บทที่ 22 ความลึกของกองชิป
แปลโดย เนสยังเมื่อเห็นพี่หลิวเทหมดหน้าตัก หลินซือจือและฉินเหยาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเกทับต่อไป พวกเขาต่างก็เลือกที่จะสู้และเปิดไพ่
พี่หลิวได้ไพ่คละที่ใหญ่สุดคือ เค
ฉินเหยาได้ไพ่คู่ คิว
หลินซือจือได้ไพ่คละที่ใหญ่สุดคือ เจ
[ชิปของผู้เล่นหมดแล้ว กรุณาออกจากพื้นที่]
เมื่อเห็นแขนกลกวาดชิปทั้งหมดบนโต๊ะไปตรงหน้าฉินเหยา พี่หลิวก็เดินออกจากโต๊ะพนันไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก
แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอะไร
เมื่อมองดูชิปตรงหน้า ฉินเหยาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา: “เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดก็ชนะสักที!”
ในเกมนี้ เธอได้กำไรมาถึง 19,000 จุด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อมาก
ทว่าเมื่อหันไปมองลู่ซินอี๋ ฉินเหยาก็ต้องใจหายวาบ
เพราะมุมปากของลู่ซินอี๋ยังคงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไรเลย
หลินซือจือมองเธอ: “ตอนนี้เป็นสองต่อสามแล้วนะ เธอยังจะหัวเราะออกอีกเหรอ?”
ลู่ซินอี๋ส่ายหน้าเบาๆ: “คุณห่วงตัวเองดีกว่ามั้งคะ หรือว่าคุณจะเป็นแต่ลักไก่อย่างเดียว?
“ลองนับชิปของตัวเองดูสิ ว่าคุณยังเล่นได้อีกกี่ตา”
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความมั่นใจของลู่ซินอี๋มาจากความลึกของกองชิป
เธอและลวี่หมิงเซวียนยังมีชิปเหลืออยู่อีกมาก พอที่จะรับมือกับเกมต่อๆ ไปได้อย่างสบายๆ
ในขณะที่ฝั่งของหลินซือจือ หลังจากแพ้อย่างหนักไปสองเกม ก็เสียชิปไปแล้วถึง 13,000 จุด
ต่อให้จะใช้เลือดไปแลกชิป หลินซือจือก็คงได้มามากสุดแค่สี่ถึงห้าหมื่นจุดเท่านั้น ด้วยวิธีการเล่นแบบนี้ เขาจะทนได้อีกกี่เกมกัน?
…
“ติ๊กต็อก”
“ติ๊กต็อก”
การนับถอยหลังบนหน้าจอขนาดใหญ่ยังคงขยับเปลี่ยนไป เหลือเวลาอีก 21 นาที
เกมได้ดำเนินมาถึงตาที่ 7 แล้ว
ชายหนุ่มที่อยู่ทางขวามือของฉินเหยาชิปหมดและถูกบังคับให้ออกจากการแข่งขันไปในเกมที่แล้ว ส่วนสี่คนที่เหลือต่างก็มีแพ้มีชนะสลับกันไป
นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะชิปในมือของเขามีน้อยที่สุด
ภายใต้การเกทับอย่างบ้าคลั่งของหลินซือจือ เขาต้องเลือกว่าจะไม่สู้และยอมเสียเงินเดิมพันขั้นต่ำไป หรือถ้าสู้ก็จะถูกลู่ซินอี๋และลวี่หมิงเซวียนกวาดเรียบ หลังจากพยายามฝืนอยู่ไม่กี่เกม สุดท้ายเขาก็ต้องลุกออกจากโต๊ะพนันไปอยู่ดี
แต่เห็นได้ชัดว่า คนที่แพ้หนักที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นหลินซือจือต่างหาก
เพราะหลินซือจือยังคงเล่นแบบเดิมคือ หลังจากดูไพ่แล้ว เขาจะเกทับแบบไม่คิดหน้าคิดหลังด้วยจำนวนเงินอย่างน้อย 4,000 จุดเสมอ และหลังจากนั้นก็จะสู้ตามอย่างไม่กลัวตาย
เพียงแต่ว่าเวลาในการตัดสินใจหลังจากดูไพ่นั้น เริ่มนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และความต้องการที่จะเกทับก็ค่อยๆ ลดลงไป
จนถึงตอนนี้ เขาเสียชิปไปเกือบสี่หมื่นแล้ว
ในจำนวนนี้มีกว่าหนึ่งหมื่นชิปที่ตกไปอยู่ในมือของฉินเหยา ส่วนที่เหลือถูกลู่ซินอี๋และลวี่หมิงเซวียนแบ่งกันไป
เมื่อมองดูชิปที่กองสูงขึ้นเรื่อยๆ ตรงหน้า ในที่สุดลู่ซินอี๋ก็สามารถคลายความกังวลใจลงได้
ยิ่งช่องว่างระหว่างจำนวนชิปมีมากขึ้น โอกาสที่หลินซือจือจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ก็ยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว
ขอเพียงแค่ทำให้หลินซือจือหมดตัว อีกสามเกมที่เหลือก็จะกลายเป็นสองต่อหนึ่งระหว่างเธอกับลวี่หมิงเซวียนปะทะกับฉินเหยา
ถึงตอนนั้นพวกเธอจะกุมความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ และสามารถทำให้ฉินเหยาคายชิปที่ชนะมาทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยออกมาได้อย่างแน่นอน
และเมื่อถึงตอนนั้น ทางเลือกเดียวสำหรับฉินเหยาก็คือการยอมแพ้ และเสียเงินเดิมพันขั้นต่ำไปสามเกม
ในเกมนี้ลวี่หมิงเซวียนเป็นเจ้ามือ หลังจากดูไพ่แล้ว เขาก็เลือกที่จะเกทับ
พอมาถึงตาของหลินซือจือ
“โชคร้ายมาหกตาแล้ว ตานี้ฉันก็น่าจะโชคดีบ้างแล้วสิ?”
เขาถอนหายใจเบาๆ หยิบไพ่บนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างไม่กระตือรือร้นนัก
ทว่าจู่ๆ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา
แต่ไม่นาน สีหน้าของหลินซือจือก็กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แถมยังแฝงไปด้วยความกังวลใจอีกด้วย
เขาลังเลอยู่เต็มๆ หนึ่งนาที และในช่วงที่เวลานับถอยหลังกำลังจะหมดลง เขาก็ล้วงมือขวาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อตลอดเวลาออกมา แล้ววางชิป 2,000 จุดจำนวน 6 เหรียญลงบนโต๊ะอย่างแรง
“เกทับ!!”
ฉินเหยามองเขา และหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็คัดเลือกชิปจากกองที่ชนะมาตรงหน้าอย่างพิถีพิถัน แล้ววางลงไป 13,000 จุด
“ฉันก็ขอเกทับด้วย”
คิ้วของลวี่หมิงเซวียนกระตุกด้วยความตกใจ
เพราะจำนวนชิปในครั้งนี้ ทำให้เขาตกใจจริงๆ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในการประเมินเบื้องต้น หลินซือจือน่าจะมีชิปไม่เกินสี่หมื่นจุด แต่ตอนนี้ จำนวนชิปทั้งหมดที่หลินซือจือนำออกมา ได้ทะลุห้าหมื่นไปแล้ว
นี่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเขากับลู่ซินอี๋ในตอนแรกไปไกลมาก และยังทำลายการประเมินของพวกเขาอีกด้วย
เวลาบนโต๊ะยังคงนับถอยหลังอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเพียงหนึ่งนาที การจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องยาก
โชคดีที่ตอนนี้คนที่ต้องตัดสินใจไม่ใช่เขา
ลวี่หมิงเซวียนหันไปมองลู่ซินอี๋ แต่กลับพบว่ามุมปากของลู่ซินอี๋กำลังยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
แถมเธอยังเผลอหัวเราะออกมาอีกด้วย
“การแสดงในจังหวะสำคัญของคุณนี่มันแย่เกินไปหน่อยนะ แกล้งทำเป็นให้ฉันดูใช่ไหม?”
ลู่ซินอี๋นับชิป 13,000 จุดจากบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว แล้วดันออกไป
“ฉันขอพนันว่าคุณกำลังลักไก่
“และในกระเป๋าเสื้อของคุณ ก็คงจะว่างเปล่า ไม่มีชิปเหลือแล้วล่ะ”
ลู่ซินอี๋จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินซือจือ
หลินซือจือไม่ยอมสบตาด้วย แต่กลับจ้องมองไปที่เครื่องจับเวลาบนโต๊ะ: “ทำไมเธอถึงคิดว่า ฉันกำลังลักไก่อยู่ล่ะ?”
ลู่ซินอี๋ยิ้ม: “เพราะมนุษย์เรามักจะพึ่งพาความเคยชินไงคะ
“ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดและสำคัญที่สุด มนุษย์เรามักจะเลือกใช้วิธีที่ตัวเองถนัดและเป็นธรรมชาติที่สุด
“เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คุณเป็นผู้เล่นที่ชอบการลักไก่ แถมยังหัวแข็งมากๆ ด้วย
“หลังจากที่การลักไก่ครั้งแรกของคุณล้มเหลว คุณก็ใช้วิธี ‘เส้นผมบังภูเขา’ เพื่อพยายามลักไก่ครั้งที่สองและครั้งที่สามอย่างรวดเร็ว
“ผู้เล่นทั่วไปน่ะ คงจะถูกคุณหลอกเข้าจริงๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะตอนที่คุณสามารถโยนชิปจำนวนมากออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย เพื่อทำลายแนวป้องกันทางจิตใจของคู่ต่อสู้ นี่เป็นคุณสมบัติของนักพนันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
“ถ้าคุณสามารถขู่ฉันให้กลัวได้ในตานี้ ในเกมต่อๆ ไป ฉันก็จะตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบทางจิตวิทยา
“แต่น่าเสียดาย ที่คุณพลาดปัจจัยสำคัญไปข้อหนึ่ง: ความลึกของกองชิป
“คุณพยายามสร้างภาพลวงตาให้เห็นว่า กองชิปของคุณไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่าคุณสามารถหยิบชิปหลักหมื่นหรือหลายหมื่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อได้อย่างง่ายดาย เพื่อทำให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิดว่า ‘พวกเรามีชิปไม่เท่ากัน’ และเพื่อสร้างความกลัวให้สะสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ
“และเมื่อจู่ๆ คุณก็โยนชิปจำนวนมหาศาลที่เหนือความคาดหมายออกมา คนทั่วไปก็จะคิดว่าตัวเองประเมินคุณผิดพลาด ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งนาที มันยากที่จะตัดสินใจสู้ได้อย่างรวดเร็ว
“ไม่เพียงเท่านั้น ตอนที่คุณดูไพ่ คุณยังจงใจแสดงละครให้เห็นถึง ‘ความขัดแย้งในตัวเอง’ ออกมาด้วย
“นี่จะยิ่งเพิ่มความสงสัยให้กับคู่ต่อสู้ ไม่ว่าพวกเขาจะเดาว่าไพ่ของคุณใหญ่หรือเล็ก มันก็จะยิ่งทำให้ความคิดของพวกเขาสับสนวุ่นวายมากขึ้นไปอีก
“แต่น่าเสียดาย ที่ฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย
“เพราะในเกมนี้ การเจาะเลือดมันมีขีดจำกัด และการแลกชิปก็มีขีดจำกัดเช่นกัน
“การเจาะเลือด 400 มิลลิลิตรคือเส้นปลอดภัย 600 มิลลิลิตรคือขีดจำกัดสูงสุด ส่วน 800 มิลลิลิตรจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงมาก
“ในเมื่อกองชิปของคุณไม่มีทางที่จะไม่มีที่สิ้นสุด การเทหมดหน้าตักในครั้งสุดท้ายนี้ ก็ต้องเป็นการลักไก่อย่างแน่นอน
“และยิ่งไปกว่านั้น… ตานี้ฉันดวงดีซะด้วยสิ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะสู้ให้ถึงที่สุด”
หลินซือจือนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง: “แต่หน้าไพ่ของฉันก็อาจจะดีมากๆ ก็ได้นะ? ในเมื่อหกตาที่ผ่านมาฉันดวงซวยมาตลอด ก็ควรจะถึงคราวที่ฉันดวงดีบ้างแล้วไม่ใช่เหรอ?”

0 Comments