ตอนที่ 91 สายลมแห่งบัณฑิต
แปลโดย เนสยัง“เป็นเฉินสือนี่เอง!”
ฟู่เหล่ยเซิงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ตอนที่เส้าจิ่งแห่งหอจวี๋เซียนแนะนำเฉินสือให้รู้จัก เขามองระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเฉินสือไม่ออกเลยแม้แต่น้อย รู้สึกเพียงว่าเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่บ้านพอมีเงินอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือมามากนัก ก็เลยอยากจะอาศัยสำนักศึกษาเหวินไฉเพื่อสอบเอาวุฒิซิ่วไฉ
เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติในเมืองอำเภอ ดังนั้นเขาถึงได้รีดไถเงินจากเฉินสือมาได้สิบตำลึง
แล้วตอนนี้เด็กหนุ่มชาวชนบทคนนี้กำลังทำอะไรอยู่?
ทุบตีฮูหยินนายอำเภอจนตาย!
ฮูหยินนายอำเภอคือสิ่งชั่วร้ายประเภทที่สี่ เป็นสิ่งชั่วร้ายที่เกิดจากผู้บำเพ็ญเพียรสายมารที่ดูดซับแสงจันทร์จนกลายร่าง สามารถฝึกฝนได้เหมือนกับผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นมนุษย์ สามารถใช้วิชาคาถาได้ และมีสติปัญญา!
“ตกลงแล้วเขามีระดับพลังบำเพ็ญเพียรขั้นไหนกันแน่?”
สายตาของฟู่เหล่ยเซิงไปหยุดอยู่ที่ศาลเจ้าเทพด้านหลังศีรษะของเฉินสือ รู้สึกหวาดหวั่นใจยิ่งนัก ภายในศาลเจ้าเทพไม่มีครรภ์เทพสถิตอยู่ เห็นได้ชัดว่านี่คือระดับศาลเจ้าเทพ แต่ทำไมถึงได้มีเลือดลมที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ สามารถปลดปล่อยพละกำลังอันมหาศาลจนเกิดเสียงฟ้าร้องได้?
เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่นี้ อานุภาพแทบจะเทียบเท่ากับยันต์อัสนีสวรรค์เลยทีเดียว พลังที่ปะทุออกมา ทำให้ยอดฝีมืออย่างเขายังต้องยกไม้ไผ่ขึ้นมาป้องกัน นี่คือพลังที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับศาลเจ้าเทพสามารถทำได้งั้นหรือ?
“เขาต้องไม่ได้อยู่ระดับศาลเจ้าเทพแน่ๆ ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับศาลเจ้าเทพคนไหนมีพลังมหาศาลขนาดนี้หรอก!”
ฟู่เหล่ยเซิงหลับตาลง ราวกับมองเห็นเลือดลมของเฉินสือรวมตัวกันอยู่ภายในร่างกาย ก่อตัวเป็นทรงกลมอันไร้ขอบเขต
ทรงกลมนี้กำลังไหลเวียนไปตามท่อนแขนของเขา ผ่านหัวใจและปอด แล้วกลับคืนสู่จุดตันเถียน
ภายในจุดตันเถียนของเฉินสือราวกับเป็นทะเลเพลิง เลือดลมอันร้อนแรงควบแน่น ก่อตัวเป็นภาพปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดราวกับดวงอาทิตย์ดวงโตท่ามกลางกองไฟ
ปลูกบัวทองกลางกองไฟ!
ฟู่เหล่ยเซิงลืมตาขึ้น ความรู้สึกผิดปกติเหล่านั้นก็พลันหายวับไป
“แก่นทองคำ เขาหลอมแก่นทองคำสำเร็จแล้ว!”
ภายในใจของเขาตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก เด็กอายุแค่สิบเอ็ดสิบสองปี ถึงกับหลอมแก่นทองคำได้สำเร็จ!
เพียงแต่แก่นทองคำของเฉินสืออยู่ในร่างกายอย่างชัดเจน ไม่เหมือนกับคนอื่นที่เก็บแก่นทองคำไว้ในปากของครรภ์เทพเพื่อหล่อเลี้ยง ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
แต่ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง พละกำลังของเฉินสือถึงได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ จนสามารถต่อสู้ระยะประชิดกับสิ่งชั่วร้ายอย่างฮูหยินนายอำเภอได้
“ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเขาสูงขนาดนี้ ทำไมถึงยังต้องมาสอบซิ่วไฉอีก? เดี๋ยวก่อน ทำไมในศาลเจ้าเทพของเขาถึงไม่มีครรภ์เทพล่ะ? เขาขาดระดับพลังไปขั้นหนึ่งนี่นา!”
ในหัวของฟู่เหล่ยเซิงสับสนวุ่นวายไปหมด
ไม่มีครรภ์เทพ จะหลอมแก่นทองคำได้สำเร็จได้อย่างไร?
ไม่มีครรภ์เทพ จะหล่อเลี้ยงแก่นทองคำได้อย่างไร?
ทำไมในจุดตันเถียนถึงมีปรากฏการณ์ปลูกบัวทองกลางกองไฟ ที่สามารถหล่อเลี้ยงแก่นทองคำได้ล่ะ?
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ทันใดนั้นในลานที่ว่าการอำเภอก็มีเสียงหมาเห่าดังขึ้น เฉินสือพุ่งตัวหนีไป ฟู่เหล่ยเซิงเดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน ไม้ไผ่ในมือพุ่งออกไป แทงทะลุหัวของฮูหยินนายอำเภอ
แต่ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็ได้เห็นร่างกายอันยาวเหยียดของฮูหยินนายอำเภอ ร่างกายของฮูหยินนายอำเภอใหญ่โตมโหฬารเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก
แต่กลับเห็นว่าหัวใจของสิ่งชั่วร้ายตนนี้ถูกกระแทกจนทะลุ แขนหัก ลำคอ ท้องน้อย กลางหลัง และอีกหลายจุดเต็มไปด้วยรอยกระบี่ ร่างกายที่ยาวเหยียดด้านหลังถูกปราณกระบี่ตัดขาดเป็นหลายสิบท่อน ตายสนิทชนิดที่ไม่อาจตายได้มากกว่านี้อีกแล้ว!
การที่เขาแทงซ้ำไปเมื่อครู่นี้ ก็แค่การทำเรื่องไม่จำเป็นเท่านั้นเอง
“รอยกระบี่แบบนี้ น่าจะเป็นร่องรอยของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่”
ฟู่เหล่ยเซิงตรวจสอบรอยกระบี่ พึมพำว่า “เพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ มีอานุภาพมากขนาดนี้เลยหรือ?”
แม้ว่าเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่จะเป็นวิชาคาถาที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับครรภ์เทพ แต่เมื่อมาถึงระดับแก่นทองคำ อานุภาพของปราณกระบี่นี้กลับด้อยกว่าอานุภาพของแก่นทองคำ ดังนั้นผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำจึงมักจะนิยมใช้แก่นทองคำในการต่อสู้มากกว่า
ทว่าปราณกระบี่ที่สังหารฮูหยินนายอำเภอนี้ กลับมีอานุภาพเหนือความเข้าใจของคนทั่วไป!
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ ปราณกระบี่แต่ละสายของเฉินสือ ฟันลงตรงจุดเชื่อมต่อแต่ละข้อของร่างกายฮูหยินนายอำเภอได้อย่างแม่นยำ ปราณกระบี่ตัดผ่านส่วนที่บางที่สุดของข้อต่อ แล้วผ่ามันออก
ที่เรียกว่าพ่อครัวชำแหละวัวอย่างชำนาญ อย่างมากก็ทำได้แค่นี้แหละ
ฟู่เหล่ยเซิงละสายตาออกมา รู้สึกใจสั่นหวาดผวา มองเห็นสวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอเหม็นคาวคละคลุ้ง สกปรกเลอะเทอะ ภูเขาจำลองพังทลาย แตกเป็นผุยผง บ้านเรือนพังไปครึ่งแถบ น่าจะเป็นเพราะอานุภาพการทำลายล้างจากแก่นทองคำมารของฮูหยินนายอำเภอ
ส่วนกำแพงฝั่งตรงข้ามกลับมีร่องรอยการกัดกร่อนจนพังทลาย อิฐและกระเบื้องราวกับละลายกลายเป็นน้ำสีเขียว ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา
นี่น่าจะเป็นเพราะแก่นทองคำของฮูหยินนายอำเภอกระแทกเข้ากับกำแพง จนเกิดการทำลายล้างขึ้น
“ถ้าแก่นทองคำมารแบบนี้กระแทกเข้าใส่ตัวคนล่ะก็…”
เขาขนลุกซู่
แก่นทองคำนั้นไร้ขอบเขต เกิดจากการรวมตัวกันของแก่นแท้ ปราณ เลือด จิตวิญญาณ และเจตจำนง มีรูปร่างแต่ไร้ตัวตน มีดฟันไม่เข้า ขวานจามไม่แตก วิชาคาขาก็ทำลายไม่ได้ ของวิเศษก็เก็บไปไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถทะลุผ่านแก่นทองคำไปได้ โดยไม่สร้างความเสียหายให้แก่แก่นทองคำเลยแม้แต่น้อย ถือว่ารับมือยากสุดๆ
แต่ในขณะเดียวกันแก่นทองคำก็มีพลังมหาศาลและอิทธิฤทธิ์อันเหลือเชื่อ แก่นทองคำที่แตกต่างกัน ก็สามารถใช้วิชาคาถาที่แตกต่างกันได้
แก่นทองคำของสิ่งชั่วร้ายยิ่งรับมือยากกว่า พลังก็ชั่วร้ายกว่า พอฟู่เหล่ยเซิงเห็นพลังทำลายล้างของแก่นทองคำของฮูหยินนายอำเภอ ก็รู้สึกว่ารับมือยาก หากเปลี่ยนเป็นเขา การจะสังหารฮูหยินนายอำเภอคงไม่ใช่เรื่องง่าย ขอเพียงแก่นทองคำนี้พุ่งออกมา วิชาคาถาของเขาก็จะถูกทำให้แปดเปื้อน ยันต์ก็จะไม่สามารถแสดงอานุภาพได้ ของวิเศษก็จะถูกพลังชั่วร้ายกัดกร่อนจนสูญเสียพลังไป
แต่เฉินสือกลับสามารถเผชิญหน้าต่อสู้ และทุบตีฮูหยินนายอำเภอจนตายคามือได้!
“เฉินสือผู้นี้ ตกลงแล้วมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่? ทำไมถึงสามารถกำจัดฮูหยินนายอำเภอได้ในเวลาอันสั้นขนาดนี้… ศพตรงนั้นคือ?”
สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ศพของนายอำเภอเกิงตรงมุมกำแพง ในใจก็ตกใจ “นายอำเภอเกิงก็โดนเขาฆ่าด้วย!”
เกิงชุนคือนายอำเภอที่ราชสำนักแต่งตั้ง พลังบำเพ็ญเพียรย่อมไม่ธรรมดา แต่กลับมาตายด้วยน้ำมือของเฉินสือ!
“ฆ่ายอดฝีมือระดับแก่นทองคำไปถึงสองคน เฉินสืออายุแค่สิบเอ็ดสิบสองปีจริงๆ เหรอ หรือแค่หน้าเด็ก? แล้วเป้าหมายที่เขามาสอบซิ่วไฉ คืออะไรกันแน่?”
พวกเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอกำลังรีบวิ่งมาทางนี้ น่าจะได้ยินเสียงความวุ่นวาย ก็เลยมาตรวจสอบ
ฟู่เหล่ยเซิงแอบปลีกตัวออกมาอย่างเงียบเชียบ สะกดรอยตามทิศทางที่เฉินสือหนีไป
เฉินสือเดินตามเสียงเห่าของเฮยโกวมาจนถึงโถงหลักของที่ว่าการอำเภอ ที่นี่แขวนป้าย ‘กระจกสว่างแขวนสูง’ เอาไว้ เป็นสถานที่สำหรับไต่สวนนักโทษ พอมาถึงที่นี่ เขาก็รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ภายในใจหวาดหวั่น คดีต่างๆ ที่เขาเคยก่อไว้ราวกับถูกเปิดออกเป็นภาพวาด ปรากฏชัดเจนอยู่ในหัว
เฉินสือเหงื่อแตกพลั่ก เกือบจะคุกเข่าสารภาพบาปบนพื้น เพื่อเล่าความผิดที่เคยก่อไว้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาให้ฟังจนหมดเปลือกแล้ว
“ที่ว่าการอำเภอนี้ วางค่ายกลไว้ร้ายกาจจริงๆ!”
เขาสะกดข่มความตื่นตระหนกในใจลงไป แล้วมองสำรวจการจัดวางในที่ว่าการอำเภอ
นอกจากโต๊ะทำงานและเก้าอี้ของนายอำเภอแล้ว ก็ยังมีไม้พลองสอบสวน ไม้พลองลงทัณฑ์ และไม้เรียววางเรียงกันอยู่สองแถว แล้วก็ยังมีอาวุธอย่างมีดซิ่วชุน (ดาบองครักษ์เสื้อแพร) อีกจำนวนหนึ่ง ของพวกนี้ล้วนมีการประทับยันต์ไว้ โดยใช้ชาดวาดลวดลายทับ และเพราะถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน จึงแฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิต
นอกประตูยังมีกลองใบใหญ่ตั้งอยู่อีกใบ บนหน้ากลองก็มีลวดลายยันต์วาดอยู่เช่นกัน กลิ่นอายของคนที่มาตีกลองร้องทุกข์ยังคงหลงเหลืออยู่ แฝงไปด้วยความกดดัน
ของมากมายขนาดนี้ หากแยกกันอยู่ ก็ไม่ถึงกับทำให้เฉินสือรู้สึกหวาดหวั่นได้ แต่พอมารวมกัน ก็ทำให้นักโทษต้องยอมรับสารภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เฮยโกวดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย กำลังเห่าใส่โต๊ะหมู่บูชาที่อยู่ด้านข้างโถงหลัก เฉินสือมองตามไป ก็เห็นว่าธงหมื่นวิญญาณตั้งอยู่บนโต๊ะหมู่บูชา และยังมีควันธูปที่ยังไม่ดับสนิทอยู่ด้วย
ของวิเศษชิ้นนี้ดึงดูดใจเขาเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นอาหารอันโอชะ ที่ล่อลวงให้เขาอยากจะกินวิญญาณอาฆาตในธงหมื่นวิญญาณเข้าไป
“ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่มีทางขโมยธงหมื่นวิญญาณไปเด็ดขาด”
เสียงของฟู่เหล่ยเซิงดังขึ้น มือของเฉินสือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบธงหมื่นวิญญาณก็ชะงักไป หันกลับมาถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านอาจารย์ฟู่พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ?”
ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ธงหมื่นวิญญาณคือของวิเศษที่คอยปกป้องอำเภอซินเซียง เป็นการรวบรวมวิญญาณอาฆาตของนักโทษที่ถูกประหารชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่โบราณกาลมา นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่ตายที่ตลาดตะวันออกมีจำนวนนับไม่ถ้วน วิญญาณของพวกเขาล้วนถูกกักเก็บไว้ในธงนี้ ดังนั้นธงหมื่นวิญญาณจึงมีอานุภาพร้ายกาจมาก พ่อเมือง หากใช้ธงนี้รับมือกับศัตรู ยอดฝีมือระดับแปรผันวิญญาณหรือระดับหลอมวิญญาณทั่วไป ก็ไม่ใช่คู่มือของเขา ของวิเศษชิ้นนี้สำคัญมาก หากเจ้าขโมยมันไป ก็จะไม่มีที่ให้เจ้ายืนในทวีปซีหนิวซินโจวอีกต่อไป”
เฉินสือชักมือกลับ มองธงหมื่นวิญญาณด้วยความเสียดาย
เขาไม่ได้โลภอยากได้อานุภาพของธงหมื่นวิญญาณ แต่ลึกๆ แล้วมีความรู้สึกบางอย่างที่กระตุ้นให้เขาอยากได้มันมาครอบครองอย่างรุนแรง แต่พอฟังที่ฟู่เหล่ยเซิงพูด เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
ฟู่เหล่ยเซิงเห็นเขาชักมือกลับ ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เอ่ยว่า “นายอำเภอเกิงเป็นนายอำเภอที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ยังไม่ทันได้ฝึกฝนควบคุมของวิเศษชิ้นนี้ แต่ในช่วงที่ตำแหน่งนายอำเภอว่างลง นายอำเภอผู้ช่วยจะเป็นคนดูแลธงหมื่นวิญญาณ อีกเดี๋ยวนายอำเภอผู้ช่วยก็จะมาที่นี่แล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย”
เฉินสือเดินตามเขาไป สองคนหนึ่งหมาเร่งฝีเท้าออกจากที่ว่าการอำเภอ
เฉินสือเหลือบมองฟู่เหล่ยเซิง รู้สึกถูกชะตากับอาจารย์สำนักศึกษาคนนี้ขึ้นมา
ฟู่เหล่ยเซิงถึงกับยอมเสี่ยงตายบุกเข้ามาในที่ว่าการอำเภอเพื่อช่วยชีวิตนักเรียนพวกนี้ การที่เขากลับมา น่าจะตั้งใจมากำจัดนายอำเภอและฮูหยิน ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หูเฟยเฟยบอกเลยสักนิด
“ท่านอาจารย์ฟู่เป็นแค่ซิ่วไฉ ทำไมถึงมีพลังฝีมือขนาดนี้ล่ะ?” เฉินสือรู้สึกสงสัยในใจ
ฟู่เหล่ยเซิงถอนหายใจ “แค่เดือนเดียว นายอำเภอตายไปตั้งสองคน ไม่รู้ว่านายอำเภอคนต่อไปที่ราชสำนักส่งมาจะอยู่ได้นานแค่ไหน อำเภอซินเซียง ช่างเป็นที่อัปมงคลสำหรับนายอำเภอจริงๆ”
เฉินสือคิดทบทวนดู การตายของนายอำเภอสองคนนี้ เหมือนจะเกี่ยวพันกับเขาหมดเลย
นายอำเภอจ้าวคนก่อน เป็นเพราะตระกูลจ้าวล่มสลาย สาเหตุที่ตระกูลจ้าวล่มสลาย ก็เพราะปู่ของเขาไปกำจัดผู้ว่าการมณฑลตระกูลจ้าวนั่นเอง
ส่วนนายอำเภอเกิงคนนี้ ก็เป็นเขาเองนี่แหละที่ฆ่าตายกับมือ
“ท่านอาจารย์ฟู่ ราชสำนักแต่งตั้งสิ่งชั่วร้ายมาเป็นนายอำเภอ กฎหมายบ้านเมืองมันเน่าเฟะถึงขนาดนี้แล้วหรือ?” เฉินสือเอ่ยถาม
ฟู่เหล่ยเซิงเหลือบมองเขา “การที่เจ้ากล้าพูดประโยคนี้ออกมา อนาคตเจ้าก็ต้องได้ไปเป็นวิญญาณในธงหมื่นวิญญาณแน่ๆ ช้าเร็วก็ต้องโดนตัดหัว”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ถอนหายใจ เอ่ยว่า “กฎหมายบ้านเมืองเน่าเฟะงั้นรึ? หึๆ ไม่ใช่แค่นั้นหรอก นี่มันบ้านเมืองพินาศแล้วต่างหาก!”
เฉินสือเหลือบมองเขา รู้สึกว่าคนผู้นี้มีแววจะได้ไปโดนตัดหัวพร้อมกับเขาเลยแฮะ
พวกเขากลับมาที่สำนักศึกษาเหวินไฉ ก็เห็นหูเฟยเฟยกำลังรังแกห่านขาวตัวใหญ่อยู่ จับคอห่าน ถอนขนห่าน แถมยังมีห่านขาวอีกหลายตัวยืนคอตกอยู่ตรงมุมห้อง น่าจะเพิ่งโดนซ้อมมา
“เฟยเฟยเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นนี่นา!” เฉินสือรู้สึกหวาดหวั่นในใจ
เขาก็เคยร่วมวงกับนักเรียนคนอื่นรุมจิกหูเฟยเฟยเหมือนกัน แอบกลัวว่าจะโดนแม่จิ้งจอกสาวคนนี้คิดบัญชีแค้น
ฟู่เหล่ยเซิงรอให้นางจิ้งจอกซ้อมพวกนั้นจนหนำใจ แล้วก็กระตุ้นแก่นทองคำ แสงจากแก่นทองคำสาดส่อง ทำลายวิชาอาคมบนตัวของห่านขาวแต่ละตัว ทำให้พวกเขากลับมาเป็นคนปกติอีกครั้ง
ยังไงซะพวกเขาก็ยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่น พอเจอเรื่องแบบนี้ก็ตกใจจนกอดกันร้องไห้โฮ มีบางคนก็โค้งคำนับขอบคุณฟู่เหล่ยเซิง
ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ล้วนเป็นผู้ฝึกตน บำเพ็ญเพียรกันทั้งนั้น แค่กลายเป็นห่านเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ จะต้องร้องไห้ฟูมฟายทำไม? วันหน้าอาจจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกตั้งเยอะ”
เหล่านักเรียนหน้าซีดเผือด
“พวกเจ้าอย่าเพิ่งกลับบ้านนะ อีกเดี๋ยวท่านนายอำเภอผู้ช่วยจะมา ให้พวกเจ้าหน้าที่ไปส่งพวกเจ้ากลับบ้านจะปลอดภัยกว่า”
ฟู่เหล่ยเซิงกล่าว “เด็กที่มาจากชนบทก็ให้นอนค้างที่สำนักศึกษาไปก่อน อาจารย์ช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้ พรุ่งนี้ให้คนในครอบครัวเอาเงินมาให้อาจารย์สักพวงนึงเป็นการตอบแทนด้วยนะ เข้าใจไหม?”
ทุกคนรีบพยักหน้ารับคำ ทำตามที่เขาสั่ง
และก็เป็นอย่างที่คิด ผ่านไปไม่นานนัก นอกสำนักศึกษาก็มีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น “ท่านอาจารย์ฟู่ เจิ้งซื่ออวิ๋น ขอมาเยี่ยมเยียนขอรับ”
ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ใต้เท้านายอำเภอผู้ช่วยเจิ้งนั่นเอง”
เขาเดินออกไปต้อนรับ ได้ยินเจิ้งซื่ออวิ๋นกล่าวว่า “เจิ้งผู้นี้ไร้ความสามารถ ตามสืบเรื่องสิ่งชั่วร้ายขโมยเด็กมาตลอด ไม่คิดเลยว่าสิ่งชั่วร้ายจะอยู่ใต้จมูกเจิ้งผู้นี้เอง กินนายอำเภอและฮูหยินเข้าไป แล้วปลอมตัวเป็นนายอำเภอและฮูหยิน เกือบจะทำร้ายเด็กพวกนี้แล้ว โชคดีที่มีอาจารย์ฟู่ ช่วยปราบมารกำจัดสิ่งชั่วร้าย เจิ้งผู้นี้ถึงไม่ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ นักเรียนปลอดภัยดีไหมขอรับ?”
ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ปลอดภัยดีทุกคนขอรับ สิ่งชั่วร้ายกินนายอำเภอและฮูหยินเข้าไป ปลอมตัวเป็นนายอำเภอเกิง เดิมทีตั้งใจจะมาขยายพันธุ์ที่เมืองซินเซียง แต่โชคดีที่ใต้เท้าเจิ้งมีหูตาเฉียบแหลม สังเกตเห็นพิรุธของสิ่งชั่วร้าย การที่จะสามารถกำจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งสองตนนี้ ช่วยชีวิตเด็กๆ ไว้ได้มากมายขนาดนี้ ล้วนต้องพึ่งพาใต้เท้าเจิ้งทั้งนั้น ข้าน้อยจะไปมีความดีความชอบอะไรกัน? ก็แค่เป็นลูกมือช่วยใต้เท้าเจิ้งเท่านั้นเองขอรับ”
เจิ้งซื่ออวิ๋นมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า เอ่ยว่า “อาจารย์ฟู่ช่างมีคุณธรรมอันประเสริฐ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์ฟู่ เจิ้งผู้นี้จะไขคดีใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร? เจิ้งผู้นี้จะนำเรื่องกราบทูลราชสำนัก เพื่อขอความดีความชอบให้อาจารย์อย่างแน่นอน!”
ฟู่เหล่ยเซิงรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องขอรับ ไม่ต้อง ข้าน้อยไม่ได้ทำประโยชน์อะไร จะกล้าไปแย่งความดีความชอบได้อย่างไร? ข้าน้อยละอายใจยิ่งนัก ใต้เท้าเจิ้ง ท่านดูสำนักศึกษาเหวินไฉของข้าสิ เก่าทรุดโทรมไปหมดแล้ว เด็กๆ มาเรียนก็หวาดผวา กลัวว่าหลังคาจะถล่มลงมา ทางอำเภอพอจะเจียดเงินมาช่วยซ่อมแซมให้สักหน่อยได้ไหมขอรับ…”
เจิ้งซื่ออวิ๋นเข้าใจความหมาย ควักถุงเงินเล็กๆ ออกมาถุงหนึ่ง แล้วก็สั่งให้พวกเจ้าหน้าที่ที่ตามมาควักเงินที่มีติดตัวออกมาให้หมด เอาไปมอบให้ฟู่เหล่ยเซิง เอ่ยว่า “ขุนนางผู้นี้เพิ่งจะสังหารสิ่งชั่วร้ายทั้งสองตนนั้น รีบเร่งมาที่นี่ ในตัวจึงมีเงินติดมาแค่ไม่กี่สิบตำลึง หากอาจารย์ฟู่เห็นว่าน้อยไป…”
ฟู่เหล่ยเซิงรีบรับเงินมา หัวเราะ “ไม่น้อยขอรับ ไม่น้อย”
“แล้วเด็กๆ พวกนี้ล่ะ…”
“ต้องรบกวนใต้เท้าเจิ้งไปส่งพวกเขากลับบ้านด้วยนะขอรับ”
เจิ้งซื่ออวิ๋นดีใจเป็นอย่างมาก เรียกพวกเจ้าหน้าที่เข้ามา เอ่ยว่า “ตีฆ้องร้องป่าว ส่งเด็กพวกนี้กลับบ้านให้ครบทุกบ้าน ต้องให้ชาวเมืองทุกคนได้รับรู้ถึงคุณงามความดีของที่ว่าการอำเภอของพวกเรา!”
ทุกคนรับคำ แล้วก็พาเด็กๆ ที่ยังคงหวาดผวาพวกนั้นกลับไป
ฟู่เหล่ยเซิงดีใจจนเนื้อเต้น แอบไปยืนนับเงินอยู่มุมหนึ่ง
หูเฟยเฟยเขยิบเข้ามาใกล้เฉินสือ เฉินสือถึงกับตัวเกร็งขึ้นมาทันที หูเฟยเฟยหัวเราะ “พี่ชายตระกูลเฉิน ข้าไม่ใช่แม่เสือสาวสักหน่อย เจ้าจะกลัวอะไร? วันนี้เจ้าต้องขอบคุณข้าให้มากๆ นะ ถ้าไม่ใช่เพราะข้ากับอาจารย์ฟู่ พวกเจ้าก็คงตายในที่ว่าการอำเภอไปแล้ว”
เฉินสือมองไปที่ฟู่เหล่ยเซิง กระซิบเสียงเบาว่า “ข้าว่าท่านอาจารย์ฟู่ไม่ใช่คนหน้าเงินหรอก การที่เขาเสี่ยงชีวิตไปช่วยนักเรียนในครั้งนี้ ความหน้าเงินก็แค่เปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้นมาบังหน้าเท่านั้น”
หูเฟยเฟยหลุดขำออกมา “เจ้าโดนเขาหลอกแล้ว! เขาไปช่วยพวกเราน่ะเรื่องจริง หน้าเงินก็เรื่องจริงเหมือนกัน เจ้ายังไม่เคยไปเห็นบ้านเขาใช่ไหมล่ะ? บ้านเขาหรูหราอลังการกว่าสำนักศึกษาเหวินไฉแห่งนี้ไม่รู้กี่เท่า!”
ฟู่เหล่ยเซิงนับเงินเสร็จ ก็เดินเข้ามาหา เอ่ยเรียบๆ ว่า “ความรักทรัพย์กับการทำความดี ไม่ได้ขัดแย้งกัน วิญญูชนรักทรัพย์ ย่อมหามาด้วยความชอบธรรม เงินทุกอีแปะที่ข้าหามาได้ ล้วนไม่ขัดต่อมโนธรรมของข้า”
เขายื่นถุงเงินเล็กๆ ให้เฉินสือถุงหนึ่ง เอ่ยว่า “นี่ส่วนของเจ้า”
แล้วก็ยื่นอีกถุงให้หูเฟยเฟย เอ่ยว่า “นี่ส่วนของเจ้า พวกเจ้าสองคนคืนนี้ก็ทำความดีความชอบ สมควรได้รับรางวัล”
เฉินสือไม่เข้าใจ เอ่ยถามว่า “ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?”
ฟู่เหล่ยเซิงกล่าว “การรับทรัพย์สิน ย่อมไม่ทำให้คุณธรรมเสื่อมเสีย นี่คือหลักธรรมที่ท่านอาจารย์ขงจื่อสั่งสอนไว้”
เฉินสือรู้สึกสับสน ลอบคิดในใจ “ความหมายของประโยคนี้ ไม่ใช่ว่าถ้าเราฆ่าศัตรูตาย แล้วไปค้นเอาเงินทองจากศพ ศีลธรรมของเราก็จะไม่เสื่อมเสียหรอกเหรอ? ทำไมถึงโดนท่านอาจารย์ฟู่เอามาตีความแบบนี้ไปได้ล่ะ?”

0 Comments