You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

การแพ้ทางธาตุเป็นสามัญสำนึกทั่วไป แน่นอนว่าเฉินถ่งถงย่อมรู้ดี

แต่เรื่องที่ไม่เคยประลองกับสัตว์อสูรธาตุไฟมาก่อนก็เป็นเรื่องจริง ทั้งโรงเรียนของเขามีคนจริงแค่สองคนเท่านั้นที่กล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรก

แถมทั้งสองคนนั้นยังอยู่ ม.5 ทั้งคู่ ส่วนรุ่นของพวกเขาไม่มีเลยสักคนเดียว

การข่มทางธาตุมันจะรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? เฉินถ่งถงถึงกับซึมเศร้าไปเลย

เขาจ่ายเงินไปอย่างคนเหม่อลอย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเดินจากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งเจียงหลิวตบไหล่เขาเบาๆ

“ทำไมแกไม่ขอเพิ่มเพื่อนแล้วโอนเงินให้เขาวะ จะได้ส่งแชทเขามาให้ฉันด้วยไง”

เฉินถ่งถง: “…ไสหัวไปเลย!”

……

หลังจากเฉียวซางประลองไปได้สามรอบ แม่ก็โทรศัพท์มาหา

“ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?”

เฉียวซางดูเวลา 18.17 น. แล้ว

โรงเรียนมัธยมต้นเหวินเฉิงเลิกเรียนตอน 17.00 น. ตรง บ้านก็อยู่ใกล้โรงเรียน นั่งรถเมล์แค่สิบกว่านาทีก็ถึงแล้ว ปกติต่อให้โอ้เอ้ยังไง 17.30 น. ก็ควรจะถึงบ้านแล้ว

“หนูพาหมาเขี้ยวไฟมาฝึกซ้อมอยู่น่ะค่ะ” เฉียวซางตอบ

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาว่า “รีบๆ กลับมาล่ะ ข้าวเย็นหมดแล้ว”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

วางสายเสร็จ เฉียวซางก็ดึงกระดาษที่แปะอยู่บนกระเป๋าเป้ออก

ผลลัพธ์ในวันนี้ไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับเธอเอาเสียเลย ช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเลิกเรียนมันสั้นนิดเดียว พอเธอประลองไปได้แค่สามรอบ คนก็กลับกันไปจนเกือบหมดแล้ว

ประสิทธิภาพมันต่ำเกินไป

เฉียวซางรู้สึกว่าการมาดักรอหน้าโรงเรียนคนอื่นแบบนี้มันไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งจิตสำนึกเข้าไปในคัมภีร์อสูร

【ชื่อ: หมาเขี้ยวไฟ】 【ธาตุ: ไฟ】 【ระดับ: ขั้นต้น (115/1000) +】 【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 74/100) + , พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 138/500) + , เขี้ยวอัคคี (ขั้นเริ่มต้น 5/100) + , ประกายไฟ (ขั้นเริ่มต้น 5/100) +】 【คะแนน: 55】

ตัวเลขของทักษะทุกท่าเพิ่มขึ้นมาไม่มากก็น้อย แต่ทำไมคะแนนพวกนี้ถึงไม่เป็นจำนวนทวีคูณของ 3 ล่ะ หรือว่าเอาชนะสัตว์อสูรแต่ละตัวแล้วจะได้คะแนนไม่เท่ากันงั้นเหรอ?

วันนี้เธอประลองไปสามรอบ นกพิราบน้อยตุ้ยนุ้ย หนอนปล้องฝ้าย และจิ้งจอกทรายขาว ล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นทั้งนั้น สิ่งเดียวที่แตกต่างกันคือ นอกจากหนอนปล้องฝ้ายที่ถูกจัดการในคราวเดียวแล้ว ตัวอื่นๆ ต้องสู้กันอยู่หลายกระบวนท่า

หรือว่าหนอนปล้องฝ้ายเป็นตัวดึงคะแนนให้ต่ำลง?

เฉียวซางมองดูข้อมูลตรงหน้า แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“หมาเขี้ยวไฟ แกใช้ท่าเขี้ยวอัคคีหน่อยสิ” เฉียวซางเอ่ยขึ้น

“โฮ่ง”

แม้หมาเขี้ยวไฟจะไม่เข้าใจความหมายของเฉียวซาง แต่มันก็ยังเชื่อฟัง ยอมใช้ท่าเขี้ยวอัคคีออกมาอย่างว่าง่าย และเนื่องจากไม่มีเป้าหมายให้โจมตี ไม่นานเปลวไฟก็ถูกเก็บกลับเข้าไป

เฉียวซางกลับเข้าไปดูในคัมภีร์อสูรอีกครั้ง

【ชื่อ: หมาเขี้ยวไฟ】 【ธาตุ: ไฟ】 【ระดับ: ขั้นต้น (115/1000) +】 【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 73/100) + , พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 135/500) + , เขี้ยวอัคคี (ขั้นเริ่มต้น 6/100) + , ประกายไฟ (ขั้นเริ่มต้น 3/100) +】 【คะแนน: 55】

ตัวเลขหลังท่าเขี้ยวอัคคีเพิ่มขึ้นมาแล้ว!

ถ้างั้นก็หมายความว่าแค่ฝึกเอง โดยไม่ต้องมีเป้าหมายโจมตี ระดับความชำนาญของทักษะก็เพิ่มขึ้นได้น่ะสิ!

เมื่อก่อนเธอคิดผิดไปเอง ระดับความชำนาญของทักษะล้วนเกิดจากการฝึกฝน ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายให้โจมตีเสมอไปถึงจะเพิ่มระดับความชำนาญได้

แต่ถ้าปล่อยทักษะแค่ครั้งเดียวก็เพิ่มระดับความชำนาญได้ งั้นสัตว์อสูรของทุกคนก็ฝึกทักษะจนถึงขั้นบรรลุอรหันต์ได้หมดเลยน่ะสิ?

เฉียวซางไม่รู้ว่าระดับความชำนาญทักษะของคนอื่นเป็นยังไง แต่ของเธอดูเหมือนว่าจะปล่อยทักษะ 1 ครั้ง ระดับความชำนาญก็จะเพิ่มขึ้น 1 แต้มจริงๆ ด้วย

เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง เฉียวซางจึงบอกให้หมาเขี้ยวไฟปล่อยท่าเขี้ยวอัคคีอีกครั้ง

พอหมาเขี้ยวไฟปล่อยท่าเสร็จ ก็เป็นไปตามคาด ตัวเลขของเขี้ยวอัคคีเปลี่ยนจาก 6 เป็น 7 จริงๆ

เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่ง ดึงจิตสำนึกออกจากคัมภีร์อสูร แล้วสั่งให้หมาเขี้ยวไฟลองปล่อยท่าเขี้ยวอัคคีรวดเดียว 100 ครั้งให้ดูหน่อย

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าหงึกๆ ทำท่าเหมือนบอกว่า ไว้ใจมันได้เลย

แต่ความเป็นจริงนั้นช่างโหดร้าย หลังจากที่หมาเขี้ยวไฟปล่อยท่าเขี้ยวอัคคีต่อเนื่องไปได้แค่สี่ครั้ง มันก็เหี่ยว… หงอยเหงาไปเลย

ตัวเลขของเขี้ยวอัคคีหยุดอยู่ที่ 10

การปล่อยทักษะแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานและพละกำลัง เห็นได้ชัดว่าหมาเขี้ยวไฟในตอนนี้สามารถใช้ท่าเขี้ยวอัคคีได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ก่อนหน้านี้หมาเขี้ยวไฟก็ประลองมาถึงสามรอบรวด พละกำลังและพลังงานก็ถูกใช้ไปไม่ใช่น้อยแล้ว

เฉียวซางลองกะประมาณดู หากอยู่ในสภาพที่พลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม การจะใช้ท่าเขี้ยวอัคคีต่อเนื่อง 10 ครั้งก็คงไม่ใช่ปัญหา

ตอนเช้าปล่อย 10 ครั้ง ตอนเย็นปล่อย 10 ครั้ง ผ่านไป 5 วัน ระดับความชำนาญของเขี้ยวอัคคีก็ไม่เท่ากับขั้นเชี่ยวชาญเลยเหรอเนี่ย?!

ทักษะของสัตว์อสูรจากขั้นเริ่มต้นไปสู่ขั้นเชี่ยวชาญมันพัฒนาได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

เฉียวซางลองทบทวนความรู้ด้านการฝึกอสูรอันน้อยนิดของเธอ

ไม่มีทาง

ต่อให้เป็นทักษะระดับต่ำ ถึงจะฝึกทุกวันก็ยังต้องใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะไต่ระดับจากขั้นเริ่มต้นไปถึงขั้นเชี่ยวชาญ และขั้นต่อไปจากเชี่ยวชาญก็คือขั้นชำนาญ ซึ่งพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แต่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งปี

เขี้ยวอัคคีเป็นทักษะระดับกลาง แค่จากขั้นเริ่มต้นไปขั้นเชี่ยวชาญก็ปาเข้าไป 5-7 เดือนแล้ว

แต่หมาเขี้ยวไฟใช้เวลาแค่ 5 วันก็ทำได้แล้ว

นี่มันพลังของนิ้วทองคำชัดๆ!

มีนิ้วทองคำแบบนี้แล้ว เธอยังจะกลัวว่าจะสอบโควตาของโรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยได้ที่หนึ่งไม่ได้อีกเหรอ? ถึงตอนนั้นก็อัปเกรดทักษะทุกท่าให้ถึงขั้นเชี่ยวชาญให้หมด พวกนั้นจะเอาอะไรมาสู้กับเธอ!

พอถึงตอนนั้น…

“โฮ่ง!”

เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงสติเฉียวซางให้กลับมาจากจินตนาการ

พอเฉียวซางได้สติ ก็เห็นว่าคนรอบข้างกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยสัญชาตญาณ

มุมปากที่ยกค้างไว้พอกลับมาเป็นปกติ ก็รู้สึกเมื่อยล้าที่กล้ามเนื้อนิดหน่อย

เฉียวซางถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยิ้มจนหน้าชาไปแล้ว…

“อะแฮ่ม เรากลับบ้านกันเถอะ” เฉียวซางอุ้มหมาเขี้ยวไฟขึ้นมาพูด

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บเล็กๆ ของมันชี้ไปที่ร้านบาร์บีคิวที่อยู่ไกลออกไป

เฉียวซางมองตามไป ก็รู้สึกหิวขึ้นมาเหมือนกัน ไม่งั้นทำไมอยู่ไกลขนาดนี้ถึงยังได้กลิ่นยี่หร่าลอยมาเตะจมูกได้ล่ะ

“ไม่ได้ ที่บ้านทำกับข้าวรอไว้แล้ว” เฉียวซางหันหน้าหนี พยายามอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุ

“โฮ่ง~” หมาเขี้ยวไฟเงยหน้าขึ้นมา ใช้ดวงตาที่ชุ่มชื้นเว้าวอนมองเฉียวซาง

เจ้าตัวน้อยนี่ดันรู้จักอ้อนซะแล้ว…

“ให้กินแค่สองไม้พอนะ” เฉียวซางยอมอ่อนข้อให้

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้ารับอย่างดีใจ

พอเดินมาถึงหน้าร้านบาร์บีคิว

“อ้าวหนู ยังไม่กลับอีกเหรอจ๊ะ” คุณป้าเจ้าของร้านบาร์บีคิวจำเฉียวซางได้

“ใช่ค่ะ” เฉียวซางตอบกลับพลางสูดดมกลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุย “ป้าคะ เอาเนื้อแกะย่าง 20 ไม้ค่ะ”

สรุปแล้ว เฉียวซางฟาดไป 5 ไม้ ส่วนหมาเขี้ยวไฟล่อไป 15 ไม้

ระหว่างทางกลับบ้าน เฉียวซางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดี๋ยวกินข้าวเย็น แกต้องทำเป็นเหมือนยังไม่อิ่มแล้วกินข้าวให้หมดนะ เข้าใจไหม?”

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟขานรับ แล้วก็เรอออกมาเสียงดัง

เฉียวซาง: “…”

เฉียวซางได้แต่ปลอบใจตัวเอง นั่งรถเมล์จากป้ายหน้าโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรแห่งที่สามสิบเจ็ดกลับบ้านต้องใช้เวลาตั้งครึ่งชั่วโมงกว่า ถึงตอนนั้นก็คงย่อยหมดแล้วมั้ง…

ปกติสัตว์อสูรก็กินอาหารของมนุษย์ได้ แต่ถ้าอยากให้เติบโตได้ดีและได้รับสารอาหารครบถ้วน ก็ต้องกินอาหารเฉพาะที่มีพลังงานแฝงอยู่

อาหารของสัตว์อสูรที่บ้าน ล้วนเป็นฝีมือแม่ที่ตั้งใจทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ใช่น้อย ถ้าเกิดหมาเขี้ยวไฟดันกินบาร์บีคิวจนอิ่ม แล้วกินอาหารที่แม่ทำไม่ลงล่ะก็…

เฉียวซางส่ายหัว ไม่กล้าคิดต่อเลยจริงๆ

จากตรงนี้ถ้านั่งรถไฟใต้ดินกลับบ้านก็ใช้เวลาแค่สิบกว่านาที แต่เพื่อหมาเขี้ยวไฟ เฉียวซางจึงเลือกที่จะนั่งรถเมล์กลับ

บนรถเมล์สาย 66 สงสัยจะเป็นเพราะใช้พลังงานไปเยอะแถมยังอิ่มแปล้ หมาเขี้ยวไฟจึงเกาะขอบหน้าต่างดูวิวข้างนอกเงียบๆ ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากทีเดียว

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note