You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ชั้นสองของพระราชวังตุยเลอรี

โจเซฟมองดูรายงานสถิติเกี่ยวกับงานเอ็กซ์โปที่ไบญีเพิ่งรวบรวมเสร็จ ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา

เดิมทีเขาเพียงแค่ต้องการอาศัยการจัดงานเอ็กซ์โป ประกอบกับโอกาสในการติดตั้งโคมไฟถนนก๊าซในปารีส เพื่อโปรโมตฝรั่งเศสให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเท่านั้น

แต่ไม่คิดเลยว่า งานเอ็กซ์โปยังไม่ทันจบ ยอดสั่งซื้อสินค้าทางธุรกิจในปัจจุบันก็พุ่งสูงถึง 6 ล้านกว่าฟรังก์แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงตัวเลขของการเซ็นสัญญาในห้องโถงธุรกิจเท่านั้น ตามการประเมินของไบญี หากรวมการซื้อขายกันแบบส่วนตัวด้วย ยอดรวมน่าจะเกิน 10 ล้านฟรังก์ไปแล้ว

และในจำนวนนี้ เกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นยอดสั่งซื้อของฝรั่งเศส อย่างไรเสียฝรั่งเศสก็เป็นเจ้าภาพ การเตรียมตัวของพาวิลเลียนก็พร้อมที่สุด การโปรโมตสินค้าก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นการดึงดูดผู้ซื้อจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย

แม้วาในคำสั่งซื้อเหล่านี้ อาจจะมีหลายออร์เดอร์ที่ไม่ได้ตกลงซื้อขายกันจริงๆ ในท้ายที่สุด แต่ขอเพียงแค่มีการตกลงซื้อขายกันจริงหกถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถผลักดันยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสได้อย่างมหาศาลแล้ว

ต้องรู้ไว้ว่า นี่เป็นเพียงแค่งานแสดงสินค้าเท่านั้น ผู้ซื้อยังคงมีทัศนคติในเชิงทดลองกับสินค้าอยู่

รอจนกว่าสินค้าเหล่านี้ไหลเข้าสู่ตลาดในประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป และได้รับการยอมรับจากคนในท้องถิ่นจนเกิดความต้องการที่มั่นคง เมื่อนั้นต่างหากถึงจะเป็นช่วงเวลาแห่งการระเบิดยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส

ด้วยอานิสงส์จาก “สนธิสัญญาอีเดน” ที่ฝรั่งเศสและอังกฤษลงนามร่วมกัน รวมถึง “สนธิสัญญาการค้าแม่น้ำไรน์-แม่น้ำแซน” ที่ลงนามร่วมกับประเทศเยอรมนีกว่าครึ่ง สินค้าเหล่านี้ก็จะไม่พบกับอุปสรรคมากนักในการเจาะเข้าสู่ประเทศดังกล่าว

เมื่อดึงเงินทุนกลับมาได้ ก็จะเกิดเป็นวงจร หมุนเวียน “การผลิต – การขาย – เงินทุน – การวิจัยและพัฒนา” ประกอบกับการที่โจเซฟเป็นผู้ชี้แนะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมให้กับฝรั่งเศส ก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า ฝรั่งเศสจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้รับชัยชนะในการแข่งขันของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1

อย่างไรก็ตาม โจเซฟก็สังเกตเห็นจากงานแสดงสินค้าในครั้งนี้เช่นกันว่า ประเทศอื่นๆ ในยุโรปก็เริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องพูดถึงผู้นำการปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างอังกฤษหรอก ไม่ว่าจะเป็นรัฐต่างๆ ในเยอรมนี หรือประเทศในอิตาลี ต่างก็มุ่งความสนใจไปที่อุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็กกล้า และเริ่มสัมผัสกับเทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำแล้ว

ช่วยไม่ได้ แวดวงยุโรปก็มีอยู่แค่นี้ ใครคิดค้นของดีๆ ออกมา ประเทศอื่นก็พร้อมจะทำตามทันที ในประวัติศาสตร์ หลังจากที่อังกฤษเริ่มการปฏิวัติอุตสาหกรรม ประเทศมหาอำนาจหลักอื่นๆ ในยุโรปต่างก็เริ่มกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมตามกันไปติดๆ แม้แต่ออสเตรียที่เชื่องช้าที่สุด ก็ยังช้ากว่าอังกฤษแค่ 20 ปีเท่านั้นเอง

ดังนั้น โจเซฟจึงไม่กล้าละเลยในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสเลยแม้แต่น้อย

โลกในยุคสมัยนี้ยึดหลักกฎแห่งป่า ประเทศที่แข็งแกร่งจะไม่มีวันปรานีประเทศที่อ่อนแออย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบันคืออังกฤษ ไอ้ตัวการที่สลักคำว่า “นักป่วน” ไว้ในสายเลือด

ฝรั่งเศสจะต้องแข็งแกร่งพอ ถึงจะสามารถรับมือกับความเป็นปรปักษ์และการบ่อนทำลายที่คนอังกฤษจะต้องทำอย่างแน่นอน ดังนั้นก้าวของการพัฒนาอุตสาหกรรมจึงต้องรวดเร็วขึ้นไปอีก

โจเซฟส่งเอกสารสถิติของงานเอ็กซ์โปคืนให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกำชับว่า:

“ขอให้ท่านพยายามให้การสนับสนุนโรงงานที่ได้รับคำสั่งซื้อเหล่านี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งทอ เหล็กกล้า และเคมีภัณฑ์ หากพบปัญหาอะไร ก็ให้รายงานตรงมาที่ข้าได้เลย”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

ไบญีโค้งตัวเล็กน้อย จากนั้นก็หารือเรื่องพิธีปิดงานเอ็กซ์โปกับโจเซฟอีกสองสามเรื่อง แล้วก็ลุกขึ้นจากไป

แบร์ตีเยที่รออยู่เป็นเวลานานพยักหน้าทักทายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องทำงานของมกุฎราชกุมาร โค้งคำนับให้โจเซฟ แล้วกล่าวว่า:

“ฝ่าบาท ตอนเที่ยงได้รับข่าวจากเวียนนาว่ากองพลเลอแฟฟวร์ได้เดินทางถึงเบอร์โนแล้ว คาดว่ากองกำลังของกองพลทหารองครักษ์ในฝั่งไซลีเซียจะรวมตัวกันเสร็จสิ้นภายใน 5 วันพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟพยักหน้า: “รบกวนกรมเสนาธิการช่วยถ่ายทอดคำสั่งของข้าไปยังกองพลทหารองครักษ์ด้วยว่า ให้กองทัพทั้งหมดพักผ่อนในเขตออสเตรียชั่วคราว ข้าจะรีบเดินทางไปที่ไซลีเซียทันทีที่งานเอ็กซ์โปจบลง”

แบร์ตีเยถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย: “ฝ่าบาท พระองค์จะเสด็จไปไซลีเซียงั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เพราะในความเข้าใจของเขา การต่อสู้ของฝรั่งเศสในไซลีเซียเป็นเพียงการแสดงท่าทีให้ออสเตรียเห็นเท่านั้น องค์มกุฎราชกุมารไม่จำเป็นต้องเสด็จไปที่นั่นด้วยพระองค์เองเลย

“ใช่แล้ว” โจเซฟพยักหน้า “พวกเราจะมีการต่อสู้ที่ดุเดือดที่นั่น ข้าจึงจำเป็นต้องไปปรากฏตัวที่แนวหน้า”

เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของแบร์ตีเย โจเซฟก็ยิ้มและพูดว่า: “ปัจจุบันเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างปรัสเซียและออสเตรียแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากก่อนเกิดสงครามเลย หากเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็สามารถเจรจาสงบศึกกันได้ง่ายมาก

“แต่ถ้าหากปรัสเซียสูญเสียพื้นที่บางส่วนในไซลีเซียไป ท่านคิดว่าพวกเขาจะยอมรับผลลัพธ์นี้ไหมล่ะ?”

แบร์ตีเยตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมาได้ทันที รีบพูดว่า: “ฝ่าบาท หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพปรัสเซีย 1 แสน 2 หมื่นนายเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านต้องเชื่อมั่นในทหารของฝรั่งเศสสิ” โจเซฟกล่าว “อีกอย่าง ไม่ช้าก็เร็วพวกเราก็ต้องเผชิญกับสงครามใหญ่แบบนี้อยู่ดี การให้กองทัพสั่งสมประสบการณ์ให้เร็วที่สุดก็เป็นเรื่องที่ดี”

โจเซฟรู้ดีว่า ขอเพียงแค่รัฐในเยอรมนีไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ลำพังเพียงอังกฤษก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามร้ายแรงต่อฝรั่งเศสบนแผ่นดินยุโรปได้ ดังนั้น เขาจึงต้องปล่อยให้ไฟสงครามในไซลีเซียคุกรุ่นต่อไป

… รัสเซีย เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

เยกาเจรีนาที่ 2 มองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ:

“ท่านหมายความว่า ฝรั่งเศสจะลงทุนครั้งใหญ่ในดอนบาส และจะส่งคนไปพัฒนาที่นั่นงั้นหรือ?”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ทาแลร็องโค้งตัวกล่าว “นี่เป็นแผนการที่องค์มกุฎราชกุมารทรงกำหนดขึ้นด้วยพระองค์เอง มีสามบริษัทที่ยืนยันจะไปลงทุนแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือบริษัทเหล็กซิลค์ที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในฝรั่งเศสในปัจจุบัน พระองค์อาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง”

ก่อนหน้านี้เยกาเจรีนาที่ 2 เฝ้ารอคำตอบจากเอกอัครราชทูตประจำฝรั่งเศสเกี่ยวกับการเห็นด้วยของฝรั่งเศสในการอภิเษกสมรสระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียมาตลอด เดิมทีนางคิดว่าฝรั่งเศสจะดำเนินนโยบายรักษาระยะห่างกับรัสเซียเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่ามกุฎราชกุมารฝรั่งเศสจะส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ทันที

หรือว่าคนฝรั่งเศสไม่พอใจสายเลือดของอเล็กซานดรา แต่ก็ยังอยากกระชับความสัมพันธ์กับพวกเรางั้นหรือ?

นางสลัดความคิดในหัวทิ้งไป แล้วถามทาแลร็องต่อ: “ถ้าอย่างนั้น องค์มกุฎราชกุมารทรงหวังว่าจะได้รับสิ่งใดเป็นการตอบแทนล่ะ?”

ทาแลร็องยิ้มอย่างจริงใจที่สุด: “มิตรภาพของพระองค์ก็คือสิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับฝรั่งเศสแล้ว

“โอ้ อันที่จริงองค์มกุฎราชกุมารทรงเชื่อว่า ภูมิภาคดอนบาสมีโอกาสสูงมากที่จะพบเหมืองถ่านหินหรือเหมืองเหล็ก ดังนั้นการพัฒนาที่นั่น จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้งสองประเทศ”

โจเซฟรู้ดีว่า การทูตในความเป็นจริงไม่อาจเป็นเหมือนในละครโทรทัศน์ ที่จะวิ่งไปซื้อที่ดินรกร้างของคนอื่นในราคาถูก ขุดเอาทรัพยากรออกมาอย่างลับๆ แล้วแอบขนกลับบ้านไปได้หรอก

ทำแบบนั้น คนอื่นก็จะมีแต่รู้สึกว่าถูกหลอก และเมื่อพวกเขาเห็นถึงผลประโยชน์มหาศาลจากทรัพยากร ท้ายที่สุดก็ต้องฉีกสัญญา และกลายเป็นศัตรูกันอย่างแน่นอน

แต่ถ้าบอกเยกาเจรีนาไปตั้งแต่แรกเลยว่า ข้าฟันธงว่าดอนบาสมีเหมืองถ่านหินและเหมืองเหล็ก แต่ตอนนี้มันยังเป็นพื้นที่รกร้างอยู่ ท่านก็ลองเสนอราคามาละกัน วันข้างหน้าถ้าขุดเจอทรัพยากรขึ้นมาจริงๆ ก็อย่ามาหาว่าเอาเปรียบก็แล้วกัน

ซาร์แห่งรัสเซียเผยรอยยิ้ม พยักหน้าตอบ: “ข้าสามารถมอบสิทธิ์การทำเหมืองบนพื้นที่ 2 หมื่นเดสยาตินในเขตดอนบาสให้แก่องค์มกุฎราชกุมารได้ เพื่อเป็นการตอบแทนความปรารถนาดีของเขา”

1 เดสยาติน มีขนาดมากกว่า 1 เฮกตาร์ 2 หมื่นเดสยาตินก็ถือเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากแล้ว

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note