You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ไซลีเซีย

ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแนวรบปรัสเซีย-ออสเตรียแห่งเลกนิตซา

ภายในศูนย์บัญชาการกองทัพออสเตรียที่ตั้งอยู่ในเวาบ์จิค นายพลเลออนผู้ประดับอินทรธนูยศพลเอกใหม่เอี่ยม ยื่นแก้วไวน์สีใสเป็นประกายให้แก่พันโทชาวฝรั่งเศสตรงหน้า ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร: “ท่านต้องลองชิมเจ้านี่ดูนะ สหายรักของข้า นี่คือไวน์ชั้นดีจากบอร์โดที่องค์จักรพรรดิทรงประทานมาให้เชียวนะ” [หมายเหตุ 1]

“ขอบคุณสำหรับการต้อนรับของท่าน” เลอแฟฟวร์รับแก้วไวน์มา ชูขึ้นเป็นสัญญาณ “ข้าใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเดือนเต็ม กว่าจะเดินทางจากแอลเจียร์มาถึงที่นี่ และก็รีบมาเยี่ยมท่านทันที ท่านได้เลื่อนยศเป็นพลเอกแล้ว ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยจริงๆ!”

หลังจากที่เลออนเดินทางกลับมาจากเซาท์เนเธอร์แลนด์ ลีโอโพลด์ที่ 2 ก็ทรงลงนามในหนังสือแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง และเลื่อนยศให้เขาเป็นพลเอกเป็นกรณีพิเศษ

เลออนรีบยกแก้วขึ้นพร้อมรอยยิ้ม: “เรื่องนี้จะขาดความช่วยเหลือจากท่านไปไม่ได้เลย”

นี่เป็นความจริงจากใจของเขาอย่างแน่นอน หากตอนนั้นไม่มีเลอแฟฟวร์คอยช่วยเหลือ เขาคงถูกพวกปรัสเซียจับตัวไปนานแล้ว

“โอ้ ใช่แล้ว ข้ายังเตรียมงานเลี้ยงมื้อเที่ยงไว้ต้อนรับท่านด้วยนะ สตูเนื้อวัวอบชีสกับขาหมูย่างของที่นี่รสชาติยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว”

เลอแฟฟวร์เดินคุยทักทายกับเขาออกมาจากห้อง พลางพูดราวกับไม่ตั้งใจว่า: “ว่าแต่ ทำไมจอมพลลาซี่ถึงส่งท่านมาอยู่ที่นี่ล่ะ? ข้าหมายถึง ท่านสมควรจะไปสร้างผลงานที่แนวรบหลักด้านหน้าต่างหาก ไม่ใช่มาเฝ้าเมืองเล็กๆ ห่างไกลความเจริญแบบนี้”

นายพลเลออนผายมือออก: “อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่การอยู่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ละวันก็…”

เขาแทบจะหลุดคำว่า “ตกปลา” ออกมาอยู่แล้ว จึงรีบกระแอมและเปลี่ยนเรื่อง: “อา ตรวจตราแนวป้องกัน ฝึกฝนทหาร อะไรทำนองนี้แหละ”

“ใช่แล้ว ล้วนเป็นการสวามิภักดิ์ต่อองค์จักรพรรดิทั้งสิ้น” เลอแฟฟวร์พยักหน้า จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด และเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ในฐานะสหายเก่าผู้ซื่อสัตย์ ข้าคิดว่าตอนนี้ท่านไม่ควรจะมานั่งว่างงานแบบนี้หรอกนะ”

“โอ้? ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

“พูดตามตรง ด้วยบารมีของท่านในปัจจุบัน รวมถึงผลงานที่เซาท์เนเธอร์แลนด์ ท่านมีสิทธิ์ได้รับแต่งตั้งเป็นจอมพลได้เลยทีเดียว” เลอแฟฟวร์ทำท่าทางเสียดาย “ทว่า องค์จักรพรรดิอาจจะยังทรงมองว่าท่านอายุน้อยเกินไปสักหน่อย”

เลออนในตอนนี้เพิ่งจะอายุเพียง 35 ปี หากสามารถก้าวขึ้นเป็นจอมพลได้ ก็ถือว่าอายุน้อยมากจริงๆ

“จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ” เลออนหัวเราะพลางโบกมือ “ข้าพอใจกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากแล้ว”

เขาพอใจมากจริงๆ หากไม่มี “การผจญภัยอันน่าเหลือเชื่อ” ที่เซาท์เนเธอร์แลนด์ ชีวิตนี้ของเขาอย่างมากก็คงเป็นได้แค่พลตรีเท่านั้น

เลอแฟฟวร์ชูนิ้วชี้และนิ้วโป้งขวาขึ้นมาทำท่าประกอบ: “ในความเป็นจริง ท่านห่างจากตำแหน่งจอมพลเพียงแค่ผลงานทางทหารอีกนิดเดียวเท่านั้น”

เขาลดเสียงลงและกล่าวต่อ: “จอมพลลาซี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากให้ท่านไปสั่นคลอนตำแหน่งของเขาเสียเท่าไหร่

“ท่านดูสิ เวาบ์จิคอยู่ตรงปลายสุดของแนวรบ ย่อมไม่มีทางเกิดการปะทะที่ดุเดือดขึ้นอย่างแน่นอน รอจนสงครามสิ้นสุดลง ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้สร้างผลงานอีกต่อไปแล้ว”

เลออนกะพริบตา รู้สึกว่าสิ่งที่สหายเก่าพูดนั้นมีเหตุผลมาก โดยเฉพาะคำว่า “จอมพล” มันช่างเย้ายวนใจเขาราวกับสาวงามที่กำลังทอดสะพานให้อย่างไรอย่างนั้น

แต่แล้วเขาก็มีสีหน้าลำบากใจขึ้นมา: “แต่ว่า ลาซี่คงจะไม่ยอมให้ข้าย้ายไปที่แนวรบหลักเป็นแน่ ท่านก็รู้ ที่นั่นมีแต่คนของเขาทั้งนั้น”

เลอแฟฟวร์พยักหน้า ทำทีเป็นครุ่นคิด: “บางที ท่านอาจจะไปสร้างความก้าวหน้าในที่อื่นดูก็ได้”

“ที่อื่นงั้นหรือ?”

“ใช่ อย่างเช่นที่ราติบอร์ กองทหารรักษาการณ์ของปรัสเซียที่นั่นมีไม่มากนัก ท่านสามารถนำกำลังไปบุกยึดมาด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน”

ราติบอร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของไซลีเซีย เป็นมณฑลที่ค่อนข้างเล็ก

เลออนเอ่ยด้วยความสงสัย: “แต่ถึงจะสามารถยึดราติบอร์กลับคืนมาได้ ก็ต้องเผชิญกับแม่น้ำโอเดอร์อยู่ดี แทบจะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อสถานการณ์สงครามเลยนี่นา”

หากต้องการเดินทางจากราติบอร์ไปยังเบรสเลา เมืองหลวงของไซลีเซีย ก็จะต้องข้ามแม่น้ำโอเดอร์ไป และปรัสเซียเพียงแค่ส่งกองทัพจำนวนเล็กน้อยไปเฝ้าระวังตลอดริมแม่น้ำ กองทัพออสเตรียก็ยากที่จะข้ามไปได้แล้ว ในทางกลับกัน กองทัพปรัสเซียสามารถล่องเรือไปตามแม่น้ำโอเดอร์จากเบรสเลา เพื่อกระจายกำลังเข้าสู่ทางตอนเหนือของราติบอร์ได้อย่างรวดเร็ว และยึดที่นั่นกลับคืนมาได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม ทางทิศใต้ของราติบอร์ก็คือเทือกเขาซูเดเทน ดังนั้นจึงไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดินใหญ่ของออสเตรียได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ คู่สงครามในไซลีเซียจึงไม่ค่อยให้ความสนใจที่ราติบอร์มากนัก

เลอแฟฟวร์เผยรอยยิ้มบางๆ: “สิ่งที่ท่านต้องการก็แค่ผลงานที่จะนำไปสู่การเลื่อนขั้นเป็นจอมพลเท่านั้น และการทวงคืนดินแดนในไซลีเซีย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม ก็เพียงพอที่จะทำให้ท่านได้ก้าวขึ้นเป็นจอมพลแล้ว”

เมื่อเลออนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ใช่แล้ว! ทำไมตัวเองถึงนึกไม่ถึงจุดนี้เลยนะ?

รอจนได้เลื่อนยศเป็นจอมพล ตนก็สามารถกลับไปเสวยสุขที่เวียนนาได้แล้ว ส่วนทางไซลีเซียจะสู้รบกันอย่างไรต่อไป นั่นก็เป็นเรื่องของลาซี่แล้ว

“ขอบคุณท่านมากจริงๆ!” เขามองเลอแฟฟวร์ด้วยความตื่นเต้น “ท่านมักจะมอบคำแนะนำที่ถูกต้องที่สุดให้ข้าเสมอ ตอนอยู่เซาท์เนเธอร์แลนด์ก็เป็นแบบนี้ ท่านคือสหายที่ดีที่สุดของข้าจริงๆ!”

เขาพูดพลางก็รู้สึกลังเลขึ้นมาอีก: “แต่ว่า ท่านแน่ใจหรือว่าข้าจะสามารถตีราติบอร์ให้แตกได้?”

คนในครอบครัวย่อมรู้เรื่องของคนในครอบครัวดีที่สุด ตอนที่อยู่ลักเซมเบิร์ก กองทัพใหญ่ของเขาถูกพวกปรัสเซียตีจนแตกพ่ายยับเยิน ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งพาเลอแฟฟวร์ที่นำทหารกว่า 3 พันนายมากอบกู้สถานการณ์เอาไว้ เขาถึงได้มีชื่อเสียงในฐานะผู้คว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาได้

“กองทหารรักษาการณ์ปรัสเซียในราติบอร์น่าจะมีไม่เกิน 7 พันคน กองพลของท่านมีทหารตั้ง 1 หมื่น 6 พันนาย ท่านก็ทิ้งทหารไว้เฝ้าเวาบ์จิคสักหน่อย”

เลอแฟฟวร์พูดพลางทำไม้ทำมือชี้ไปรอบๆ: “สถานที่ผีสิงแบบนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องเฝ้าระวังหรอก ท่านนำกองกำลังที่ได้เปรียบไปบุกโจมตีอย่างหนัก จะต้องบดขยี้พวกปรัสเซียได้อย่างรวดเร็วแน่นอน”

เลออนมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน: “สหายเก่าของข้า ท่านพอจะเดินทางไปกับข้าด้วยได้ไหม?”

เลอแฟฟวร์รีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง: “ข้ายินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน แต่นี่มันเกี่ยวข้องกับการเลื่อนขั้นเป็นจอมพลของท่าน ข้าไม่ควรไปแย่งความดีความชอบของท่านหรอก

“โอ้ รอให้ท่านยึดราติบอร์กลับคืนมาได้แล้ว ข้าจะไปช่วยท่านป้องกันที่นั่นเอง ข้ารับปาก”

หลังจากนั้น เลอแฟฟวร์ก็ยังพูดให้กำลังใจเขาอีกหลายประโยค ผ่านไปครู่หนึ่ง แววตาของเลออนก็แน่วแน่ขึ้นในที่สุด

สามวันต่อมา

เลออนทอดสายตามองราติบอร์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกจางๆ หันไปถามเสนาธิการว่า: “พวกปรัสเซียมีความเคลื่อนไหวอะไรผิดปกติไหม?”

“ตอนนี้ยังไม่มีเลยครับ ท่านนายพล กองทัพศัตรูเอาแต่หดหัวอยู่หลังแนวป้องกันของเมือง”

เลออนพยักหน้าและสั่งการ: “สั่งให้ทหารทุกคนระมัดระวังเรื่องการซ่อนตัวให้ดี 10 โมงตรงเริ่มเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบตามแผนการเดิม”

ครั้งนี้เขานำกองทัพใหญ่มาถึง 1 หมื่น 2 พันนาย ตามที่เลอแฟฟวร์บอกไว้ ขอเพียงบุกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็จะได้รับชัยชนะมาอย่างรวดเร็ว

“รับทราบครับ ท่านนายพล!”

สองชั่วโมงต่อมา ปืนใหญ่ของกองพลเลออนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของราติบอร์ ปืนใหญ่ 12 ปอนด์ 2 กระบอก และ 6 ปอนด์อีก 7 กระบอกส่งเสียงคำรามขึ้นพร้อมกัน

หลังจากระดมยิงปืนใหญ่ไปกว่ายี่สิบรอบ กองกำลังทหารราบออสเตรียกลุ่มใหญ่ก็จัดแถวตอนลึก บุกเข้าโจมตีค่ายทหารปรัสเซียจากทั้งทางทิศตะวันตกและทิศใต้ ท่ามกลางเสียงกลองศึกที่ดังกึกก้อง

เลออนคลุกคลีอยู่กับเลอแฟฟวร์มานานขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงขีดความสามารถในการรบที่แท้จริงหรอก แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถเลียนแบบท่าทางมาได้ถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว

พวกปรัสเซียดูเหมือนจะยังตั้งตัวไม่ติด ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เริ่มยิงปืนใหญ่สวนกลับมา

ทหารออสเตรียบุกฝ่าดงกระสุนปืนใหญ่ และสามารถรุกคืบเข้าไปถึงแนวป้องกันด่านแรกนอกเมืองได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้คำสั่งของนายทหาร พวกเขาก็เริ่มกระจายกำลังออกไปด้านข้าง แปรขบวนเป็นแถวหน้ากระดาน

[หมายเหตุ 1: เวาบ์จิค (Wałbrzych) เป็นชื่อสถานที่ในภาษาโปแลนด์ ผู้เขียนหาชื่อที่ใช้ในช่วงที่เยอรมนียึดครองไม่พบ จึงใช้ชื่อนี้ชั่วคราว]

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note