You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เห็นได้ชัดว่า คนอังกฤษคงเห็นผลกระทบอันยิ่งใหญ่จากการติดตั้งตะเกียงก๊าซในปารีส ใช้เวลาเพียงแค่สี่ห้าเดือน ก็รีบเคาะงบลงทุนกว่า 7 ล้านฟรังก์ เพื่อเตรียมจะลอกเลียนแบบในลอนดอนทันที

นี่แสดงให้เห็นว่าคนอังกฤษรวยอู้ฟู่แค่ไหน ถ้าเขาได้เริ่มต้นด้วยทุนมหาศาลแบบนี้ ป่านนี้คงเตรียมฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมันตะวันออกไปแล้ว

จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมา จึงหันไปถามดูปองต์ว่า “หรือว่าอังกฤษมีเทคโนโลยีกลั่นแห้งก๊าซแล้ว”

“เรื่องนี้…” ดูปองต์ก้มหน้าครุ่นคิด “ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยินพวกนั้นพูดถึงเทคโนโลยีด้านนี้นะพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟขมวดคิ้ว “แล้วพวกนั้นจะลงทุนทำตะเกียงก๊าซได้ยังไง”

เมอร์ด็อกที่อยู่ด้านข้างยักไหล่ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้ารังเกียจว่า “ฝ่าบาท ความหน้าด้านในการขโมยเทคโนโลยีของพวกอังกฤษน่ะเป็นที่รู้กันดีพ่ะย่ะค่ะ”

เขาพยักพเยิดไปทางด้านหลัง “กระหม่อมเดาว่าตอนนี้ในโรงกลั่นก็น่าจะมีสายลับอุตสาหกรรมของอังกฤษแฝงตัวอยู่แน่ๆ ตราบใดที่มีเงินทุนเพียงพอ อย่างเร็วที่สุดฤดูร้อนปีหน้า พวกนั้นก็น่าจะก๊อปปี้โรงกลั่นแห้งก๊าซออกมาได้แล้ว”

เขาพูดภาษาฝรั่งเศสได้อย่างคล่องแคล่ว เอะอะก็ด่า “พวกอังกฤษ” จนกลายเป็นคนฝรั่งเศสขนานแท้ไปเสียแล้ว อืมม์ ตอนนี้ทรัพย์สินและธุรกิจของเขาก็อยู่ที่ฝรั่งเศส แถมเมื่อไม่นานมานี้ยังได้รับบรรดาศักดิ์ที่พระราชวังแวร์ซายอีก ก็ถือว่าตัดขาดกับอังกฤษอย่างสิ้นเชิงแล้วล่ะ

โจเซฟขมวดคิ้วอีกครั้ง

เขารู้ดีว่า อังกฤษและฝรั่งเศสต่างก็ส่งสายลับอุตสาหกรรมแฝงตัวเข้าไปหาข้อมูลของอีกฝ่ายจำนวนมาก ไม่ว่าฝ่ายไหนจะมีเทคโนโลยีใหม่อะไร อีกฝ่ายก็สามารถก๊อปปี้ออกมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างในประวัติศาสตร์ แม้แต่เครื่องทอผ้าสปินนิงเจนนีซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญระดับชาติ ฝรั่งเศสก็ใช้เวลาแค่สามถึงห้าปีในการ “โคลนนิ่ง” มันขึ้นมา เพียงแต่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจภายในประเทศ ปัญหาวัตถุดิบ และปัจจัยอื่นๆ ทำให้ฝรั่งเศสไม่สามารถแข่งขันกับอังกฤษได้เสียที

นอกจากนี้ ความสามารถด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของอังกฤษก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นผู้นำของยุคนี้ เมอร์ด็อกเองก็ได้รับการฟูมฟักมาจากที่นั่น ดังนั้น ขอเพียงแค่พวกเขาตั้งใจทำ ต่อให้ไม่ขโมยเทคโนโลยี ให้เวลาสักปีกว่าๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะคิดค้นมันขึ้นมาได้เอง

โจเซฟรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจลงทุนไปตั้งเยอะแยะเพื่อทำตะเกียงก๊าซ ปารีสยังไม่ทันจะดึงดูดคนเก่งๆ หรือเงินลงทุนมาได้เท่าไหร่ ลอนดอนก็กระโดดเข้ามาชิงชิ้นปลามันไปซะแล้ว!

แถมยังลงทุนทีเดียวตั้ง 7.5 ล้าน

บัดซบ! คนอังกฤษมีเงินแล้วมันวิเศษนักหรือไง

ไม่ได้! เขาแอบกำหมัดแน่น เรื่องตะเกียงก๊าซนี้ จะปล่อยให้คนอังกฤษทำได้ราบรื่นขนาดนี้ไม่ได้เด็ดขาด

แต่จะทำยังไงเพื่อขัดขวางคนอังกฤษดีล่ะ

การจะจับสายลับอุตสาหกรรมก็คงไม่ง่าย หรือว่าจะส่งคนไปลอบสังหารช่างเทคนิคชาวอังกฤษที่รับผิดชอบเรื่องก๊อปปี้โรงกลั่นแห้งก๊าซซะ…

เขาปฏิเสธความคิดนี้ทันที การ “ใช้วิธีสกปรก” ถือเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุดเสมอ คนอังกฤษจะเดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือฝรั่งเศส ดีไม่ดีอาจจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางการทูตเลยก็ได้

แต่ไม่นาน ริมฝีปากของเขาก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ลูกไม้แพรวพราวของบริษัทค้าอาวุธในอเมริกาโลกยุคหลัง ก็เอามาใช้ที่นี่ได้พอดีไม่ใช่หรือ

ขั้นตอนมาตรฐานก็ประมาณนี้… เสนอราคาประมูลต่ำๆ คว้าสัญญาจากกองทัพมาให้ได้ บีบให้คู่แข่งล้มละลายรวดเดียว จากนั้นก็อาศัยการผูกขาดตลาด ค่อยๆ โก่งราคาขึ้นไปเรื่อยๆ

แน่นอนว่า เป้าหมายของเขาไม่ใช่การโก่งราคา แต่เป็นการบีบให้คู่แข่งชาวอังกฤษล้มละลาย จากนั้นก็หอบเงินหนีไปเลย

เมื่อคิดได้ดังนี้ โจเซฟก็ดึงตัวดูปองต์หลบออกจากกลุ่มคน แล้วถามว่า “ในเมื่อท่านสืบรู้เรื่องที่อังกฤษเตรียมจะลงทุนทำตะเกียงก๊าซได้ แสดงว่าท่านก็พอจะมีสายสัมพันธ์ทางฝั่งโน้นอยู่บ้างใช่ไหม”

ดูปองต์เริ่มประหม่าขึ้นมาทันที รีบโบกมือปฏิเสธ “ฝ่าบาท กระหม่อมได้ยินมาจากเพื่อนร่วมธุรกิจพ่ะย่ะค่ะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับรัฐบาลอังกฤษเลยจริงๆ!”

โจเซฟตบหลังเขาเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม “ข้าไว้ใจท่านเต็มที่ แต่ถ้าข้าอยากจะรับงานติดตั้งตะเกียงก๊าซในลอนดอน ท่านพอจะหาคนมาช่วยติดต่อเป็นนายหน้าให้ข้าได้ไหม”

ดูปองต์ตกใจจนเบิกตากว้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้พูดขึ้น “ฝ่าบาท พระองค์จะขายเทคโนโลยีตะเกียงก๊าซให้คนอังกฤษหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็มีส่วนใช่” โจเซฟพยักหน้า “แต่เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการทูตที่ละเอียดอ่อนระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ท่านก็รู้ว่า พวกเขาอาจจะกีดกันบริษัทฝรั่งเศส”

“ดังนั้น ข้าอยากให้ท่านช่วยไปเปิดบริษัทที่อังกฤษ หรือไม่ก็กว้านซื้อบริษัทสักแห่ง แล้วอัดฉีดเงินลงทุนเข้าไป จากนั้นก็ออกหน้ารับเหมาโครงการตะเกียงก๊าซของลอนดอน”

“เรื่องนี้กระหม่อมพอจะช่วยได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท แต่กระหม่อมไม่กล้ารับประกันว่าจะตกลงทำสัญญารับเหมากับศาลาว่าการเมืองลอนดอนได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟหัวเราะ “ท่านคิดว่าเงิน 300,000 ฟรังก์ จะพอซื้อใจนายกเทศมนตรีลอนดอนกับผู้รับผิดชอบโครงการได้ไหม”

ดูปองต์ตกใจอีกครั้ง องค์รัชทายาทช่างคุ้นเคยกับเล่ห์เหลี่ยมในแวดวงธุรกิจเสียจริง แถมยังตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างลังเล “ฝ่าบาท เรื่องนี้อาจจะไปพัวพันกับรัฐสภาอังกฤษด้วย ท้ายที่สุดแล้วเงินลงทุนมันมหาศาล…”

“งั้นก็เพิ่มไปอีก 300,000 ฟรังก์ เอาไปผูกมิตรกับสมาชิกรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง” โจเซฟพูดอย่างไม่ลังเล “แล้วข้าจะให้ท่านอีก 100,000 ฟรังก์เป็นค่าเหนื่อย”

ในที่สุดดูปองต์ก็เลิกปฏิเสธ เงินตั้ง 600,000 ฟรังก์เอาไปใช้ติดสินบน คงจะพอมีหวังอยู่บ้าง

เขารีบพยักหน้ารับ “ฝ่าบาท กระหม่อมจะพยายามดูพ่ะย่ะค่ะ ส่วนค่าเหนื่อย กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ถวายงาน ไม่จำเป็นต้องให้หรอกพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟทำท่าทีขึงขัง “ท่านไม่ต้องปฏิเสธ ข้าจะรีบส่งคนเอาเงิน 700,000 ไปให้ท่าน”

“รบกวนท่านไปเชิญอธิบดีฟูเช่มาที” เขาหันไปสั่งเอมัง แล้วพูดกับดูปองต์ต่อ “พวกเราคงต้องมาปรึกษาหารือรายละเอียดของธุรกิจนี้กันอีกสักหน่อย”

คาบสมุทรอินเดีย

ชานเมืองเซริงกาปาตัม ศูนย์กลางการบริหารของไมซอร์

มาร์ควิสเวลสลีย์มองดูกองทหารไมซอร์ที่อยู่ไกลออกไปดัวยสีหน้าอึมครึม เขาหันไปถามเสนาธิการทหารว่า “ตอนนี้ปืนใหญ่หนักของฉันเดินทางมาถึงไหนแล้ว”

“ท่านนายพลครับ ที่เซาท์คานาราฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ถนนหนทางเฉอะแฉะมาก ปืนใหญ่ 12 ปอนด์ขยับไปได้แค่วันละไม่กี่พันฟุต เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักเดือนถึงจะส่งมาถึงครับ”

ตั้งแต่เวลสลีย์เดินทางมาถึงอินเดีย เขาก็บุกตะลุยไปทั่ว ใช้ยุทธวิธี “เอาคนเข้าแลก” จัดการกับป้อมปราการของไมซอร์ที่เซาท์คานารา จนสามารถดันแนวรบมาถึงเซริงกาปาตัมได้

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับการเลื่อนยศเป็นพลจัตวา ทว่ากองทัพของเขากลับต้องมาเจอปัญหาที่หน้าเมืองแห่งนี้ ทิปูสุลต่านหลีกเลี่ยงการปะทะซึ่งหน้ากับเขามาโดยตลอด อาศัยยุทธวิธีลอบโจมตีก่อกวนบ่อยครั้ง จนดึงเวลาเขามาได้ถึงช่วงฤดูมรสุม

“อีกตั้งเดือน…” เวลสลีย์เกาไหล่อย่างแรง เมื่อวานนี้เขาโดนยุงตัวเท่าถั่วเขียวกัดไปหลายตุ่ม คันคะเยอไปหมด “ไม่รู้ว่าเสบียงทางฝั่งคอร์นวอลลิสจะยังพยุงไปได้อีกสองเดือนหรือเปล่า”

ใช่แล้ว ต้องรอให้ปืนใหญ่หนักเดินทางมาถึงก่อน ถึงจะสามารถระดมยิงกดดันปืนใหญ่ที่ใช้ป้องกันเมืองเซริงกาปาตัมได้ และกว่าจะตีเมืองเซริงกาปาตัมแตก อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเดือน

ก่อนหน้านั้น กองทัพของเขายังต้องเผชิญกับฝูงยุง ไข้มาลาเรีย โรคบิด และการลอบโจมตีของพวกไมซอร์ที่ก่อกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเริ่มชักจะสงสัยเสียแล้วว่า ก่อนที่เสบียงจะหมด ขวัญกำลังใจของทหารคงจะแตกกระเจิงไปเสียก่อน

หลังจากเข้าสู่ฤดูมรสุม เส้นทางเสบียงของเขากับคอร์นวอลลิสก็แทบจะถูกตัดขาด เรือบรรทุกเสบียงจำนวนมากจอดทอดสมออยู่ที่ท่าเรือนอร์ทคานารา แต่ไม่สามารถลำเลียงเสบียงเข้ามาได้ ในขณะที่พวกไมซอร์กลับดูเหมือนจะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เสบียงและกระสุนในเมืองมีอย่างเหลือเฟือ ไม่เหมือนกับวิธีต่อสู้ที่พวกมันเคยทำมาเลย

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note