You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ขณะที่ผู้ประกาศข่าวสาวกำลังรายงานข่าว ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิดตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากปากซอกซอย จึงถ่ายให้เห็นเพียงแค่เงาคนลางๆ พอกดซูมเข้าไปก็ยิ่งเบลอ

แต่ก็ยังพอจะดูออกว่าเป็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งกับสัตว์อสูรสีแดง

แม่จ้องมองทีวีแล้วหรี่ตาลง ถามขึ้น “ทำไมคนนี้ถึงดูหน้าตาคล้ายๆ แกเลยล่ะ?”

เฉียวซางพยายามปั้นหน้าให้ดูปกติที่สุด “ก็คนสวยๆ หน้าตาก็คล้ายๆ กันหมดนั่นแหละค่ะ”

แม่: “…”

หมาเขี้ยวไฟดื่มน้ำในแก้วจนหมดเกลี้ยง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นภาพที่กำลังฉายอยู่บนทีวีพอดี

“โฮ่งๆ!”

“โฮ่งๆ!”

หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บชี้ไปที่ทีวีด้วยความประหลาดใจสุดขีด

มันไปอยู่ในทีวีได้ยังไงเนี่ย?!

แม่เห็นดังนั้นก็ถามขึ้น “หมาเขี้ยวไฟพูดว่าอะไรน่ะ?”

เฉียวซางตอบกลับหน้าตาเฉย “มันบอกว่าคนในทีวีสวยดีค่ะ”

“โฮ่งๆ!”

“โฮ่งๆ!”

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟใช้เสียงแหบแห้งของมันพยายามอธิบายอย่างบ้าคลั่ง

มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!

แต่มันกับผู้ฝึกอสูรของมันไปอยู่ในทีวีต่างหากล่ะ!

แม่หันมามอง

เฉียวซางรีบทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาทันที “มันบอกว่ามันเห็นด้วยกับหนูค่ะ”

หมาเขี้ยวไฟ: “…”

……

เฉียวซางกลับเข้าห้องมา นับเงินที่เหลืออยู่ทั้งหมด

4,663 เหรียญพันธมิตร

ตั้งแต่ได้กำไรจากการแทงพนันครั้งที่สองในเว็บไซต์สตาร์คัพ เฉียวซางก็ถอนเงินออกมาเป็นเงินสดทั้งหมด เพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวแล้วเผลอเอาไปแทงพนันอีก

เงินแค่นี้ คงพอจะเอาไปซ่อมกำแพงได้อยู่มั้ง…

เฉียวซางคำนวณดูในใจ กำแพงที่หมาเขี้ยวไฟพ่นไฟใส่จนพัง มีแค่ส่วนตรงกลางเท่านั้น ถึงเวลาแค่ซ่อมเฉพาะตรงกลางก็น่าจะพอแล้วล่ะ

คิดได้ดังนั้น เธอก็หยิบเงิน 1,000 เหรียญพันธมิตรออกมาจากกองเงิน 4,663 เหรียญพันธมิตร แล้ววางแยกไว้อีกกอง

หลังจากประเมินค่าเสียหายเรียบร้อย เฉียวซางก็หยิบกระดาษกับปากกามานั่งเขียนจดหมายขอโทษความยาวประมาณ 500 คำ ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง

จากนั้นก็นำจดหมายขอโทษและเงินอีก 3,500 เหรียญพันธมิตรใส่ซองจดหมาย แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเรียกใช้บริการ ตีตี๋เดลิเวอรี่

ตีตี๋เดลิเวอรี่ เป็นบริการจัดส่งสิ่งของภายในเมืองที่ทั้งสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารหรือสิ่งของ ก็สามารถจัดส่งถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็ว

แตกต่างจากพนักงานส่งของในชาติก่อน ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นพนักงานส่งของของตีตี๋เดลิเวอรี่ล้วนเป็นผู้ฝึกอสูรที่มีเวลาว่างทั้งสิ้น

ผู้ฝึกอสูรบางคนก็ใช้เวลาว่างมารับงานพิเศษหาเงินเข้ากระเป๋า

แน่นอนว่างานพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ให้สัตว์อสูรเป็นคนไปส่งให้ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ฝึกอสูรไปส่งเองหรอก

ถ้าโชคดีเจอพนักงานที่มีสัตว์อสูรสายพลังจิตรับออเดอร์ไปล่ะก็ อาจจะใช้เวลาแค่ 10 วินาทีก็ส่งของถึงที่หมายได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว

สองนาทีต่อมา

“ก๊าซซซซ!!!”

“เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร?!” เฉียวซางตกใจสะดุ้ง

หมาเขี้ยวไฟตัวสั่นเทา ใช้กรงเล็บชี้ไปที่ขอบหน้าต่างห้อง

เฉียวซางมองตามไป

ก็เห็นสัตว์อสูรสีดำตัวกลมๆ ขนาดเท่าลูกฟุตบอลตัวหนึ่งเกาะอยู่ตรงหน้าต่าง ดวงตาสีแดงเข้มจ้องมองมาที่เธอเขม็ง

พอเห็นเฉียวซางมองมา มันก็แสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาววับ

จากนั้นร่างที่ไร้แขนขาของมันก็งอกมือที่มีเพียงสองนิ้วออกมา เคาะกระจกหน้าต่างก๊อกๆ

เฉียวซางตั้งสติได้ อ้อ ที่แท้ก็ ปีศาจน้อยดูดจ๊วบ นี่เอง

ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรสายภูตผี การปรากฏตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้มันก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่ปฏิกิริยาของหมาเขี้ยวไฟนี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยหรือเปล่า

ตามหลักแล้ว หมาเขี้ยวไฟไม่น่าจะเป็นพวกขี้ขลาดขนาดนี้นี่นา

เฉียวซางเดินไปเปิดหน้าต่าง

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟวิ่งปรู๊ดไปแอบอยู่ข้างเตียง โผล่มาแค่หัวเพื่อแอบดูปีศาจน้อยดูดจ๊วบ

ปีศาจน้อยดูดจ๊วบลอยเข้ามาข้างใน แสยะยิ้มโชว์เขี้ยวอีกครั้ง แล้วใช้มือสองนิ้วล้วงเข้าไปในร่างกายของมัน ค้นหาของอยู่พักหนึ่ง

ไม่นานก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมา

มันกดโทรศัพท์สองสามที หน้าแอปของเฉียวซางก็เด้งข้อความแจ้งเตือนว่าพนักงานจัดส่งพัสดุมาถึงแล้ว

เฉียวซางยื่นซองจดหมายพร้อมเงิน 150 เหรียญพันธมิตรให้ไป

ตีตี๋เดลิเวอรี่ให้ผู้ใช้บริการกำหนดค่าบริการได้เอง หากอีกฝ่ายตกลงก็จะรับงาน เฉียวซางตั้งค่าบริการไว้ที่ 150 เหรียญพันธมิตร

สถานที่ที่เธอจะส่งพัสดุไปก็คือสำนักงานเขตถนนเจียงอี๋ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเธอไม่ไกลเท่าไหร่นัก

ปีศาจน้อยดูดจ๊วบรับซองจดหมายและเงินพันธมิตรไป แล้วยัดเข้าไปในร่างกายของมัน

มันแสยะยิ้มโชว์เขี้ยวทักทายตามมารยาทอีกครั้ง ก่อนจะลอยจากไป

“โฮ่ง!”

“โฮ่งๆ!”

พอเห็นปีศาจน้อยดูดจ๊วบไปแล้ว หมาเขี้ยวไฟถึงยอมโผล่ตัวออกมา แล้วเห่าโวยวายใส่ผู้ฝึกอสูรของมันยกใหญ่

ไอ้ตัวน่ากลัวแบบนั้น ทำไมมันถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ!

เฉียวซางฟังคำพูดของหมาเขี้ยวไฟแล้วก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

เธอนึกออกแล้ว ปีศาจน้อยดูดจ๊วบก็คือสัตว์อสูรในหนังผีที่เธอเคยเปิดให้หมาเขี้ยวไฟดูเมื่อตอนนั้นนี่นา…

นี่มันยังจำฝังใจมาจนถึงตอนนี้เลยเหรอ?

หมาเขี้ยวไฟดูเหมือนจะเป็นพวกขวัญอ่อนแฮะ…

แบบนี้ถ้าอนาคตต้องไปเจอสัตว์อสูรสายภูตผี จะสู้ไหวได้ยังไง

หรือว่าเธอควรจะให้หมาเขี้ยวไฟดูหนังผีบ่อยๆ เพื่อฝึกความกล้า หรือไม่ก็พามันไปเที่ยวบ้านผีสิงดูบ้างดี…

หมาเขี้ยวไฟรู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ จนเผลอสั่นตัวไปนิดนึง

……

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

เฉียวซางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟ

“โฮ่งๆ!”

“โฮ่งๆ!”

หมาเขี้ยวไฟเห่าอย่างกระปรี้กระเปร่า ไม่เหลือคราบหมาขี้ตกใจและหวาดกลัวแบบเมื่อคืนเลยสักนิด

เฉียวซางพลิกตัว “ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยเถอะ”

อุตส่าห์สอบเข้ามัธยมปลายเสร็จ ได้หยุดพักผ่อนทั้งที ถ้าไม่ตื่นสายตามใจชอบ ชีวิตนี้มันจะไปมีความหมายอะไร

“โฮ่งๆ!”

เมื่อเห็นผู้ฝึกอสูรของมันยังไม่ยอมลุก หมาเขี้ยวไฟก็ใช้ปากคาบผ้าห่มดึงออกไป

หลังจากโดนก่อกวนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเฉียวซางก็ไม่ได้สัมผัสกับความหมายของชีวิตแต่อย่างใด

……

กลับมาที่ลานฝึกสัตว์อสูรแบบเปิดโล่งที่เดิมเมื่อวาน

หมาเขี้ยวไฟกัดปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานเข้าไปหนึ่งคำ แล้วก็เริ่มฝึกพ่นไฟ

เฉียวซางยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิดในใจ ความหงุดหงิดที่โดนปลุกแต่เช้าปลิวหายวับไปหมด

สัตว์อสูรของตัวเองอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาฝึกฝน แถมยังมาปลุกเธออีก ยิ่งไปกว่านั้น ยังยอมทนความทรมานจากความเผ็ดสุดขีดเพื่อที่จะเรียนรู้ทักษะฝนสะเก็ดไฟที่เธอแต่งเรื่องหลอกมันอีก

นี่มันทำให้ผู้ฝึกอสูรอย่างเธอรู้สึกละอายใจจริงๆ

เฉียวซางคิดหาทางออกไม่ออกเลย

หมาเขี้ยวไฟมุ่งมั่นอยากจะเรียนทักษะฝนสะเก็ดไฟให้สำเร็จให้ได้ แต่การที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นจะเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้นั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

การเรียนรู้ทักษะใหม่ไม่เหมือนกับการเพิ่มระดับความชำนาญ เธอไม่มีนิ้วทองคำมาช่วยในเรื่องนี้

ทุกอย่างต้องอาศัยความพยายามของมันเองล้วนๆ

หลังจากหมาเขี้ยวไฟใช้พลังงานในร่างกายไปจนเกือบหมด มันก็แลบลิ้นเดินเข้ามาหาผู้ฝึกอสูรของมัน

เฉียวซางกะจังหวะได้พอดี ยื่นนมฉีหยวนไปให้หนึ่งขวด

วันนี้นมฉีหยวนซื้อมาแค่สามขวด หลังจากจ่ายค่าซ่อมกำแพงไป 3,500 เหรียญพันธมิตร ทรัพย์สินของเธอก็เหลือเพียง 1,013 เหรียญพันธมิตรเท่านั้น

พอซื้อปีกไก่ย่างกับนมฉีหยวนเสร็จ ก็เหลือเงินแค่ 689 เหรียญพันธมิตร

เงินแค่นี้ เต็มที่ก็ใช้ชีวิตได้แค่สองวันเท่านั้นแหละ

เฉียวซางทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับการแข่งขันร้อยหน้าใหม่เท่านั้น

นั่นก็คือการแข่งขันในวันที่ 30 มิถุนายน ที่เปิดรับเฉพาะผู้ฝึกอสูรระดับ F ให้เข้าร่วม

เฉียวซางลงทะเบียนออนไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืน เธออ่านเงื่อนไขและกติกาแล้ว ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้ที่หนึ่งมาครองหรอก

การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ เปิดให้ผู้ฝึกอสูรระดับ F ทุกคนเข้าร่วมได้

นั่นหมายความว่า ต่อให้ผู้ฝึกอสูรคนนั้นจะปลุกคัมภีร์อสูรครั้งที่สองแล้ว และสัตว์อสูรทั้งสองตัวก็วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับกลางแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ไปสอบเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ E กับสมาพันธ์ ก็ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้

ถ้าเป็นแบบนี้ พวกผู้เข้าสอบที่เพิ่งจะสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จและเพิ่งจะเป็นผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่หมาดๆ พอมาลงแข่งก็คงได้แค่มาเดินเล่นเป็นตัวประกอบเท่านั้นแหละ

ส่วนใหญ่ก็คงมาช่วยสร้างสีสันให้การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ครึกครื้นขึ้นเท่านั้น

เฉียวซางไม่ได้หวังที่หนึ่ง แต่ก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องติดท็อป 10 ให้ได้

ก็แหม นอกเหนือจากอันดับ 1-3 แล้ว พวกอันดับ 4-10 ก็ยังมีเงินรางวัลปลอบใจตั้งคนละหมื่นเหรียญพันธมิตรเลยนะ ขืนหลุดท็อป 10 ไปล่ะก็ แม้แต่เศษเงินก็คงไม่ได้แอ้มหรอก…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note