You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

แต่วินาทีต่อมา เฉียวซางก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

จะเอา 5 ล้านออกไปยังไงล่ะเนี่ย?

เมื่อกี้แค่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเลยจับ 5 ล้านมัดไว้ แต่พอมัดเสร็จ ก็อย่างที่กังวลนั่นแหละ จะลงเขายังไง?

ต่อให้เธอลาก 5 ล้านไปได้สักระยะนึง แล้วถ้าวิญญาณหมวกหินกับงูทะเลหางเงินรู้ตัวว่าผู้ฝึกอสูรของมันหายไปล่ะจะทำยังไง?

ต้องรู้ไว้ด้วยนะว่า ผู้ฝึกอสูรกับสัตว์อสูรจะมีความรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ ยิ่งห้วงสมองได้รับการพัฒนามากเท่าไหร่ ระยะทางที่สามารถรับรู้ได้ก็จะยิ่งไกลขึ้น

อีตา 5 ล้านนี่มีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอย่างงูทะเลหางเงินอยู่ด้วย ระดับของผู้ฝึกอสูรไม่มีทางต่ำกว่าระดับ D แน่นอน เผลอๆ อาจจะเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C ที่ผ่านการประเมินจากสมาพันธ์แล้วด้วยซ้ำ

ถ้าเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C จริงๆ ไม่ว่าสัตว์อสูรของเขาจะอยู่มุมไหนของภูเขา แค่เขาขยับตัว ต่อให้ลงจากเขาไปแล้ว สัตว์อสูรก็อาจจะยังสัมผัสได้

ถ้าเป็นแบบนี้ การจะมัด 5 ล้านลากลงไปตีนเขาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แถมผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ยังไม่กลับมาด้วย

เธอไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรระดับ C ซะหน่อย ถ้าเดินไปไกลๆ ผีค้นสมบัติตัวน้อยอาจจะหาเธอไม่เจอก็ได้

เฉียวซางเริ่มปวดหัว เมื่อก่อนเธอไม่ใช่นิสัยแบบนี้นี่นา ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนขึ้นก็ไม่รู้ หรือที่เขาบอกว่าคบคนพาลพาลพาไปหาผิด นี่เธอไปใกล้ชิดกับใครมาเนี่ย?

“โฮ่ง!”

เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงสติของเฉียวซางกลับมา

“โฮ่งๆ”

หมาเขี้ยวไฟส่งเสียงเห่าดังลั่นใส่ผู้ฝึกอสูรของมัน

จะให้มันพ่นไฟใส่ผู้ชายคนนี้เลยไหม?

แววตาของมันเป็นประกาย ดูฮึกเหิมสุดๆ

“อย่าเพิ่ง! ถึงหมอนี่จะไม่ใช่คนดี แต่จะเผาให้ตายเลยก็ไม่ดีหรอก ส่งให้ตำรวจจัดการดีกว่า” เฉียวซางรีบห้ามไว้ กลัวว่าหมาเขี้ยวไฟจะใจร้อนพ่นไฟออกมาจริงๆ

หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย

อ้าว พ่นไฟใส่แล้วจะตายเหรอเนี่ย? มันนึกว่าก็แค่บาดเจ็บสลบไปเหมือนตอนต่อสู้ซะอีก

“จี๊ด?”

ตอนนั้นเอง แม่ลูกหนูแม่เหล็กก็เดินตามมาสมทบ มองดูผู้ชายที่ถูกมัดมือจนเป็นข้าวต้มมัดอยู่บนพื้นด้วยความงุนงง

เฉียวซางคิดอยู่พักหนึ่ง ก็นึกวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาตำรวจอีกรอบ

“สวัสดีค่ะ ที่นี่คือศูนย์รับแจ้งเหตุ 660 สายของท่านจะถูกบันทึกเสียงไว้ค่ะ”

ติดแล้ว!

เฉียวซางอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบพูดรัวๆ “ที่นี่คือเขาหวงหมิง ตำบลฉีถัง อำเภอเจียจินค่ะ โจวเซี่ยน อาชญากรที่ถูกประกาศจับระดับ A เขาอยู่ที่นี่ค่ะ พวกคุณรีบมา…”

“ตื๊ดๆๆ…”

ยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็ตัดไปซะแล้ว

อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนบวกกับอะดรีนาลีนที่สูบฉีด ทำให้เสื้อด้านหลังของเฉียวซางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่วินาทีนี้ อากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน จนเธอรู้สึกหนาวสันหลังวาบ

เงาดำทาบทับลงมาบนหัวเฉียวซาง เธอเผลอกำโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่แน่น แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง

……

ตำบลฉีถัง

สถานีตำรวจ

“ฮัลโหล ที่นี่สถานีตำรวจตำบลฉีถัง อำเภอเจียจินครับ” โอเปอเรเตอร์รับสาย

“…”

สถานีตำรวจตำบลฉีถังมีตำรวจแบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยจะผลัดกันเข้าเวรวันละกลุ่ม

ตำรวจที่เข้าเวรจะแบ่งเป็นสองประเภท คือ ตำรวจธุรการกับตำรวจสายตรวจ และตำรวจสืบสวน

ประเภทแรกทำงานเอกสารและออกตรวจพื้นที่ในตอนกลางวัน ส่วนประเภทหลังต้องเตรียมพร้อมรับแจ้งเหตุและออกปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง

แต่เนื่องจากคนที่สอบติดตำรวจในตำบลฉีถังได้ล้วนเป็นผู้ฝึกอสูรกันทั้งนั้น ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา ดังนั้นตำรวจที่เข้าเวรตามปกติก็สามารถรับมือกับคดีต่างๆ ได้สบายๆ แทบจะไม่เคยมีสถานการณ์ที่ต้องระดมกำลังตำรวจทั้งสองกลุ่มออกปฏิบัติหน้าที่พร้อมกันเลย

แต่ในเวลานี้ ตำรวจที่เข้าเวรทั้งสองกลุ่มกลับถูกระดมกำลังออกไปจนหมด

รถตำรวจสี่คัน พร้อมกับสัตว์อสูรสายบินสามตัว คือ พิราบบ้านตุ้ยนุ้ย อินทรีวายุ และนกกระจอกเพลิงคำราม มุ่งหน้าไปทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง

บนหลังอินทรีวายุ

“นี่เธอบอกฉันทีสิว่าปากของกว่างเป้ยมันทำด้วยอะไร? พูดอะไรก็เป็นอย่างนั้น หางกั่งมีตั้งหลายที่ ทำไมโจวเซี่ยนถึงต้องมาที่ตำบลเราด้วยเนี่ย ซวยจริงๆ เลย” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว

“พวกเราไปกันแค่นี้จะจับโจวเซี่ยนได้เหรอคะ? ในประวัติบอกว่าเขาเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C มีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพตั้งสองตัวเลยนะคะ” เยี่ยหรั่นหรั่นถามด้วยความเป็นห่วง

“จับไม่ได้หรอก” หญิงวัยกลางคนตอบ

เยี่ยหรั่นหรั่น: “…”

หญิงวัยกลางคนเว้นจังหวะไปนิดนึง ก่อนจะพูดต่อ “ความจริงพวกเราควรจะไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของโจวเซี่ยนไว้ก่อน แล้วรอให้เบื้องบนส่งคนมาจัดการ แต่คนที่โทรมาแจ้งเหตุเบอร์โทรกลับไม่ติดน่ะสิ”

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ

ผ่านไปสักพัก เยี่ยหรั่นหรั่นก็พูดขึ้น “ถึงแม้จะพูดแบบนี้อาจจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนน้องสาวฉันเพิ่งจะไปที่เขาหวงหมิงมา โชคดีที่เธอไม่เจอใครแล้วกลับมาได้อย่างปลอดภัย”

หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ “นั่นสิ ได้ยินมาว่าคนที่โทรแจ้งเหตุเป็นผู้หญิงด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว”

……

เขาหวงหมิง

เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมสีม่วงที่จ้องเขม็งมาที่เธอ ทำให้ใจเธอหล่นวูบ

วิญญาณหมวกหิน?

แล้วเสี่ยวสวินเป่าของเธอล่ะ?!

เฉียวซางมองซ้ายมองขวาหา

ก็เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยเดินโซเซออกมาจากข้างหลังวิญญาณหมวกหิน แก้มสีเทาของมันแดงระเรื่อ

มันค่อยๆ ลอยมาเกาะบนหัวเฉียวซาง หาจุดที่สบายที่สุดแล้วฟุบหลับตาลง ท่าทางเหมือนคนเมาไม่มีผิด

ปลอดภัยก็ดีแล้ว…

เฉียวซางถอนหายใจด้วยความโล่งอก โบกมือขวาเก็บผีค้นสมบัติตัวน้อยเข้าคัมภีร์อสูรเป็นครั้งแรก

วิญญาณหมวกหินหรี่ดวงตาสีม่วงลง ก้มมองเจ้านายที่นอนอยู่บนพื้น

บนหัวมีปูดลูกเบ้อเริ่ม สองมือก็ถูกมัดไว้ สภาพดูน่าอนาถกว่าตอนแรกซะอีก

“หมวกหิน! หมวกหิน!”

วิญญาณหมวกหินร้องด้วยความโกรธจัด

รูม่านตาสีม่วงของมันหดเล็กลง ดวงตาเปล่งประกายแสงสีม่วงออกมา

วินาทีต่อมา ร่างของมันก็หายไป พื้นดินบริเวณที่มันเคยอยู่ก็กลายเป็นสีดำสนิทและขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว จนรัศมีกว้างประมาณ 4 เมตรถึงได้หยุดลง

เฉียวซางใจหายวาบ

นี่มันทักษะกลืนกินรัตติกาล

แตกต่างจากทักษะกินฝันที่จะกลืนกินความฝันของเป้าหมายในขณะหลับ และฟื้นฟูพลังงานให้ตัวเองจากครึ่งหนึ่งของความเสียหายที่ทำได้

ทักษะกลืนกินรัตติกาลสามารถลากเป้าหมายที่กำลังตื่นอยู่เข้าสู่ความมืดมิด และสร้างความเสียหายเพื่อฟื้นฟูพลังงานให้ตัวเองได้

เรียกได้ว่าเป็นทักษะกินฝันขั้นกว่าเลยก็ว่าได้

สีหน้าของเฉียวซางเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

จะทำยังไงดี?

หมาเขี้ยวไฟไม่มีทางเอาชนะวิญญาณหมวกหินได้แน่ๆ นี่พวกเธอจะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ?

วิญญาณหมวกหินหลอกง่ายขนาดนั้น ถ้าตอนนี้เธอล้วงนมออกมาให้มันกินสักขวด มันจะยังได้ผลอยู่ไหมนะ?

แต่ว่า… นมมันอยู่ในห่วงของผีค้นสมบัติตัวน้อยหมดเลยนี่สิ…

ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่นั้น หมาเขี้ยวไฟก็กระโดดขึ้นไปคร่อมบนตัวผู้ชายคนนั้น อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง

“โฮ่ง!”

“โฮ่งๆ!”

หมาเขี้ยวไฟก้มหัวลงไปจ่อที่คอของผู้ชายคนนั้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ส่งเสียงขู่คำราม

เฉียวซางมองดูการกระทำของหมาเขี้ยวไฟแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลย

เชี่ย!

หยาเป่าที่แสนซื่อของเธอ ทำไมถึงได้… ฉลาดแบบนี้!

ไปเรียนรู้มาจากไหนเนี่ย?

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นฉากแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลยนะ…

ในเวลาเดียวกัน แม่ลูกหนูแม่เหล็กที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกคุ้นๆ กับภาพนี้เหมือนกัน

“หมวกหิน!”

“หมวกหิน!”

วิญญาณหมวกหินรีบโผล่ออกมาทันที กลัวว่าถ้าช้าไปเจ้านายของมันจะโดนงับคอขาดตายซะก่อน

“หยาเป่า ค้างท่านี้ไว้ ห้ามขยับเด็ดขาดนะ!” เฉียวซางร้องสั่งอย่างตื่นเต้น

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟก้มหัวลงค้างไว้ตามคำสั่ง

มันรู้ดีว่าต้องทำให้สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนี้ยอมจำนนให้ได้ เหมือนกับที่ผู้ฝึกอสูรของมันทำกับหนูแม่เหล็กเมื่อกี้นี้ไง

“ยกเลิกทักษะซะ” เฉียวซางฉวยโอกาสขู่

“หมวกหิน”

วิญญาณหมวกหินพยักหน้ารับ วินาทีต่อมา สีดำบนพื้นดินก็ค่อยๆ จางหายไป

“เอาเครื่องตัดสัญญาณออกมา” เฉียวซางบอก

เมื่อกี้เธอยังโทรศัพท์ได้อยู่เลย แต่วิญญาณหมวกหินโผล่มาสัญญาณก็หายวับไปทันที เธอสงสัยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ

“หมวกหิน?”

วิญญาณหมวกหินเอียงคอ ไม่เข้าใจความหมาย

เฉียวซางเห็นปฏิกิริยาของวิญญาณหมวกหินก็ตกใจ หรือว่าเธอจะเดาผิด?

ตอนนั้นเอง สัตว์อสูรสายบินสีเหลืองที่มีปีกแหว่งไปข้างหนึ่งก็เดินกะเผลกๆ เข้ามาในสายตาของเฉียวซาง

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note