You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

สำหรับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ในทวีปยุโรป น่าจะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านการส่งทหารไปตริโปลีของฝรั่งเศสมากนัก

ออสเตรียกำลังรบกันอย่างดุเดือดที่ไซลีเซีย และกำลังขอร้องให้ฝรั่งเศสส่งทหารไปช่วย

สเปนเป็นญาติพี่น้องกัน แถมยังมีข้อตกลงลับกับฝรั่งเศสในการร่วมมือกันยึดยิบรอลตาร์กลับคืนมา เพื่อรวมคาบสมุทรไอบีเรียให้เป็นหนึ่งเดียว แค่ให้ผลประโยชน์เขาสักหน่อย เขาก็จะวางตัวเป็นกลางอย่างแน่นอน

รัสเซียยิ่งหวังให้ฝรั่งเศสส่งทหารไปตริโปลี เพราะที่นั่นมีทหารองครักษ์ของจักรวรรดิออตโตมันประจำการอยู่ 1 หมื่น 2 พันนาย การที่รัสเซียจะควบคุมทะเลดำได้ จะต้องโค่นล้มออตโตมันให้สิ้นซาก การที่ฝรั่งเศสสามารถทำลายกองทัพออตโตมันในแอฟริกาเหนือได้มากเท่าไหร่ ศัตรูในสนามรบของพวกเขาในอนาคตก็น้อยลงเท่านั้น

อีกทั้งบริษัทการค้าเจมินีก็เดินเรือในเส้นทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบ่อยที่สุด หากฝรั่งเศสสามารถควบคุมท่าเรือการค้าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อีกแห่ง รัสเซียก็จะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นด้วย

ภายในประเทศโปแลนด์กำลังตื่นตัวเรื่องชาตินิยม ชนชั้นนำต่างก็ออกไปปราศรัยตามท้องถนน จัดการเดินขบวนของประชาชน ทำกันอย่างเอิกเกริก ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของประเทศอื่นเลย

ประเทศใหญ่เพียงประเทศเดียวที่จะต่อต้านการที่ฝรั่งเศสโจมตีตริโปลีก็คือปรัสเซีย ทว่ากองทัพเรือปรัสเซีย… ช่างเถอะ ประเทศของเขาแทบจะไม่มีกองทัพเรือเลย ดังนั้นถึงเขาจะมีความคิดเห็นแล้วจะทำไมล่ะ? ยังไงปรัสเซียกับฝรั่งเศสก็กำลังซัดกันอยู่ที่เซาท์เนเธอร์แลนด์แล้ว ถ้าไม่ยอมก็ลองส่งทหารเพิ่มมาดูสิ แล้วคอยดูว่าเสด็จลุงของข้าจะไปถล่มทัพหลังของเจ้าที่ไซลีเซียหรือไม่!

ส่วนประเทศเล็กๆ อื่นๆ อย่างซาร์ดิเนีย เดนมาร์ก บาวาเรีย ฯลฯ ใครจะกล้ามายุ่งเรื่องของฝรั่งเศส?

ดังนั้นตริโปลีในครั้งนี้ โจเซฟเอาแน่!

พูดไปแล้วก็ต้องขอบคุณคนอังกฤษ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ให้เบนจิอูร์โจมตีตูนิส เขาก็คงหาเหตุผลหนักแน่นในการส่งทหารไม่ได้

ในความเป็นจริงแล้ว ตริโปลีในสายตาของประเทศต่างๆ ในยุโรปยุคนั้น แทบจะเป็นดินแดนรกร้างที่มีประชากรไม่ถึง 7 แสนคน แม้ว่าพื้นที่ประเทศจะเล็กกว่าตูนิสเพียงเล็กน้อย [1] แต่ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตหรือตำแหน่งท่าเรือก็อยู่ในระดับธรรมดา มีเพียงเมืองตริโปลีและเมืองซาวิเยที่พอน่าอยู่ และท่าเรือตริโปลีที่มีค่าเล็กน้อยเท่านั้น

ทว่า โจเซฟรู้ดีว่าตริโปลีจะเป็นเส้นทางสำคัญสู่ประเทศอียิปต์ หากไม่มีตริโปลี ความคิดที่จะขุดคลองสุเอซในอียิปต์ ก็เป็นเพียงจินตนาการที่เพ้อฝัน หลังจากคลองสุเอซเปิดใช้งาน จะสามารถร่นระยะทางเส้นทางการค้าทางทะเลจากตะวันออกไกลไปยุโรปได้ถึงครึ่งหนึ่ง เรียกได้ว่าใครได้ครอบครองคลองสุเอซ คนนั้นก็สามารถควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของยุโรปได้

ในสถานการณ์เช่นนี้ คนอังกฤษจะต้องยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อขัดขวางไม่ให้ฝรั่งเศสได้คลองนี้ไป ก่อนที่จะสามารถสั่นคลอนสถานะเจ้าแห่งท้องทะเลของอังกฤษได้ ก็ทำได้เพียงพึ่งพาการส่งเสบียงทางบกของตริโปลีเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสยืนหยัดในอียิปต์ได้อย่างมั่นคง

โจเซฟต้องฉวยโอกาสจากสถานการณ์ระหว่างประเทศอันดีเยี่ยมที่เขาสร้างขึ้นมานี้ เข้าควบคุมตริโปลีให้เร็วที่สุด รอจนประเทศอื่นตั้งตัวได้ แล้วค่อยคิดจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงก็สายเกินไปแล้ว

แบร์ตีเยมองมกุฎราชกุมารด้วยความประหลาดใจ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยปาก:

“ฝ่าบาท กองกำลังทหารจำนวนมากของเราถูกตรึงไว้ที่เซาท์เนเธอร์แลนด์และไซลีเซีย หากโจมตีตริโปลีโดยพลการ สมมติว่าออตโตมันมีปฏิกิริยารุนแรง…”

อย่างไรเสีย ในนามแล้วตริโปลีก็ยังคงเป็นจังหวัดหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน ความกังวลของเขาก็มีเหตุผล

โจเซฟตอบอย่างราบเรียบ: “ความสนใจหลักของสุลต่านเซลิมที่ 3 อยู่ที่การผลักดันการปฏิรูปประเทศ จะไม่ยอมสูญเสียกำลังไปกับตริโปลีที่อยู่ห่างไกลหรอก ขอเพียงออตโตมันส่งกำลังทหารจากแผ่นดินใหญ่มาเป็นจำนวนมาก คนรัสเซียก็จะรีบฉวยโอกาสบุกเข้ามาทันที และกลืนกินดินแดนทั้งหมดตามแนวชายฝั่งทะเลดำของพวกเขา

“และถึงแม้ออตโตมันจะมาสู้จริงๆ เราก็มีกำลังทหารเพียงพอ”

แบร์ตีเยชะงักไปลังเลเล็กน้อย: “ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันพูดตรงๆ กำลังทหารของเราคงจะ…”

โจเซฟยิ้ม: “ถ้าข้าเดาไม่ผิด สงครามในเซาท์เนเธอร์แลนด์และแอลเจียร์จะจบลงช่วงปลายปี เราสามารถดึงทหารมากกว่า 6 หมื่นนายไปทุ่มที่ตริโปลีได้”

วันที่ 25 ตุลาคม 1789

ปารีส

ฝนตกหนักมาก มีสายฟ้าฟาดลงมาอย่างรวดเร็วเป็นระยะๆ ทำให้ท้องฟ้าดูมืดครึ้มไปหมด

รถม้าสีดำที่ไม่สะดุดตาหลายคันจอดอยู่ที่ลานจอดรถหน้าพระราชวังแวร์ซาย ประตูรถม้าคันหน้าสุดถูกเปิดออก มีคนรับใช้ชายหดคอลงมาจากรถ วางบันไดไว้หน้าประตูรถ จากนั้นก็รีบกางร่ม

ริชาร์ด เวลสลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ก้มตัวลงจากรถ มองไปทางประตูพระราชวังแวร์ซาย ไม่เห็นมีใครมารอต้อนรับเขาเลย มีเพียงทหารยามไม่กี่คนที่จ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาเย็นชา

สีหน้าของเวลสลีย์ดำมืดกว่าเมฆบนท้องฟ้าเสียอีก เมื่อเช้านี้ เขาได้รับจดหมายลับจากคอร์นวอลลิส ผู้ว่าการอินเดีย

ในจดหมายบอกว่า สมาพันธรัฐมราฐาเรียกร้องให้อังกฤษสนับสนุนงบประมาณทางทหาร 250,000 ปอนด์ รวมถึงปืนใหญ่อีก 20 กระบอก และปืนคาบศิลาอีก 15,000 กระบอก ถึงจะยอมส่งทหารไปเสริมกำลังให้คาร์นาติกต่อไป

ส่วนทางฝั่งไฮเดอราบาดยิ่งเรียกราคาขูดรีด โดยเรียกร้องให้อังกฤษคืนดินแดนคอนดาวิดูให้ และหลังจากตีไมซอร์แตกแล้ว จะต้องได้ดินแดนเนลลอร์ของคาร์นาติก

คอร์นวอลลิสได้ตอบตกลงเงื่อนไขของมราฐาในนามของบริษัทอินเดียตะวันออกไปแล้ว ส่วนทางฝั่งไฮเดอราบาด เขาทำได้เพียงบอกว่าต้องรอให้คณะกรรมการตัดสินใจ เพื่อยืดเวลาออกไปให้มากที่สุด

เวลสลีย์สูดอากาศเย็นๆ เข้าปอดลึกๆ เขาไม่เข้าใจเลย ไฮเดอราบาดเคยเป็นพันธมิตรกับไมซอร์เมื่อหลายสิบปีก่อน การที่จะมาขัดขวางเอาตอนนี้ยังพอเข้าใจได้ แต่มราฐานั้นสวามิภักดิ์ต่ออังกฤษตั้งนานแล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงได้มาตั้งแง่ด้วย?

เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่า ซาลาห์ กงสุลฝรั่งเศสประจำไมซอร์ ได้แอบไปติดต่อกับชาวมราฐาอย่างลับๆ เมื่อหลายเดือนก่อน

ซาลาห์จำได้ว่ามกุฎราชกุมารเคยตรัสไว้ว่า คนอินเดียถ้าไม่ได้เปรียบก็จะรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบ ดังนั้น เขาและชาห์ตัวแทนของไมซอร์จึงให้คำมั่นสัญญากับชาวมราฐาอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นบอกว่าจะแบ่งกานาราเหนือให้มราฐา และให้ผลประโยชน์อีก 200,000 ปอนด์ เพื่อแลกกับการสนับสนุนไมซอร์

ชาวมราฐาหันหลังกลับ ก็เอาตัวเลขนี้ไปใช้เป็นมาตรฐานในการเรียกร้องเงื่อนไขจากอังกฤษทันที

ส่วนไฮเดอราบาด ยิ่งแล้วใหญ่ เพิ่มราคาจากผลประโยชน์ที่ซาลาห์ให้ไปอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ในการเรียกร้องจากอังกฤษ

เวลสลีย์รู้ดีว่าบริษัทอินเดียตะวันออกทำได้เพียงตอบตกลงเงื่อนไขของพวกเขา หากไม่มีรัฐพื้นเมืองของอินเดียคอยช่วยเหลือ ลำพังแค่กองทัพอังกฤษเดินทางไกลเป็นหมื่นไมล์ทะเลเพื่อไปรบกับไมซอร์ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกบดขยี้จนตาย

เขากัดฟัน เดินย่ำน้ำที่ขังอยู่บนพื้น นำเจ้าหน้าที่การทูตสองสามคนเดินไปที่ประตูพระราชวังแวร์ซาย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกหนักเกินไป หรือคนรับใช้กางร่มไม่ดี พอเวลสลีย์ได้เจอกับใบหน้าอันน่าโมโหของทาแลร็อง เสื้อผ้าครึ่งซีกของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน น้ำฝนหยดแหมะๆ ตรงแขนเสื้อ ดูทุลักทุเลเป็นอย่างมาก

[1] ในปลายศตวรรษที่ 18 ตริโปลียังคงมีประชากรหนาแน่นเฉพาะบริเวณชายฝั่งแคบๆ เท่านั้น ส่วนพื้นที่ลึกเข้าไปในแผ่นดินทางตอนใต้แทบจะไม่มีคนอาศัยอยู่เลย นอกจากนี้ เบงกาซีและพื้นที่ทางตะวันออกก็ยังไม่ได้เป็นของตริโปลีในขณะนั้น ดังนั้นจึงเล็กกว่าลิเบียในศตวรรษที่ 21 มาก

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note