You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

นักเรียนใหม่ที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรถึงสองตัว?! แถมยังเป็นธาตุไฟกับธาตุผีอีกต่างหาก?!

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเริ่มสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า

แต่วันนี้ก็เป็นวันรายงานตัวเพื่อเข้าค่ายฝึกซ้อมสำหรับนักเรียนใหม่ในห้องคิงสายผู้ฝึกอสูรจริงๆ

เจ้าหน้าที่รู้สึกมึนงงเล็กน้อย เขาเองก็เป็นผู้ฝึกอสูรคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงระดับจะไม่สูงนัก แต่ก็ผ่านการเรียนในโรงเรียนมัธยมผู้ฝึกอสูรแบบเต็มหลักสูตรมาแล้ว

นักเรียนมัธยมปลายปีสี่ที่เพิ่งจะเป็นผู้ฝึกอสูรอย่างเป็นทางการ แต่กลับทำสัญญากับสัตว์อสูรได้ถึงสองตัวแบบนี้ เกิดมาจนป่านนี้เขาไม่เคยพบเคยเห็นในชีวิตจริงมาก่อนเลย

ถึงจะเคยเห็นข่าวในทีวีบ้างก็เถอะ…

เจ้าหน้าที่พยายามดึงสติกลับมา ในฐานะเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมัธยมผู้ฝึกอสูรอันดับหนึ่งของเมือง จะมาทำท่าทางตื่นตูมเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกไม่ได้เด็ดขาด

“ขอดูบัตรข้อมูลหน่อยสิ”

เฉียวซางยื่นบัตรข้อมูลให้

เจ้าหน้าที่จ้องมองหน้าจอ ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่ได้เข้าเรียนช้า ไม่ได้ซ้ำชั้น เป็นเด็กเพิ่งจบมัธยมต้นที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์พอดีเป๊ะ

นี่มันอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะชัดๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อนาคตของเด็กคนนี้ต้องก้าวไกลไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน

เขาจงใจพิมพ์ข้อมูลลงทะเบียนให้ช้าลง พลางชวนคุยอย่างเป็นกันเองว่า “นักเรียนเฉียวซาง ชื่อของเธอนี่ไพเราะจังเลยนะ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” เฉียวซางเกาหัวแกรกๆ

“ไพเราะจริงๆ นะ ลุงลงทะเบียนชื่อคนมาตั้งเยอะแยะ มีแต่ชื่อของเธอนี่แหละที่ลุงจำได้แม่นที่สุด”

เฉียวซางเริ่มรู้สึกเขินอารายขึ้นมาบ้าง คนที่ชมว่าเธอหน้าตาดีก็มีอยู่ ช่วงนี้คนที่ชมว่าเธอมีพรสวรรค์สูงก็มีบ้าง แต่ยังไม่เคยมีใครมาชมชื่อเธออย่างจริงใจขนาดนี้มาก่อนเลย

“พอดีลุงมีคุณย่าทวดที่ชื่อมีคำว่า ‘ซาง’ คำเดียวเหมือนกัน พอเห็นชื่อเธอ ลุงก็เลยรู้สึกผูกพันขึ้นมาทันทีเลย”

เฉียวซาง “…”

เจ้าหน้าที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรผิดไป ปกติประโยคแบบนี้เขาเอาไว้ประจบพวกผู้ใหญ่ ไม่คิดเลยว่าจะเผลอเอามาใช้กับเด็กซะได้

เขาหัวเราะแก้เก้อแล้วพูดว่า “เธอมาเข้าค่ายฝึกซ้อมใช่ไหม รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวลุงโทรเรียกครูเสี่ยนมารับ”

ถึงกับส่งครูมารับเลยเหรอ? ให้เกียรติกันขนาดนี้เลย?

เฉียวซางรู้สึกเกรงใจนิดๆ ยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ ก็เห็นว่าเจ้าหน้าที่กดโทรศัพท์ติดแล้ว

“ฮัลโหล ที่นี่ป้อมยามประตูทิศใต้นะครับ มีนักเรียนม.4 มารายงานตัวเข้าค่ายฝึกซ้อม ชื่อเฉียวซาง รบกวนมารับหน่อยครับ”

ไวโคตร…

ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ต้องหาเบอร์เลย แบบว่าเบอร์นี้อยู่บนสุดอย่างนั้นแหละ…

“จ๊วบ”

จู่ๆ ผีค้นสมบัติตัวน้อยบนหัวก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง มันหันขวับไปมองทิศทางหนึ่งอย่างงุนงง

เห็นเพียงอากาศตรงนั้นบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ

วินาทีต่อมา สัตว์อสูรตัวหนึ่งที่ผิวหนังเหี่ยวย่น มีรอยยับย่นตามตัว สีผิวส่วนใหญ่เป็นสีเทาและสีชมพู หน้าท้องสีขาว หูใหญ่คล้ายปีก และหน้าตาคล้ายค้างคาว ก็ปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับถือกระดาษปึกหนึ่งไว้ในกรงเล็บ

เฉียวซางมองสัตว์อสูรที่จู่ๆ ก็โผล่มาอย่างอึ้งๆ รู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกชื่อไม่ออก รู้แค่ว่าน่าจะเป็นสัตว์อสูรธาตุพลังจิต

เธอรู้สึกขนลุกซู่ ทักษะที่สัตว์อสูรตัวนี้ใช้เมื่อกี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เคลื่อนย้ายพริบตา แต่เป็น ‘เคลื่อนย้ายมิติ’

การเคลื่อนย้ายพริบตาคือทักษะที่สามารถพาตัวเองไปยังอีกจุดหนึ่งได้ในชั่วพริบตา ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าให้สัตว์อสูรอยู่ในห้องแล้วปิดประตู มันก็จะสามารถเคลื่อนที่ได้แค่ภายในห้องนั้นเท่านั้น

แต่การเคลื่อนย้ายมิติสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพิกัดอื่นได้โดยไม่ต้องสนพื้นที่สามมิติใดๆ ทั้งสิ้น

ความแตกต่างระหว่างสองทักษะนี้ไม่ได้มีแค่นิดเดียวนะ

ดูจากการจัดระดับของสมาพันธ์ก็รู้แล้ว การเคลื่อนย้ายพริบตาคือทักษะระดับกลาง ส่วนการเคลื่อนย้ายมิติคือทักษะระดับสูง

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟเห็นสัตว์อสูรที่จู่ๆ ก็โผล่มาก็แยกเขี้ยวขู่และเตรียมพร้อมตั้งรับทันที

สัตว์อสูรหูใหญ่ไม่ได้สนใจท่าทีของหมาเขี้ยวไฟ มันกวาดสายตามองเฉียวซางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกกระดาษในมือขึ้นมาเปิดดูทีละแผ่น

เปิดไปได้ไม่กี่แผ่นก็หยุดลง สัตว์อสูรหูใหญ่มองกระดาษหน้าแรกสลับกับมองเฉียวซางราวกับกำลังยืนยันอะไรบางอย่าง

“ครูเสี่ยน เธอชื่อเฉียวซางครับ” เจ้าหน้าที่ป้อมยามช่วยเตือน

เฉียวซางหน้าเหวอไปเลย ที่แท้คำว่า ‘ครูเสี่ยน’ ก็หมายถึงสัตว์อสูรนี่เอง…

แต่พอคิดดูดีๆ ในสังคมผู้ฝึกอสูร การที่สัตว์อสูรจะมาเป็นครูก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่ว่าเป้าหมายในการสอนของสัตว์อสูรเหล่านั้นก็คือสัตว์อสูรด้วยกันเองนั่นแหละ

สัตว์อสูรเหล่านี้สามารถมาเป็นครูได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะผู้ฝึกอสูรของพวกมันทำงานเป็นบุคลากรในโรงเรียนนั่นเอง

“เสี่ยน”

ครูเสี่ยนพยักหน้ารับ มือซ้ายถือกระดาษ ส่วนมือขวาวาดขึ้นด้านบน

เฉียวซางรู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ โลกหมุนคว้าง

พอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องที่ถูกจัดแต่งเป็นห้องพักครูเรียบร้อยแล้ว

เฉียวซางอึ้งไปเลย

การเคลื่อนย้ายมิติของครูเสี่ยนสามารถพาคนอื่นมาด้วยได้! ความชำนาญต้องอยู่ในระดับขั้นสมบูรณ์แล้วแน่ๆ!

ต้องรู้ก่อนนะว่าการจะฝึกทักษะระดับสูงให้ถึงขั้นสมบูรณ์โดยที่ไม่มีนิ้วทองคำมาช่วย ไม่ใช่เรื่องที่สัตว์อสูรระดับทั่วไปจะทำได้หรอกนะ

“นักเรียนเฉียวซาง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เสียงทุ้มลึกของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ

เฉียวซางหันไปมอง เห็นชายวัยกลางคนผมเรียบแปล้อย่างเป็นระเบียบกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน โดยมีครูเสี่ยนยืนอยู่ข้างๆ

และคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา ก็คือเด็กผู้ชายที่เคยร่วมสอบโควตาพิเศษกับเธอนั่นเอง

“สวัสดีค่ะท่านรองผู้อำนวยการ” เฉียวซางรีบทักทาย

เฉียวซางจำคนที่พูดได้ในทันที

ตั้งแต่คัมภีร์อสูรตื่นขึ้นมา ความจำของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คนหรือสิ่งของที่เคยเห็น แทบจะไม่มีวันลืมเลย

ที่สำคัญที่สุดคือ รองผู้อำนวยการเป็นนักเพาะเลี้ยงระดับเอคนแรกที่เธอเคยพบ แถมยังเคยให้คำแนะนำเธออีกด้วย

เมื่อหลิวเย่าเห็นเฉียวซางหันหน้ามา เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดหลังตรง โน้มตัวมาข้างหน้า และหรี่ตามอง

“นักเรียนเฉียวซาง ผีค้นสมบัติที่อยู่ตรงนี้นี่คือ?”

“เป็นสัตว์อสูรตัวที่สองของหนูค่ะ”

“เชี่ย!”

หลิวเย่ายังไม่ทันจะประมวลผลข่าวนี้ เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็อุทานออกมาก่อนแล้ว

“หลูเหลียงเย่ ระวังคำพูดหน่อย” หลิวเย่าตวัดสายตามองเขา

พอหลูเหลียงเย่ได้ยินดังนั้น ก็รีบหุบปากแล้วทำท่ารูดซิปปากทันที

ก็ข่าวนี้มันน่าตกใจเกินไปนี่นา ถึงขั้นทำให้เขาหลุดสบถคำหยาบออกมาต่อหน้ารองผู้อำนวยการได้…

หลิวเย่าลุกขึ้นเดินไปหาเฉียวซาง สายตาจับจ้องไปที่ผีค้นสมบัติอย่างตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เบนสายตาไปหยุดที่หมาเขี้ยวไฟ

ตอนแรกหมาเขี้ยวไฟก็มองซ้ายมองขวาอย่างแปลกใจที่จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป แต่พอเห็นมีคนกำลังจ้องมันอยู่ มันก็เชิดหน้าขึ้น และโชว์เขี้ยวอันแหลมคมด้วยท่วงท่าที่หล่อเหลาทันที

ยิ่งหลิวเย่ามอง เขาก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ

เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังมีนักเรียนอีกคนอยู่ด้วย จึงเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้และพูดว่า “เมื่อกี้ครูเพิ่งพูดกับหลูเหลียงเย่ค้างไว้ ในเมื่อเธอมาแล้วก็มาฟังพร้อมกันเลยก็แล้วกัน”

เฉียวซางพยักหน้ารับ

“การฝึกซ้อมพิเศษครั้งนี้เรามีกันทั้งหมด 12 คน ไม่ใช่นักเรียนห้องคิงทุกคนจะได้มา การที่เลือกพวกเธอมา ไม่ใช่เพราะว่าพวกเธอสอบได้คะแนนสูงส่งอะไร พวกเธอเองก็น่าจะรู้ตัวดีว่าคะแนนสอบเข้ามัธยมต้นของพวกเธอเนี่ย มันก็ผ่านเกณฑ์ต่ำสุดมาได้แบบฉิวเฉียดเท่านั้นแหละ”

เฉียวซางกับหลูเหลียงเย่มองหน้ากันอย่างรู้ใจ

ที่แท้หมอนี่ก็คะแนนวัฒนธรรมต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนกันนี่เอง

หลูเหลียงเย่รู้สึกจิตใจสงบขึ้นมาทันที

“แต่นั่นไม่สำคัญหรอก จุดประสงค์ของการฝึกซ้อมครั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อติววิชาความรู้ทั่วไป แต่เพื่อสร้างทีมที่จะเอาชนะโรงเรียนมัธยมผู้ฝึกอสูรหลีถานให้ได้ต่างหาก” หลิวเย่ากล่าว

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note