บทที่ 29 การซื้อซากมอนสเตอร์ (2)
แปลโดย เนสยังเขาเป็นใครกัน?’
‘เขารู้ตัวเหรอว่าฉันใช้ทักษะ {ตรวจสอบ} กับเขาน่ะ?’
หัวใจของไมเคิลเต้นรัวด้วยความตกใจ แต่เขาก็บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ขณะเดินตรงไปยังศูนย์การค้า
เขาไม่แน่ใจว่าชายหน้าบากจะรู้สึกได้ถึงการใช้ทักษะ {ตรวจสอบ} ของเขาหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเลยก็คือ: ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
มันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเลเวลสูงกว่ายี่สิบเลเวลหรอกนะ
แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับ 2 ก็ไม่น่าจะทำให้เขารู้สึกกดดันได้ขนาดนี้
ไมเคิลยังไม่เคยเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับ 2 แบบตัวต่อตัว แต่เขาก็ไม่คิดว่าพวกนั้นจะสร้างความรู้สึกไม่สบายใจได้ถึงระดับนี้หรอก
เขาตระหนักได้ถึงอีกเรื่องหนึ่งดูเหมือนว่าข้อจำกัดของทักษะ {ตรวจสอบ} จะครอบคลุมไปถึงผู้บำเพ็ญเพียรด้วยเช่นกัน
‘โอเคๆ บางทีฉันอาจจะอวดดีเกินไป เลเวลสูงกว่าฉันยี่สิบเลเวล ก็คือสูงกว่าฉันยี่สิบเลเวลอยู่ดี’
เมื่อไมเคิลมาถึงเคาน์เตอร์และกำลังอ้าปากจะพูด ชายหน้าบากก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“การแอบสอดแนมคนอื่นมันเสียมารยาทนะไอ้หนุ่ม” ชายคนนั้นพูดอย่างใจเย็น สายตาอันแหลมคมของเขาจ้องเขม็งไปที่ไมเคิล
“ฉันน่ะไม่ถือสาหรอกนะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่อารมณ์ร้อนกว่านี้ ป่านนี้แกคงโดนสั่งสอนไปแล้ว”
หัวใจของไมเคิลกระตุกวูบอีกครั้ง
‘เขารู้สึกได้จริงๆ ด้วย!’
อารมณ์ของไมเคิลตอนนี้ห่างไกลจากคำว่าสงบไปมาก
เขาแค่สงสัยว่าชายคนนี้อาจจะสังเกตเห็น แต่พอได้ยินการยืนยันจากปากก็ทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบ
“ผมขอโทษครับ” ไมเคิลกล่าวด้วยความจริงใจ พลางโค้งคำนับเล็กน้อย เขาไม่ได้รู้สึกว่าถูกปรักปรำหรือถูกดูหมิ่นจากการตักเตือนนั้นเลยมันเป็นการกระทำที่เสียมารยาทจริงๆ ที่ไปสอดแนมคนอื่น
การโต้ตอบครั้งนี้ยังก่อให้เกิดคำถามตามมา ชายคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหนกันนะ?
ทักษะ {ตรวจสอบ} ไม่ได้พึ่งพาพลังงานใดๆ ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะสังเกตเห็นได้ง่ายๆ
‘แม้จะไม่มีศักยภาพเท่ากับผู้ตื่นรู้ แต่ผู้บำเพ็ญเพียรก็เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งจริงๆ สินะ’ ไมเคิลคิด พลางตำหนิตัวเองในใจ
เขานึกขึ้นได้ว่าเขาใช้ทักษะ {ตรวจสอบ} กับเกือบทุกคนที่เขาเจอในเย็นวันนี้ เหงื่อเย็นๆ ก็เริ่มผุดขึ้นเต็มแผ่นหลัง
หากเขาไปใช้มันกับคนที่มีเจตนาร้ายและคนๆ นั้นเกิดรู้ตัวขึ้นมา เขาอาจจะพาตัวเองไปตกที่นั่งลำบากเข้าให้แล้ว
ผู้ตื่นรู้อาจจะมีศักยภาพสูงส่ง แต่หากปราศจากความแข็งแกร่งที่แท้จริง ศักยภาพเพียงอย่างเดียวก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย
ในเลเวล 5 ไมเคิลยังคงอ่อนแอเกินไปมาก
“ไม่เป็นไรหรอก ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ชายคนนั้นพูดพลางโบกมือปัดๆ
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูเป็นงานเป็นการ “แล้วนี่… ต้องการอะไรล่ะ?”
ไมเคิลรู้สึกโล่งใจที่ชายคนนี้ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก และรีบตอบกลับทันที เพราะอยากจะข้ามเรื่องนี้ไปเต็มแก่แล้ว
“ผมขอซื้อซากมอนสเตอร์ครับ แล้วก็มีของจะมาขายด้วย” ไมเคิลพูด พลางล้วงเข้าไปในพื้นที่มิติของเขาและหยิบผลึกวิญญาณออกมา
หลังจากซื้อของจากร้านค้าของสมาคมผู้มีพลังพิเศษและให้เงินป้าไป 5,000 ดอลลาร์ บัญชีของไมเคิลก็เหลือเงินไม่ถึง 5,000 ดอลลาร์
ถ้าเขาซื้อซากมอนสเตอร์ในราคาตัวละ 3,000 ดอลลาร์อย่างที่เลโอวานนีบอก เขาก็คงซื้อได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น
ถ้าเขาไม่ได้ให้เงินป้าไป เขาก็คงซื้อได้อย่างน้อยสองตัว
ถึงกระนั้น ไมเคิลก็ไม่เสียใจเลยที่ได้ช่วยเหลือป้ามีอา
ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเงินที่เสียไปกับซากศพพิเศษนั้นจะทำให้เขาสร้างซากศพเวทขึ้นมาได้
ทักษะ {คืนชีพซากศพ} ของเขา ที่อยู่ในระดับ {ความเชี่ยวชาญระดับกลาง} ให้อัตราความสำเร็จเพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยมีโอกาสสูงสุดสามครั้งต่อซากศพหนึ่งตัว
ถึงอย่างนั้น ก็ยังรับประกันความสำเร็จไม่ได้อยู่ดี
บางทีเหตุผลนี้อาจเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อหาความชอบธรรมให้กับการตัดสินใจของเขา แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกไปเสียทั้งหมด
“หืม? นายเป็นผู้ตื่นรู้สินะ? มิน่าล่ะ ถึงมีแต่พวกนายเท่านั้นแหละที่ชอบทำตัวสอดแนมเหมือนพวกขี้ขโมย” ชายวัยกลางคนพูดด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
‘แอบผูกใจเจ็บจริงๆ ด้วยแฮะ?’ ไมเคิลคิด หางตาของเขากระตุก
เขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้
คำพูดของชายคนนี้เผยให้เห็นว่าเขาไม่ได้เคารพยำเกรงผู้ตื่นรู้เลย ต่างจากความชื่นชมที่พวกเขามักจะได้รับบนเว็บบอร์ด
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้สองประการ: ไม่เขาเกลียดพวกผู้ตื่นรู้ ก็แปลว่าเขาต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ
ไม่ว่าจะเป็นทางไหน ไมเคิลก็ตัดสินใจว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องไปยุ่ง
“ผลึกวิญญาณไร้ระดับงั้นเหรอ?” ชายคนนั้นพิจารณาผลึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสริม “ชิ้นนี้มีพลังมากกว่าปกตินิดหน่อย ฉันให้ 17,500 ดอลลาร์เลยเอ้า ว่าไง?”
“ตกลงครับ!” ไมเคิลตอบตกลงทันที
เขาประหลาดใจที่ชายคนนี้สามารถแยกแยะระดับพลังงานของผลึกได้อย่างง่ายดาย
มันมาจากสไลม์เลเวล 7 จึงทำให้มันมีคุณภาพดีกว่าผลึกเลเวลต่ำๆ ในระดับเดียวกัน
ไมเคิลแยกมันออกมาต่างหากตามลางสังหรณ์ โดยหวังว่าจะได้ราคาดีกว่าและเขาก็เดิมพันชนะเสียด้วย
“ตกลง จะให้ฉันโอนเงินเข้าบัญชีนาย หรือนายจะใช้เงินนั้นซื้อซากมอนสเตอร์ตอนนี้เลยล่ะ?” ชายคนนั้นถามพลางหยิบผลึกใส่ลงในกล่องที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์
“ผมขอใช้ทั้งหมดเลยครับ” ไมเคิลตอบโดยไม่ลังเล การซื้อซากมอนสเตอร์แค่ตัวเดียวคงไม่พอแน่…. เว้นแต่ว่ามันจะเป็นซากที่พิเศษจริงๆ
แม้จะต้องเสียเงินไปอีกครั้ง แต่ไมเคิลก็รู้สึกพอใจกับการทำธุรกรรมที่ตรงไปตรงมาและผลกำไรที่เกินคาด
“เอาล่ะ เดินไปทางเข้าตรงนั้น” ชายคนนั้นพูด พลางชี้ไปที่ประตูทางเข้าที่เปิดอยู่ข้างๆ ร้าน
ไมเคิลสังเกตเห็นทางเข้านั้นตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาทึกทักเอาเองว่ามันน่าจะนำไปสู่ที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับศูนย์การค้า
อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ในสมาคมผู้มีพลังพิเศษ ไมเคิลจึงไม่ได้กังวลอะไรมากนักและทำตามที่ชายคนนั้นบอก
ดูเหมือนว่าศูนย์การค้าจะมีทางออกเชื่อมไปยังทางเดินเดียวกับที่ประตูทางเข้าบานนั้นเปิดไปสู่ เพราะหลังจากที่ไมเคิลก้าวผ่านประตูและเดินต่อไปอีกนิด เขาก็พบว่าตัวเองกำลังเดินตามหลังชายหน้าบากอยู่
หลังจากปิดประตูศูนย์การค้าแล้ว ชายคนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรและเพียงแค่เดินนำไมเคิลลึกเข้าไปในทางเดินนั้น
ไมเคิลสงสัยว่าทำไมชายคนนั้นถึงไม่กังวลเลยที่ปล่อยศูนย์การค้าทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล ทั้งที่มีสินค้าอย่างพวกยาฟื้นฟูพลังเก็บไว้ที่นั่นแท้ๆ
แต่ไม่นานเขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป
ใครก็ตามที่กล้าหน้าด้านมาขโมยของในอาณาเขตของสมาคม ก็สมควรได้รับความเคารพในความกล้าบ้าบิ่นนั้นอยู่หรอก
ทางเดินนี้มีประตูหลายบานที่นำไปสู่พื้นที่ที่ไม่รู้จัก ซึ่งน่าจะเป็นห้องเก็บของสำหรับสินค้าอื่นๆ
ในที่สุด พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งที่แผ่ไอเย็นเฉียบออกมา ชวนให้คิดถึงห้องเย็นเก็บของ
ชายหน้าบากทาบนิ้วโป้งลงบนลูกบิดประตูเพื่อปลดล็อก
ด้านในเป็นห้องเย็นจริงๆ แถมยังมีห้องแบ่งย่อยๆ แยกออกไปอีก
หลังจากเงียบมาตลอดตั้งแต่เดินออกจากศูนย์การค้า ในที่สุดชายหน้าบากก็เปิดปากพูดขึ้นมา
“เมืองวูดสโตนมีรอยแยกมิติแค่สามแห่งเป็นรอยแยกระดับ 1 สองแห่ง และรอยแยกระดับ 2 หนึ่งแห่งเพราะงั้นเราเลยมีแค่ซากมอนสเตอร์เลเวล 1 กับ เลเวล 2 เท่านั้น นายต้องการแบบไหนล่ะ?”
“แล้วมีซากมอนสเตอร์เลเวล 1 ตัวอะไรบ้างเหรอครับ?” ไมเคิลถาม
ต้องขอบคุณเว็บบอร์ดของสมาคมผู้มีพลังพิเศษและการค้นหาข้อมูลของเขาในเย็นวันนี้ ทำให้ตอนนี้ไมเคิลมีความรู้เรื่องรอยแยกมิติเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว
เขานึกขึ้นได้ว่ารอยแยกมิติระดับ 1 จะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรระดับ 1 ขั้นสูงสุดเท่านั้น ในขณะที่รอยแยกระดับ 2 จะมีมอนสเตอร์ไปจนถึงระดับ 2 ขั้นสูงสุดเลยทีเดียว ด้วยเงินทุนที่มีจำกัด ไมเคิลจึงเลือกซากมอนสเตอร์เลเวล 1 ที่ราคาถูกกว่า
“สำหรับเลเวล 1 เรามีหมาป่าป่าดิบราคาตัวละ 4,000 ดอลลาร์ แล้วก็ก็อบลินตัวละ 1,000 ดอลลาร์”
“ทำไมก็อบลินถึงถูกจังเลยครับ?”
“ก็อบลินมันอ่อนแอ เป็นแค่มอนสเตอร์ขยะที่ไม่มีค่าอะไรเลย” ชายหน้าบากตอบอย่างตรงไปตรงมา
“…”
ไมเคิลละเว้นที่จะแสดงความคิดเห็น เขาเริ่มจะชินกับความขวานผ่าซากของชายคนนี้เสียแล้ว
“ผมขอเลือกซากเองได้ไหมครับ?” ไมเคิลถาม หวังว่าจะได้เลือกซากมอนสเตอร์ที่มีจำนวนดาวสูงๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงขีดจำกัดเลเวลที่สูงขึ้นนั่นเอง
โชคดีที่ชายหน้าบากพยักหน้าตกลง
“อยากจะเริ่มดูตัวไหนก่อนล่ะ?”
“ขอเริ่มจากหมาป่าป่าดิบก่อนเลยครับ”

0 Comments