ตอนที่ 492 คริสตจักรต่างหากคือราชาแห่งการกอบโกยความมั่งคั่ง
แปลโดย เนสยังก่อนหน้านี้ โบมงต์ได้รับปากกับองค์รัชทายาทว่าจะให้ความร่วมมือในการจัดระเบียบข้าราชการ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาจึงตั้งใจทำงานนี้อย่างมาก เมื่อสบโอกาสก็จะออกมากล่าวประณามพวกข้าราชการที่ถูกสอบสวนในข้อหาทุจริตอย่างเปิดเผย
ในขณะเดียวกัน ภายใต้คำขอของเขา คริสตจักรในแต่ละพื้นที่ก็มักจะนำภาพวาดของเกฮาซีออกตระเวนจัดแสดงและบรรยายไปทั่วเมืองอยู่บ่อยครั้ง เกฮาซีคือบุคคลในพระคัมภีร์ไบเบิลที่ถูกพระเจ้าลงโทษเพราะความโลภในทรัพย์สิน จนป่วยเป็นโรคเรื้อนขั้นรุนแรง ผิวหนังทั่วร่างกลายเป็นสีขาวซีดน่าสยดสยอง อย่างน้อยภาพวาดนั้นก็สร้างความตื่นตะลึงทางสายตาได้อย่างมาก
ทว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ช่วงนี้ทางคริสตจักรก็ไม่ค่อยได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงแล้ว การที่โบมงต์จู่ๆ ก็ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกในตอนนี้ แท้จริงแล้วก็เพื่อแสดงผลงานต่อหน้าโจเซฟนั่นเอง
ฟูเช่รับแก้วไวน์จากมือนักบวช ปรายตามองโบมงต์ที่กำลังพูดจาฉะฉานไม่หยุดด้วยความดูแคลน ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอและพึมพำว่า
“หึ พวกข้าราชการเหล่านั้นจะไปมีความโลภเทียบเท่าท่านได้อย่างไร”
โจเซฟหันขวับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ “หมายความว่าอย่างไรหรือ”
ฟูเช่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป แต่ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาขององค์รัชทายาท เขาจึงจำต้องกระซิบเสียงแผ่ว
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หลายคนในคริสตจักรต่างรู้ดีว่า อาร์ชบิชอปโบมงต์มีทรัพย์สินส่วนตัวมากถึงสามหรือสี่ล้านฟรังก์ เงินจำนวนนี้…”
เขาเคยเป็นนักบวชมาก่อน จึงรู้เรื่องราววงในของคริสตจักรไม่น้อย
เมื่อโจเซฟได้ยินเช่นนั้นก็พรูลมหายใจออกมา พยักหน้าพลางขมวดคิ้ว
เขาย่อมรู้ดีว่า ในฐานะนักบวชซึ่งเป็นชนชั้นที่หนึ่ง จะไม่ให้โลภได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝรั่งเศสที่มีการจำกัดอำนาจของคริสตจักรในการแทรกแซงทางโลกอย่างเข้มงวด สิ่งเดียวที่เหลือให้ผู้คนในคริสตจักรไขว่คว้าก็คือการกอบโกยความมั่งคั่งนั่นเอง
แต่ในตอนนี้ เขามีเพียงทางเลือกเดียวคือต้องร่วมมือกับคริสตจักรไปก่อน อย่างไรเสียคริสตจักรก็ยังหัวอ่อนกว่าพวกชนชั้นขุนนาง และต้องพึ่งพาราชวงศ์มากกว่า จึงควบคุมได้ง่ายกว่า
หากต้องการปฏิรูประดับประเทศ ก็จำเป็นต้องดึงดูดกองกำลังที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เพื่อสร้างความแตกแยกและบ่อนทำลายความร่วมมือระหว่างชนชั้นที่หนึ่งและชนชั้นที่สอง หรือก็คือนักบวชกับขุนนาง
รอจนกว่าการปฏิรูปด้านต่างๆ ของฝรั่งเศสจะสำเร็จลุล่วงไปได้ระดับหนึ่ง การจัดระเบียบคริสตจักรก็จะต้องถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมอย่างแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นใด แค่เรื่องที่ดินหนึ่งในสิบของประเทศตกอยู่ในมือของคริสตจักรเพียงเรื่องเดียว ก็ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้แล้ว
ต้องรู้ไว้ว่า ในประวัติศาสตร์หลังจากที่การปฏิวัติฝรั่งเศสประสบความสำเร็จ สมัชชาแห่งชาติก็อาศัยการยึดที่ดินของคริสตจักร และใช้ที่ดินเหล่านี้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการออกธนบัตรอัสซินญาต์ จึงสามารถประคับประคองผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินในช่วงแรกมาได้อย่างยากลำบาก
นอกจากนี้ ปัจจุบันคริสตจักรยังคงจัดเก็บภาษีสิบชักหนึ่งอยู่ แม้ว่าอัตราภาษีที่แท้จริงจะไม่ได้สูงถึงร้อยละ 10 แต่ก็อยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 ซึ่งนี่ยังคงเป็นภาระอันหนักอึ้งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อทุกคนรับศีลมหาสนิทเสร็จสิ้น ทางด้านโบมงต์ก็ยุติการโจมตีพวกขุนนางกังฉิน แล้วหันไปส่งสายตาให้นักบวชที่อยู่ด้านข้าง
นักบวชผู้นั้นรีบหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วาดลวดลายและพิมพ์ตัวอักษรยุบยับขึ้นมา ชูให้ทุกคนดู
โบมงต์ยิ้มตาหยีพลางกล่าว “นี่คือ ‘ตั๋วคุ้มครองทรัพย์สิน’ ที่คริสตจักรจัดทำขึ้นตามการดลใจจากพระผู้เป็นเจ้า หลังจากซื้อตั๋วใบนี้แล้ว ท่านจะได้รับพรเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคนโลภโมโทสันปองร้าย”
โจเซฟถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คริสตจักรช่างรู้จักพลิกแพลงเสียจริง เรื่องพรรค์นี้ยังอุตส่าห์คิดทำตั๋วออกมาขายได้อีก!
อย่างไรก็ตาม เขาทำได้เพียงยืนมองตาปริบๆ
ท้ายที่สุดแล้ว ในตอนนั้นเพื่อหลอกเอาเสบียงอาหารที่คริสตจักรตุนไว้ เขาจึงได้รับปากว่าจะยอมให้คริสตจักรขาย “ตั๋วไถ่บาปฉบับปรับปรุง”
จากเรื่องนี้ทำให้เห็นได้ว่า ตลอดหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา คริสตจักรได้ทำตั๋วสารพัดรูปแบบออกมาทำเงินไม่น้อยเลยทีเดียว
โจเซฟเดาะลิ้นโดยสัญชาตญาณ ในใจยิ่งตั้งตารอคอยผลลัพธ์ที่จะได้จากการจัดระเบียบคริสตจักรในอนาคตมากยิ่งขึ้น
…
เมืองหลวงของเกาะคอร์ซิกา อาฌักซิโอ
ในห้องบนชั้นสองของบ้านสมาชิกสภาจิโรลาโม บาร์โตลิโอซึ่งเป็นสมาชิกสภาเช่นเดียวกันได้ผลักกระดาษหลายแผ่นไปตรงกลางโต๊ะ จากนั้นจึงกวาดสายตามองคนหลายคนในห้องแล้วกล่าวว่า
“นี่คือจดหมายที่มิสเตอร์เอนนิโอส่งมาจากชาร์ลสตัน อ้อ เมื่อสี่เดือนก่อนเขาเดินทางไปอเมริกาตามคำขอร้องของฉันเอง”
สมาชิกสภาคอร์ซิกาอีกคนหนึ่งหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาด้วยความสงสัย แล้วอ่านออกเสียง
“ในเมืองนาบอสของชาร์ลสตัน ตลอด 30 ปีที่ผ่านมามีนายหญิงมาสสิโมเพียงสามคนเท่านั้น สองคนในนั้นยังมีชีวิตอยู่ ส่วนอีกคนเสียชีวิตไปเมื่อต้นปีนี้”
“นายหญิงมาสสิโมที่ตายไป ไม่เคยพูดถึงเลยว่าตัวเองมีญาติอยู่ที่คอร์ซิกา ซ้ำยังยากจนข้นแค้น ทรัพย์สินทั้งหมดรวมกันแล้วมีไม่ถึง 30 ดอลลาร์”
“ทว่า มีชาวเมืองเห็นว่าหลังจากที่เธอตาย มีคนพูดสำเนียงอิตาลีไปติดต่อกับหลานชายของเธอ ซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียว หลังจากนั้น หลานชายของเธอก็เริ่มอ้างว่าเธอเคยไปที่คอร์ซิกา”
“ดังนั้น…”
บาร์โตลิโอตบโต๊ะดังปังด้วยความโกรธจัด “ดังนั้นนายหญิงปาโอลีจึงไม่มีคุณป้าที่อเมริกาอะไรนั่นเลย! ต่อให้มี อย่างมากก็คงทิ้งมรดกไว้ให้เธอแค่ 30 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 10,000 ดอลลาร์!”
“พวกท่านช่วยดูนี่อีกทีสิ”
เขาดึงเอกสารออกมาจากกองกระดาษสองแผ่น แล้วยัดใส่มือสมาชิกสภาที่อยู่ข้างๆ
ฝ่ายหลังอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก จึงส่งเอกสารคืนให้เขา
บาร์โตลิโอใช้กระดาษสองแผ่นนั้นชี้จิ้มอย่างแรงพลางกล่าว
“พวกนี้คือเอกสารรับรองที่ออกโดยศาลาว่าการเมืองชาร์ลสตัน ฉบับนี้เป็นคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของชาร์ลสตัน ส่วนฉบับนี้เป็นไร่ฝ้ายขนาดใหญ่ทางชานเมืองทิศใต้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของนายหญิงปาโอลี”
“ท่านบอกว่านายหญิงปาโอลีไม่ได้รับมรดกไม่ใช่หรือ” จิโรลาโมซึ่งเป็นไส้ศึกแสร้งทำสีหน้าไม่เข้าใจทันที
“นี่มันใช่มรดกที่ไหนกัน! พวกท่านดูเวลาการโอนกรรมสิทธิ์บนนี้สิ” บาร์โตลิโอกัดฟันกรอด “ปลายเดือนเมษายน แสดงว่านี่คือทรัพย์สินที่นายหญิงปาโอลีเพิ่งกว้านซื้อมาใหม่!”
จิโรลาโมชี้ไปที่ราคาบนเอกสารรับรอง ร้องอุทานด้วยความตกใจ
“บ้านและที่ดินรวมกันมีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์! เธอไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน”
สมาชิกสภาทั้ง 7 คนในห้องต่างหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที
ออสการ์ ปาโอลี มักจะอวดอ้างอยู่เสมอว่าเขาอุทิศตนเพื่อฟื้นฟูประเทศชาติ ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆ เลย บ้านที่พักอาศัยอยู่ในลอนดอนก็เป็นของขวัญจากผู้สนับสนุน แต่ตอนนี้จู่ๆ กลับมีเงินก้อนโตถึง 100,000 ดอลลาร์โผล่มา
โดยไม่ต้องมีใครเอ่ยเตือน พวกเขาก็นึกถึงเงินสนับสนุนจำนวน 25,000 ปอนด์ที่ถูกไฟไหม้ไปโดยอุบัติเหตุเมื่อไม่กี่เดือนก่อนขึ้นมาทันที ซึ่งก็เทียบเท่ากับ 120,000 ดอลลาร์
และทรัพย์สินที่ปาโอลีกว้านซื้อในอเมริกา เมื่อรวมกับมรดก 10,000 ดอลลาร์ที่ภรรยาของเขาได้รับที่เนเธอร์แลนด์ ก็ตรงกับตัวเลขนี้พอดิบพอดี
“ฉันคิดว่าเรื่องราวมันชัดเจนมากแล้ว” บาร์โตลิโอแค่นยิ้มเย็น “ปาโอลีทรยศพวกเรา”
มีคนตั้งข้อสงสัย “แต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนี้นี่…”
“ไม่ เขามี” ชายร่างผอมผมสีน้ำตาลที่ก่อนหน้านี้นิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยปากขึ้น “ความจริงแล้ว เมื่อต้นปีพวกเราได้รับข่าวกรองว่า คนอังกฤษดูเหมือนกำลังเจรจากับฝรั่งเศส และอาจจะไม่ให้ความคุ้มครองมิสเตอร์ปาโอลีอีกต่อไป”
ผู้ที่พูดคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลหน่วยข่าวกรองขององค์กรฟื้นฟูชาติคอร์ซิกา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดต่อ
“ฉันรายงานเรื่องนี้ให้มิสเตอร์ปาโอลีทราบแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่กลัวพวกฝรั่งเศส และบอกให้ฉันไม่ต้องใส่ใจ”
จิโรลาโมรีบเสริมทันที “ดูเหมือนว่ามิสเตอร์ปาโอลีคงเตรียมตัวจะหนีออกจากอังกฤษตั้งแต่ตอนนั้นแล้วสินะ”
เดิมทีเขาตั้งใจจะเป็นคนพูดเรื่องที่คนอังกฤษจะไม่คุ้มครองปาโอลีเอง แต่ไม่คิดว่าจะมีคนชิงพูดตัดหน้าไปเสียก่อน
ชายผมสีน้ำตาลครุ่นคิด “ไม่ ไม่ใช่แค่หนีออกจากอังกฤษหรอก ฉันคิดว่า เขาน่าจะไปทำข้อตกลงลับๆ กับฝรั่งเศสแล้วต่างหาก”

0 Comments