ตอนที่ 184 กองเรือร่วมแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
แปลโดย เนสยังปารีส
ชั้นสองของสำนักงานอุตสาหกรรมและการผังเมือง
โจเซฟมองดูคนทั้งหกที่อยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย “คุณบัวส์ร็องดาลเพิ่งจะฆ่าตัวตายไปอย่างกะทันหัน พวกท่านดูเหมือนจะไม่ได้เสียใจเท่าไหร่นักเลยนะ”
มาร์ควิสลูโดรีบทำหน้าเศร้าสลด “ฝ่าบาท อันที่จริงพวกเราเสียใจมากพ่ะย่ะค่ะ แต่เพื่อไม่ให้กระทบต่ออารมณ์ของพระองค์ พวกเราจึงไม่ได้แสดงออกมาพ่ะย่ะค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ?” โจเซฟพยักหน้า “แล้วเกี่ยวกับการตายของเนกเกร์ พวกท่านรู้อะไรบ้างล่ะ?”
ชายวัยกลางคนที่มีเบ้าตาลึกและใบหน้าเหลืองซีดรีบตอบ “ฝ่าบาท นั่นเป็นฝีมือของบัวส์ร็องดาลทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
เขาคือไวเคานต์เรกลิเซียน เจ้าของธนาคารสินเชื่อแห่งโดฟีเน (Dauphiné Credit Bank)
“อย่างนั้นหรือ? แต่มาดามบัวส์ร็องดาลให้การสารภาพว่า การลอบสังหารเนกเกร์นั้นเป็นแผนการที่พวกท่านร่วมมือกันวางแผนขึ้นนะ? ทว่า…” โจเซฟพูดพลางปรายตามองคนทั้งหกที่กำลังตื่นตระหนก ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง “ฉันก็ไม่ค่อยเชื่อที่นางพูดเท่าไหร่นักหรอก”
ทั้งหกคนถึงกับใจสั่น ไม่คิดเลยว่าบัวส์ร็องดาลจะนำเรื่องที่เป็นความลับขนาดนี้ไปบอกภรรยาด้วย รู้อย่างนี้คงกำจัดเธอทิ้งไปด้วยเลยก็ดี!
“ฝ่าบาท นางตั้งใจจะแบล็กเมล์พวกเราพ่ะย่ะค่ะ” มาร์ควิสลูโดเอามือทาบอก “กระหม่อมขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าเลยว่า พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ!”
โจเซฟยิ้ม และยื่นข้อเสนอโดยตรง “ที่ฉันเรียกพวกท่านมา ก็เพราะว่าเดือนหน้าธนาคารสำรองแห่งฝรั่งเศสจะออกธนบัตรของธนาคารแล้ว
“ฉันต้องการให้พวกท่านแต่ละธนาคาร ซื้อธนบัตรไปธนาคารละ 1.5 ล้านลีฟร์
“อ้อ แล้วก็ อาร์คบิชอปบรีแยนกำลังจะออก ‘พระราชบัญญัติการจัดการธนาคาร’ ซึ่งข้อที่สำคัญที่สุดก็คือเงินสำรองของธนาคาร พวกท่านจะต้องเป็นแกนนำในการสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย”
มาร์ควิสลูโดและพวกมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท เงินสำรองของธนาคารที่ว่าคืออะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ก็คือการนำเงินส่วนหนึ่งจากเงินฝากที่ฝากไว้ในธนาคารของพวกท่าน ตอนนี้กำหนดไว้ที่ 5% มาฝากไว้ที่ธนาคารสำรองแห่งฝรั่งเศส เพื่อเป็นหลักประกันเครดิตให้กับธนาคารไงล่ะ”
เงินสำรองของธนาคารเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารกลางใช้ในการควบคุมตลาดการเงิน อันที่จริงอัตราส่วน 5% นั้นแทบจะไม่มีผลอะไรเลย โจเซฟแค่ต้องการให้ธนาคารต่างๆ คุ้นเคยกับกฎเกณฑ์นี้ก่อน จึงได้กำหนดอัตราส่วนไว้ต่ำขนาดนี้
มาร์ควิสลูโดคิดคำนวณอย่างรวดเร็วในใจ ข้อเสนอเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่แลกมากับการให้บัวส์ร็องดาลรับผิดชอบความผิดทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ในปัจจุบัน อัตราการออมเงินในฝรั่งเศสยังไม่สูงนัก 5% จึงถือว่าไม่มาก ส่วนธนบัตรมูลค่า 1.5 ล้านลีฟร์ ก็สามารถนำไปจ่ายให้กับลูกค้าได้เช่นกัน
ดังนั้น เขาจึงส่งสัญญาณทางสายตาให้กับคนอื่นๆ ก่อนจะเป็นตัวแทนโค้งคำนับแล้วกล่าวว่า:
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำเพื่อการคลังของชาติพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท พวกเราจะทำตามพระประสงค์ทุกประการ”
ในขณะที่พวกลูโดกำลังเดินออกจากสำนักงานอุตสาหกรรมและการผังเมือง ชายร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าแบบชาวยุโรปเหนืออย่างชัดเจนคนหนึ่ง ก็กำลังคุยกับเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีอยู่ที่ข้างสวนของคฤหาสน์บัวส์ร็องดาล
“สรุปก็คือ นอกจากพ่อของนายแล้ว ยังมีคนอีก 6 คนที่ร่วมมือกันลอบสังหาร?”
เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างเคียดแค้น ตอบเน้นทีละคำ “พ่อของฉันเป็นคนบอกเองครับ วันนั้นพวกเขาไปปรึกษาเรื่องนี้กันที่คฤหาสน์ของมาร์ควิสลูโด”
ชายร่างสูงพยักหน้าแล้วเดินจากไป ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกนั้น ก็คือเอลอนก์ พ่อบ้านของเนกเกร์นั่นเอง
…
ทางตอนใต้ของเกาะมินอร์กาในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณขอบของทะเลบาร์บารี
ท่ามกลางเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดเป็นจังหวะ บนดาดฟ้าด้านหน้าของเรือคุ้มกันยูเอสเอส คอนสเตลเลชัน (USS Constellation) แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ชาร์ลส์ที่โกนหนวดโกนเคราจนเกลี้ยงเกลา สวมหมวกสามเหลี่ยม และอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารเรืออเมริกันที่ตัดเย็บอย่างประณีต กำลังยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมองไปที่เส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างจดจ่อด้วยความกระวนกระวายใจ
กัปตันไวต์เดินมาจากด้านหลัง ตบไหล่เขาเบาๆ “เป็นยังไงบ้าง เห็นพวกมันไหม?”
“ยังเลยครับ” ชาร์ลส์ส่ายหน้า ก่อนจะรีบเสริม “แต่พวกมันต้องมาแน่ๆ”
“ขอพระเจ้าคุ้มครอง ขอให้ไอ้คนลักลอบนั่นไม่ได้โกหกเถอะ ไม่อย่างนั้น พอกลับไปนายคงต้องถูกลงโทษเพราะเงิน 500 ดอลลาร์นั่นแน่ๆ”
ชาร์ลส์หันกลับมามองกัปตันไวต์ น้ำเสียงหนักแน่น “ผมเชื่อใจอาลีครับ กัปตัน”
อาลีที่เขาพูดถึง ก็คือชายชาวแอลจีเรียที่เคยถูกคุมขังอยู่ห้องข้างๆ และแอบขุดอุโมงค์หนีรอดไปได้นั่นเอง
เมื่อประมาณครึ่งเดือนที่แล้ว ในที่สุดสภารัฐเวอร์จิเนียก็ยอมจ่ายเงิน 8,000 ดอลลาร์ เพื่อไถ่ตัวชาร์ลส์ออกมา
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ เรือที่มารับเขาไม่ใช่เรือรบของฝรั่งเศสหรือสเปน แต่เป็นเรือคุ้มกันคอนสเตลเลชัน ขนาด 30 กระบอกปืน ที่สหรัฐฯ เพิ่งสั่งซื้อมาใหม่
เนื่องจากกองทัพเรือสหรัฐฯ ขาดช่วงมาเป็นเวลานาน บนเรือลำนี้จึงมีกระทั่งลูกเรือชาวฝรั่งเศสและอิตาลีปะปนอยู่ด้วย และในฐานะที่เคยรับราชการสั้นๆ ในกองทัพเรือภาคพื้นทวีป (Continental Navy) และมีประสบการณ์การเดินเรืออย่างโชกโชน ชาร์ลส์จึงได้รับคำเชิญจากกัปตันไวต์ ให้มาทำหน้าที่เป็นลูกเรือบนเรือคุ้มกันอายุ 30 กว่าปีลำนี้
เนื่องจากผู้ช่วยต้นเรือลำนี้เป็นพวกลูกท่านหลานเธอที่ไร้ประสบการณ์ ชาร์ลส์จึงต้องรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยต้นเรือไปโดยปริยาย
หลังจากนั้น เรือคุ้มกันสองลำของอเมริกา พร้อมด้วยเรือรบฝรั่งเศสและดัตช์ ก็ได้รวมตัวกันเป็นกองเรือร่วม และเริ่มออกลาดตระเวนค้นหาโจรสลัดในทะเลบาร์บารี
ทว่า น่าเสียดายที่พวกโจรสลัดเจ้าเล่ห์มาก กองเรือลาดตระเวนอยู่นานกว่าครึ่งเดือน ก็ยังคว้าน้ำเหลว
ในช่วงเวลานั้นเอง ชาร์ลส์ก็นึกขึ้นได้ว่า อาลีเคยเล่าให้ฟังว่า เจ้านายของเขารู้จักกับยูนิส ซึ่งเป็นบุคคลที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับพวกโจรสลัดแอลจีเรีย
เขาจึงเสนอว่าอาจจะสามารถซื้อข้อมูลเกี่ยวกับโจรสลัดจากอาลีได้ และประจวบเหมาะกับที่กองเรือกำลังแล่นผ่านเมืองดาห์ลา (Dakhla) ในแอลจีเรีย กัปตันไวต์จึงนำแนวคิดนี้ไปรายงานต่อผู้บัญชาการกองเรือ เมื่อได้รับอนุมัติ ชาร์ลส์ก็ใช้ที่อยู่ที่อาลีให้ไว้ตามหาเขาจนพบ
หลังจากนั้น อาลีก็เรียกเก็บเงิน 1,000 ดอลลาร์ เพื่อแลกกับข้อมูลเส้นทางของกองทัพเรือแอลจีเรีย โดยให้จ่ายล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง และจะจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อพบเจอโจรสลัด
และตอนนี้กองเรือก็มาดักรออยู่ตามที่อาลีบอกเป็นเวลาหนึ่งวันเต็มแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกโจรสลัด
ชาร์ลส์ปาดเหงื่อที่ฝ่ามือ พูดตามตรง ในใจเขาก็เริ่มหวั่นไหวแล้วเหมือนกัน ทำไมตอนนั้นเขาถึงได้เชื่อคำพูดของคนลักลอบขนของเถื่อนนะ?
หากเขาต้องชดใช้เงิน 500 ดอลลาร์นี้เองล่ะก็ อย่างน้อยก็ต้องทำงานใช้หนี้ไปถึงหกเจ็ดปีเลยทีเดียว
ในขณะที่เขากำลังสิ้นหวังอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีปลายธงสีน้ำเงินขาวโผล่ขึ้นมาบนเส้นขอบฟ้า
เขาดีใจจนแทบคลั่ง หันกลับไปตะโกนบอกกัปตัน “มาแล้ว! พวกมันมาแล้ว!”
ถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า กัปตันกลับเข้าไปในห้องเคบินนานแล้ว ทหารรักษาการณ์บนหอสังเกตการณ์เห็นเรือลำเล็กที่ส่งสัญญาณเตือนมาตั้งแต่เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว
จากนั้น เรือสินค้า “ซีกัลวิง” (Seagull Wing) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อ ก็แล่นไปยังเส้นทางที่กำหนดไว้
มันจะไปเผชิญหน้ากับโจรสลัดที่นั่น และล่อให้พวกมันเข้ามาในวงล้อมของกองเรือร่วม
ชาร์ลส์วิ่งกลับเข้าไปในห้องเคบินด้วยความตื่นเต้น ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายที่จะแก้แค้น
แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น เรือ “ซีกัลวิง” แกล้งทำเป็นตื่นตระหนก และรีบแล่นมุ่งหน้าไปยังเกาะมินอร์กา โดยมีเรือใบโจรสลัดสองลำแล่นตามมาติดๆ
เรือรบของกองเรือร่วมก็ปรากฏตัวขึ้นจากโขดหินที่ซ่อนตัวอยู่ เรือรบฝรั่งเศสชั้นที่ 4 ขนาด 60 กระบอกปืน พร้อมกับเรือคุ้มกันอีกหนึ่งลำเข้าสกัดจากทิศตะวันตก ในขณะที่เรืออเมริกันและเรือคุ้มกันของเนเธอร์แลนด์แล่นออกมาจากทิศตะวันออก ปล่อยให้เรือสินค้าผ่านไป ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าโจมตีพวกโจรสลัดโดยตรง
ทางฝั่งของโจรสลัด เรือใบขนาดใหญ่มีปืนเพียง 18 กระบอก ส่วนเรือลำเล็กมีเพียง 12 กระบอก ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกองเรือร่วมเลย
เมื่อพวกมันเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ก็รีบหันหัวเรือหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที

0 Comments