You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เวลา 15.23 น. หลังจากการฝึกถ่วงน้ำหนักสิ้นสุดลง หมาเขี้ยวไฟก็เดินมาหาเฉียวซาง

หลังจากปรับตัวเข้ากับการฝึกในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พละกำลังของหมาเขี้ยวไฟก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนตอนนี้เมื่อฝึกเสร็จก็ยังสามารถยืนทรงตัวได้อย่างมั่นคง

เฉียวซางหยิบขวดนมฉีหยวนที่พกติดตัวมายื่นส่งให้

ด้วยปริมาณการฝึกในปัจจุบัน ทำให้หมาเขี้ยวไฟต้องดื่มนมฉีหยวนถึงวันละ 8-9 ขวดเลยทีเดียว

เมื่อเห็นหมาเขี้ยวไฟซดนมฉีหยวนรวดเดียวหมดไปสามขวด เฉียวซางก็เริ่มเกิดอาการวิตกกังวลเรื่องการเงินขึ้นมาอีกแล้ว

เงินนี่มันช่างละลายหายไปไวเหมือนโกหกจริงๆ ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ เธอเหลือเงินสกุลพันธมิตรอยู่แค่ราวๆ 3 หมื่นเหรียญเท่านั้น คาดว่าพอหมดวันนี้ ทรัพย์สินของเธอคงจะนำหน้าด้วยเลข 2 แล้วล่ะ

ยังไงก็ต้องหาทางหาเงินให้ได้

ไม่ใช่ว่าเฉียวซางไม่เคยคิดจะขอเงินจากแม่ดื้อๆ หรอกนะ แต่พอเห็นแม่ต้องออกไปทำงานแต่เช้าตรู่กลับมาก็มืดค่ำ แถมพอกลับถึงบ้านยังต้องมาทำกับข้าวให้เธอและทำอาหารพลังงานให้สัตว์อสูรอีก เธอก็เลยเอ่ยปากขอไม่ลงจริงๆ

แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการสอบเข้ามัธยมปลาย เรื่องหาเงินคงต้องพับเก็บไว้ก่อน

รอจนหมาเขี้ยวไฟดื่มนมฉีหยวนเสร็จ เฉียวซางก็พามันไปขึ้นรถเมล์สาย 28

…… ร้านหนังสือซินไห่

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ในร้านหนังสือจึงมีผู้คนพลุกพล่าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเป็นพวกนักเรียน

เฉียวซางยืนอยู่ตรงโซนหนังสือมัธยมต้นบนชั้นสองเพื่อเลือกหนังสือที่อยากซื้อ เธอตั้งใจจะซื้อชุดข้อสอบจริงของการสอบเข้ามัธยมปลายกลับไปฝึกทำสักหน่อย

จังหวะที่เฉียวซางเลือกหนังสือเสร็จและกำลังจะเดินลงไปชั้นล่าง ก็มีเสียงหนึ่งร้องเรียกเธอเอาไว้

“คนสวย!” “จอมยุทธ์!” “แม่นางจอมยุทธ์!” “คนสวยที่พาหมาเขี้ยวไฟมาด้วยคนนั้นน่ะ!”

คราวนี้เฉียวซางหันขวับกลับไปมอง ดูเหมือนว่าทั้งร้านหนังสือจะมีแค่เธอคนเดียวที่มีหมาเขี้ยวไฟอยู่ข้างๆ

เห็นเพียงเด็กสาวมัดผมทรงดังโงะไว้หน้าม้าซีทรูคนหนึ่งกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา “ทำไมเธอถึงไม่สนใจฉันเลยเนี่ย?” เด็กสาวบ่นอุบ

หน้าตาคุ้นๆ แฮะ… เฉียวซางนึกไม่ออกชั่วขณะว่าเคยเจอเด็กสาวคนนี้ที่ไหน แต่ก็มั่นใจว่าเคยเจอแน่ๆ

“โฮ่ง” หมาเขี้ยวไฟส่งเสียงร้อง เห็นได้ชัดว่ามันจำได้ว่าคนตรงหน้าคือใคร หมาเขี้ยวไฟรู้จักคนคนนี้ด้วยเหรอ?

“เธอนี่เอง เมื่อกี้ฉันไม่ได้สังเกตน่ะ” เฉียวซางตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แต่ฉันจำเธอได้ตั้งแต่แวบแรกเลยนะ โดยเฉพาะหมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ เธอน่ะ มันสะดุดตาจะตายไป” เด็กสาวยิ้ม

เฉียวซางกะพริบตาปริบๆ เป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายพูดต่อ

“เรื่องบนรถเมล์คราวที่แล้วฉันยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลยนะ แต่ฉันก็ส่งข้อความไปหาเธอแล้วล่ะ แต่เธอไม่เห็นตอบฉันเลย” เด็กสาวพูดต่อ

เฉียวซางนึกออกแล้ว ที่แท้ก็คือคนที่นั่งข้างเธอตอนเกิดเรื่องบนรถเมล์วันที่เธอได้เงินรางวัล 5 หมื่นเหรียญนั่นเอง ชื่อว่า ไป๋อวิ๋นเหมี่ยว

“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้เช็กข้อความในมือถือน่ะ” เฉียวซางอธิบาย หลายวันที่ผ่านมานี้เธอเอาแต่ยุ่งอยู่กับการฝึกหมาเขี้ยวไฟและอ่านหนังสือ แทบจะไม่ได้แตะโทรศัพท์เลยจริงๆ

“แม่นางจอมยุทธ์นี่ไม่เหมือนใครจริงๆ ด้วย ขนาดมือถือยังอดใจไม่ดูได้เลย ถ้าเป็นฉันนะ ทำไม่ได้หรอก” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวพูดด้วยความเลื่อมใส

พูดจบเธอก็สังเกตเห็นหนังสือในมือเฉียวซาง จึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “เธอซื้อข้อสอบจริงเข้ามัธยมปลายไปทำไมเหรอ?” “ก็อีกไม่กี่วันจะสอบเข้ามัธยมปลายแล้วไม่ใช่เหรอ?” เฉียวซางตอบกลับด้วยคำถาม

“สอบเข้ามัธยมปลายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอที่ซื้อ… เชี่ย!” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวเพิ่งจะรู้ตัว

คราวนี้เสียงของเธอไม่ได้ถูกกดให้เบาลงเหมือนตอนที่เรียกร้องความสนใจเมื่อครู่นี้ แต่กลับตะโกนออกมาดังลั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียงนั้นดังทะลุกลางปล้องขึ้นมาในร้านหนังสือที่เงียบสงบจนดูผิดสังเกตสุดๆ

คนที่ยืนอ่านหนังสืออยู่รอบๆ พากันขมวดคิ้วหันมามอง

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวรีบยกมือขึ้นปิดปาก ก่อนจะจ้องมองเฉียวซางด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วกระซิบถามเสียงแผ่ว “นี่ยังเป็นเด็กมัธยมต้นอยู่เหรอเนี่ย?” “ฉันดูไม่เหมือนเหรอ?” เฉียวซางรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ นี่หน้าเธอแก่แดดเกินวัยขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ไม่ใช่ๆ ฉันก็แค่คิดไม่ถึงน่ะ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวรีบส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน พอมาคิดดูดีๆ เด็กสาวตรงหน้านี้ก็ดูอายุน้อยกว่าเธอจริงๆ นั่นแหละ แค่เธอไม่ได้เอาไปเชื่อมโยงกับเด็กมัธยมต้นก็เท่านั้นเอง

ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่มองทักษะปะการังแปดท่อออกจนจับโจรได้ แถมยังทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟ จะเป็นแค่เด็กมัธยมต้น? ยังไม่ทันจบมัธยมต้นก็ทำสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้ว นี่มันหมายความว่ายังไง? หมายความว่าเธอคืออัจฉริยะที่ตื่นรู้ด้วยตนเองยังไงล่ะ! คนเก่งระดับนี้ ในโรงเรียนของพวกเขาไม่มีเลยสักคนเดียว

มิน่าล่ะถึงได้กล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟตั้งแต่ตัวแรก แถมยังฝึกหมาเขี้ยวไฟได้เชื่องขนาดนี้ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวแอบปรายตามองหมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ อย่างเนียนๆ

“แล้วทำไมเธอถึงยังต้องสอบเข้ามัธยมปลายอีกล่ะ? อัจฉริยะอย่างเธอควรจะได้โควตาเข้าเรียนเลยไม่ใช่เหรอ?” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวถาม “นี่เธอมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่าอัจฉริยะหรือเปล่า?” เฉียวซางถอนหายใจ จะมีอัจฉริยะที่ไหนต้องมานั่งกังวลว่าจะสอบผ่านเกณฑ์คะแนนต่ำสุดของการสอบเข้ามัธยมปลายได้หรือเปล่าเหมือนเธอไหมล่ะ

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวคิดว่าเธอแค่ถ่อมตัว จึงถามต่อ “แล้วเธอเตรียมจะสอบเข้าโรงเรียนไหนล่ะ?” “โรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ย” เฉียวซางตอบ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวส่งสายตาแบบ ‘กะไว้แล้วเชียว’ มาให้

เฉียวซางขี้เกียจอธิบายว่าผลการเรียนตัวเองห่วยแตกขนาดไหน ตอนนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง จึงกล่าวลาก่อน “ฉันต้องกลับไปทำข้อสอบแล้ว ขอตัวก่อนนะ” จังหวะที่เฉียวซางหันหลังกลับ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็คว้าแขนเธอไว้ แล้วทำหน้าออดอ้อน “อัจฉริยะ เธอยังไม่ได้บอกชื่อฉันเลยนะ” เฉียวซาง: “…”

…… …… บนรถเมล์สายที่นั่งกลับบ้าน หมาเขี้ยวไฟก็ยังคงเอาแต่ชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างตามปกติ ส่วนเฉียวซางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะเมมชื่อไป๋อวิ๋นเหมี่ยว

พอเปิดหน้าแอปส่งข้อความขึ้นมา ถึงได้เห็นตัวเลข 99+ สีแดงเด่นหราอยู่ที่มุมขวาบน เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดเข้าไปดู

เพื่อนร่วมชั้นที่ปกติไม่ค่อยได้คุยกัน ต่างก็พากันส่งข้อความมาถามไถ่ว่าเธอเป็นอะไรไป ในสายตาของเพื่อนร่วมชั้น การที่จู่ๆ ก็ลาหยุดไปนานขนาดนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบเข้ามัธยมปลาย จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ

เฉียวซางรู้สึกซาบซึ้งใจนิดๆ จึงทยอยตอบกลับไปทีละคนว่าเธอไม่เป็นไร หลังจากซาบซึ้งใจเสร็จ เธอก็เหลือบไปเห็นข้อความหนึ่งจากแม่ที่ส่งมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน

【โรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรหางกั่งแห่งที่หกสอบโควตาวันไหนล่ะ เดี๋ยวแม่จะโทรไปขอลาหยุดกับครูให้】

เฉียวซางใจคอไม่ดี รีบกดโทรออกทันที ไม่นานปลายสายก็รับ “แม่คะ แม่โทรหาครูแล้วเหรอคะ?” เฉียวซางถามด้วยความร้อนรนใจ “โทรแล้ว” “แม่คะ ความจริงแล้วหนู…” “แต่โทรไม่ติดหรอก” เฉียวซางล้มเลิกความตั้งใจที่จะสารภาพความจริงทันที

“ความจริงแล้วแกมีอะไร?” แม่ถาม “ความจริงแล้วหนูอยากสอบเข้ามัธยมเซิ่งสุ่ยน่ะค่ะ” เฉียวซางเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “วันสอบโควตาของสองโรงเรียนนี้มันชนกันงั้นเหรอ?”

“ไม่ค่ะ โรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรแห่งที่หกสอบวันที่ 9 มิถุนายน ส่วนมัธยมเซิ่งสุ่ยสอบวันที่ 10 มิถุนายน ห่างกันแค่วันเดียวเองค่ะ” เฉียวซางตอบ “งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่ ก็ไปสอบมันทั้งสองที่เลยสิ” แม่บอก

ตอนแรกที่เยี่ยเซียงถิงไม่ได้ถามถึงวันสอบโควตาของมัธยมเซิ่งสุ่ย ก็เป็นเพราะเธอไม่ได้ใส่ใจนัก วันนั้นเธอทนเห็นสีหน้าท่าทางของครูที่โรงเรียนกับผู้หญิงคนนั้นไม่ไหวจริงๆ ด้วยความอารมณ์ชั่ววูบก็เลยบอกให้ลูกสาวไปสมัครสอบโควตาของมัธยมเซิ่งสุ่ยซะเลย

ผ่านไปสองวันพอเริ่มใจเย็นลง เธอก็รู้ตัวดีว่าลูกสาวมีโอกาสสอบไม่ติดถึง 99.99% เธอจึงไม่ได้พูดถึงเรื่องมัธยมเซิ่งสุ่ยต่อหน้าลูกสาวอีก แต่เห็นได้ชัดว่าลูกสาวยังคงฝังใจกับโควตาของมัธยมเซิ่งสุ่ยอยู่ เรื่องนี้เธอก็เป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาก่อนเองด้วย ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

ตอนนี้เยี่ยเซียงถิงได้แต่รู้สึกโชคดีที่วันสอบของโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรแห่งที่หกมาถึงก่อนมัธยมเซิ่งสุ่ย ไม่อย่างนั้นถ้าสอบของมัธยมเซิ่งสุ่ยก่อน แล้วเกิดมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของลูกสาวในการไปสอบของโรงเรียนที่หกในวันถัดมา คงไม่เป็นผลดีแน่

“แม่คะ แม่อย่าโทรเลยนะคะ หนูขอลาหยุดกับครูประจำชั้นเรียบร้อยแล้วค่ะ” เฉียวซางกำชับ “อืม แม่รู้แล้ว” เยี่ยเซียงถิงตอบ ในเมื่อลูกสาวโทรไปแล้ว เธอเองก็ไม่อยากจะโทรไปซ้ำรอยอีก ถ้าไม่ใช่เพราะทำเพื่อลูกสาว เธอก็ไม่อยากจะไปข้องแวะกับพวกครูพวกนั้นเลยสักนิด

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note