You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ระหว่างที่เฉียวซางกำลังนั่งยิ้มแก้มปริอยู่นั้น โทรศัพท์ของเธอก็สั่นครืดขึ้นมา เป็นข้อความจากฟางซือซือนั่นเอง เฉียวซางหุบยิ้มทันที เธอกดเข้าไปดูข้อความ ถึงได้เพิ่งสังเกตว่าเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้ส่งข้อความมาหาเธอเป็นระยะๆ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ปาเข้าไปแปดเก้าข้อความแล้ว

【ทำไมวันนี้เธอถึงไม่มาโรงเรียนล่ะ?】 【ฉันได้ยินคนเขาพูดกันว่าเมื่อวานครูประจำชั้นเรียกแม่เธอมาพบ จริงหรือเปล่า!!!】 【แม่เธอรู้เรื่องที่เธอสอบได้ศูนย์คะแนนแล้วเหรอ?】 【ทำไมเธอถึงไม่ตอบข้อความฉันเลยเนี่ย】 【อยู่ไหมๆ】 【วันนี้ทำไมเธอถึงไม่มาเรียนอีกแล้วล่ะ!】 【แม่เธอมาที่โรงเรียนอีกแล้วนะ เธอคงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ!】 ส่วนข้อความสุดท้ายเพิ่งจะส่งมาเมื่อกี้นี้เอง

【นี่เธอระเหยกลายเป็นไอไปแล้วเหรอ?】 เฉียวซางพิมพ์ตอบกลับไป 【ยังไม่ตายย่ะ】

ไม่นานเธอก็ได้รับข้อความตอบกลับมา 【โอ้โห นึกว่าตายไปแล้วซะอีกนะเนี่ย】 【สองวันนี้ทำไมเธอถึงไม่มาโรงเรียนล่ะ เธอไม่รู้หรอกว่าสองวันที่ผ่านมานี้ครูประจำชั้นหน้าดำคร่ำเครียดขนาดไหน】

เฉียวซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับไป 【ช่วงนี้หน้าร้อนนะ เธอแน่ใจเหรอว่าที่ครูหน้าดำไม่ใช่เพราะตากแดดจนดำน่ะ?】

…… คุยสัพเพเหระกันอยู่ครู่หนึ่ง เฉียวซางก็บอกเหตุผลที่เธอลาหยุดให้ฟางซือซือฟัง แต่ฟางซือซือไม่เชื่อเลยสักนิด ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกเฉียวซางหรอกนะ แต่เป็นเพราะการตื่นรู้ด้วยตนเองมักจะเกิดขึ้นกับพวกที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเท่านั้น โดยพื้นฐานแล้วก็มักจะเป็นพวกหัวกะทิของโรงเรียนนั่นแหละ หรือต่อให้เป็นพวกไม่ชอบเรียน ก็มักจะมีความสามารถพิเศษในด้านอื่นๆ ที่โดดเด่นเอามากๆ เสมอ ส่วนเฉียวซางน่ะเหรอ ผลการเรียนยังแย่กว่าเธอซะอีก เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

เฉียวซางไม่ได้แก้ตัวอะไร เธอเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบใบรับรองการตื่นรู้ด้วยตนเองมาถ่ายรูปแล้วส่งไปให้เพื่อนดูเป็นหลักฐานแทน ฝั่งนั้นเงียบหายไปเลย ผ่านไปสิบกว่านาที ฟางซือซือถึงได้ส่งข้อความกลับมา เฉียวซางก้มลงมองข้อความ มุมปากถึงกับกระตุก

【รวยแล้วอย่าลืมกันนะเว้ย】

……

……

เฉียวซางไม่ได้ลืมพิราบบ้านตุ้ยนุ้ย เธอเดินไปหยิบอาหารสำหรับมันโดยเฉพาะที่อยู่ในตู้กับข้าวออกมาวางไว้ตรงหน้ามัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกัน เธอทำข้าวผัดไข่กินง่ายๆ เพื่อประทังความหิวไปก่อน ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึง 14.07 น. แล้ว คงเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งเช้า หมาเขี้ยวไฟจึงขดตัวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาอย่างสงบ เฉียวซางไม่ได้เข้าไปกวนมัน

เดิมทีเธอตั้งใจว่าช่วงบ่ายจะนำใบรับรองไปที่ศูนย์ฝึกอสูรอีกครั้ง แต่พอเห็นหมาเขี้ยวไฟหลับสบายขนาดนั้น เธอจึงเปลี่ยนใจ เฉียวซางเดินย่องเบาๆ เข้าไปในห้องนอน หยิบหนังสือ “วิเคราะห์สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ม.3 เล่ม 2” แล้วเอนหลังพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

ตอนที่เธอค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคัมภีร์อสูรและเรื่องราวของคนที่ตื่นรู้ด้วยตนเองในโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ เธอถึงได้รู้ว่าการสอบเข้ามัธยมปลายไม่ได้ง่ายอย่างที่เพื่อนร่วมโต๊ะบอกเลยสักนิด การสอบเข้ามัธยมปลายจะสอบแต่เนื้อหาในกระดาษข้อสอบ ส่วนผู้ที่ตื่นรู้จากการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กจะได้รับคะแนนพิเศษจากระดับการพัฒนาของห้วงสมอง โดยถ้าพัฒนาได้ 1% จะได้ 20 คะแนน 2% ก็จะได้ 40 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนเต็ม 650 คะแนน สัดส่วนคะแนนแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก

กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับผู้ที่ตื่นรู้ด้วยตนเองเป็นอย่างมาก ในแต่ละปีจะมีนโยบายรับสมัครนักเรียนที่ตื่นรู้ด้วยตนเองออกมามากมาย แต่ไม่มีนโยบายไหนเลยที่ระบุว่า ต่อให้สอบได้คะแนนศูนย์ก็สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรได้ ถ้าเป็นโรงเรียนอาชีวะน่ะยังพอเข้าได้ แต่เฉียวซางไม่อยากเรียนนี่นา

ผู้ที่ตื่นรู้ด้วยตนเองสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรได้สองช่องทาง คือ โควตาเรียนดี และ โควตาความสามารถพิเศษ ช่องทางโควตาเรียนดี นอกจากจะต้องได้รับการเสนอชื่อจากโรงเรียนแล้ว ยังต้องพิจารณาผลการเรียนตลอดช่วงมัธยมต้นสามปีด้วย โดยโรงเรียนต้นสังกัดจะส่งข้อมูลของนักเรียนไปยังโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรที่ต้องการขอรับโควตา เพื่อทำการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ด้วยผลการเรียนที่รั้งตำแหน่งรองบ๊วยอันดับสามของห้องมาตลอดศกของเฉียวซาง ต่อให้เธอตื่นรู้ด้วยตนเอง โรงเรียนก็คงไม่มีหน้าจะเสนอชื่อเธอไปขอรับโควตาหรอก ดังนั้น ช่องทางที่เหลือก็คือ โควตาความสามารถพิเศษ ซึ่งเป็นทางเลือกเดียวของเฉียวซาง

โรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรทั้ง 108 แห่งในเมืองหางกั่ง จะมีการออกนโยบายรับสมัครนักเรียนโควตาความสามารถพิเศษในแต่ละปี โดยนักเรียนแต่ละคนสามารถสมัครสอบโควตาความสามารถพิเศษได้ไม่เกินสองโรงเรียน เมื่อผ่านการตรวจสอบเอกสารแล้ว ถึงจะมีสิทธิ์ไปสอบคัดเลือกตามที่แต่ละโรงเรียนกำหนด และนักเรียนที่สอบผ่านโควตาความสามารถพิเศษก็ยังคงต้องไปสอบเข้ามัธยมปลายแบบปกติอยู่ดี

ต้องได้คะแนนสอบเข้ามัธยมปลายถึงเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรได้ แม้ว่าแต่ละโรงเรียนจะกำหนดเกณฑ์คะแนนสอบแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ‘ต้องสอบเข้ามัธยมปลาย’ เฉียวซางรู้สึกจนใจ ท้ายที่สุดแล้วก็หนีไม่พ้นการสอบเข้ามัธยมปลายอยู่ดี

……

……

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่อง เสียงหมาเขี้ยวไฟเห่าดังมาจากห้องนั่งเล่น เฉียวซางวางหนังสือลงแล้วเดินออกจากห้อง “โฮ่ง!” หมาเขี้ยวไฟกระโดดดึ๋งเข้ามาในอ้อมกอดของเฉียวซาง

เฉียวซางลูบหัวหมาเขี้ยวไฟด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ ตอนแรกเธอก็แค่เลือกหมาเขี้ยวไฟตัวที่ถูกชะตาเพราะไม่มีทางเลือกอื่น ไม่คิดเลยว่ามันจะว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ นี่คงเป็นพรหมลิขิตสินะ

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรนั่งดูทีวีกันอยู่บนโซฟา ส่วนพิราบบ้านตุ้ยนุ้ยตัวใหญ่เทอะทะเลยต้องนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้น หมาเขี้ยวไฟไม่เคยเห็นของแปลกใหม่แบบนี้มาก่อน แววตาจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียวซางอุ้มมันไว้ในอ้อมกอด ป่านนี้มันคงวิ่งไปเกาะติดหน้าจอทีวีแล้ว

ในทีวีกำลังฉายรายการพยากรณ์อากาศ ผู้ประกาศข่าวสาวในชุดสูททะมัดทะแมงพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “จากการตรวจสอบของตุ๊กตาพยากรณ์อากาศ พรุ่งนี้ที่เมืองผานไถจะมีอากาศแจ่มใสสลับกับมีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะอยู่ที่ 30 ถึง 36 องศาเซลเซียส ขอแนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้า…” หมาเขี้ยวไฟเบิกตากว้าง ทำไมถึงมีคนถูกขังอยู่ในนั้นได้ล่ะเนี่ย?

เฉียวซางเปลี่ยนช่อง ในยุคสมัยแห่งการฝึกอสูร สิ่งที่จะดึงดูดเรตติ้งผู้ชมได้ดีที่สุด ก็คือรายการที่เกี่ยวกับผู้ฝึกอสูรและสัตว์อสูรนั่นเอง ดูเหมือนว่าสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ จะจับทางถูก ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปช่องไหนก็เจอแต่ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกอสูรทั้งนั้น

“คุณหวังเตี้ยนอ้าวคะ ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคุณหลัวถังเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ?” นักข่าวแทบจะเอาไมค์จ่อปากชายหนุ่ม “เป็นเรื่องจริงครับ” ชายหนุ่มยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “พวกคุณทั้งคู่กำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาคอวี้หัวในเร็วๆ นี้ หากต้องมาประลองกันเอง คุณจะออมมือให้เธอไหมคะ?” นักข่าวอีกคนถามต่อ “ไม่ออมมือหรอกครับ หลัวถังเป็นผู้ฝึกอสูรที่เก่งกาจมาก ถ้าต้องสู้กับเธอ ผมก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะเธอได้เต็มร้อยเหมือนกัน” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “แล้วหมีเกราะแหลมของคุณ…”

เฉียวซางเปลี่ยนช่อง ภาพตัดไปที่แรดเขาอัสนีตัวสีน้ำเงินเข้มตัวหนึ่งที่กำลังปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหมาเขี้ยวไฟ แววตาของมันดุดัน ขาหลังอันกำยำกระทืบพื้นดินไม่หยุดหย่อน กระแสไฟฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบไปทั่วตัวพร้อมกับส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ ราวกับว่ามันพร้อมจะพุ่งทะลุจอทีวีออกมาขย้ำคอได้ทุกเมื่อ

หมาเขี้ยวไฟตัวแข็งทื่อ ขนทั่วทั้งตัวค่อยๆ ลุกชันขึ้นมาทีละเส้น “แรดเขาอัสนีสามารถต้านทานพายุทอร์นาโดของหมาป่าวายุทมิฬเอาไว้ได้ครับ! มันไม่ยอมถอยเลยสักก้าว! ดูเหมือนว่ามันกำลังจะเตรียมร่ายท่าไม้ตายอะไรสักอย่าง เรามาลุ้นกันดีกว่าครับว่าผู้เข้าแข่งขันสวี่โจวจะทำยังไงต่อไป!” เสียงนักพากย์บรรยายอย่างเมามัน

นี่เป็นรายการรีรันการแข่งขันของภูมิภาคต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งช่องกีฬาที่เฉียวซางเปิดดูอยู่นี้เป็นช่องที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันของผู้ฝึกอสูรในเมืองหางกั่งโดยเฉพาะ ภาพตัดไปที่หมาป่าวายุทมิฬซึ่งมีขนสีดำสนิททั้งตัว

แววตาสีฟ้าของหมาป่าวายุทมิฬแฝงไปด้วยจิตสังหาร ร่างกายของมันอาบไปด้วยเลือดและกำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เนื่องจากขนของมันเป็นสีดำจึงทำให้มองเห็นบาดแผลไม่ค่อยชัดนัก มีเพียงเลือดที่หยดลงบนพื้นเท่านั้นที่เป็นหลักฐานยืนยันว่ามันได้รับบาดเจ็บสาหัส หมาเขี้ยวไฟค่อยๆ คลายความตึงเครียดลง

“หลังจากใช้ทักษะพายุทอร์นาโดไปแล้ว พละกำลังของหมาป่าวายุทมิฬก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด…” ยังไม่ทันที่นักพากย์จะบรรยายจบ ภาพก็ตัดกลับไปที่แรดเขาอัสนีอีกครั้ง ประกายไฟสีม่วงบนตัวของมันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกระแสไฟฟ้าแผ่ขยายออกไปรอบตัวเป็นวงกว้างกว่าสองเมตร มันก็พุ่งตัวออกไปในที่สุด

“ตู้ม!” โทรทัศน์ส่งเสียงระเบิดดังสนั่น แล้วก็พังยับเยิน… บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบราวกับถูกแช่แข็ง

เฉียวซางหันไปมองหมาเขี้ยวไฟราวกับหุ่นยนต์ ดวงตาของเธอเหม่อลอย อ้าปากพะงาบๆ พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก “โฮ่ง!” หมาเขี้ยวไฟหันขวับกลับมาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฉียวซาง เมื่อกี้ไอ้ตัวใหญ่ในกล่องนั่นมันน่ากลัวสุดๆ ไปเลย!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note