บทที่ 97 คุณพริสซิลลา
แปลโดย เนสยัง“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ?” ไมเคิลอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นเมื่อเขาพูดชื่อวัสดุที่เขามีจนจบ
ชายวัยกลางคนหลังเคาน์เตอร์หัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน
“เปล่าครับ ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก แค่… ผมไม่รู้จักชื่อที่คุณเพิ่งพูดมาเลยน่ะครับ”
หน้าของไมเคิลเสียทันที ความวิตกกังวลแล่นพล่านไปทั่วร่าง
นี่หมายความว่าฉันจะขายวัสดุพวกนี้ที่นี่ไม่ได้งั้นเหรอ? เขาคิดอย่างประหม่า
เขาไม่ได้กังวลเรื่องมูลค่าของมันวัสดุที่ใช้สร้างมอนสเตอร์ที่สามารถต่อกรกับสิ่งมีชีวิตระดับพิเศษได้ จะไร้ค่าได้อย่างไร?
มันเป็นไปไม่ได้เลย
แต่ความคิดที่ว่าจะขายพวกมันในเมืองนี้ไม่ได้นั้นน่าหนักใจ
แต่มันก็สมเหตุสมผล ไมเคิลให้เหตุผลกับตัวเอง
สาขาของสมาคมผู้มีพลังพิเศษที่นี่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนั้น
จากการเข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดทุกวันแม้ว่าวันนี้เขาจะยังไม่มีเวลาเช็คโทรศัพท์เลยก็ตามไมเคิลรู้ดีว่าเมืองวูดสโตนค่อนข้างจะล้าหลังเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ แม้แต่ในโลกของสิ่งเหนือธรรมชาติ
ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองยังล้าหลังอยู่
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นจากการที่เมืองขาดแคลนรอยแยกมิติมีเพียงสามแห่ง และทั้งหมดก็เป็นระดับต่ำ
มันเทียบไม่ได้เลยกับเมืองที่มีประชากรมากกว่าหรือมีรอยแยกที่มีมูลค่าสูงกว่า แม้ว่าเมืองเหล่านั้นจะมีจำนวนรอยแยกน้อยกว่าก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว รอยแยกแบบแปดเปื้อนเลเวล 2 สองแห่ง ก็สามารถเอาชนะรอยแยกแบบแปดเปื้อนเลเวล 1 ห้าแห่งได้อย่างง่ายดายในแง่ของศักยภาพด้านทรัพยากร
ฉันต้องเดินทางไปเมืองอื่นเพื่อขายวัสดุพวกนี้หรือเปล่า? ความคิดของไมเคิลเริ่มหมุนวน
แต่ก่อนที่ความกังวลของเขาจะบานปลายไปกว่านี้ ชายวัยกลางคนก็พูดขึ้นอีกครั้ง และคำพูดต่อมาของเขาก็นำพาความโล่งใจมาให้
“ถึงผมจะไม่รู้จักวัสดุที่คุณพูดถึง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีคนที่รู้จักอยู่ที่นี่หรอกนะครับ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่ได้หรอกครับ” ชายวัยกลางคนพูดให้ความมั่นใจพร้อมรอยยิ้ม
ไมเคิลพึมพำ “อ้อ” รู้สึกอายเล็กน้อย
เขารู้ตัวว่าคงแสดงความคิดออกทางสีหน้าชัดเจนเกินไป
ชายคนนั้นพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเบาและเป็นมืออาชีพ
“จากที่คุณบอก ผมคิดว่าวัสดุพวกนี้มีค่อนข้างเยอะและน่าจะหายากใช่ไหมครับ?”
ไมเคิลพยักหน้ายืนยัน
“ถ้าอย่างนั้น เชิญตามผมมาทางประตูนี้เลยครับ” ชายคนนั้นพูด พลางชี้ไปที่ทางเข้าที่ไมเคิลเคยเดินผ่านหลายครั้งเพื่อไปพบไบรอัน
เขาก็เคยเดินไปทางนี้กับชายวัยกลางคนคนนี้มาก่อนเหมือนกันตอนที่เขาเอาซากมอนสเตอร์มาขายครั้งล่าสุด
อย่างไรก็ตาม จากน้ำเสียงของชายคนนั้น มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังบอกทางให้คนแปลกหน้าหรือคนใหม่ แต่เหมือนกำลังทำตามขั้นตอนด้วยความเคยชินมากกว่า
ไมเคิลไม่ได้คิดอะไรมากและเดินตามชายวัยกลางคนไป
พวกเขาเดินผ่านโถงทางเดินที่คุ้นเคยซึ่งเรียงรายไปด้วยประตูต่างๆ จนกระทั่งมาถึงสถานที่ที่ไมเคิลคุ้นเคย
มันคือห้องเก็บของใต้ดินที่เขาเคยทำเงินได้ 100,000 ดอลลาร์แรกจากวัสดุมอนสเตอร์ในมิติ
“โปรดรอที่นี่สักครู่นะครับ” ชายคนนั้นบอก
“เดี๋ยวผมจะพาคนที่น่าจะรู้จักของที่คุณต้องการจะขายมาให้ ในระหว่างนี้ คุณสามารถใช้เวลานี้เอาวัสดุออกมาได้เลยครับ”
นี่ไม่ใช่การซื้อขายครั้งแรกของพวกเขา ชายวัยกลางคนจึงรู้สถานะของไมเคิลในฐานะผู้ตื่นรู้และเรื่องพื้นที่เก็บของของเขา
หลังจากพูดในสิ่งที่ต้องพูดจบ ชายคนนั้นก็เดินออกไป
เนื่องจากไมเคิลคุ้นเคยกับพื้นที่นี้แล้ว เขาจึงไม่รู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่คนเดียว
หลังจากมองไปรอบๆ บริเวณอันกว้างขวาง เขาก็เริ่มดึงเศษซากของการ์กอยล์ออกมาทีละชิ้น จัดเรียงอย่างระมัดระวังตามประเภทของวัสดุ
ขณะที่เขาทำงาน ไมเคิลก็ทำให้แน่ใจว่ามานาของเขาจะไม่รั่วไหลออกมา เช่นเดียวกับที่เขาทำมาตลอดตั้งแต่ที่เดินออกจากเคาน์เตอร์ของเกรซ
น่าเสียดายที่ชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ เกี่ยวกับออร่าของเขาเลย ไมเคิลจึงยังไม่แน่ใจว่าเขาทำถูกวิธีหรือไม่
ขณะที่กำลังจัดเรียงซากของการ์กอยล์ เขาก็ใช้ {ตรวจสอบ} กับพวกมันอีกครั้งเพื่อยืนยันข้อมูล
[โลหะผสมออบซิเดียนหลอม]
ส่วนผสมของโลหะสีเข้มและแร่ที่คล้ายออบซิเดียน ให้พื้นผิวคล้ายหินผสมผสานกับความยืดหยุ่นและความทนทานสูง
มักใช้สำหรับสร้างสิ่งก่อสร้างที่ทนทานหรือโกเลม
[เศษแร่มีเส้นเลือด]
ชิ้นส่วนที่น้ำหนักเบาแต่ทนทานและมีเส้นเลือดสีเขียวอมฟ้า มักใช้ในการประดิษฐ์เครื่องมือที่นำมานา
[แผ่นขนนก]
แผ่นโลหะที่มีความยืดหยุ่นและเบาราวกับขนนก เหมาะสำหรับการสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีความคล่องตัวในอากาศ
[หินแกนกลาง]
วัสดุสีดำหนาแน่น มีค่าเนื่องจากความสามารถในการกักเก็บและรักษาสมดุลของมานา
[ทรงกลมคริสตัล]
หินที่มีลวดลายเรียบเนียน ใช้ในการประดิษฐ์เครื่องตรวจจับและเครื่องขยายพลังงาน
[หินอีเธอร์]
หินโปร่งแสงสีซีดที่มีคุณสมบัติต่อต้านแรงโน้มถ่วง มักใช้ในอุปกรณ์ลอยตัว
[แกนรูน]
แกนรูปร่างไม่สม่ำเสมอที่มีรูนเรืองแสงทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเครื่องจักรขั้นสูง
ของพวกนี้น่าจะราคาแพงใช่ไหม? ไมเคิลคิด รู้สึกทั้งกังวลและตื่นเต้นปะปนกันไป
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายวัยกลางคนก็กลับมา คราวนี้มาพร้อมกับหญิงวัยกลางคนสวมแว่นตาและแต่งกายด้วยชุดคลุมสีฟ้า
ชุดคลุมไม่ใช่สไตล์ที่ได้รับความนิยม แม้แต่ในโลกนี้ ทำให้เธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก
แล้วก็ยังมีเรื่องแว่นตาอีก…
ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติสายตาสั้นได้ด้วยเหรอ? ไมเคิลคิด รู้สึกว่ามันย้อนแย้งนิดหน่อย
แต่เขาไม่มีเวลาให้คิดเรื่องนี้นานนัก เพราะจู่ๆ หญิงคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาหรือจะพูดให้ถูกคือ ตรงหน้าวัสดุที่เขาจัดเรียงไว้
“นี่มันโลหะผสมออบซิเดียนหลอมใช่ไหม?” เสียงนุ่มๆ ดังก้องขึ้น
ผู้หญิงคนนั้นพูดอย่างใจเย็นแต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้
“หือ? …เอ่อ…ใช่ครับ?” ไมเคิลพูดติดอ่าง ถูกทำให้ตกใจกับคำถามและท่าทีที่กระทันหันของเธอ
เขาตอบอย่างเหม่อลอย ยังคงประมวลผลการเคลื่อนไหวที่คาดไม่ถึงของเธอ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจเขาเลย
แต่ความสนใจของเธอกลับอยู่ที่วัสดุที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้าเธออย่างเต็มที่ขณะที่เธอเริ่มพูด
“นี่มันวัสดุที่หายากมากเลยนะ แถมยังถูกสร้างขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยมด้วย อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้วิธีการของสหพันธ์ แต่กลับยังคงคุณภาพไว้หากไม่ได้เหนือกว่าด้วยซ้ำ มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์เลยทีเดียว”
ไมเคิลตะลึงกับข้อสังเกตของเธอ
เธอสามารถวิเคราะห์ได้ขนาดนี้ในเวลาอันสั้นได้ยังไงเนี่ย?
เขาสงสัย รู้สึกประทับใจแม้เขาจะเข้าใจเพียงบางส่วนของสิ่งที่เธอพูดก็ตาม
เมื่อสังเกตเห็นความสับสนของเขา ชายวัยกลางคนที่ขยับเข้ามาใกล้ก็โน้มตัวเข้ามาเล็กน้อยแล้วกระซิบว่า “คุณพริสซิลลาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์เวทมนตร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ลึกซึ้งด้านเวทมนตร์โดยทั่วไปครับ”
แมัไมเคิลจะสงสัยอยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้บำเพ็ญเพียร แต่การที่เธอจำวัสดุได้อย่างรวดเร็วก็เกือบจะทำให้เขาคิดว่าเธออาจจะเป็นผู้ตื่นรู้ไปชั่วขณะ
ความรู้ความเข้าใจของเธอดูลึกซึ้งจนน่าประหลาดใจ
คำอธิบายของชายคนนั้นกระตุ้นให้เกิดความคิดอีกอย่างหนึ่ง
ไมเคิลเหลือบมองเธออีกครั้ง คราวนี้ด้วยความอยากรู้ที่มากขึ้น
‘เธอเป็นจอมเวทเหรอเนี่ย?’

0 Comments