You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ดูเฟรสเนมอบของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ให้กับทูเอนายใหญ่แห่งเผ่าไทนุย อิวิ และมาเตโรมหาปุโรหิตอย่างคุ้นเคย ท่าทีของชาวเมารีก็ดูอบอุ่นเป็นกันเองขึ้นมาทันที

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำการทักทายกันอย่างกระท่อนกระแท่นผ่านทางล่ามภาษาของชาวตาฮิติและชาวเมารีไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียวดูเฟรสเนก็กล่าวถึงจุดประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้กับทูเอโดยตรง:

“ท่านหัวหน้าที่เคารพ ข้าเดินทางมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนขององค์พระมหากษัตริย์แห่งฝรั่งเศสในการขอซื้อที่ดินบางส่วนจากท่าน ส่วนจะชำระด้วยสิ่งใดนั้น ท่านสามารถเลือกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่เทคโนโลยี ข้ารับรองว่าท่านจะต้องพึงพอใจกับการค้าขายในครั้งนี้อย่างแน่นอน”

ทูเอและมหาปุโรหิตสบตากัน ก่อนจะยิ้มและหันไปมองดูเฟรสเน “เจ้าตั้งใจจะซื้อที่ดินมากแค่ไหนล่ะ?”

เมื่อฝ่ายหลังเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน ก็คิดในใจว่ามกุฎราชกุมารทรงประเมินคนพวกนี้สูงเกินไปแล้ว พวกเขาก็ยังคงเป็นแค่ชนพื้นเมืองที่โง่เขลาเบาปัญญาอยู่ดี ตามแบบฉบับที่พวกนักบุกเบิกอาณานิคมมักจะใช้เหมือนกับที่ชาวสเปนเคยหลอกล่อพวกอินเดียนแดงในอดีตแค่ใช้ของเล่นไร้ค่า ก็สามารถแลกกับที่ดินผืนใหญ่มาได้แล้ว

เขารีบตอบกลับทันที “หากเป็นไปได้ ข้าหวังว่าจะขอซื้อสัก 50,000 หมู่ในระยะแรกก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาตามสถานการณ์เพื่อซื้อเพิ่ม”

ล่ามพยายามสื่อสารเรื่องหน่วย ‘หมู่’ กับหัวหน้าชาวเมารีอยู่นานสองนาน แต่จู่ๆ ทูเอก็เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ “อย่างมากก็แค่ 500 หมู่ พวกเราต้องการปืนคาบศิลาจำนวนหนึ่ง”

ใบหน้าของดูเฟรสเนพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ รีบกล่าวว่า “ที่ดินที่ไร้ประโยชน์ในที่แห่งนี้มีมากมายมหาศาล 50,000 หมู่สำหรับท่านแล้วแทบจะไม่มีความหมายเลยนะ”

“500 หมู่”

“50,000 หมู่ พวกเราสามารถมอบปืนคาบศิลาตามที่ท่านต้องการให้ได้”

“500 หมู่ ไม่มีทางเลือกอื่น!”

ดูเฟรสเนจะไปรู้ได้อย่างไร ว่าชาวเมารีได้เรียนรู้เรื่องเกษตรกรรมแล้ว พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่เพาะปลูกเป็นอย่างมาก ระหว่างชนเผ่ามักจะเกิดสงครามแย่งชิงที่ดินกันอยู่บ่อยๆ แล้วจะยอมขายที่ดินให้ง่ายๆ ได้อย่างไร?

อันที่จริง ชาวอังกฤษในอีกหลายสิบปีให้หลังก็ต้องมาเจออุปสรรคแบบเดียวกันนี้ จนในที่สุดก็ต้องเสียเวลาและทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์ ด้วยการส่งกองทัพมา ‘เกลี้ยกล่อม’ ชาวเมารีที่หัวรั้นพวกนี้

ดูเฟรสเนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รีบกลับมาเข้า ‘บทบาท’ ที่มกุฎราชกุมารทรงมอบให้

เขาเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรไร้พิษสง “ท่านอาจจะเข้าใจผิดแล้ว สิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูก แต่เป็นทุ่งหญ้ารกร้างต่างหาก”

ทูเอยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ “ทุ่งหญ้ารกร้างก็ไม่ได้”

ดูเฟรสเนจนปัญญา ทำได้เพียงงัดไม้ตายออกมาใช้ “ท่านหัวหน้า หากที่ดินที่ข้าซื้อไป ยังคงเป็นของท่าน ข้าเพียงแค่นำมันไปใช้เลี้ยงแกะ และที่ดินเหล่านี้ก็ยังคงให้ชนเผ่าของท่านเป็นผู้ดูแลล่ะ?”

“หา?” ทูเอเริ่มจะตามไม่ทัน จึงหยั่งเชิงถามดู “แล้วเจ้ายังจะมอบปืนคาบศิลาให้ข้าอีกไหม?”

“แน่นอนสิ!” ดูเฟรสเนส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยที่อยู่ด้านหลัง รับปืนคาบศิลาแบบเก่ากระบอกหนึ่งมาจากมือเขา แล้วส่งให้กับหัวหน้าชาวเมารี “ปืนแบบนี้ 500 กระบอก พร้อมกับกระสุนและดินปืนอีก 10,000 นัด แถมยังมีเสื้อคลุมผ้าลินิน กระโปรง 500 ชุด และผ้าห่มอีก 300 ผืน เพื่อแลกกับทุ่งหญ้ารกร้าง 50,000 หมู่ของท่าน”

ทูเอถามย้ำอีกครั้งด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ที่ดินไม่ได้เป็นของเจ้า และชาวเผ่าของข้าก็ยังสามารถย่างกรายเข้าไปที่นั่นได้?”

“ถูกต้องที่สุด!”

ทูเอดีใจจนเนื้อเต้น แบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ได้ขายที่ดินกันล่ะ? นี่ข้าไม่ได้ได้ปืนคาบศิลา เสื้อผ้า และผ้าห่มมาฟรีๆ หรอกหรือ!

ดูเฟรสเนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพียงแต่ที่ดิน 50,000 หมู่นี้ จะต้องนำมาใช้เลี้ยงแกะเท่านั้น

“อ้อ ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะเป็นคนจัดเตรียมแกะมาให้ เพียงแต่ต้องขอให้คนในเผ่าของท่านช่วยดูแลพวกมันเสียหน่อย”

“อ้อ โปรดวางใจเถิด ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้กับชาวเผ่าของท่านอย่างงาม ไม่ว่าจะเป็นปืนคาบศิลา หรือสิ่งของอื่นๆ ก็ตาม

“แถมแกะพวกนี้ ก็จะตกเป็นของท่านด้วย”

“อะไรนะ?!” ทูเอแทบจะถลนตาออกมาในโลกนี้ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่ด้วยหรือ? ให้ของมาแลกที่ดินฟรีๆ ยังไม่พอ ยังจะแถมแกะให้อีก! แล้วแค่เลี้ยงแกะก็ยังได้ค่าตอบแทนด้วย!!

ดูเฟรสเนกล่าวต่อ “แน่นอน ท่านไม่สามารถฆ่าแกะเหล่านี้ได้ตามอำเภอใจ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะแก่จนไม่สามารถให้ขนได้อีก และชาวเผ่าของท่านก็ต้องดูแลพวกมันอย่างดี หากมีแกะตายหรือบาดเจ็บ ก็จะต้องหักออกจากค่าตอบแทนของพวกเขา

“และคำขอเพียงข้อเดียวของข้า ก็คือขนแกะที่ได้มานั้น จะต้องขายให้กับทางฝรั่งเศสทั้งหมด ใช่แล้ว เป็นการขาย ในเมื่อแกะก็เป็นของท่าน พวกเราก็จะนำสิ่งของเครื่องใช้ที่เหมาะสมมาแลกกับขนแกะ”

นี่แหละคือยุทธศาสตร์นิวซีแลนด์ของโจเซฟ

ในสถานการณ์ที่กองทัพเรือฝรั่งเศสไม่อาจเทียบชั้นกับอังกฤษได้เลย หากต้องการจะสร้างอาณานิคมที่มั่นคงในมหาสมุทรแปซิฟิก ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับชาวเมารีที่เคยเห็นโลกภายนอกมาแล้ว มีพลังการต่อสู้ที่พุ่งปรี๊ด แถมยังมีความสามัคคีกันอย่างเหนียวแน่น ก็มีเพียงกลยุทธ์เดียวเท่านั้นที่สามารถใช้ได้

นั่นก็คือการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับชาวเมารี!

ที่ดินยังคงเป็นของเจ้า แกะก็เป็นของเจ้า ค่าจ้างเลี้ยงแกะข้าเป็นคนจ่าย ขนแกะที่ได้มา ข้าก็ใช้เงินซื้อ

ถ้าเรื่องแบบนี้ยังมีคนปฏิเสธได้ลงคอ หมอนั่นก็ต้องเป็นคนบ้าไปแล้ว!

นี่คือรูปแบบที่พวกโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในยุคหลังนิยมใช้กัน ให้ลูกหมูกับชาวนา พอเลี้ยงจนโตแล้วข้าก็รับซื้อทั้งหมด เพียงแต่พอนำมาใช้ที่นิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดิน ค่าแรง หรือราคาขนแกะ ต่างก็ถูกแสนถูกจนแทบจะไม่ต้องนำมาคำนวณเลยด้วยซ้ำ

และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของนิวซีแลนด์ ต่อให้เป็นชนพื้นเมือง ก็สามารถเลี้ยงแกะให้เติบโตได้อย่างง่ายดาย

ทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบ!

ในขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสและชาวเมารีก็ยังได้ก่อตั้งชุมชนแห่งผลประโยชน์ร่วมกันขึ้นมา ถึงขั้นใช้การจ่ายค่าตอบแทนมาช่วยติดอาวุธให้กับพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

รอจนกว่าชาวอังกฤษจะคิดมาสร้างเรื่องวุ่นวาย อย่างน้อยความดุร้ายของชาวเมารี ก็คงทำให้พวกนั้นหัวปั่นไปได้พักใหญ่แล้วล่ะ

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า แม้ชาวเมารีจะยังอยู่ในยุคหิน แต่พวกเขากลับมีอาวุธที่ร้ายกาจอย่างยิ่งชนิดหนึ่งปะ

นี่คือระบบป้องกันทางทหารรูปแบบหนึ่ง

โดยทั่วไปแล้วมักจะสร้างไว้บนที่สูงอย่างเช่นเนินเขา ชาวเมารีจะปรับเปลี่ยนเนินเขาให้เป็นที่ราบแบบขั้นบันได จากนั้นก็สร้างรั้วและหอคอยขึ้นไปทีละชั้นอย่างแรกใช้เสาไม้ที่เหลาจนแหลมคม อย่างหลังใช้หินก้อนใหญ่ และยึดติดกันด้วยผ้าลินินจำนวนมาก

จากนั้นด้านหลังรั้วก็จะขุดสนามเพลาะ ซึ่งอาจจะลึกได้ถึง 4 เมตร ด้วยวิธีนี้ เมื่อรั้วแต่ละชั้นถูกทำลาย ศัตรูก็ยังจะต้องเผชิญกับคูน้ำลึกและรั้วชั้นต่อไปอีก

ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือ ‘ป้อมปราการ’ ที่เกือบจะสร้างขึ้นมาโดยคนป่าเหล่านี้ กลับมีความสามารถในการป้องกันปืนใหญ่มาตั้งแต่เกิด!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปืนใหญ่ ชาวเมารีจะรีบหลบเข้าไปในคูน้ำหลังรั้วทันที กระสุนปืนใหญ่แบบแข็งนั้นทำอะไรมันไม่ได้เลย พอการระดมยิงจบลง พวกเขาก็จะกระโดดออกมาสู้รบแบบประชิดตัวกับศัตรู

ชาวอังกฤษส่งกองทัพมาโจมตีนิวซีแลนด์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ก็ต้องมาเจ็บหนักเพราะ ‘ปะ’ พวกนี้นี่แหละ แทบจะทุกๆ ‘ปะ’ ต้องใช้กระสุนปืนใหญ่ไปเป็นพันๆ ลูก และใช้เวลายาวนานอย่างมหาศาล และพอชาวอังกฤษทำลายหอคอยชั้นสุดท้ายของ ‘ปะ’ ลงได้สำเร็จ ชาวเมารีก็ยังสามารถหนีไปทางอุโมงค์ใต้ดินที่ขุดเตรียมไว้ล่วงหน้าได้อีก

และไอ้ ‘ปะ’ แบบนี้ แต่ละชนเผ่าชาวเมารีก็สร้างไว้เป็นสิบๆ แห่ง นิวซีแลนด์เต็มไปด้วยของพวกนี้อยู่เต็มภูเขาเลากาไปหมด…

ขนาดชาวอังกฤษที่แข็งแกร่งในปี 1840 ท้ายที่สุดก็ยังต้องพึ่งพาการหลอกลวง เพื่อทำสนธิสัญญาอาณานิคมกับหัวหน้าชนเผ่าชาวเมารี แต่ไม่นานพวกเขาก็ต้องปวดหัวกับการลุกฮือของชาวเมารีอีก จนสุดท้ายก็ต้องยอมให้ชาวเมารีปกครองตนเอง

ดังนั้น สำหรับนิวซีแลนด์แล้ว การใช้กำลังบังคับจึงไม่สามารถเป็นตัวเลือกได้เลย

โจเซฟตั้งใจจะให้ชาวเมารีพูดภาษาฝรั่งเศส เลี้ยงแกะของฝรั่งเศส นับถือศาสนาคาทอลิกของฝรั่งเศส และให้ทุกคนร่ำรวยไปด้วยกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าชาวเมารีจะไปสมรู้ร่วมคิดกับชาวอังกฤษน่ะหรือ?

ไม่ต้องพูดถึงความซื่อสัตย์และความดื้อรั้นในนิสัยของชาวเมารีหรอก เพียงแค่การดำเนินกิจการมาหลายปี การแทรกซึมและอิทธิพลของฝรั่งเศสในนิวซีแลนด์ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ชาวอังกฤษจะสามารถรับมือได้ง่ายๆ แล้ว

อย่างน้อยที่สุด อังกฤษก็ต้องจ่ายแพงกว่าตอนที่ยึดนิวซีแลนด์เป็นอาณานิคมในประวัติศาสตร์ถึงสิบแปดเท่า ถึงจะสามารถจัดการกับที่นี่ได้

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note