาวมักจะมีเวลาวีซ่ามากกว่าหนึ่งเดือน ส่วนคนที่มีอายุเยอะก็จะถูกหักออก หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ทุกคนมีอยู่ในโลกความเป็นจริงก็ได้”
ฟู่เฉินหันไปมองหวังหย่งซิน เห็นได้ชัดว่าหากต้องการพิสูจน์จุดนี้ หวังหย่งซินคือกลุ่มทดลองที่เหมาะสมที่สุด

0 Comments