บทที่ 10 เกมมรณะ
แปลโดย เนสยังหลี่เหรินซูแสดงสีหน้าชื่นชม: “ถูกต้องค่ะ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกเลย
“ขอเพียงแค่เป็นคนที่มีความยุติธรรมและมีความเห็นอกเห็นใจอยู่บ้าง ก็สามารถรอดชีวิตจากเกมนี้ไปได้ทั้งนั้น
“นอกจากกระสุนนัดที่ห้าที่ยืนยันแล้วว่าเป็นกระสุนเปล่า ผู้เล่นยังมีโอกาสยิงอีกห้าครั้ง
“หากเขายิงผู้บริสุทธิ์สองนัด และยิงตัวเองสามนัด เขาก็จะสามารถผ่านด่านไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
“หากเขายิงผู้บริสุทธิ์สามนัด และยิงตัวเองสองนัด เขาก็จะได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“มีเพียงในกรณีที่เขายิงผู้บริสุทธิ์สี่หรือห้านัดเท่านั้น เขาถึงจะได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต”
ไช่จื้อหยวนแบมือออก: “แล้วนั่นมันส่งผลกระทบต่อข้อสรุปของผมตรงไหนล่ะ?
“สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ อัตราการรอดชีวิตของเกมนี้มันสูงมากต่างหาก
“คำพูดของคุณก็แค่ช่วยยืนยันเพิ่มเติมว่า อัตราการรอดชีวิตของเกมนี้มันสูงกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก
“คนที่ไวต่อตัวอักษร สามารถมองทะลุกับดักทางภาษาได้ จะไม่ตาย
“คนที่พอจะเข้าใจเรื่องความน่าจะเป็น สามารถตัดสินใจอย่างมีเหตุผลได้ จะไม่ตาย
“หรือแม้แต่คนที่ไม่รู้อะไรเลย แต่มีความเคารพและเห็นอกเห็นใจต่อชีวิต ก็จะไม่ตายเช่นกัน
“มีเพียงคนที่ไม่สนสี่สนแปด แล้วยิงผู้บริสุทธิ์รวดเดียวห้านัดเท่านั้นแหละถึงจะตาย
“การจะเป็นสัตว์เดรัจฉานมันก็ต้องมีขีดจำกัดบ้างไหมล่ะ?”
ฟู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “หรือบางที โถงระเบียงอาจจะสนับสนุนเรื่อง ‘ความเมตตาปรานี’? ยิ่งเกมมีความเมตตาปรานีมากเท่าไหร่ คะแนนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น? แต่นี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่เลยแฮะ”
หลี่เหรินซูมองไปที่หน้าจอขนาดใหญ่: “พวกเราสามารถใช้เวลาวีซ่า 24 ชั่วโมง เพื่อแลกกับข้อมูลของผู้เล่นและผลสรุปของคดีนี้ได้นะ”
ไช่จื้อหยวนส่ายหน้าเบาๆ: “ไม่จำเป็นมั้ง?
“เกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร พวกเราก็วิเคราะห์กันจนเกือบจะครบถ้วนแล้ว
“เวลาวีซ่า 24 ชั่วโมงมันมีค่าเกินไป เกรงว่าจะไม่มีใครยอมเสียเงินฟรีๆ เพื่อซื้อข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยหรอก
“เกิดค้นไปค้นมาแล้วพบว่าสุดท้ายผู้เล่นคนนี้รอดชีวิตออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลย แบบนั้นมันไม่ขาดทุนย่อยยับเลยเหรอ?”
หลี่เหรินซูถามกลับ: “แล้วถ้าเขาตายล่ะ?”
ไช่จื้อหยวนชะงักไป: “ตายเหรอ? ความเป็นไปได้มันต่ำเกินไปมั้ง?
“แถมต่อให้เขาตายจริงๆ นอกจากจะบอกได้ว่าเขาเป็นสัตว์เดรัจฉานแล้ว มันยังบอกอะไรได้อีกงั้นเหรอ?”
ฟู่เฉินครุ่นคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง: “เวลาวีซ่า 24 ชั่วโมง แม้จะฟังดูเยอะ แต่ถ้าพวกเรา 12 คนหารเฉลี่ยกัน จ่ายคนละ 2 ชั่วโมงเพื่อซื้อข้อมูลหนึ่งชุด มันก็พอจะรับได้อยู่นะ”
หวังหย่งซินเป็นคนแรกที่แสดงจุดยืน: “ผมไม่เห็นด้วยนะ”
สวี่ถง หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ส่ายหน้าเช่นกัน: “ฉันก็ไม่เห็นด้วยค่ะ”
หวังหย่งซินเสริม: “ที่ผมไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เพราะผมงกหรอกนะ แต่ประเด็นก็คือตอนนี้เวลาวีซ่ามันมีค่ามาก เวลาพวกเราจะใช้ก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าของการลงทุนด้วย
“ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังไม่อนุญาตให้ทำการซื้อขายเวลาวีซ่าด้วยวิธีใดๆ ทั้งสิ้น แล้วพวกเราจะหารเฉลี่ยกันยังไงล่ะ?”
ฟู่เฉินถอนหายใจเงียบๆ เห็นได้ชัดว่า แผนการหารเฉลี่ยนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ
แม้ว่าตามกฎแล้วจะสามารถเสนอญัตติได้ แต่ญัตตินี้ก็ยากที่จะได้รับความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง
หลี่เหรินซูหันไปมองเฉาไห่ชวนอีกครั้ง: “ผู้กองเฉา คุณคิดว่าในท้ายที่สุดแล้ว ผู้เล่นที่เข้าร่วมเกมนี้จะสามารถรอดชีวิตออกมาได้ไหมคะ?”
เฉาไห่ชวนเล่นไฟแช็กในมือ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น: “บอกยากแฮะ แต่ผมเอนเอียงไปทางไม่รอดมากกว่านะ”
หลี่เหรินซูถามต่อ: “ทำไมล่ะคะ?”
เฉาไห่ชวนแบมือออก: “หาเหตุผลดีๆ มาอธิบายไม่ได้หรอก สัญชาตญาณล่ะมั้ง”
หลี่เหรินซูพยักหน้า: “ดีค่ะ งั้นก็พอแล้ว”
เธอลุกขึ้นยืนทันที: “ฉันยินดีจ่ายเวลาวีซ่า 24 ชั่วโมงของตัวเอง เพื่อแลกกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องค่ะ”
ไช่จื้อหยวนอึ้งไป เขามองเธอ แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงแบมือออก: “เอาเถอะครับ เวลาวีซ่าของคุณ คุณจะใช้ยังไงก็เป็นสิทธิ์ของคุณ”
หลี่เหรินซูเดินตรงไปยังหน้าจอขนาดใหญ่: “ฉันต้องการซื้อข้อมูลที่เกี่ยวข้องของ ‘รูเล็ตต์ไถ่บาป’ ค่ะ”
[โปรดไปยังเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเครื่องใดก็ได้เพื่อหักเวลาวีซ่า]
หลี่เหรินซูเดินไปสแกนวีซ่าที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่อยู่ด้านข้าง ในขณะที่หักค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่เช่นกัน
[ข้อมูลผู้เล่น:]
[เว่ยซินเจี้ยน ชาย อายุ 37 ปี]
[เนื่องจากธุรกิจล้มเหลว จึงขับรถซิ่งบนถนนในใจกลางเมืองที่จำกัดความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนสามีภรรยาคู่หนึ่งริมถนนจนเสียชีวิตคาที่]
[ผลการตัดสิน: ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในข้อหาก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร รับโทษจำคุกครบกำหนดและได้รับการปล่อยตัวแล้ว]
[กระบวนการเล่นเกม:]
[นัดที่ 1, 2, 3, 4 และ 6 ยิงผู้บริสุทธิ์]
[นัดที่ 5 ยิงตัวเอง]
[นัดที่ 2 และ 4 เคยลังเลและหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ]
[ผลลัพธ์สุดท้าย: เสียชีวิต]
“หา?”
“นี่มัน?!”
ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮา
เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์นี้ เกินความคาดหมายของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง
เฉาไห่ชวนตบไฟแช็กลงบนโต๊ะดัง “ปัง” สีหน้าที่มักจะดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใดก็เริ่มจริงจังขึ้นมา: “ข้อมูลที่ซื้อมานี่ คุ้มค่าจริงๆ ด้วยแฮะ ดูเหมือนว่าข้อสรุปหลายๆ อย่างก่อนหน้านี้จะต้องถูกลบล้างซะแล้วล่ะ”
ในฐานะตำรวจสืบสวนอาชญากรรม ก่อนหน้านี้เฉาไห่ชวนไม่ได้แสดงสีหน้าจริงจังอะไรมากมายนัก ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนชิลๆ สบายๆ หรือกระทั่งมีบุคลิกเหมือนชายวัยกลางคนหัวงูนิดๆ ด้วยซ้ำ
แต่พอเขาเริ่มจริงจังขึ้นมา ก็ราวกับมีออร่าพิเศษแผ่ออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
“จริงๆ แล้วการปรึกษาหารือของพวกเราเมื่อกี้ก็ไม่มีอะไรผิดหรอก เกมในคดีนี้ สำหรับคนธรรมดาแล้วมันไม่มีอันตรายถึงชีวิตจริงๆ นั่นแหละ
“ไม่ว่าจะสังเกตเห็นกับดักทางภาษา หรือพอจะเข้าใจเรื่องความน่าจะเป็นอยู่บ้าง หรือขอแค่มีความเห็นอกเห็นใจอยู่สักนิด ก็แค่ตกใจนิดหน่อย แต่ไม่ถึงตายในเกมหรอก
“แต่เกมนี้ ราวกับถูกสร้างมาเพื่อคนชื่อเว่ยซินเจี้ยนคนนี้โดยเฉพาะเลยล่ะ
“แท้จริงแล้วมันคือเกม ‘คนเห็นแก่ตัวต้องตาย’ ต่างหาก
“บางทีความเฉพาะเจาะจงขั้นสุดแบบนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มันได้รับการประเมินระดับเอสจากโถงระเบียงก็ได้”
“เกมที่คนเห็นแก่ตัวต้องตายงั้นเหรอ?”
ฟู่เฉินพินิจพิเคราะห์ประโยคนี้อย่างละเอียด สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงการครุ่นคิด
เฉาไห่ชวนมองไปที่ข้อมูลของเว่ยซินเจี้ยนบนหน้าจอขนาดใหญ่
“เมื่อกี้พวกเรายังคิดกันอยู่เลยว่า ต้องเป็นสัตว์เดรัจฉานแบบไหนกัน ถึงจะยิงผู้บริสุทธิ์รวดเดียวถึงห้านัดได้?
“เห็นได้ชัดเลยว่า หมอนี่แหละคือสัตว์เดรัจฉานที่พวกเราพูดถึง
“แน่นอนว่า การใช้คำว่า ‘สัตว์เดรัจฉาน’ มาอธิบายมันกว้างเกินไป ถ้าจะให้พูดให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือ นี่คือคนที่เห็นแก่ตัวแบบสุดกู่ และเพิกเฉยต่อชีวิตของผู้อื่นอย่างถึงที่สุด
“ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ขับรถซิ่งในย่านใจกลางเมือง จนชนคนตายไปตั้งสองคนแต่ยังไม่ยอมสำนึกผิดหรอก”
ไช่จื้อหยวนพูดแทรกขึ้นมา: “เดี๋ยวก่อนนะ ผู้กองเฉา คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่สำนึกผิด? ในข้อมูลเหมือนจะไม่ได้บอกไว้นะ”
เฉาไห่ชวนเอื้อมมือไปควานหาบุหรี่โดยสัญชาตญาณ แต่ก็หักห้ามใจไว้อีกครั้ง
“ก็เพราะนี่คือผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบในเกมยังไงล่ะ
“กุญแจสำคัญในการไขเกมนี้อยู่ที่ไหน? อยู่ที่กับดักตัวอักษรเหรอ? หรืออยู่ที่ความน่าจะเป็น?
“ความจริงแล้ว กุญแจสำคัญอยู่ที่ ‘ความเคารพต่อชีวิต’ ต่างหาก
“เว่ยซินเจี้ยน เดิมทีก็เป็นคนร้ายอยู่แล้ว เขาคือฆาตกรที่ขับรถชนสามีภรรยาคู่หนึ่งจนเสียชีวิต
“ส่วนคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาในเกม ก็คือผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง
“หากในช่วงเวลาสามปีที่ติดคุก เว่ยซินเจี้ยนสำนึกผิดอย่างจริงใจ เขาก็ควรจะรู้ว่าต้องให้ความสำคัญกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์มากกว่าชีวิตของตัวเอง
“ถ้าเป็นแบบนั้น ทั้งเขาและผู้บริสุทธิ์คนนั้นก็จะรอดชีวิตทั้งคู่
“แต่เห็นได้ชัดว่า ต่อให้ความน่าจะเป็นที่จะเสียชีวิตมีเพียง 1/6 หรือ 1/5 เขาก็ไม่ยอมรับความเสี่ยงนั้น และเลือกที่จะหันปากกระบอกปืนไปทางผู้บริสุทธิ์แทน
“คนแบบนี้ ยิ่งอยู่ในเกมนี้ ก็ยิ่งตายไว”
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงขั้นมีบางคนที่แสดงสีหน้าสะใจและสมน้ำหน้าออกมาให้เห็น
เฉาไห่ชวนพูดต่อ: “ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ออกแบบเกมนี้ยังกุมจุดอ่อนความเป็นมนุษย์ของเว่ยซินเจี้ยนได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
“ความจริงแล้วเว่ยซินเจี้ยนมีโอกาสรอดชีวิตถึงสองครั้ง
“ในนัดที่สองและนัดที่สี่ เขาต่างก็หันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าลึกๆ ในใจของเขาเกิดความลังเลขึ้นมาบ้างแล้ว
“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ลั่นไก
“นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ”

0 Comments