บทที่ 63 มติเป็นเอกฉันท์
แปลโดย เนสยังไม่นาน รายละเอียดของญัตติทั้งสามข้อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่
[มีผู้เล่นเสนอญัตติ และได้รับการอนุมัติจากชุมชนแล้ว]
[ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากนี้ ขอให้สมาชิกทุกคนเข้าไปใน ‘สำนักงานจัดการชุมชน’ หรือใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวเพื่อลงคะแนนเสียงแบบไม่เปิดเผยชื่อ]
[หากญัตติได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง จะถูกนำมาบังคับใช้เป็นกฎพื้นฐาน]
[ญัตติที่ 1: กฎเพิ่มเติมของ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’]
[ญัตติที่ 2: กฎ ‘การจัดการอุปกรณ์การแพทย์’]
[ญัตติที่ 3: คุณสมบัติสมาชิกใหม่ – ศัลยแพทย์ชายอายุน้อย]
แต่ละญัตติมีการระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน แต่เนื่องจากหลี่เหรินซูได้อธิบายไปอย่างละเอียดแล้ว ทุกคนจึงแค่อ่านผ่านๆ ตา และก็ไม่มีข้อสงสัยอะไรอีก
ทุกคนทยอยกันเข้าไปในสำนักงานจัดการชุมชนเพื่อลงคะแนนเสียง
[การลงคะแนนเสียงเสร็จสิ้น]
[ต่อไปนี้คือการประกาศผลการลงคะแนนเสียงแบบไม่เปิดเผยชื่อ:]
[ญัตติที่ 1: กฎเพิ่มเติมของ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’]
[เห็นด้วย: 11 เสียง]
[คัดค้าน: 0 เสียง]
[กฎเพิ่มเติมของ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’ ได้รับการอนุมัติ]
[รายได้ส่วนที่ยังไม่ได้แปลงเป็นเวลาวีซ่า จะถูกแปลงตามกฎใหม่]
[ญัตติที่ 2: กฎ ‘การจัดการอุปกรณ์การแพทย์’]
[เห็นด้วย: 11 เสียง]
[คัดค้าน: 0 เสียง]
[กฎ ‘การจัดการอุปกรณ์การแพทย์’ ได้รับการอนุมัติ]
[ขอให้ผู้เล่นทุกท่านเร่งเสนอญัตติ เพื่อลงคะแนนเสียงเลือก ‘ผู้ดูแลอุปกรณ์การแพทย์’]
[ญัตติที่ 3: คุณสมบัติสมาชิกใหม่ – ศัลยแพทย์ชายอายุน้อย]
[เห็นด้วย: 8 เสียง]
[คัดค้าน: 3 เสียง]
[ญัตติคุณสมบัติสมาชิกใหม่ – ศัลยแพทย์ชายอายุน้อย ได้รับการอนุมัติ ชุมชนจะทำการคัดกรองตามคุณสมบัตินี้ภายในขอบเขตที่กำหนด และรับผู้เล่นใหม่ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการเข้ามา]
เมื่อเห็นผลการลงคะแนนเสียง ในห้องโถงก็มีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นเบาๆ
“ว้าว! มติเป็นเอกฉันท์เลย!”
“จริงด้วย แฮะ คราวนี้พร้อมใจกันดีจัง”
“ก็สมเหตุสมผลดีนะ เพราะแผนของเหรินซูวางมาสมบูรณ์แบบมาก ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เห็นด้วยเลยนี่นา”
คนส่วนใหญ่ดูมีความสุขกันมาก
บนใบหน้าของหลี่เหรินซูก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเช่นกัน แต่เธอก็ยังคงถ่อมตัว: “แหม จริงๆ แล้วนี่ก็เป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกคนนั่นแหละค่ะ ฉันแค่สละเวลามาช่วยรวบรวมความคิดเห็นของทุกคนให้เท่านั้นเอง
“เรื่องคุณสมบัติสมาชิกใหม่ที่มีคนคัดค้าน ฉันคิดว่ามันก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะยังไงทุกคนก็ย่อมมีความคาดหวังต่อสมาชิกใหม่ที่แตกต่างกันไป
“แต่ในเมื่อญัตตินี้ผ่านการอนุมัติแล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะเปิดใจต้อนรับสมาชิกใหม่คนนี้ด้วยความยินดีนะคะ ตกลงไหมคะ?”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย: “ไม่มีปัญหา!”
เมื่อญัตติทั้งสามข้อผ่านการอนุมัติ ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจ ราวกับว่าร่างกายเบาหวิวขึ้นมาทันที
ส่วนเหตุผลที่ยังไม่มีการโหวตเลือก ‘ผู้ดูแลอุปกรณ์การแพทย์’ ก็ง่ายมาก ทุกคนรู้ดีว่าตำแหน่งนี้จะต้องเป็นของสมาชิกใหม่คนนั้นอย่างแน่นอน จึงต้องรอให้เขามาก่อนแล้วค่อยโหวต
“ทุกคนเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว รีบไปพักผ่อนกันเถอะ!”
“เหนื่อยหน่อยนะ!”
“ราตรีสวัสดิ์ทุกคน”
ทุกคนลุกขึ้นยืน บอกลาซึ่งกันและกัน แล้วเดินแยกย้ายกันไปขึ้นบันไดคนละฝั่งเพื่อกลับไปพักผ่อนที่ชั้นสอง
…
หลินซือจือเพิ่งจะเดินมาถึงหัวมุมบันได จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านหลัง
“ทนายหลิน รอเดี๋ยวก่อนค่ะ!”
หลินซือจือหันไปมอง ก็พบว่าเป็นฉินเหยา
“หืม? มีอะไรหรือเปล่า?”
ฉินเหยามีสีหน้าลังเลเล็กน้อย: “ก็มีนิดหน่อยค่ะ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะควรถามคุณดีไหม”
หลินซือจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “งั้นหาที่คุยกันเถอะ”
ทั้งสองคนเดินขึ้นไปบนชั้นสาม และหาห้องเล็กๆ ที่ไม่มีใครอยู่
ต้องบอกเลยว่า ชุมชนนี้มีขนาดใหญ่มากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารหลักหลังเล็กๆ นี้ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รอบๆ ชุมชน ก็ล้วนแต่มีขนาดเกินความต้องการใช้งานประจำวันของคน 12 คนไปมาก
เรียกได้ว่าในเวลาปกติ พื้นที่ 90% ของชุมชนแทบจะไม่มีคนอยู่เลย
ชั้นสามก็เช่นกัน ห้องเล็กๆ ที่สลับซับซ้อนเหล่านี้มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก และเก็บเสียงได้ดีเยี่ยม ราวกับถูกสร้างมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้เล่นมาแอบคุยความลับกันที่นี่
ฉินเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น: “คืออย่างนี้นะคะ ก่อนหน้านี้หยางอวี่ถิงบอกว่าอยากจะ… เอ้อ เธอพูดซับซ้อนมาก ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็พอจับใจความได้ว่าอยากจะรวมกลุ่มกันน่ะค่ะ เพื่อที่จะได้ช่วยกันโหวตคัดค้านเวลาที่จำเป็นอะไรทำนองนั้น”
หลินซือจือพยักหน้า: “อืม แล้วคำถามของคุณคือ?”
ฉินเหยารู้สึกแปลกใจ: “อ้าว? นี่ไม่นับว่าเป็นคำถามเหรอคะ? ในชุมชนเรามีคนกำลังแอบตั้งกลุ่มย่อยอยู่นะคะ!
“ทนายหลิน ทำไมคุณดูไม่ตกใจเลยล่ะคะ”
หลินซือจือยิ้มอย่างมีความหมายแฝง: “พวกเรา 12 คน ทั้งเพศ อายุ พื้นฐานการศึกษา อาชีพ แนวคิด และทัศนคติต่อโลกก็ต่างกันสุดขั้วขนาดนี้
“การที่ไม่มีกลุ่มย่อยเกิดขึ้นเลยสิ ถึงจะน่ากลัวกว่า
“ถ้าทุกคนมีความคิดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจริงๆ ผมคงสงสัยแล้วล่ะว่าใน 12 คนนี้มีพวกลัทธิประหลาดที่สะกดจิตคนอื่นได้แฝงตัวอยู่หรือเปล่า”
ฉินเหยาถึงกับไหล่ตก เห็นได้ชัดว่าก่อนที่จะมาหาหลินซือจือ เธอต้องผ่านการต่อสู้ทางความคิดมาอย่างหนัก ด้านหนึ่งก็กังวลว่าการกระทำของตัวเองจะเป็นการฟ้องเจ้านายหรือเปล่า อีกด้านหนึ่งก็กังวลว่าถ้าไม่บอก กลุ่มย่อยนี้อาจจะสร้างความเสียหายอย่างคาดไม่ถึง
แต่ดูจากปฏิกิริยาของหลินซือจือแล้ว กลับกลายเป็นว่าเธอตื่นตูมไปเอง
ฉินเหยารู้สึกท้อแท้เล็กน้อย:
“ก็ได้ค่ะ ฉันก็แค่รู้สึกว่า… ฟู่เฉินกับหลี่เหรินซูก็คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมของชุมชนมาตลอด อุตส่าห์เค้นสมองคิดญัตติออกมา แล้วยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปลอบใจทุกคนและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แถมในระหว่างที่ทำ พวกเขาก็ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงเลย
“แต่หยางอวี่ถิงกลับอยากจะตั้งกลุ่มย่อยมาต่อต้านพวกเขา มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ
“แน่นอน ฉันคิดว่าหยางอวี่ถิงก็คงไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรหรอกค่ะ เธออาจจะแค่มีอาการหวาดระแวงว่าคนอื่นจะมาทำร้ายหรือเปล่า? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่เดาเอาน่ะค่ะ”
หลินซือจือขยับตัวเพื่อให้นั่งบนโซฟาได้สบายขึ้น: “คำพูดของคุณนี่มีจุดให้ต้องแย้งเยอะแยะไปหมดเลย ผมไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีเลยเนี่ย
“เอาอย่างนี้ ผมมีทางเลือกให้คุณสองทาง:
“ทางเลือกแรก คุณกลับไปนอนซะเดี๋ยวนี้ แล้วลืมเรื่องทั้งหมดนี่ไปให้หมด ตอนโหวตก็โหวตตามใจชอบเลย ไม่ต้องไปสนว่าจะเข้าข้างใคร ขอแค่เป็นคนดูที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็พอ
“ผมรับรองได้เลยว่า ต่อให้คุณทำแบบนั้น ทุกอย่างก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
“ทางเลือกที่สอง ผมจะอธิบายเรื่องพื้นฐานให้คุณฟังนิดหน่อย แต่ว่า พอคุณฟังจบ มุมมองที่คุณมีต่อชุมชนนี้ก็อาจจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“สิ่งนี้เรียกว่า ‘คำสาปแห่งความรู้’ หมายความว่า พอคุณรู้ความจริงบางอย่างแล้ว คุณก็จะไม่มีทางกลับไปเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีก”
ฉินเหยาบีบนิ้วตัวเองด้วยความกังวล: “ทนายหลิน ท่าทางของคุณตอนนี้เหมือนนักสืบในนิยายคธูลูเลยนะคะ…
“แต่ฉันก็ยังอยากรู้ค่ะ ฉันอยากจะฉลาดเหมือนคุณ ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทุกคนในเกมต่อๆ ไปค่ะ”
หลินซือจือพยักหน้า: “ตกลง ผมเคารพการตัดสินใจของคุณ
“ให้ผมคิดก่อนนะ จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ?
“อืม เอาเป็นเริ่มจากคำพูดที่คุณเพิ่งพูดเมื่อกี้ก็แล้วกัน คุณบอกว่า ฟู่เฉินกับหลี่เหรินซูคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมของชุมชนมาตลอด อุตส่าห์เค้นสมองคิดญัตติออกมา แล้วก็คอยปลอบใจทุกคน ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง โดยไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงเลย
“คุณแน่ใจเหรอว่าพวกเขาไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง?
“ผลประโยชน์ไม่ได้มีแค่เวลาวีซ่านะครับ มันยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอีกด้วย”

0 Comments