ตอนที่ 111 สี่กลุ่ม
แปลโดย เนสยัง“เธอดึงฉันเข้ากลุ่มหน่อยสิ” เฉียวซางบอก
เมื่อวานพวกเธอแอดเพื่อนกันไว้แล้ว
“ได้สิ” จินเฟยฝานรับคำ
ไม่นาน โทรศัพท์ของเฉียวซางก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
หลังจากจัดการขนมจีบไปอย่างรวดเร็วสามคำ เฉียวซางก็หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมาดู
ชื่อกลุ่มตั้งไว้แบบเข้าใจง่ายเลยว่า ‘กลุ่มค่ายฝึกซ้อมนักเรียนใหม่’
รวมเธอด้วย ในกลุ่มมีสมาชิกทั้งหมด 14 คน เฉียวซางนึกถึงสิ่งที่รองผู้อำนวยการบอกเมื่อวานว่ามีครูสองคน ถ้ารวมครูเข้าไปด้วย จำนวนคนก็พอดีเป๊ะ
ประกาศของกลุ่มระบุเวลาและสถานที่นัดหมาย รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ เอาไว้
9 โมงเช้า ที่สนามฝึกซ้อมหมายเลข 2
เฉียวซางดูเวลา 7:45 น. ยังมีเวลาเหลือเฟือ
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เช้าตรู่ สมาชิกในกลุ่มก็คุยกันอย่างออกรสออกชาติแล้ว
เฉียวซางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนจากโหมดปกติเป็นโหมดปิดเสียง
ยังไงก็ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยตลอด ตอนไปเข้าค่ายจะให้มีเสียงดังรบกวนคงไม่ดีแน่
ในแชทกลุ่ม
[ฟางฉี: ใครที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เปลี่ยนชื่อในกลุ่มด้วยนะ ทุกคนต้องใช้ชื่อจริงของตัวเอง]
[เผิงเสี่ยวหยวน: โอ้โห คนครบแล้ว คนครบแล้ว]
[เจียงไน่: ดูจากรูปโปรไฟล์ น่าจะเป็นผู้หญิงนะเนี่ย]
[หวังจี้หัง: ทุกคนตื่นเช้ากันจังเลย]
[ลู่โย่ว: จินเฟยฝานเป็นคนดึงเข้ากลุ่ม น่าจะเป็นผู้ชายนะ]
[ฟางฉี: จินเฟยฝานเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ฉันจำได้ว่าเคยเห็นตอนสอบคัดเลือกนักเรียนโควตาพิเศษด้านการประกวดความงามนะ]
[เจียงไน่: จะมีผู้หญิงที่ไหนชื่อจินเฟยฝานกันล่ะ]
[หลูเหลียงเย่: ผู้หญิง]
[เจียงไน่: อ้าว นายรู้ได้ไงเนี่ย]
หลูเหลียงเย่นั่งพิงหัวเตียงมองข้อความในกลุ่ม
รู้ได้ไงน่ะเหรอ ก็เมื่อวานหลังจากออกมาจากห้องรองผู้อำนวยการ เขาก็เปิดดูรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม แล้วก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ตอนนี้คนครบแล้วนอกจากยัยนั่นแล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ
[หลูเหลียงเย่: ฉันหมายถึงคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่น่ะ เมื่อวานเพิ่งเจอเธอที่ห้องรองผู้อำนวยการ]
[เจียงไน่: ใครถามถึงคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ล่ะ พวกเรากำลังพูดถึงจินเฟยฝานอยู่ต่างหาก]
[หลูเหลียงเย่: …]
เฉียวซางอ่านข้อความในกลุ่มอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากเปลี่ยนชื่อในกลุ่มเป็นชื่อตัวเองเสร็จ ก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ และกินข้าวเช้าต่อ
“งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงมื้อเย็นเธอแล้วกัน” เฉียวซางเอ่ยขึ้น
“ตกลง” จินเฟยฝานตอบอย่างดีใจ
รูมเมทดูเป็นคนใจดีนะ ไม่เห็นจะน่ากลัวเหมือนสัตว์อสูรของเธอเลย
“ทำไมคนในกลุ่มถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ เธอไม่เคยคุยในกลุ่มเลยเหรอ?” เฉียวซางถาม
จินเฟยฝานตอบอย่างเขินอาย “ฉันเป็นคนไม่ค่อยกล้าเข้าสังคมน่ะ”
เฉียวซางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คนขี้อายบางคนตัวจริงอาจจะไม่กล้าคุยกับใคร แต่ในเน็ตนี่พิมพ์ด่าไฟแลบ ไม่คิดเลยว่าจินเฟยฝานจะเป็นคนขี้อายทั้งในชีวิตจริงและในเน็ตแบบนี้
…
เวลา 08:55 น.
สนามฝึกซ้อมหมายเลข 2
“มีใครยังมาไม่ถึงบ้างเนี่ย?” ชายรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาวสะอาดยิ่งกว่าผู้หญิง ยืนพิงกำแพงถามขึ้น
ผู้หญิงที่แต่งตัวภูมิฐานซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ก้มมองเอกสารในมือ สลับกับมองเด็กๆ ที่มาถึงแล้วทีละคน
“ยังขาดนักเรียนหญิงอีกสองคน คนนึงชื่อเฉียวซาง อีกคนชื่อจินเฟยฝาน” ฉินเหวินตอบ
“ทำไมผู้หญิง ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ถึงได้ไม่มีความตรงต่อเวลากันเลยนะ” ชายหนุ่มบ่นอุบ
ฉินเหวินตวัดสายตามองเขา แล้วพูดเสียงเรียบ “นัด 9 โมง ตอนนี้เพิ่ง 8:55 น. ยังไม่ถึงเวลาซะหน่อย ถ้าจะพูดถึงคนที่ไม่มีความตรงต่อเวลาที่สุดก็น่าจะเป็นนายมากกว่านะ หลัวเฉียน”
“วันนี้ฉันก็มาตั้งแต่เช้าตรู่แล้วนี่นา” หลัวเฉียนเถียง
“เหอะ” ฉินเหวินแค่นเสียงหัวเราะ “ประชุมสิบครั้ง มาสายซะแปดครั้ง คราวที่แล้วที่มีการสอบคัดเลือกนักเรียนโควตาพิเศษที่ปลุกพลังเองได้ นายก็เล่นไม่มาเลย ส่วนตอนสอบคัดเลือกนักเรียนโควตาการประกวดความงาม นายก็มาสายตั้งเกือบ 40 นาที จะให้ฉันสาธยายวีรกรรมของนายต่อไหมล่ะ”
“เจ๊ เจ๊เป็นพี่สาวผมเลยก็ได้ ผมก็แค่บ่นประโยคเดียว เจ๊จะต้องเหน็บผมขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” หลัวเฉียนยอมอ่อนข้อให้
“หยุดเลย ฉันอายุ 31 นายอายุ 32 คำว่า ‘เจ๊’ นี่ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกนะ” ฉินเหวินพูดด้วยสีหน้าเย็นชา
หลัวเฉียน “…”
มิน่าล่ะถึงยังไม่ได้แต่งงานจนป่านนี้ นิสัยแบบนี้ใครจะไปทนได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะโชคร้าย…
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวตอนแบ่งกลุ่ม ฉันให้นายเลือกก่อนเลย โอเคไหม” หลัวเฉียนพูดอย่างจำยอม
“นายมีความรับผิดชอบบ้างไหมเนี่ย เรากำลังจะคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดไปแข่งกับโรงเรียนหลีถานนะ ไม่ได้มาเล่นขายของ ต้องคัดเลือกอย่างจริงจังตามความเหมาะสมสิ” ฉินเหวินบ่นอย่างไม่พอใจ
หลัวเฉียน “…”
ตอนนั้นเอง ประตูสนามฝึกซ้อมก็ถูกผลักเปิดออก เด็กสาวสองคนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน
เวลา 08:59 น.
…
ความจริงแล้ว เฉียวซางกินซาลาเปาไปห้าลูกก็อิ่มแล้วล่ะ
แต่พอเห็นอาหารเต็มโต๊ะแล้วรู้สึกเสียดาย ก็เลยกินนั่นกินนี่ไปอย่างละนิดอย่างละหน่อย ผลก็คือจุกจนท้องเสีย ทำให้เสียเวลาไปพักใหญ่
กว่าทั้งสองคนจะรีบตาลีตาเหลือกมาถึงสนามฝึกซ้อมหมายเลข 2 ก็เฉียดฉิวเวลาพอดี
สนามฝึกซ้อมหมายเลข 2 เป็นแบบในร่ม พอถึงหน้าประตู เฉียวซางก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเจื้อยแจ้วดังมาจากข้างใน
พอเดินเข้าไป เด็กหนุ่มเด็กสาวสิบคนก็หันมามองเป็นตาเดียว เสียงพูดคุยเงียบลงกะทันหัน สนามฝึกซ้อมที่กว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด
เฉียวซางเดินตรงเข้าไปข้างใน สายตาเฉียบแหลมของเธอสังเกตเห็นคนหน้าคุ้นหลายคนทันที
สามคนเคยเจอตอนสอบโควตาพิเศษ ส่วนอีกคนคือลู่โย่วที่เจอตอนแข่งศึกร้อยหน้าใหม่
“เอาล่ะ มากันครบแล้ว มารวมตัวกันตรงนี้” ฉินเหวินตบมือเรียก
เธอมองเด็กสาวสองคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างพอใจ การที่พวกเธอไม่มาสาย ถือเป็นการตอกหน้าหลัวเฉียนไปในตัว และยิ่งไปกว่านั้น…
สายตาของฉินเหวินแอบลอบมองเด็กสาวที่อุ้มหมาเขี้ยวไฟและมีผีค้นสมบัติอยู่บนหัวอย่างเงียบๆ
ถึงแม้รองผู้อำนวยการจะบอกไว้ก่อนแล้ว แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง เธอก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ดี
โชคดีนะที่รองผู้อำนวยการเตือนเธอล่วงหน้า ให้เธอได้เตรียมใจไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นความน่าเกรงขามของการเป็นครูในวันแรกคงพังทลายลงไม่เป็นท่าแน่ๆ
“เชี่ย เด็กผู้หญิงคนนี้ทำไมมีสัตว์อสูรตั้งสองตัวล่ะ! แล้วดูสัตว์อสูรที่เธอมีสิ หมาเขี้ยวไฟ กับผีค้นสมบัติ!” หลัวเฉียนลดเสียงลงต่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ฉินเหวินไม่ได้สนใจเขา ไอ้บ้ากามนี่ต้องมัวแต่ไปจีบสาวจนไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มทำงานแหงๆ
นักเรียนทั้งสิบสองคนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานอย่างรวดเร็ว โดยมีสัตว์อสูรของแต่ละคนยืนอยู่ข้างๆ
เฉียวซางกวาดสายตาสำรวจ
ชิวผูตัวน้อย งูหางสั้น ปลาคาร์ปวงแหวนน้ำ มังกรเขาเล็ก ค้างคาวไฟฟ้า เต่าน้ำลึก นกกระจอกปีกแหลมหลี เป็ดจอมพลัง กระดิ่งฟองสบู่ แมวหูยาว แรคคูนน้ำแข็ง
รวมหมาเขี้ยวไฟกับผีค้นสมบัติตัวน้อยของเธอด้วยแล้ว ไม่มีสัตว์อสูรธาตุซ้ำกันเลยแม้แต่ตัวเดียว
เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเฉียวซางขยับเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงเบา “ท่านเทพเฉียวซาง จำฉันได้ไหม”
เฉียวซางหันไปมองแล้วพยักหน้า “จำได้สิ เจิ้งอี๋หนิงไง”
เจิ้งอี๋หนิงยิ้มกว้าง “ไม่คิดเลยนะว่าเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้”
“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” เฉียวซางตอบ
เดิมทีเธอคิดว่าคนที่มาเข้าค่ายฝึกซ้อมน่าจะเป็นพวกหัวกะทิที่มีพลังการต่อสู้สูงลิ่ว แต่พอเห็นสัตว์อสูรเหล่านี้แล้ว เธอก็รู้เลยว่าตัวเองคิดผิด
ชิวผูตัวน้อย นกกระจอกปีกแหลมหลี และแมวหูยาว ดูยังไงก็ไม่ใช่สายต่อสู้ชัดๆ
ถ้าจะเลือกตัวแทนไปแข่งขันต่อสู้ประเภทเดี่ยวจริงๆ โรงเรียนมีนักเรียนใหม่ตั้งมากมาย ย่อมมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แน่นอน
เฉียวซางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็นึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมา
หรือว่านักเรียนทั้ง 12 คนนี้ จะเป็นพวกที่คะแนนวิชาสามัญห่วยแตกที่สุดที่ถูกคัดมากันนะ?
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกัน แต่ก็อาจจะมีบางคนที่เคยเจอหน้าพวกครูมาบ้างแล้วตอนสอบโควตาพิเศษ”
“พวกเธอทั้ง 12 คน คือคนที่พวกครูคัดเลือกมาอย่างดี บางคนเป็นนักเรียนโควตา บางคนสอบเข้ามาได้ด้วยความสามารถพิเศษจากการปลุกพลัง และบางคนก็ผ่านการสอบเข้าจากการประกวดความงาม”
“ที่เรียกพวกเธอมาเข้าค่ายฝึกซ้อมในครั้งนี้ เราจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มต่อสู้เดี่ยว 3 คน กลุ่มต่อสู้แบบทีม 3 คน กลุ่มประกวดความงามเดี่ยว 3 คน และกลุ่มประกวดความงามแบบทีม 3 คน”
“ขอแนะนำตัวก่อนนะ ครูชื่อฉินเหวิน รับผิดชอบเรื่องการจัดกลุ่มต่อสู้เดี่ยวและกลุ่มต่อสู้แบบทีม” ฉินเหวินแนะนำตัว
“ครูชื่อหลัวเฉียน จะเรียกครูหลัวหรือครูเฉียนก็ได้นะ ครูรับผิดชอบเรื่องการจัดกลุ่มประกวดความงามเดี่ยวและการประกวดความงามแบบทีม” หลัวเฉียนพูดด้วยรอยยิ้ม

0 Comments