You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฉียวซางยังคงอยู่ในอาการอกสั่นขวัญแขวน

ในขณะที่นกฮูกศรเพลิงซึ่งเป็นตัวที่คาบเธอมาบินมาส่ง ได้หันหลังบินจากไปอย่างหล่อเหลา

เรียกได้ว่าทำภารกิจเสร็จก็สะบัดเสื้อจากไป ซ่อนเร้นทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศ

ทางด้านโหวเซี่ยงอวี่ที่ยังคงนั่งอยู่บนอัฒจันทร์โซน B กำลังมองดูเฉียวซางและเวยเหวินย่าถูกนกฮูกศรเพลิงกับนางแอ่นสี่ทิศคาบขึ้นไปบนเวทีทีละคนด้วยสีหน้างงเป็นไก่ตาแตก

พิธีมอบรางวัลเริ่มแล้วเหรอ?

แล้วเขาล่ะ?

ยังไงเขาก็ได้ที่สามนะเฮ้ย!

ทำไมไม่มาคาบเขาขึ้นไปบ้างล่ะ?

ไม่มีรัศมีเอาซะเลย!

หรือว่าจะให้เขาเดินขึ้นไปเอง?!

ยังไม่ทันที่เขาจะได้บ่นในใจต่อ ร่างกายก็เสียสมดุลกะทันหัน แล้วลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศ

“อ๊ากกกกกก!”

เฉียวซางมองดูโหวเซี่ยงอวี่ที่ถูกนกฮูกบินร่างกำยำบินโฉบมาจากนอกสนามแล้วคาบขึ้นมาบนเวทีด้วยสีหน้าเหม่อลอย

ที่แท้การมองดูคนอื่นถูกคาบขึ้นเวทีมันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง…

โคตรน่าอายเลย…

เฉียวซางตัดสินใจแล้ว

ถ้าเดี๋ยวทางผู้จัดงานให้เธอพูดความรู้สึกที่ได้แชมป์ล่ะก็ เธอจะต้องด่าสักสองสามประโยคต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้ให้ได้

ของรางวัลเริ่มแจกจากอันดับที่สาม ไม่นานก็วนมาถึงคิวของเธอ

ของรางวัลสำหรับอันดับหนึ่งคือ เงินสด 200,000 เหรียญพันธมิตร พร้อมกับไข่สัตว์อสูร 1 ฟอง

แต่สิ่งที่ถูกส่งมาใส่มือเฉียวซางในตอนนี้ กลับไม่ใช่ไข่สัตว์อสูร แต่เป็นคูปองแลกไข่สัตว์อสูรที่สามารถไปเลือกเองได้ตามใจชอบที่ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูร

ผู้จัดงานใจป้ำสุดๆ!

เฉียวซางถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ในตอนแรกแพลตฟอร์มประกาศของรางวัลอันดับหนึ่งไว้ว่าคือไข่สัตว์อสูรแบบสุ่ม 1 ฟอง

เธอยังนึกว่าที่ผู้จัดงานไม่ยอมประกาศสายพันธุ์ไข่ตั้งแต่แรกก็เพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้นซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะให้เธอไปเลือกเองที่ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรโดยตรงเลย

ถึงแม้คูปองใบนี้จะจำกัดให้เลือกไข่สัตว์อสูรที่มีมูลค่าไม่เกิน 500,000 เหรียญพันธมิตรก็เถอะ

แต่นี่ก็ดีกว่าการถูกยัดเยียดสายพันธุ์ที่ไม่ได้เลือกเองใส่มือมาตั้งไม่รู้กี่เท่า

โควตาการทำพันธสัญญาของผู้ฝึกอสูรมีจำกัดเพียงไม่กี่ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งล้วนต้องผ่านการคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทั้งสิ้น

หากเป็นเพราะข้อจำกัดทางเงื่อนไขจนทำให้ไม่มีทางเลือก นั่นก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเลือกได้ ก็ย่อมต้องเลือกตัวที่ถูกใจที่สุดอยู่แล้ว

เป้าหมายสำหรับการทำพันธสัญญาตัวที่สองของเฉียวซาง เธอเล็งสัตว์อสูรธาตุน้ำ ธาตุพืช หรือไม่ก็ธาตุบินเอาไว้

พอมีงบประมาณในระดับนี้ ตัวเลือกก็มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น

“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางครับ สำหรับการคว้าอันดับหนึ่งในครั้งนี้ มีอะไรอยากจะกล่าวไหมครับ?” พิธีกรเอ่ยถาม

“ก่อนอื่นฉันต้องขอขอบคุณแม่ของฉันค่ะ เป็นเพราะการสนับสนุนของแม่ ฉันถึงได้ทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟได้ ลำดับต่อมาฉันต้องขอขอบคุณหมาเขี้ยวไฟที่คอยอยู่เคียงข้างฉันมาตลอด ถ้าไม่มีมันฉันก็คงไม่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ และสุดท้ายฉันต้องขอขอบคุณผู้จัดงาน…”

หลังจากขั้นตอนการถ่ายรูปหมู่ของพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้น เฉียวซางก็เรียกซาตั๋วที่เพิ่งถ่ายรูปด้วยกันอยู่ข้างๆ เอาไว้ “คุณซาตั๋วคะ ฉันมีเพื่อนคนนึงเป็นแฟนคลับของคุณค่ะ”

……

เฉียวซางกลับมาที่อัฒจันทร์

ช่วงสุดท้ายของการแข่งขันร้อยหน้าใหม่คือการสุ่มหาผู้โชคดีห้าคน ซึ่งไป๋อวิ๋นเหมี่ยวไม่ถูกสุ่มชื่อ

“คุณอัจฉริยะเฉียว คูปองไข่สัตว์อสูรของเธอจะไปดูเลยไหม หรือจะรอให้คัมภีร์อสูรเปิดหน้าสองได้ก่อนแล้วค่อยไปล่ะ?” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวถามด้วยรอยยิ้ม โดยไม่มีท่าทีผิดหวังเลยสักนิด

“ฉันว่าพรุ่งนี้จะไปดูที่ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรเลยน่ะ” เฉียวซางตอบกลับ

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวกำลังจะอ้าปากถามต่อ แต่กลับเห็นคุณอัจฉริยะเฉียวล้วงกระดาษใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นมาตรงหน้าเธอ

“เมื่อกี้ฉันไปขอลายเซ็นซาตั๋วมาให้ นี่จ้ะ”

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวอึ้งไปพักใหญ่ รับกระดาษมาแล้วก้มลงมองด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

ครู่ต่อมา

“กรี๊ด! คุณอัจฉริยะเฉียว ฉันรักเธอที่สุดเลย!” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวพุ่งเข้ากอดเฉียวซางหมับ

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟที่โดนหนีบอยู่ตรงกลางร้องประท้วงขึ้นมา

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวรีบผละออกทันที กลัวว่าหมาเขี้ยวไฟจะงับเธอเข้าให้

……

ณ คาเฟ่แห่งหนึ่งใกล้กับสวนโซ่วเค่อ

แสงไฟสีวอร์มไลท์ที่ประดับประดาอยู่ภายในร้านสาดส่องลงบนกำแพง สร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเงียบสงบ

สัตว์อสูรสีชมพูทั้งตัวใช้มือทั้งสองข้างประคองถาดที่มีกาแฟสามแก้ววางอยู่ เดินมาที่โต๊ะของลูกค้าหญิงริมหน้าต่างกระจก

“หลี่”

มันวางกาแฟลงบนโต๊ะทีละแก้ว ดวงตาเรียวยาวทรงรีสีน้ำตาลของมันหยีลงเป็นรอยยิ้ม

“ท่านนี้คือ?” ซ่งหยวนเอ่ยถาม

“นี่เพื่อนฉันเองค่ะ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยว” เฉียวซางแนะนำ

“สวัสดีค่ะ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวตีหน้านิ่ง พยายามทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุม

เฉียวซางรู้สึกจนใจนิดๆ ตั้งแต่ที่เธอเอาลายเซ็นซาตั๋วให้ไป ก็เห็นได้ชัดเลยว่าไป๋อวิ๋นเหมี่ยวยกระดับมิตรภาพของพวกเธอขึ้นไปอีกขั้นแล้ว

เรื่องอะไรที่ไม่เคยคุยไม่เคยถามเมื่อก่อน ตอนนี้ก็พรั่งพรูเล่าออกมาซะหมดเปลือก

ปกติตอนกลับบ้านพวกเธอต้องนั่งรถเมล์คนละสาย หลายวันก่อนพอออกจากลานประลองก็แยกย้ายกันกลับตลอด

แต่คราวนี้ พอคุยกันว่าจะต้องไปคุยเรื่องธุรกิจ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็เป็นห่วง ดึงดันจะตามมาด้วยให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าสังคมมันโหดร้าย เฉียวซางเพิ่งจะอายุ 15 เอง อาจจะโดนหลอกได้ง่ายๆ

“เพื่อนของเธอน่ารักจังเลยนะ สมกับเป็นเพื่อนคนสวยก็ต้องเป็นคนสวยเหมือนกัน” ซ่งหยวนเอ่ยชม

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวหน้าแดงระเรื่อทันที ก้มหน้าก้มตาบิดไปบิดมาด้วยความเขินอาย

เฉียวซาง: “…”

แค่โดนชมแค่นี้ก็เสียอาการแล้ว เธอต่างหากล่ะที่น่าจะโดนหลอกง่ายกว่า

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี ซ่งหยวนก็เข้าประเด็นทันที

“นี่คือสัญญาที่ฉันร่างไว้ ลองอ่านดูก่อนนะ ถ้ามีตรงไหนไม่พอใจก็บอกฉันได้เลย”

เฉียวซางรับสัญญามาอ่านอย่างละเอียด

3 นาทีต่อมา

“สัญญาพรีเซ็นเตอร์นี้ฉันเซ็นได้แค่ครึ่งปีนะคะ” เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมาบอก

“ทำไมล่ะคะ ข้อเสนอที่ฉันให้เธอยังไม่พอใจเหรอ?” ซ่งหยวนขมวดคิ้ว

ข้อเสนอที่เธอให้ถือว่าดีมากแล้ว เฉียวซางคว้าแชมป์ร้อยหน้าใหม่มาได้ก็จริง

แต่ตำแหน่งแชมป์นี้ ขอแค่ผ่านไปไม่กี่วันกระแสก็ตกแล้ว และจะไม่สามารถดึงดูดลูกค้าหรือสร้างกระแสได้อีก

หลังจากนั้นก็ต้องพึ่งพาการโปรโมตและบรรจุภัณฑ์ของทางร้านเธอเอง

ค่าพรีเซ็นเตอร์ปีละ 600,000 เหรียญพันธมิตร นี่คือราคาที่เธอเสนอให้เพราะเห็นถึงศักยภาพของเฉียวซางและอยากจะผูกมิตรไว้ต่างหาก

“เป็นเพราะหมาเขี้ยวไฟจะวิวัฒนาการในอีกครึ่งปีข้างหน้าน่ะค่ะ แต่ในสัญญาระบุว่าเป็นหมาเขี้ยวไฟ ไม่ใช่หมาเพลิงแผดเผา พอถึงตอนนั้นในอีกครึ่งปีข้างหน้า สัตว์อสูรที่ปรากฏตัวก็จะไม่ใช่ในรูปลักษณ์ของหมาเขี้ยวไฟแล้ว ฉันก็คงจะผิดสัญญาแน่ๆ ค่ะ” เฉียวซางตอบอย่างรอบคอบ

การเป็นพรีเซ็นเตอร์แว่นตากันแดดต้องถ่ายแบบสินค้าขายดีรุ่นใหม่ทุกไตรมาส ในอีกครึ่งปีข้างหน้า หมาเขี้ยวไฟคงไม่สามารถมาถ่ายแบบสินค้าตัวนี้ได้อีกแล้ว

ซ่งหยวน: “…”

อีกครึ่งปีจะวิวัฒนาการ?

ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน…

จากตำแหน่งแชมป์ร้อยหน้าใหม่งั้นเหรอ…

สัตว์อสูรที่ทำสัญญาด้วยคือหมาเขี้ยวไฟนะ ไม่ใช่หนอนปล้องฝ้าย…

ชั่วขณะหนึ่ง ซ่งหยวนเริ่มรู้สึกเสียใจที่มาทาบทามเฉียวซางเป็นพรีเซ็นเตอร์

มักจะมีผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่บางคนที่พอเอาชนะคู่แข่งได้ไม่กี่คน มีความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ก็มักจะหลงระเริงมองไม่เห็นความเป็นจริง ต้องรอให้เวลาผ่านไปสักพักถึงจะตื่นจากฝัน

ไม่คิดเลยว่าเฉียวซางก็จะเป็นคนแบบนี้เหมือนกัน

“ครึ่งปีก็ครึ่งปีค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรอย่างอื่น เดี๋ยวฉันจะพิมพ์สัญญาฉบับจริงตามนี้เลยนะคะ” ซ่งหยวนพยักหน้ารับ

ถึงแม้ในใจเธอจะเริ่มมีอคติกับเฉียวซางบ้างแล้ว แต่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม ไม่ได้แสดงความแตกต่างอะไรไปจากปกติ

แต่เฉียวซางก็สัมผัสได้อย่างไวว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายดูเย็นชาขึ้นมาก

แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

แค่คิดตื้นๆ ไปว่าอีกฝ่ายคงไม่พอใจที่เธอเซ็นสัญญาแค่ครึ่งปี

เมื่อตกลงเรื่องสัญญากันเรียบร้อย ทั้งสามคนก็คุยสัพเพเหระกันต่ออีกนิดหน่อย จู่ๆ ซ่งหยวนก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “จริงสิ หมาเขี้ยวไฟมีชื่อว่าอะไรเหรอ?”

เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับอย่างลังเล “ชื่อเหรอคะ?”

ซ่งหยวน: “…”

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวหันมาหัวเราะ “เขาถามว่าเธอตั้งชื่อให้หมาเขี้ยวไฟว่าอะไรน่ะ แต่เธอน่าจะยังไม่ได้ตั้งใช่ไหมล่ะ”

ซ่งหยวนเสริมต่อ “แบบนี้ไม่ได้นะคะ ถึงเวลาที่เราจะโปรโมต จะมาเรียกแต่หมาเขี้ยวไฟ หมาเขี้ยวไฟตลอดก็ไม่ได้ ต้องมีชื่อเรียกเฉพาะเพื่อให้แตกต่างจากหมาเขี้ยวไฟตัวอื่นๆ สิคะ เธอคิดว่าชื่อ ‘เขี้ยวหล่ออันดับหนึ่งแห่งหางกั่ง’ เป็นไงบ้างคะ?”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note