บทที่ 65 อาชีพพิเศษ
แปลโดย เนสยังเมื่ออยู่ภายในรอยแยกมิติ ไมเคิลรู้เพียงวิธีเดียวที่จะเปิดทางออกได้: คือการฆ่าหนึ่งในสามของสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่ข้างใน
จำนวนหนึ่งในสามของมอนสเตอร์จะถูกคำนวณตั้งแต่วินาทีที่ใครสักคนก้าวเท้าเข้าไปในรอยแยกมิติหลังจากที่กลุ่มก่อนหน้าออกไปทางทางออกแล้ว
หากไม่สามารถทำตามข้อกำหนดนี้ได้ มันก็เป็นการยากสำหรับผู้มีพลังเหนือธรรมชาติทั่วไปที่จะออกไปได้
ตามโพสต์บางกระทู้ที่ไมเคิลเคยอ่านในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับรอยแยกแบบแปดเปื้อน มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ผู้คนจะพบว่าตัวเองติดอยู่โดยไม่มีทางหนี
นี่คือจุดที่ผู้ดูแลรอยแยกมิติเข้ามามีบทบาท
เวลาที่จัดสรรให้กับผู้มีพลังเหนือธรรมชาติภายในรอยแยกมิติ ไม่ได้มีไว้เพื่อจัดการรอยแยกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณทางอ้อมว่าการช่วยเหลือจะมาถึงเมื่อใดหากพวกเขาติดอยู่
แม้ว่าคนที่อยู่ข้างในรอยแยกจะไม่สามารถออกไปได้หากไม่ฆ่ามอนสเตอร์ให้ได้ตามจำนวนที่กำหนด แต่ข้อจำกัดนี้ไม่ได้นำไปใช้กับคนที่อยู่ข้างนอก
อย่างไรก็ตาม เมื่อใครสักคนเข้าไปในรอยแยกมิติแล้ว พวกเขาจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่อยู่ข้างใน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาจะต้องฆ่าหนึ่งในสามของมอนสเตอร์ทั้งหมดในรอยแยกเพื่อออกไปเช่นกัน โดยไม่คำนึงว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อใด
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ดูแลที่สมาคมมอบหมายให้มาดูแลรอยแยกเหล่านี้ จึงมักจะเป็นบุคคลที่สามารถกวาดล้างรอยแยกมิติได้ด้วยตัวคนเดียว
หากพวกเขาขาดความแข็งแกร่งในการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว พวกเขาก็จะมีแต่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น
ดังนั้น ผู้ดูแลจึงต้องมีมาตรฐานด้านพลังที่สูงเพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจให้ดูแลรอยแยกมิติ
แน่นอนว่าการได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมจากภายในรอยแยกมิตินั้นไม่ใช่ของฟรี
สมาคมมีวิธีที่พึ่งพาได้ในการ ‘รีดไถ’ มูลค่าจากผู้มีพลังเหนือธรรมชาติที่ได้รับการช่วยเหลือ
ด้วยเหตุนี้ คนส่วนใหญ่จึงพยายามออกไปให้ทันเวลาที่กำหนดหากทำได้
อย่างไรก็ตาม ไมเคิลไม่คิดว่าพวกเขาจะต้องกังวลเกี่ยวกับการขยายเวลาจำกัดพวกเขามีเวลาเต็มวันที่จะใช้ในรอยแยก
ก่อนจะเข้าไป ไมเคิลก็เรียกหอกของเขาออกมาทันที การเห็นอาวุธในมือของเขาทำให้เด็กสาวสองคนที่อยู่ข้างๆ ประหลาดใจ โดยเฉพาะลิเลียน
“น-นายไม่ใช่จอมเวทมรณะหรอกเหรอ?” เธอถามติดอ่าง
“ใช่ แล้วมันมีปัญหาอะไรล่ะ?” ไมเคิลตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ามันแปลกตรงไหน
ด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้จะเป็นนักเวท เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกเลยที่ได้ถืออาวุธแบบนั้น
“ม-ไม่มี อ-อะไรหรอก” ลิเลียนพูด เสียงของเธอสั่นเครือ มิร่าเองก็เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็น
เธอคือจุดอ่อนที่สุดของกลุ่ม และไม่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไปตั้งคำถามว่าสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดเลือกที่จะต่อสู้อย่างไร
ขณะที่ทีมทั้งสามคนเตรียมตัวเข้าไปในรอยแยก หญิงชราผู้ดูแลก็ตัดสินใจปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง
เธอเดินออกจากห้องที่มีรอยแยกมิติอยู่ พลางชี้บอกให้พวกเขากดปุ่มเรียกเธอเมื่อพวกเขาเสร็จธุระแล้ว
สรุปแล้ว มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสิ่งที่ตาเฒ่าหลิวเคยทำให้ไมเคิลเลย
หลังจากหญิงชราจากไป ลิเลียนก็ดึงอาวุธของเธอออกมาเช่นกัน: ดาบคาตานะยาวที่ทำให้ดวงตาของไมเคิลเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง
อย่างช้าๆ ไมเคิลก็เริ่มชื่นชอบอาวุธขึ้นมาบ้างแล้ว
น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับดาบคาตานะเล่มนั้น
มันมีเกรดเดียวกันกับหอกเหล็กสกัดของไมเคิล
มันก็สมเหตุสมผลที่ลิเลียนจะใช้อาวุธอย่างดาบคาตานะ เมื่อพิจารณาว่าอาชีพของเธอคือนักสู้
ไมเคิลยังคงจำเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจน
เขาสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดอาชีพของเธอ และความแตกต่างของมันกับอาชีพจอมเวทมรณะของเขา
อย่างไรก็ตาม คนที่ดึงดูดความสนใจของไมเคิลมากที่สุดในบรรดาเด็กสาวทั้งสองคนคือมิร่า
ต่างจากเขาและลิเลียน สิ่งที่มิร่าหยิบออกมาจากพื้นที่มิติของเธอไม่ใช่อาวุธ
แต่กลับเป็นชุดขวดยาสีแดงสดและสายรัดสำหรับมัดพวกมันไว้รอบตัวเธอแทน
ภาพนั้นทำให้ไมเคิลสับสน และเขาอดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัยขึ้นมา
ด้วยความอยากรู้ที่ไม่อาจอดกลั้นได้ เขาจึงเอ่ยถามมิร่าในขณะที่เธอเพิ่งจะรัดขวดยาขวดสุดท้ายเข้ากับตัวเสร็จพอดี
“อาชีพของเธอคืออะไรล่ะ?” ไมเคิลถาม
ในเมื่อเขาเปิดเผยอาชีพของตัวเองให้พวกเธอรู้แล้ว เขาจึงคิดว่ามันก็คงไม่เป็นไรถ้าจะถามกลับไปบ้างอย่างน้อยก็ตราบใดที่มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเกินไป อย่างเช่นพวกเธอมีพรสวรรค์ไหม และถ้ามี มันคืออะไร
แน่นอนว่าเขาสามารถใช้ {ตรวจสอบ} กับมิร่าได้เลย แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องกับไบรอัน ไมเคิลก็ลังเลที่จะใช้ทักษะนี้กับมนุษย์ โดยส่วนใหญ่จะเก็บไว้ใช้กับมอนสเตอร์เท่านั้น
“นักเล่นแร่แปรธาตุ” มิร่าตอบตามความจริง มันไม่มีประโยชน์ที่จะต้องปิดบัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอรู้ว่าวิธีที่เธอใช้แอบดูไมเคิลก็สามารถนำมาใช้กับเธอได้เช่นกัน
นอกจากนี้ มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรที่จะแบ่งปัน
ไมเคิลประหลาดใจเล็กน้อยกับอาชีพของเธอมันไม่ใช่อาชีพทั่วไปเลย
ตัดสินจากวิธีที่เธอจัดเรียงขวดยาอย่างระมัดระวัง เขาก็เดาว่านี่น่าจะเป็นอาชีพระดับหายาก และบางทีอาจจะถึงขั้นเป็นอาชีพพิเศษด้วยซ้ำ
ไมเคิลอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับมันให้มากกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่นั่นจะเป็นการก้าวล่วงเรื่องส่วนตัว
ถึงกระนั้น ในเมื่อพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน เขาจึงทึกทักเอาเองว่าในที่สุดเธอก็คงจะเปิดเผยรายละเอียดออกมาบ้าง
แม้เขาจะไม่สามารถถามถึงรายละเอียดอาชีพของเธอได้ แต่เขาคิดว่าการถามเกี่ยวกับขวดยาที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอกของเธอก็คงไม่เสียหายอะไร
“พวกนั้นคืออะไรเหรอ?” ไมเคิลถาม พลางชี้ไปที่พวกมัน
“ระเบิดไงล่ะ!” จู่ๆ มิร่าก็ตอบกลับมาด้วยความกระตือรือร้นเกินเหตุ พลางลูบคลำขวดยาเหล่านั้นอย่างรักใคร่ ราวกับว่าพวกมันไม่ใช่ระเบิดอย่างที่เธอเพิ่งกล่าวอ้าง
ไมเคิลก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
แม้แต่ลิเลียน ซึ่งดูเหมือนจะมีความรู้เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุและอาชีพของมิร่าอยู่บ้าง ก็ทำตามและก้าวถอยหลังเช่นกัน
“เฮ้ๆ พวกนายไม่ต้องกังวลไปหรอก ระเบิดพวกนี้มันไม่ระเบิดอย่างที่พวกนายคิดหรอกนะ” มิร่าพูดให้ความมั่นใจด้วยรอยยิ้ม
ด้วยเหตุผลบางอย่าง คำพูดของเธอไม่ได้สร้างความโล่งใจให้กับทั้งลิเลียนหรือไมเคิลเลย
ตรงกันข้าม พวกเขากลับถอยหลังไปอีกก้าวหนึ่ง หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ถอยไปอีกหนึ่งก้าว ในที่สุดก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกนิด
ทว่า ความไม่สบายใจของพวกเขาก็ยังคงอยู่
รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าของมิร่าสร้างความรู้สึกชัดเจนว่าเธอกำลังคันไม้คันมืออยากจะระเบิดอะไรสักอย่าง ซึ่งมีแต่จะทำให้เพื่อนร่วมทีมของเธอรู้สึกประหม่ามากขึ้นไปอีก
“นี่เป็นความเชี่ยวชาญพิเศษของอาชีพเธอหรือเปล่า?” ไมเคิลอดไม่ได้ที่จะถาม
“ใช่เลย! นี่คือน้ำยาเห็ดแดงตัวเลือกอันดับหนึ่งในการระเบิดอะไรสักอย่างให้กระจุย!”

0 Comments