You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางคะ?” นักข่าวเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

“ถามมาเถอะค่ะ” เฉียวซางตอบตกลง

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

“ขอถามหน่อยนะคะ ว่าทำไมคุณถึงตัดสินใจมาร่วมการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ในครั้งนี้?” นักข่าวหันไปให้สัญญาณตากล้องเตรียมตัว ก่อนจะเริ่มตั้งคำถาม

“เพราะคนคนหนึ่งค่ะ” เฉียวซางตอบสั้นๆ

“โอ๊ะ? ขอถามได้ไหมคะว่าเป็นใคร?” ดวงตาของนักข่าวเป็นประกายขึ้นมาทันที

ในฐานะนักข่าวที่ดี ย่อมต้องมีความไวต่อการจับประเด็นข่าว จากคำตอบของเฉียวซางเมื่อครู่นี้ เธอคิดพาดหัวข่าวไว้ในใจเสร็จสรรพแล้ว

[เฉียวซาง ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรก เข้าร่วมการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ก็เพื่อเขาคนนี้!]

“ไป๋อวิ๋นเหมี่ยว เพื่อนของฉัน แล้วก็เป็นคู่แข่งของฉันด้วยค่ะ” เฉียวซางพูดพลางดึงแขนไป๋อวิ๋นเหมี่ยวมายืนข้างๆ

ตากล้องแพนกล้องตามไปอย่างรู้งาน

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยว: “!!!”

คุณอัจฉริยะเฉียว ฉันรักเธอที่สุดเลย!

……

ช่วงบ่าย เป็นการแข่งขันเพื่อเข้าสู่รอบ 64 คนสุดท้าย

เฉียวซางนั่งรถไปที่ลานฝึกสัตว์อสูรแบบเปิดโล่งที่เธอไปเป็นประจำ โดยไม่ได้แวะไปที่ลานประลองอีก

เมื่อสองวันก่อน เงินในกระเป๋าเธอร่อยหรอจนหมด การฝึกของหมาเขี้ยวไฟก็เลยต้องชะงักลง

พอไม่มีนมฉีหยวนคอยช่วยฟื้นฟูพละกำลัง ไม่ว่าจะฝึกวิ่งเพิ่มความเร็ว หรือฝึกพ่นไฟ ก็ทำได้แค่ชั่วโมงเดียวก็หมดแรงแล้ว แถมกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ก็ต้องใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวัน

โชคดีที่สองวันให้หลัง ซึ่งก็คือวันนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นวันรับเงินค่าขนมนั่นเอง

แม่โอนเงินมาให้เธอแต่เช้าตรู่ 5,000 เหรียญพันธมิตร

ตั้งแต่ทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟ เงินค่าขนมของเธอก็พุ่งพรวดขึ้นมาถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

ถึงแม้เงิน 5,000 เหรียญพันธมิตรจะดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์อสูร แต่สำหรับเฉียวซางที่กำลังถังแตก มันก็เหมือนสายฝนชโลมใจเลยล่ะ

หมาเขี้ยวไฟทนกินปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานแล้วพยายามพ่นไฟอยู่หลายวันแต่ก็ไม่เห็นผล จนในที่สุดมันก็ยอมฟังคำแนะนำของเฉียวซาง แล้วกลับมาฝึกตามตารางปกติ

4 ชั่วโมงต่อมา

【ชื่อ: หมาเขี้ยวไฟ】

【ธาตุ: ไฟ】

【ระดับ: ขั้นต้น (156/1000) +】

【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 74/100) + , พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 344/500) + , เขี้ยวอัคคี (ขั้นชำนาญ 563/2000) + , ประกายไฟ (ขั้นชำนาญ 697/2000) + , แยกร่างเงา (ขั้นเริ่มต้น 62/100) + , วังวนเปลวเพลิง (ขั้นเริ่มต้น 92/100) +】

【คะแนน 141】

สองวันก่อนหน้านี้ หมาเขี้ยวไฟกินปีกไก่ย่างแล้วฝึกพ่นไฟด้วยตัวเอง เปลวไฟที่พ่นออกมาส่วนใหญ่กลายเป็นวังวนเปลวเพลิง ทำให้ตัวเลขของทักษะนี้พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ส่วนคะแนนด้านล่างสุด ก็เพิ่มขึ้นมา 32 คะแนนจากการประลองสองครั้งที่ผ่านมา

คราวนี้หารลงตัวแฮะ…

ดูเหมือนว่าคู่แข่งทั้งสองน่าจะมีฝีมือสูสีกัน

พอกลับถึงบ้าน เฉียวซางก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูวิดีโอย้อนหลังของการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ในช่วงบ่ายทันที

ดูไปได้สักพัก ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ

5 นาทีต่อมา

เฉียวซางก็ถึงบางอ้อ

ทำไมคอมเมนต์ถึงน้อยลงล่ะ?

ต้องเข้าใจก่อนนะว่า ถึงปกติคนดูจะไม่เยอะ แต่คอมเมนต์ก็ยังมีวิ่งผ่านหน้าจอให้เห็นอยู่ตลอด แต่ไหงวันนี้คอมเมนต์กลับเหลือแค่หลักหน่วยซะงั้น

ผ่านไปสักพัก ก็มีคอมเมนต์หนึ่งวิ่งผ่านหน้าจอมา

[พี่น้องทั้งหลาย ฉันขอตัวก่อนนะ การแข่งขันของเทพหยาเริ่มแล้ว]

เทพหยา

ในประเทศหลง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกขนานนามด้วยชื่อนี้ นั่นก็คือ หลินหยา ผู้ซึ่งเคยเป็นตัวแทนประเทศหลงไปแข่งขันสตาร์คัพมาแล้วถึงสามครั้ง

เฉียวซางรีบปิดโทรศัพท์มือถือ แล้ววิ่งไปเปิดทีวีที่ห้องนั่งเล่นทันที

ไม่ต้องเปลี่ยนช่องเลย เพราะพอการแข่งขันสตาร์คัพเริ่มขึ้น แทบจะทุกช่องก็พากันถ่ายทอดสดกันหมด

ในหน้าจอ สัตว์อสูรสายบินที่มีขนสีส้ม มงกุฎสีม่วงบนหัว จะงอยปากสั้นสีดำ และมีสิ่งคล้ายเสาสามต้นยื่นออกมาจากแผ่นหลัง กำลังหอบหายใจอยู่กลางอากาศ

รอบตัวมันมีกระแสไฟฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวเป็นสนามแม่เหล็กที่ทรงพลัง

แม้จะมองผ่านหน้าจอ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามของพลังนั้น

เฉียวซางจำได้ทันที นี่คือ เหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วง สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ

ในฐานะสัตว์อสูรคู่กายของเทพหยา ไม่ว่ามันจะทำสัญญากับเขาเมื่อไหร่ หรือวิวัฒนาการตอนไหน ก็ถูกชาวเน็ตขุดคุ้ยมาหมดแล้ว แม้แต่เรื่องความรักของมันก็ไม่เว้น

ตอนที่มันถูกแฟนทิ้ง วันรุ่งขึ้นมันก็ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย

ห่างจากเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงไปไม่กี่ร้อยเมตร มีสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายมนุษย์สีขาวลอยตัวอยู่

ต้องเข้าใจก่อนนะว่า สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติส่วนใหญ่มักจะตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวิวัฒนาการ

อย่างเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ ก็มีขนาดตัวใหญ่โตเกือบ 100 เมตร

แต่สัตว์อสูรสีขาวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่เพียงแต่จะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์เท่านั้น แต่ขนาดตัวก็ยังพอๆ กับผู้ชายวัยผู้ใหญ่อีกด้วย

ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากมาก

เมื่อสัตว์อสูรทั้งสองมาอยู่ในเฟรมเดียวกัน ความแตกต่างจึงเห็นได้ชัดเจนมาก สัตว์อสูรสีขาวตัวนั้นมีขนาดไม่ถึงกรงเล็บของเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงด้วยซ้ำ

ในจอภาพ สัตว์อสูรรูปร่างมนุษย์ยกมือที่เป็นกรงเล็บขึ้น ทันใดนั้นพื้นที่ลานประลองก็มืดสนิทลง ร่างสีขาวของมันกลืนหายไปในความมืด

เฉียวซางอึ้งไปครู่หนึ่ง รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาข้อมูลทันที

ในฐานะสัตว์อสูรที่ลงแข่งสตาร์คัพ ข้อมูลของพวกมันย่อมหาได้ง่ายๆ บนอินเทอร์เน็ต

ไม่นานเฉียวซางก็เจอข้อมูลของสัตว์อสูรสีขาวตัวนั้น

มันชื่อ อาร์เซียวไบส์

พอดูข้อมูลต่อ เธอก็ยิ่งตกตะลึง

สัตว์อสูรสีขาวรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวนี้ ดันเป็นสัตว์อสูรธาตุความมืดซะงั้น!

สัตว์อสูรธาตุความมืดก็ควรจะเป็นสีดำไม่ใช่เหรอ?

ทำไมถึงเป็นสีขาวล่ะ?!

แต่เฉียวซางก็ไม่กล้าตั้งข้อสงสัยอะไรมากนัก ก็แหม เธอเป็นแค่เด็กเรียนห่วยนี่นา…

“หมาเขี้ยวไฟ มานี่เร็ว!” เฉียวซางเรียก

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟซดนมฉีหยวนอึกใหญ่ในครัวเสร็จ ก็เดินนวยนาดออกมาหา

“แกคิดว่าสองตัวนี้ใครจะชนะ?” เฉียวซางชี้ไปที่ทีวีแล้วถาม

บนหน้าจอ สัตว์อสูรทั้งสองกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด

อาร์เซียวไบส์แฝงตัวอยู่ในความมืดมิด เคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว จนมองเห็นเป็นเพียงแค่เงาสีขาวจางๆ

เฉียวซางเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ

ถ้านายเป็นสัตว์อสูรธาตุความมืดสีดำปกติป่านนี้ก็ดีไปแล้ว เวลาซ่อนตัวในความมืดต่อให้เป็นเงาคนอื่นก็มองไม่เห็นหรอก

ทางด้านเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงก็คำรามก้องฟ้า สายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า ราวกับงูสายฟ้าที่อาบไปด้วยเปลวเพลิง พุ่งเข้าใส่ความมืดมิดที่อาร์เซียวไบส์สร้างขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องกัมปนาท น่าเกรงขามสุดๆ

หมาเขี้ยวไฟจ้องมองอยู่พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจได้

“โฮ่ง”

มันชี้ไปที่เหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงที่สวมมงกุฎสีม่วงบนหัว แล้วเห่าตอบอย่างมั่นใจ

เฉียวซางรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที

เทพหยา… คงไม่แพ้หรอกมั้ง…

สัตว์อสูรทั้งสองปะทะกันในทีวีอยู่ประมาณ 3-4 นาที พลังของสายฟ้าก็เริ่มอ่อนแรงลง ในขณะที่เงาสีขาวยังคงผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในความมืด

“อาซิ่ว หลบเร็ว!”

เฉียวซางดูมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้ยินเสียงออกคำสั่งของหลินหยา

ทันใดนั้น หลุมดำก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วง กรงเล็บสีขาวพุ่งออกมาจากหลุมดำ พร้อมกับลูกบอลพลังงานธาตุความมืดที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง

วินาทีต่อมา พลังงานนั้นก็พุ่งเข้าใส่หัวของเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงอย่างจัง

“จื่ออี๋!!!”

“พระเจ้าช่วย! ผมเห็นอะไรเนี่ย! อาร์เซียวไบส์โผล่มาเหนือหัวเหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงเฉยเลย! อาร์เซียวไบส์สองตัว! หรือว่าอาร์เซียวไบส์ในหมอกดำเมื่อกี้จะเป็นตัวปลอม?!” พิธีกรบรรยายด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

ในขณะที่เหยี่ยวสายฟ้ามงกุฎม่วงร่วงหล่นลงมาจากฟ้า หมอกดำก็จางหายไป เงาสีขาวเมื่อกี้ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ส่วนในหลุมดำ ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวออกมา

นั่นก็คือ อาร์เซียวไบส์ นั่นเอง

“ขอแสดงความยินดีกับคลีการ์ที่คว้าชัยชนะในนัดนี้ไปได้! และกลายเป็นผู้เข้าแข่งขันคนที่สองที่ผ่านเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายของการแข่งขันสตาร์คัพในปีนี้!”

สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร เฉียวซางก็หันขวับไปมองหมาเขี้ยวไฟที่ทำหน้าซื่อตาใสอยู่ข้างๆ ทันที

จู่ๆ เธอก็เกิดไอเดียประหลาดๆ ขึ้นมาในหัว

บางทีเธออาจจะใช้หมาเขี้ยวไฟทำนายผลการแข่งขันก่อน แล้วค่อยไปแทงพนันสตาร์คัพก็ได้นี่นา…

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note