ตอนที่ 267 รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรผู้แสนยุ่งเหยิง
แปลโดย เนสยัง“นอกจากนี้ ยังต้องพึ่งพากำลังจากทางคริสตจักรให้มากขึ้นด้วย” โจเซฟกำชับ “ในหลายๆ ครั้ง ประสิทธิภาพของคริสตจักรนั้นสูงกว่าระบบราชการของพวกเราเสียอีก แถมพวกชาวนาก็ยังเชื่อฟังคำพูดของบาทหลวงมากกว่าด้วย”
แวร์นโยพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง “จริงอย่างที่ตรัสเลยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ก่อนหน้านี้คริสตจักรก็มีส่วนช่วยเหลืออย่างมากในการส่งเสริมวิธีการทำปุ๋ยหมักแบบใหม่พ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟหัวเราะ “จะปล่อยให้พวกเขากินภาษีบำรุงศาสนากันฟรีๆ ได้อย่างไรล่ะ”
ในปฏิบัติการลดทอนสิทธิพิเศษในระบอบศักดินาครั้งนี้ เพื่อลดแรงต่อต้านให้เหลือน้อยที่สุด โจเซฟจึงยังไม่ได้แตะต้องคริสตจักร ท้ายที่สุดแล้ว อัครมหาเสนาบดีคนปัจจุบันก็มีภูมิหลังมาจากอาร์ชบิชอปแห่งตูลูส ส่วนตาแลร็อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แม้ว่าเขาจะเป็น “พระที่กินเหล้าเมายา” แต่ในนามเขาก็ยังคงเป็นอาร์ชบิชอปอยู่ดี
เนื่องจากคริสตจักรของฝรั่งเศสมีความผูกพันและพึ่งพาพระราชอำนาจค่อนข้างมาก และยังถือว่าให้ความร่วมมือกับราชวงศ์ ดังนั้นในอนาคตก็แค่ค่อยๆ ปฏิรูปไปก็พอ อย่างไรเสียก็ยังรับมือได้ง่ายกว่าชนชั้นขุนนางอยู่ดี
ทว่า เมื่อแวร์นโยได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตกใจ เพราะในยุคสมัยนี้ คริสตจักรไม่ใช่ที่ที่จะสามารถเอามาพูดล้อเล่นกันได้ตามอำเภอใจ เขาจึงรีบหันหน้าหนี แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลย
ส่วนโจเซฟก็ยังคงพูดถึงแผนงานด้านการเกษตรของตนต่อไป “ตอนนี้ มีลานล่าสัตว์จำนวนมากที่เคยเป็นของเจ้าที่ดิน กำลังจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เพาะปลูก”
การยกเลิกสิทธิพิเศษในการล่าสัตว์ ถือเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่งใน “พระราชกฤษฎีกายกเลิกสิทธิพิเศษของขุนนาง” ที่เพิ่งประกาศใช้ โดยให้นำที่ดินสาธารณะที่ถูกขุนนางยึดครองเป็นลานล่าสัตว์กลับคืนมาให้ชาวนาเพาะปลูก ทำให้พื้นที่ทำกินเพิ่มขึ้นไม่น้อยแน่นอนว่า ยังต้องรอให้มีแผนการว่าชาวนาจะซื้อที่ดินคืนได้อย่างไรออกมาก่อน จึงจะสามารถกลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างแท้จริง
“ท่านต้องวางแผนจัดการสักหน่อย เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาเพาะปลูกผัก โดยเฉพาะเขตศาสนจักรที่อยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ๆ ตัวอย่างเช่น ในช่วงแรกอาจจะให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล และให้รัฐบาลเป็นผู้ออกหน้าจัดเตรียมยานพาหนะเพื่อขนส่งผักเข้าไปขายในเมือง เพื่อลดต้นทุนการขนส่งให้กับชาวนา”
ฝรั่งเศสในเวลานี้ เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงลิ่ว หากระยะทางเกินกว่าสี่กิโลเมตร ชาวนาก็แทบจะไม่ได้กำไรอะไรเลย
โจเซฟพูดพลางมองลงไปที่พื้น “ดังนั้นจึงยังคงต้องสร้างระบบขนส่งทางรางให้มากขึ้น หากมีรางไม้ ผักในชนบทก็สามารถส่งไปได้ไกลถึงหลายสิบกิโลเมตรเลย”
แวร์นโยกล่าวด้วยความลังเลเล็กน้อย “ฝ่าบาท จากข้อมูลที่กระหม่อมทราบมา ผักจำพวกหัวหอมและแครอทในเมืองต่างๆ ก็มีเพียงพอแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ…”
หัวหอม? แครอท? โจเซฟอดไม่ได้ที่จะยกมือกุมขมับ สำหรับผู้ที่มาจากดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความคลั่งไคล้ในอาหารอย่างเขา คำพูดของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรช่างน่าโดนฟ้าผ่าเสียจริงๆ
แต่เขาก็รู้ดีว่า อาหารในชีวิตประจำวันของชาวฝรั่งเศสในปัจจุบันก็มีอยู่แค่นี้แหละ หรือพูดอีกอย่างก็คือ การที่แต่ละมื้อสามารถมีซุปผักกินคู่กับขนมปังดำได้ ก็ถือว่ามีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เลวแล้ว
“ท่านจะจำกัดอยู่แค่ของพวกนี้ไม่ได้นะ” โจเซฟช่วยเปิดวิสัยทัศน์ให้กับเขา “อันดับแรกคือพริก เจ้านี่ปลูกแค่เพียงนิดเดียว ก็สามารถปรับปรุงรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างมาก
“ต่อมาก็คือมะเขือเทศ อืม มะเขือเทศปลูกค่อนข้างยาก และเก็บรักษายากด้วย แต่ท่านสามารถรณรงค์ให้นำมาทำเป็นซอสมะเขือเทศได้วิธีทำนั้นง่ายมาก แค่มีขวดแก้วก็พอแล้ว เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยในรายละเอียดทีหลัง
“นอกจากสองอย่างนี้แล้ว ยังต้องปลูกหน่อไม้ฝรั่งและอาร์ติโชกในพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งด้วย ของพวกนี้ปลูกให้รอดได้ง่ายมาก แถมยังมีผลผลิตสูงอีกด้วย”
ผักที่เขาพูดถึงเหล่านี้ถูกนำเข้ามาในฝรั่งเศสตั้งนานแล้ว ในพระราชวังแวร์ซายส์ก็มี เพียงแต่พื้นที่เพาะปลูกในหมู่ชาวบ้านยังมีจำกัดมาก
แวร์นโยจดบันทึกสิ่งที่มกุฎราชกุมารทรงกำชับอย่างละเอียด แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก “ฝ่าบาท แล้วเหตุใดพวกเราถึงต้องไปทุ่มเทเวลาและแรงกายให้กับเรื่องการปลูกผักด้วยล่ะพ่ะย่ะค่ะ? กระหม่อมหมายถึง ธัญพืชและมันฝรั่งต่างหากที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”
“มูลค่าเชิงพาณิชย์ยังไงล่ะ” โจเซฟแย้มสรวล “เพียงแค่ใช้ทรัพยากรที่ดินเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาและชาวเมืองได้อย่างมหาศาล แล้วเหตุใดเราถึงจะไม่ทำล่ะ?”
โจเซฟรู้ดีว่า หลังจากที่ยกเลิกสิทธิพิเศษของขุนนางแล้ว ประชาชนระดับล่างก็เพียงแค่สามารถเอาชีวิตรอดไปได้แบบประทังชีวิตเท่านั้น มันยังห่างไกลจากการขจัดความไม่พอใจที่พวกเขามีต่อสังคมอยู่อีกมาก
ในสถานการณ์ที่ทั้งชนชั้นขุนนางเก่าและกองทัพต่างก็มีจิตใจที่ไม่สงบนิ่ง เรื่องนี้ถือว่าเป็นอันตรายอยู่บ้าง
ดังนั้น การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับล่าง จึงเป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในขณะนี้เช่นกัน
ในความเป็นจริง หากสามารถได้รับการสนับสนุนอย่างเด็ดขาดจากประชาชนระดับล่างจำนวนมหาศาล ราชวงศ์ก็จะไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใดอีก… แน่นอนว่า ด้วยระดับกำลังการผลิตในปัจจุบัน การจะทำให้ประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 96% พึงพอใจได้นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่การพยายามยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ได้มากที่สุดนั้น ยังพอจะสามารถทำได้
เช่น การทำให้อาหารทั้งสามมื้อของพวกเขามีความหลากหลายมากขึ้นอีกสักหน่อย
และเรื่องนี้ ก็อาศัยเพียงแค่ผักราคาถูกบางชนิด บวกกับเทคนิคการทำอาหารอีกนิดหน่อย ก็สามารถบรรลุผลสำเร็จได้แล้ว
ส่วนในด้านการทำอาหารนั้น พ่อครัวใหญ่ชาวฝรั่งเศสก็ถือว่ามีฝีมืออยู่บ้าง ในขณะเดียวกัน โจเซฟก็สามารถถ่ายทอดเคล็ดลับดั้งเดิมจากดินแดนแห่งนักกินให้ทุกคนได้ รับรองได้เลยว่าต่อให้เป็นแค่กะหล่ำปลีธรรมดาๆ ก็สามารถผัดให้ออกมาเป็นอาหารเลิศรสได้
เมื่อประชาชนกลับมาจากความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน นอกจากการแทะขนมปังดำแล้ว ยังสามารถกินอาหารผัดและซุปร้อนๆ ได้บ้าง พวกเขาย่อมต้องรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์กษัตริย์ของพวกเขาอย่างแน่นอน
โจเซฟกล่าวกับแวร์นโยว่า “ท่านยังต้องร่วมมือกับทางคริสตจักร จัดทำคู่มือทำอาหารแบบง่ายๆ ออกมา เพื่อให้บาทหลวงหรือแม่ชีจัดกิจกรรมให้พวกผู้หญิงมาเรียนรู้การทำอาหารในทุกๆ สัปดาห์ด้วย
“อืม อย่าลืมใส่สโลแกนโปรโมตอันนี้เข้าไปด้วยนะอยากมัดใจเขา ก็ต้องมัดกระเพาะเขาให้อยู่หมัดเสียก่อน”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น รถม้าก็หยุดลงกะทันหัน
เอมงชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง แล้วหันกลับมาโค้งตัวทูลโจเซฟว่า “ฝ่าบาท รางไม้มาสุดทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนี้พวกเราต้องเปลี่ยนไปนั่งรถม้าธรรมดาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
โจเซฟพยักหน้า ตอนนี้รางไม้เพิ่งจะปูไปถึงแค่ทางตะวันตกของแร็งส์อย่างทุลักทุเลเท่านั้น เจ้านี่มีต้นทุนการสร้างที่แพงเอาการอยู่ ดังนั้นจึงทำได้เพียงยึดปารีสเป็นศูนย์กลาง และกระจายออกไปยังเมืองรอบๆ เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น
ก่อนที่เขาจะขึ้นรถม้า สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นม้าลากรถทั้งสามตัวอย่างไม่ตั้งใจ ทันใดนั้นก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงหันไปมองแวร์นโย “จริงสิ ท่านรู้จักถั่วเหลืองไหม?”
แวร์นโยถือว่าเป็นผู้มีความรอบรู้ไม่เบา เขาพยักหน้าทันที “พระองค์ทรงหมายถึงถั่วชนิดนั้นที่มาจากตะวันออกไกลใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ? มีนักพฤกษศาสตร์บางคนสนใจพวกมันมากเลยทีเดียว อ้อ เจ้าของฟาร์มบางคนในรัฐจอร์เจียของอเมริกาก็ปลูกเจ้านี่ไว้ให้วัวกินนะพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อโจเซฟได้ยินว่าฝรั่งเศสมีการนำเข้าถั่วเหลืองมาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาแอบกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะต้องไปเอาเมล็ดพันธุ์มาจากเอเชีย
“ข้าต้องการให้ท่านส่งเสริมพืชผลชนิดนี้ในฝรั่งเศส โดยเฉพาะในมณฑลทางตอนเหนือ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท หรือว่าพวกเราก็จะต้องใช้เจ้านี่ไปเลี้ยงวัวเหมือนกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
โจเซฟส่งสัญญาณให้เขาขึ้นรถม้า “ในเวลาปกติก็สามารถใช้เลี้ยงวัว หรือนำไปหมักซีอิ๊ว… อ้อ มันคือเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งน่ะ แต่ในยามที่เกิดสงคราม ถั่วเหลืองนี่แหละคืออาหารม้าศึกชั้นเลิศเลยเพราะมันมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก เพียงแค่ป้อนให้ม้าศึกกินเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเพิ่มพละกำลังให้ม้าได้อย่างเห็นได้ชัด”
เมื่อเทียบกับข้าวโอ๊ตที่ใช้เป็น “สารอาหารเสริม” สำหรับม้าศึกในยุโรปปัจจุบัน ถั่วเหลืองมีข้อได้เปรียบที่ไม่อาจเทียบได้ ใช้ปริมาณเพียงหนึ่งในสามของข้าวโอ๊ต ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากันได้แล้ว
ซึ่งเรื่องนี้ จะเป็นการพัฒนาการขนส่งด้านลอจิสติกส์ได้อย่างมหาศาลอาหารม้าศึกนั้นถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในการขนส่งเสบียงเลยทีเดียว
อีกทั้งถั่วเหลืองยังพกพาสะดวก ทหารม้าเพียงแค่พกติดกระเป๋าไปสักไม่กี่กำมือ ก็เพียงพอสำหรับให้ม้าศึกบริโภคไปได้หลายวัน โดยไม่จำเป็นต้องกลับมาเติมเสบียงที่ค่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

0 Comments