You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ไช่จื้อหยวนลากร่างอันเหนื่อยล้าเข้าไปในห้องขังหมายเลข 1 ติงเหวินเฉียงลงมือปิดประตูเหล็กของห้องขังด้วยตัวเอง

“แกร๊ก!”

หลังจากล็อคกุญแจแล้ว ติงเหวินเฉียงก็กดปุ่มเริ่มการตัดสิน กลไกภายในห้องขังก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ

นี่คือกลไกที่มีรูปแบบเรียบง่ายมาก ที่บริเวณกึ่งกลางของห้องมีเสาเหล็กขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างเพดานกับพื้น มีโครงสร้างฟันเฟืองที่หยาบกระด้างและซับซ้อน

ที่ความสูงประมาณหนึ่งเมตรกว่าๆ มีคานขวางยื่นออกมาท่อนหนึ่ง สามารถผลักคานขวางนี้แล้วเดินวนรอบเสาเหล็กได้

[เกมจะเริ่มต้นขึ้นในอีก 30 วินาที โปรดผลักคานขวางเป็นเวลา 10 นาที]

[การผลักทุกๆ หนึ่งรอบจะได้รับเวลาวีซ่า 10 นาที หากหยุดเดิน จะถูกลงโทษด้วยการช็อตไฟฟ้า]

ไช่จื้อหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองมือจับคานขวางไว้ โน้มตัวไปข้างหน้า

ในตอนที่การนับถอยหลังใกล้จะสิ้นสุดลง เขาก็ก้าวเท้าเดิน กลไกส่งเสียงดัง “เอี๊ยดอ๊าด” บาดแก้วหู ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไป

ความเร็วในการผลักของไช่จื้อหยวนไม่ได้เร็วมากนัก แต่ก็โชคดีที่เกมนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดเรื่องความเร็ว เพียงแค่ห้ามหยุดเดินเท่านั้น

แน่นอนว่า ถ้าจะให้พูดล่ะก็ ความเร็วในการผลักก็ส่งผลต่อจำนวนรอบ และจำนวนรอบก็จะส่งผลต่อเวลาวีซ่าที่ได้รับ

แต่เมื่อพิจารณาว่าการผลักหนึ่งรอบได้เวลาวีซ่าเพียง 10 นาทีเท่านั้น รางวัลอันน้อยนิดนี้ ก็ไม่คุ้มค่าที่จะต้องฝืนใช้พละกำลังของตัวเองจนเกินขีดจำกัด

ท้ายที่สุดแล้วในเกมนี้ การมีชีวิตรอดต่อไปต่างหากล่ะที่สำคัญที่สุด

ในตอนที่เกมการตัดสินในห้องขังหมายเลข 1 ใกล้จะสิ้นสุดลง บนหน้าจอตรงหน้าหลินซือจือก็ปรากฏกล่องข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา และเสียงประกาศก็เล่นข้อความแจ้งเตือนไปพร้อมกันด้วย

[โปรดทำการลงคะแนนเสียงให้กับความยุติธรรมของการกระทำของพระราชา]

ปุ่ม ‘√’ และ ‘×’ ที่อยู่ด้านล่างเริ่มกะพริบ

การนับถอยหลังสั้นมาก มีเพียง 10 วินาทีเท่านั้น

เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คำถามนี้แฝงไว้ด้วยการตัดสินคุณค่า แต่มันไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดหรือผิดที่สุด

ตามคำอธิบายกฎ การลงคะแนนเสียงเรื่องความยุติธรรมนี้ จะไม่นำผลประโยชน์ใดๆ มาสู่ผู้ชม แต่ต้องเลือกคำตอบที่มาจากใจจริง

หากไม่ตรงกับความคิดในใจอย่างรุนแรง และไปทริกเกอร์การจับเท็จเข้า ก็จะถูกหักเวลาวีซ่า 1 หมื่นนาที ซึ่งนี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย

หลินซือจือพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดปุ่ม ‘×’

การนับถอยหลังสิ้นสุดลง

[ผลการลงคะแนนเสียงคือ ×√√√×√√√√√]

[ผู้ชมหมายเลข 1 ถูกหักเวลาวีซ่า 10,000 นาที]

[ผู้ชมหมายเลข 5 ถูกหักเวลาวีซ่า 10,000 นาที]

[คะแนนความยุติธรรมรอบสุดท้าย: 60]

[ขอขอบคุณสำหรับการประเมินของคุณ!]

หลินซือจือมองผลการลงคะแนนเสียงอย่างครุ่นคิด: “การจับเท็จของเกมนี้ ค่อนข้างแม่นยำทีเดียว”

เขาจงใจกดปุ่ม ‘×’ และในขณะที่กด เขาก็พยายามเกลี้ยกล่อมตัวเองในหัวไปพลางๆ อย่างเช่น ไช่จื้อหยวนไม่มีความผิด ไม่สมควรได้รับการตัดสิน หรือไช่จื้อหยวนได้รับการตัดสินที่เบาเกินไป เป็นต้น

แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความคิดแบบนี้ไม่สามารถหลอกกลไกการจับเท็จของเกมได้

แม้จะถูกหักเวลาวีซ่าไป แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า

เพราะความแม่นยำของกลไกการจับเท็จ มีโอกาสสูงมากที่จะส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของการลงคะแนนเสียงทั้งหมด และส่งผลต่อกลยุทธ์ในเกมของผู้ชม

ตอนนี้อย่างน้อยก็สามารถยืนยันได้ว่า การจับเท็จมีความเป็นไปได้สูงที่จะแม่นยำเสมอ

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ชมหมายเลข 1 ก็ทำการทดสอบที่คล้ายคลึงกันเหมือนกับหลินซือจือ

นี่ก็ทำให้คะแนนความยุติธรรมในครั้งนี้ลดลงเหลือ 60 คะแนนเช่นกัน

“พูดอีกอย่างก็คือ คะแนนเห็นด้วย 1 เสียงนับเป็น 10 คะแนน คะแนนคัดค้าน 1 เสียงนับเป็น -10 คะแนน เมื่อนำมาบวกกันก็จะได้คะแนนรอบสุดท้าย

“การลงคะแนนเสียงที่ขัดกับความคิดในใจ จะถูกหักแค่เวลาวีซ่าเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนผลการลงคะแนนเสียง”

หลินซือจือหันไปมองในสนามอีกครั้ง

อีกสี่คนที่อยู่นอกห้องขังไม่พูดอะไรเลย เพียงแค่มองดูไช่จื้อหยวนผลักกลไกอย่างยากลำบากเงียบๆ

ในที่สุด การนับถอยหลัง 10 นาทีก็สิ้นสุดลง

ไช่จื้อหยวนเหนื่อยจนหอบแฮ่กๆ ร่างทั้งร่างล้มลงไปนอนกับพื้น หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

[เวลาวีซ่า 150 นาทีได้ถูกชำระให้กับผู้เล่นแล้ว]

นี่มันเกมสำหรับพวกวัวพวกม้าจริงๆ

เข็นกลไกไปรอบหนึ่งอย่างยากลำบาก ในกรณีที่เดินช้าก็ใช้เวลาเกือบ 40 วินาที ถึงจะได้เวลาวีซ่า 10 นาที เวลาวีซ่าที่ให้มาทั้งเกม ยังสู้การโดเนทแค่ครั้งเดียวจากผู้ชมไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ติงเหวินเฉียงมองไช่จื้อหยวนผ่านลูกกรงเหล็ก เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก ก็รีบดำเนินเกมต่อไปทันที

มาถึงห้องขังหมายเลข 3 เกมของที่นี่ก็ถูกปลดล็อคแล้วเช่นกัน

[ห้องขังหมายเลข 3: การลงโทษและการไถ่บาป]

[ทุกครั้งที่นักโทษใช้กลไกทุบนิ้วตัวเองจนหักหนึ่งนิ้ว ก็จะสามารถทำให้เกมใดก็ได้ในห้องขังใดก็ได้เสร็จสิ้นลงในทันที การตัดสินแต่ละครั้ง ต้องทุบนิ้วตัวเองให้หักอย่างน้อยหนึ่งนิ้ว มิฉะนั้นจะถูกหักเวลาวีซ่าด้วยความเร็ว 30 นาที/วินาที]

[เมื่อเล่นเกมหลายครั้ง ความเร็วในการหักเวลาวีซ่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า]

เมื่อเห็นคำอธิบายเกมของห้องขังหมายเลข 3 มุมปากของหวังหย่งซินก็อดไม่ได้ที่จะกระตุก

แม้ว่าห้องหมายเลข 1 และ 2 จะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหากเล่นเกมหลายครั้ง แต่ในตอนเริ่มต้น ก็ยังถือว่าค่อนข้างปลอดภัย

แต่ในทางกลับกัน เกมในห้องขังหมายเลข 3 นั้น ต้องทุบนิ้วตัวเองให้หักตั้งแต่เริ่มเกม

อย่าเพิ่งพูดถึงเลยว่าในชุมชนมียารักษาอาการกระดูกหักหรือไม่ เพียงแค่ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการทุบนิ้วตัวเองให้หัก เกรงว่าคนทั่วไปก็คงไม่อยากทนรับมันแน่ๆ

แน่นอนว่า ห้องขังหมายเลข 3 ก็มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือมีความเป็นไปได้ที่จะ ‘เสียทรัพย์เพื่อฟาดเคราะห์’

หากไม่ทุบนิ้ว ก็จะถูกหักเงินด้วยความเร็ว 30 นาที/วินาที หนึ่งเกมใช้เวลา 10 นาที ก็เท่ากับเวลาวีซ่า 18,000 นาที

ขอเพียงแค่ยอมเสียเวลาวีซ่า ห้องขังห้องนี้ก็จะกลายเป็นห้องที่ปลอดภัยที่สุดในเกมไปโดยปริยาย

แน่นอนว่า ในเกมตาต่อไปจะเปลี่ยนเป็น 36,000 ในตาต่อไปก็จะเปลี่ยนเป็น 72,000… นี่คือหลุมดำที่ไม่มีที่สิ้นสุด เวลาวีซ่าที่ถูกหักไปมีมากกว่าผลตอบแทนที่สามารถหาได้จากเกมนี้เสียอีก

ติงเหวินเฉียงก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันทีเช่นกัน หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาที่ใจกลางสถานที่อีกครั้ง และตัดสินใจหยิบวิดีโอเทปม้วนใหม่ออกมาดูอีกครั้ง

ตามกฎของเกม ในเวลานี้เขาสามารถดูวิดีโอเทปของสองคนได้อีก

หลังจากพิจารณาดูแล้ว ติงเหวินเฉียงก็เลือกวิดีโอเทปของหวังหย่งซินกับจางเผิงก่อน

หลังจากภาพซ่าๆ บนหน้าจอขนาดใหญ่หายไป ภาพก็ปรากฏขึ้น

ยังคงเป็นภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เพียงแต่เมื่อเทียบกับห้องโดยสารที่คับแคบและน่าอึดอัดของรถบรรทุกขนาดเล็กแล้ว ที่นี่ดูกว้างขวางและสว่างไสวกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด

นี่คือสำนักงานห้องหนึ่ง เมื่อกะด้วยสายตาแล้ว น่าจะมีพื้นที่มากกว่า 50 ตารางเมตรด้วยซ้ำ

เจ้าของภาพนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน กำลังเปิดอ่านเอกสารในมือ

[ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทจดทะเบียน คุณคือผู้ประสบความสำเร็จในสายตาของทุกคน]

[คุณประกาศกร้าวว่าตัวเองทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง มีตารางชีวิตที่เป๊ะเวอร์ ตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า กลับบ้านนอนตอน 4 ทุ่ม และใช้เรื่องนี้มาสอนพนักงานว่าต้องตั้งใจทำงาน ขอเพียงแค่ขยันหมั่นเพียร สักวันหนึ่งก็จะประสบความสำเร็จเหมือนกับคุณได้]

[แต่ในความเป็นจริง หลังจากตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า คุณจะไปถึงสนามกอล์ฟก่อน 7 โมงเช้าเพื่อตีช็อตแรก จากนั้นก็จะไปนอนต่อบนรถหรูของตัวเอง จนกระทั่งถึงสำนักงานตอน 10 โมง]

[คุณเริ่มนวดตอน 11 โมงครึ่ง กินข้าวเที่ยงตอนบ่ายโมง นวดอีกครั้งตอน 4 โมงเย็น เริ่มเล่นไพ่กับคู่ค้าทางธุรกิจตอน 6 โมงครึ่ง ปิดท้ายด้วยการไปงานเลี้ยง และกลับถึงบ้านก่อน 4 ทุ่ม]

[นี่แหละคือสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง’]

[ในตอนที่พนักงานส่งอาหารฟรีแลนซ์ของบริษัทคุณเสียชีวิตกะทันหันเพราะทำงานหนักเกินไป คุณก็เพิ่งจะตรวจสุขภาพประจำปีเสร็จ ร่างกายของคุณแข็งแรงดีทุกอย่าง คุณยกความดีความชอบนี้ให้กับพละกำลังอันล้นเหลือและตารางชีวิตที่ส่งผลดีต่อสุขภาพของตัวเอง รวมถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้อีกด้วย]

[คุณไม่เคยกลัวเลยว่ายามที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก จะเห็นพนักงานส่งอาหารที่เสียชีวิตกะทันหันเหล่านั้น เพราะคุณไม่เคยเห็นหน้าพวกเขาเลย และพวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเข้าฝันคุณด้วยซ้ำ]

จากนั้น บนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏแฟ้มประวัติของหวังหย่งซินขึ้นมา

[หวังหย่งซิน ชาย อายุ 36 ปี]

[อาชีพ: ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ‘จี๋ซู่ไว่ม่าย’]

[ใช้อัลกอริทึมบิ๊กดาต้ากดขี่พนักงานส่งอาหารฟรีแลนซ์อย่างหนัก ทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจรที่รุนแรงหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ที่พนักงานส่งอาหารทำงานหนักเกินไปจนเสียชีวิตกะทันหันสามครั้ง]

[ผลการตัดสิน: ไม่เคยถูกดำเนินคดี]

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของทุกคน หวังหย่งซินก็ดูไม่สะทกสะท้านเลย

เขาแบมือออก: “เอาเถอะ ผมยอมรับว่าผมเป็นคนที่เสแสร้งนิดหน่อย ไม่ได้ขยันอะไรเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรนั่นเลยด้วยซ้ำ

“นั่นมันเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น เป็นแค่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเท่านั้นแหละ

“ตั้งแต่แรกเริ่มผมก็เป็นพวกพ่อค้าหน้าเลือดที่ชอบฉวยโอกาสอยู่แล้ว

“ผมยอมรับการตัดสินทางศีลธรรมทุกอย่าง แต่ผมก็ต้องขอชี้แจงให้ชัดเจนด้วยว่า ผมไม่เคยมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าแค่เพราะเรื่องนี้ก็ต้องให้ผมตาย มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?”

ติงเหวินเฉียงเงียบไปครู่หนึ่ง: “ไม่เคยมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลยเหรอ? แล้วกฎหมายแรงงานล่ะ?”

หวังหย่งซินถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ: “…ยกเว้นเรื่องนี้”

เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ: “เอาเถอะ ถ้าจะให้ผมเข้าห้องขังให้ได้ล่ะก็ งั้นผมเลือกห้องขังหมายเลข 3”

ติงเหวินเฉียงไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่เขากลับนำวิดีโอเทปของจางเผิงใส่เข้าไปในเครื่องเล่นวิดีโออีกครั้ง

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note