ตอนที่ 36 ใครจะไปสอบไม่ติดกันล่ะ
แปลโดย เนสยังนักเพาะพันธุ์ อาชีพสุดมหัศจรรย์ที่ว่ากันว่าสามารถแยกแยะได้ว่าสัตว์อสูรไม่ได้อึมานานแค่ไหนแล้ว จากความถี่ของเสียงร้อง
ขอแค่สอบผ่านเป็นนักเพาะพันธุ์ ต่อให้เป็นแค่ระดับ F เพียงแค่มีชื่อแขวนไว้ในสมาคมเพาะพันธุ์ของเขตใดเขตหนึ่ง ในแต่ละปีก็จะมีเงินทุนสนับสนุนการเพาะพันธุ์ก้อนโตโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ถือเป็นการนอนกินเงินเดือนอย่างแท้จริง
ถ้าบอกว่าในหมู่ผู้ฝึกอสูรร้อยคนอาจจะมีนักเพาะพันธุ์สักคน งั้นในหมู่นักเพาะพันธุ์หมื่นคนก็ใช่ว่าจะมีนักเพาะพันธุ์ระดับ A โผล่มาสักคน
เฉียวซางตาลุกวาว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้เจอกับนักเพาะพันธุ์ระดับ A ตัวเป็นๆ
“สวัสดีค่ะท่านรองผู้อำนวยการ” เฉียวซางทักทายเสร็จ ก็จับหัวหมาเขี้ยวไฟหันไปทางหลิวเย่า “หมาเขี้ยวไฟ มาสิ ทักทายท่านรองผู้อำนวยการหน่อย”
“โฮ่ง” หมาเขี้ยวไฟเห่าทักทายอย่างมีมารยาท
แววตาของหลิวเย่ามีรอยยิ้มพาดผ่าน ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เฉียวซางก็โพล่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาก่อน “ท่านรองผู้อำนวยการคะ ท่านรู้ไหมคะว่าหมาเขี้ยวไฟของหนูไม่ได้ถ่ายหนักมานานแค่ไหนแล้ว?”
หลิวเย่า: “…”
“ฮ่าๆๆๆๆ…” เจิ้งกั๋วผิงที่อยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวหลุดขำก๊ากออกมา จนกระทั่งโดนหลิวเย่าถลึงตาใส่ถึงได้ยอมหุบปาก
เรื่องที่นักเพาะพันธุ์สามารถแยกแยะได้ว่าสัตว์อสูรไม่ได้อึมานานแค่ไหนจากความถี่ของเสียงร้องนั้น เป็นมุกตลกที่กำลังฮิตในอินเทอร์เน็ตช่วงนี้
ในรายการวาไรตี้หาคู่รายการหนึ่ง ผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 3 เป็นนักเพาะพันธุ์ เนื่องจากนิสัยเงียบขรึม หน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แถมสัตว์อสูรคู่กายยังเป็นสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณที่ไม่ค่อยมีใครชอบอีก เขาเลยต้องนั่งเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีผู้ร่วมรายการหญิงคนไหนเลือกเขาเลยตลอดแปดวันเต็ม
ทว่าในวันที่เก้า กวางเขาวายุของผู้ร่วมรายการหญิงหมายเลข 2 เกิดอาการปวดท้องอย่างหนักและส่งเสียงร้องไม่หยุด หลังจากกินอาหารพลังงานของผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 1 เข้าไป
ในขณะที่ทุกคนกำลังรุมต่อว่าผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 1 ผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 3 ที่แทบจะไม่มีตัวตนมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้น
“มันเป็นเพราะไม่ได้ขับถ่ายมา 20 กว่าวันแล้วต่างหากล่ะ ลำไส้ก็เลยอุดตัน ให้มันกินผลทะลวงลำไส้สักลูกเดี๋ยวก็หาย”
ผู้ร่วมรายการหญิงหมายเลข 2 ถึงกับอึ้ง เพราะกวางเขาวายุของเธอไม่ได้ขับถ่ายมา 23 วันแล้วจริงๆ
พอให้กวางเขาวายุกินผลทะลวงลำไส้และได้ปลดทุกข์แล้ว มันก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมจริงๆ
ผู้ร่วมรายการหญิงหมายเลข 2 ถามเขาว่ารู้เวลาที่แน่ชัดได้ยังไง ผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 3 ก็ตอบว่า อาศัยการฟังความถี่ของเสียงร้อง
คำตอบนี้ทำเอาทุกคนถึงกับตะลึง เรื่องแบบนี้มันฟังออกด้วยเหรอ?
ผู้ร่วมรายการชายหมายเลข 3 กลายเป็นหนุ่มฮอตขึ้นมาในพริบตา ในแต่ละวันมีแต่สาวๆ มารุมล้อมขอให้เขาช่วยฟังเสียงร้องสัตว์อสูรของพวกเธอ
หลิวเย่าในฐานะนักวิจัยหัวเก่า มีหรือจะเคยดูรายการวาไรตี้หาคู่อะไรเทือกนั้น เขามองดูหมาเขี้ยวไฟ แล้วตอบอย่างจนใจว่า:
“ฉันไม่รู้หรอก”
หลิวเย่าที่เป็นพวกหนอนหนังสืออาจจะไม่เก็ตมุกนี้ แต่เจิ้งกั๋วผิงน่ะเคยนั่งดูรายการนั้นเป็นเพื่อนภรรยามาแล้ว
มันฟังความถี่ของเสียงร้องออกซะที่ไหนล่ะ ความจริงก็คืออีตาเบอร์ 3 แอบส่งสัตว์อสูรสายภูตผีของตัวเองเข้าไปแอบฟังพวกผู้หญิงคุยกันในห้องต่างหากล่ะ!
เฉียวซางแค่เคยได้ยินมุกนี้มาเฉยๆ ไม่เคยดูรายการนี้เลยไม่รู้ความจริง เธอหลงคิดว่าเป็นเรื่องจริง พอได้ยินแบบนี้ก็เลยแอบผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไร และเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน “ถ้าให้หมาเขี้ยวไฟแช่น้ำพวกนั้นสักครึ่งเดือน มันจะช่วยเรื่องอะไรเหรอคะ?”
หลิวเย่าอธิบาย “ถ้าฉันดูไม่ผิด ตอนนี้หมาเขี้ยวไฟกำลังอยู่ในสภาวะใกล้จะถึงจุดวิกฤตแล้ว มันคล้ายๆ กับลางบอกเหตุว่ากำลังจะตื่นรู้ทักษะใหม่ น่าจะเป็นทักษะที่เกี่ยวกับความเร็ว หญ้าพลังงานกับผงคลายร้อนพวกนี้เป็นสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นพลังงานธาตุไฟให้ตื่นตัว การแช่น้ำสมุนไพรพวกนี้สักครึ่งเดือนอาจจะช่วยให้มันทะลวงผ่านจุดวิกฤตนี้ไปได้เร็วขึ้น”
เฉียวซางตกตะลึง เวลาผ่านไปแค่สิบกว่าวัน หมาเขี้ยวไฟก็เรียนรู้ทั้งทักษะประกายไฟและแยกร่างเงามาติดๆ กันแล้ว ตอนนี้กำลังจะมีทักษะใหม่อีกงั้นเหรอ?!
นี่มันหมาเขี้ยวไฟอัจฉริยะชัดๆ!
เฉียวซางมองหมาเขี้ยวไฟด้วยความตื่นเต้น แล้วบอกว่า “มาสิ หมาเขี้ยวไฟ รีบขอบคุณท่านรองผู้อำนวยการเร็วเข้า”
คำชี้แนะจากนักเพาะพันธุ์ระดับ A ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีโอกาสได้ฟังหรอกนะ
“โฮ่ง!” หมาเขี้ยวไฟเห่ารับอย่างหนักแน่น
ถึงมันจะฟังพวกคำว่าจุดวิกฤต หญ้าพลังงาน หรือลางบอกเหตุอะไรนั่นไม่รู้เรื่อง แต่ในเมื่อผู้ฝึกอสูรบอกให้ขอบคุณ มันก็ต้องทำตามนั้นแหละ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน
“แง้ว!!!”
หลิวเย่าเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรต่อ จู่ๆ ก็มีเสียงร้องโหยหวนอย่างเสียสติของแมวหูยาวดังมาจากด้านข้าง
เฉียวซางตกใจสะดุ้ง พอหันไปมองก็เห็นแมวหูยาวนอนขดตัวงอ เอาขาหน้าปิดหน้าเอาไว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ดูเจ็บปวดรวดร้าวปานจะขาดใจ
หมาเขี้ยวไฟก็สังเกตเห็นสภาพของแมวหูยาวเหมือนกัน
นี่คงไม่ได้โดนมันอัดจนร้องไห้หรอกนะ?!
ในวินาทีนี้ ความคิดของเฉียวซางกับหมาเขี้ยวไฟตรงกันเป๊ะ
เฉียวซางรู้สึกผิดนิดๆ เธอเดินเข้าไปหาเจิ้งอี้หนิง แล้วถามเสียงอ่อย “แมวหูยาวเป็นอะไรไปเหรอ?”
เจิ้งอี้หนิงหันมามองเธอแล้วยิ้มเจื่อนๆ “มันเป็นพวกรักความสะอาดน่ะ พอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองโดนลิ้นหยดน้ำเอาลิ้นเลียไปทั่วตัว มันก็เลยเป็นสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละ”
เฉียวซาง: “…”
เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นเลย!
หมาเขี้ยวไฟถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ใช่ฝีมือมันก็ดีแล้ว
“ครูคะ แมวหูยาวอยู่ในสภาพนี้แล้ว การประลองรอบต่อไปคงแข่งไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ” เจิ้งอี้หนิงหันไปบอกซุนป๋ออี้ที่อยู่ข้างๆ
“เธอจะขอสละสิทธิ์งั้นเหรอ?” ซุนป๋ออี้ถาม
“ฉันขอสละสิทธิ์ค่ะ” เจิ้งอี้หนิงตอบ
ตอนนี้เธอก็ได้เป็น 1 ใน 5 โควตาแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรต้องแข่งต่อ และตราบใดที่มีเฉียวซางอยู่ เธอก็ไม่มีทางได้ที่หนึ่งอยู่ดี อีกอย่างเธอไม่คิดว่าเฉียวซางจะแพ้หลี่หยางด้วย
“ตกลง” ซุนป๋ออี้พยักหน้า “งั้นการแข่งขันรอบสุดท้ายก็คือ เฉียวซาง กับ หลี่หยาง”
เดิมทีหลังจากเฉียวซางแข่งกับเจิ้งอี้หนิงเสร็จ คนแพ้ซึ่งก็คือเจิ้งอี้หนิง จะต้องไปแข่งกับหลี่หยางต่อ
แต่พอเจิ้งอี้หนิงขอสละสิทธิ์ เฉียวซางก็เลยต้องมาเจอกับหลี่หยางแทน
หลี่หยาง: “…”
เขาก็อยากสละสิทธิ์เหมือนกัน เป้าหมายที่มาสอบโควตาเพื่อให้ติด 1 ใน 3 เขาก็ทำสำเร็จแล้ว ยัยเด็กที่ชื่อเฉียวซางกับหมาเขี้ยวไฟของเธอนั้นโหดเหี้ยมเกินไป ขนาดหลูเหลียงเยี่ยยังสู้ไม่ได้ เขาเองก็คิดว่าคงสู้ไม่ไหวแน่ๆ แต่ถ้ายังไม่ได้ลองสู้แล้วขอยอมแพ้ไปดื้อๆ มันก็ดูปอดแหกเกินไปหน่อย…
…สัตว์อสูรของหลี่หยางคืองูหางสั้น ปลายหางมีพิษ เขี้ยวมีพิษ และเลือดในร่างกายก็มีพิษ
เฉียวซางประเมินสถานการณ์ แล้วก็วางแผนในใจเสร็จสรรพ
การประลองเริ่มต้นขึ้น—
หมาเขี้ยวไฟแยกร่างออกเป็นสองตัวทันที แล้ววิ่งวนรอบงูหางสั้นในระยะห่างประมาณ 5 เมตร ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนมองเห็นเป็นเพียงแค่เงารางๆ
ท่ามกลางเงารางๆ นั้น ก็มีประกายไฟพ่นออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
งูหางสั้นพยายามมองตามการเคลื่อนที่ของหมาเขี้ยวไฟทั้งสองตัวจนตาลาย ในชั่วขณะที่มันกำลังมึนงง ก็ถูกเปลวไฟหลายลูกพุ่งเข้าชนอย่างจัง เรียกได้ว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวไปไหนก็ถูกจัดการไปอย่างหมดจด
หลี่หยางรู้สึกเสียใจสุดๆ ถ้ารู้ว่าจุดจบมันจะอนาถขนาดนี้ เขาสู้หาข้ออ้างขอยอมแพ้ไปตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า!
นี่มันฝีมือของผู้ฝึกอสูรมือใหม่ที่ไหนกัน พวกเด็ก ม.ปลาย ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนผู้ฝึกอสูรก็คงมีฝีมือประมาณนี้แหละมั้ง!
หลูเหลียงเยี่ยยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยความพึงพอใจ พอเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ เขาก็ดูไม่น่าอนาถเท่าไหร่นี่นา
“เฉียวซางเป็นฝ่ายชนะ”
ซุนป๋ออี้ประกาศผลการแข่งขันจบ ก็เรียกผู้ชนะทั้งห้าคนมารวมตัวกัน
“ผลการสอบโควตาในครั้งนี้จะประกาศลงบนเว็บไซต์ของโรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยในอีกสองวันข้างหน้า รอจนพวกเธอสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จและคะแนนออกแล้ว ค่อยนำใบรายงานผลการเรียนมารายงานตัวที่โรงเรียนของเรา หากคะแนนสอบเข้ามัธยมปลายไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เราก็จะเลื่อนอันดับให้ผู้สมัครโควตาคนอื่นขึ้นมาแทน”
ผู้เข้าสอบที่ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกแต่ยังไม่ได้กลับตื่นเต้นขึ้นมาทันที นี่หมายความว่าเขายังมีหวังอยู่ใช่ไหม!
แต่วินาทีต่อมาเขาก็ต้องห่อเหี่ยวลงอีกครั้ง ขอแค่สอบโควตาผ่าน อย่าว่าแต่อันดับหนึ่งเลย ต่อให้อันดับสองถึงห้าก็ต้องการคะแนนสูงกว่าเกณฑ์คะแนนต่ำสุดแค่ 50 คะแนนเท่านั้น
คะแนนแค่นี้ ใครจะไปสอบไม่ติดกันล่ะ
เฮ้อ…
(จบตอน)

0 Comments