ตอนที่ 341 ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
แปลโดย เนสยังหลังจากที่ซาลาห์ได้อธิบายแผนการให้บรรดาข้าราชการระดับสูงของมัยซอร์ฟัง และปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง เขาก็รีบกลับไปที่บ้านพักรับรองเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานให้ลาฟาแยตทราบ
เมื่อเขาจากไป เชค ข่าน ก็มองตามหลังรถม้าของเขาไป ก่อนจะหันไปพูดกับคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ ว่า: “หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คราวนี้เราก็สามารถส่งจาฮันเซบลงนรกได้เลย”
นายทหารร่างผอมบางพูดด้วยความลังเล: “แต่แค่ชิงตัวคนที่กำลังจะถูกปล่อย มันจะชัวร์หรือ…”
แววตาของเชค ข่าน ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย: “พวกชาวยุโรปนี่ฉลาดก็จริง แต่เวลาทำอะไรกลับไม่เด็ดขาดพอ เราต้องทำตามวิธีของเราเอง เพื่อให้แน่ใจว่าจาฮันเซบจะไม่มีทางพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีก!”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“พวกเราทำแบบนี้…”
คนอื่นๆ เมื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย
…
วันรุ่งขึ้น
บริเวณชานเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมัยซอร์
ณ ลานกว้างหน้าคุกที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ผู้คนราวสี่ถึงห้าพันคนกำลังชุมนุมกันอยู่ พวกเขาชะเง้อคอมองไปที่ประตูคุกซึ่งมีผู้คุมยืนอยู่กว่าสิบคนด้วยความหวัง
วันนี้เป็นวันที่รัฐบาลประกาศว่าจะปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาสร้างข่าวลือ โดยมีจำนวนผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวถึงกว่า 370 คน
เรื่องนี้ช่วยให้ชาวเมืองมัยซอร์ที่ต้องทนทุกข์กับความหวาดผวามาตลอดช่วงนี้ ได้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง นอกเหนือจากครอบครัวของผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวแล้ว คนส่วนใหญ่ก็อยากมาเป็นสักขีพยานในกระบวนการปล่อยตัวนี้
หลังจากที่ถูกสุลต่านตีปูตำหนิอย่างหนัก จาฮันเซบก็ได้สั่งระงับการจับกุมผู้สร้างข่าวลือแล้ว จากการปราบปรามข่าวลืออย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นว่า แม้จะเลิกจับกุมแล้ว ก็คงไม่มีใครกล้ามาพูดถึงเรื่องของชาวอังกฤษส่งเดชอีก
ทว่า ครั้งนี้ระบบการบริหารกลับทำงานได้ล่าช้าลง คำสั่งของเขาได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดแค่ในเมืองมัยซอร์และเซริงกาปาตัมเท่านั้น ส่วนในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป กองทัพก็ยังคงเดินหน้าจับกุมผู้คนในข้อหาสร้างข่าวลืออย่างบ้าคลั่ง
จาฮันเซบหวังว่า การปล่อยตัวนักโทษในครั้งนี้จะเป็น “แบบอย่าง” ที่ส่งสัญญาณให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ว่า “เรื่องข่าวลือจบลงแล้ว” เพื่อให้กระแสความตื่นตระหนกนี้สงบลง
ไม่นาน ดวงอาทิตย์ก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า ท่ามกลางสายตาอันจดจ่อของผู้คนนับพัน ประตูคุกกลับยังคงปิดสนิท แถมจำนวนผู้คุมที่หน้าประตูก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“ข้าว่าแล้ว พวกมันตั้งใจจะหลอกพวกเรา!” ลูกน้องของเชค ข่าน ที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนตะโกนขึ้นตามแผน “การจับกุมยังไม่สิ้นสุด พวกเรายังตกอยู่ในอันตราย!”
“ได้ยินมาว่า การจับกุมคนจำนวนมากขนาดนี้ เป็นเพราะ ‘ปีศาจ’ สั่งให้พวกขุนนางทำ หาก ‘ปีศาจ’ ไม่ยอม พวกมันก็ไม่มีทางปล่อยคนหรอก!” อีกคนก็ร้องสนับสนุนขึ้นมา
ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากคำว่า “อังกฤษ” กลายเป็นคำต้องห้าม ผู้คนจึงหันมาใช้คำว่า “ปีศาจ” เป็นคำเรียกแทนอย่างลับๆ
ฝูงชนเริ่มเกิดความวุ่นวาย เสียงตะโกนดังขึ้นระงม “เปิดประตูเถอะ พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะ…”
“พ่อของลูกข้าถูกจับไปครึ่งเดือนแล้ว ถ้าเขาไม่กลับมา ครอบครัวเราคงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว…”
“ได้โปรดเถอะ ปล่อยพวกเขาไปเถอะ… ใต้เท้าก็รับปากไว้แล้วไม่ใช่หรือ?”
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็แอบลอบออกมาจากประตูเล็กด้านข้างของคุก เดินจ้ำอ้าวมาที่หน้าฝูงชน แล้วตะโกนสุดเสียง: “จะไม่มีใครถูกปล่อยตัวทั้งนั้น! ตายหมดแล้ว พวกเขาถูกฆ่าตายหมดแล้ว!”
ชายคนนี้ย่อมเป็นคนที่เชค ข่าน จัดเตรียมไว้เช่นกัน
“หน้าม้า” อีกคนรีบพูดต่อ: “เจ้าบอกว่าใครตาย?”
ชายหนุ่มทำหน้าหวาดกลัว ชี้ไปที่คุกด้านหลัง: “คนที่กำลังจะถูกปล่อยตัวน่ะสิ พวกเขาถูกฆ่าตายหมดเลย! ข้าเห็นกับตาตัวเอง!”
คำพูดของเขาราวกับน้ำเย็นที่หยดลงในกระทะน้ำมันเดือด ผู้คนหลายพันคนต่าง “ส่งเสียงอื้ออึง” ขึ้นมาทันที โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัว ผู้หญิงหลายคนถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น ร้องไห้กันระงม
ชายวัยกลางคนวรรณะสูงคนหนึ่งก้าวออกมายืนข้างหน้า ชี้หน้าชายหนุ่ม: “ถ้าเจ้าโกหก ข้าจะจับเจ้าเข้าคุกด้วย!”
“ข้าไม่ได้โกหก ศพพวกนั้นกองอยู่ตรงลานกว้างในคุกนั่นแหละ…”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว หันไปโบกมือให้ฝูงชนด้านหลัง: “ไป! พวกเราเข้าไปดูกัน!”
ผู้คนนับพันโห่ร้องตอบรับทันที ภายใต้การนำของคนวรรณะสูงหลายสิบคน พวกเขาก็พุ่งเข้าไปในคุกราวกับกระแสน้ำหลาก
ผู้คุมคุกทำทีเป็นขัดขวางเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจหลบฉากไปอย่างชาญฉลาด
ผู้ที่มีความคล่องแคล่วว่องไว รีบปีนกำแพง โหนต้นไม้ใหญ่ แล้วกระโดดขึ้นไปบนอาคารด้านในคุก
จากนั้น พวกเขาก็ชี้ไปที่ลานด้านในอาคาร พร้อมกับร้องอุทานด้วยความตกใจ “พวกเขาตายแล้วจริงๆ!”
“มีศพเป็นร้อยๆ ศพ ‘ปีศาจ’ ฆ่าพวกเขา!”
“ไอ้พวกต้องคำสาป พวกมันฆ่าคนเป็นร้อยๆ คน!”
คนที่อยู่ข้างนอกคุกโกรธแค้นจนถึงขีดสุด เนื่องจากผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวในกลุ่มแรกนี้ มักจะเป็นผู้ที่มีฐานะหรือตำแหน่ง ญาติพี่น้องของพวกเขาจึงไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ในไม่ช้า ประตูคุกก็ถูกพังลง ผู้คนนับพันก็กรูเข้าไปด้านในทันที
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้พวกเขาแทบจะอาเจียนออกมา ศพกว่า 300 ศพ ถูกทิ้งกองไว้บนพื้นอย่างระเกะระกะ ราวกับปศุสัตว์ที่ถูกเชือด อากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มคละคลุ้ง ฝูงแมลงวันบินวนเวียนอยู่เหนือซากศพราวกับเมฆสีดำ ส่งเสียง “หึ่งๆ” อย่างน่ารำคาญ ข้างๆ มีผู้คุมคุกสิบกว่าคนกำลังรีบใช้ฟางห่อศพ แต่เพราะคนตายเยอะเกินไป พวกเขาจึงจัดการไปได้ไม่ถึงมุมหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
เหล่าผู้หญิงลากลูกหลานกรูกันเข้ามาในลาน พยายามมองหาศพของญาติพี่น้องท่ามกลางกองซากศพ เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ มีหลายคนที่ทนไม่ไหวจนถึงกับเป็นลมล้มพับไป ตามมาด้วยเสียงก่นด่าสาปแช่งที่ดังระงมไปถึงสวรรค์
กลุ่มคนวรรณะสูงได้ลากตัวขุนนางในคุกออกมาหลายคน ท่ามกลางการเค้นถามของผู้คนนับพัน ขุนนางคนหนึ่งก็ตอบด้วยความหวาดกลัวว่า: “เมื่อวานพวกเขายังดีๆ อยู่เลย พอมาเช้านี้ก็จู่ๆ เริ่มอาเจียน มีเลือดออกตามตาและจมูก ข้ายังไม่ทันจะเรียกหมอ พวกเขาก็ตายกันหมดแล้ว…”
ชายวัยกลางคนวรรณะสูงถามเสียงแข็ง: “พวกเขาคือคนที่จะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ใช่ไหม?”
ขุนนางคุกพยักหน้า
“นอกจากพวกเขาแล้ว มีใครตายอีกไหม?”
“มะ ไม่มีแล้ว…”
ท่ามกลางฝูงชน ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา: “เป็นเพราะ ‘ปีศาจ’ สั่งให้เลขาธิการส่วนพระองค์ของสุลต่านฆ่าพวกเขา!”
“ใช่! ต้องเป็นมันแน่ๆ!” มีคนตอบรับทันที
“มันต้องการใช้ความตายของคนเหล่านี้ มาข่มขู่พวกเรา”
“เพื่อไม่ให้พวกเราพูดถึงความชั่วร้ายของพวกมัน ‘ปีศาจ’ ถึงกับฆ่าคนเป็นร้อยๆ คน!”
“เลขาธิการส่วนพระองค์ของสุลต่านเป็นสมุนของ ‘ปีศาจ’!”
“เราต้องทวงความยุติธรรมให้คนตาย!”
“ไป เราไปฟ้องสุลต่านกัน…”
“เราจะไปฟ้องมหาราชาถึงความชั่วร้ายของพวกมัน!”
ภายใต้การนำของกลุ่มคนวรรณะสูง ผู้คนต่างโกรธแค้นและจับกุมขุนนางคุกหลายคน มุ่งหน้าไปยังพระราชวังอัมบาวีลา
ข่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ตลอดเส้นทางมีคนเข้าร่วมขบวนประท้วงต่อสุลต่านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลงานของคนของเชค ข่าน ที่คอยยุยงปลุกปั่น และตระเวนไปตามบ้านเพื่อกระจายข่าว “เหตุสังหารหมู่ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัว”
สุลต่านตีปูมองเห็นฝูงชนมืดฟ้ามัวดินมารวมตัวกันรอบพระราชวัง ตอนแรกก็ตกใจนึกว่าจะมีคนมาก่อจลาจล จนกระทั่งมีขุนนางในสังกัดของเชค ข่าน มารายงานสถานการณ์ให้ฟัง พระองค์จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก

0 Comments