You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ทั้งสามคนต่างก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง

ยายชาและอีกสองคนรู้ดีมาตลอดว่าแม่เฒ่าเขาดำจะมาฆ่าเฉินสือ จึงคอยจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ยังไงเสียก่อนที่เฉินอิ๋นตวงจะลงไปปรโลก ก็ได้ฝากฝังเฉินสือไว้กับพวกเขา พวกเขาย่อมต้องปกป้องเฉินสือให้ดี

พวกเขารู้ว่าเฉินสือไม่ใช่คู่มือของแม่เฒ่าเขาดำอย่างแน่นอน แต่ร่างจริงของแม่เฒ่าเขาดำยังอยู่ที่เขาดำ ส่วนที่ตำบลลู่เวยเป็นเพียงร่างที่สร้างขึ้นใหม่ นางไม่มีทางมาด้วยร่างจริงแน่ๆ ทำได้เพียงใช้รูปลักษณ์เทพ (神相) มาเท่านั้น

ขอเพียงใช้รูปลักษณ์เทพมา ก็จะถูกพวกเขาส่งผลกระทบได้

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มและแพะเขียวล้วนเป็นสิ่งชั่วร้าย แถมยังแข็งแกร่งกว่าแม่เฒ่าเขาดำ พวกเขาสามารถแทรกแซงการตัดสินใจของแม่เฒ่าเขาดำ ทำให้แม่เฒ่าเขาดำเข้าไปในความฝันเพื่อฆ่าเฉินสือ วิธีนี้จะสามารถยืมมือแม่เฒ่าเขาดำ เพื่อทดสอบระดับความแข็งแกร่งของสิ่งชั่วร้ายในตัวเฉินสือได้

แต่ทว่า แม่เฒ่าเขาดำเข้าไปแล้วกลับไม่ได้ออกมาอีกเลย

“ตอนที่ตาเฒ่าเฉินเล่าว่าหลังจากเจ้าสิบฆ่าคน วิญญาณของคนที่ถูกฆ่าก็หายไป ข้าก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง”

ยายชากล่าว “มือผีสีเขียวแม้จะแข็งแกร่ง แต่ตัวที่กินวิญญาณคนตาย ไม่น่าจะใช่มือผีสีเขียว ตอนที่พวกเราแย่งชิงวิญญาณของเฉินสือ ก็ได้ต่อสู้กับเจ้าของมือผีสีเขียวโดยมีเส้นกั้นระหว่างโลกคนเป็นกับปรโลกขวางอยู่ ตอนนั้นเขาไม่ได้ใช้พลังในการกลืนกินวิญญาณเลย”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มและแพะเขียวต่างพยักหน้า

หากตอนนั้นเจ้าของมือผีใช้พลังแบบนี้ วิญญาณของพวกเขาคงถูกอีกฝ่ายกินไปนานแล้ว

ยายชากล่าวต่อ “ในเมื่อไม่ใช่มือผีสีเขียวที่เป็นตัวกินวิญญาณ งั้นตัวที่กินวิญญาณก็ต้องเป็นตัวอื่น แสดงว่าในตัวเฉินสือ นอกจากมือผีสีเขียวแล้ว ยังมีอย่างอื่นซ่อนอยู่อีก”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มส่ายหน้ากล่าว “ตอนที่พวกเราช่วยเฉินสือ ก็ตรวจสอบดูแล้ว ในวิญญาณของเขาไม่มีอะไรซ่อนอยู่เลย สิ่งชั่วร้ายที่กินวิญญาณตัวนี้ ตกลงแล้วมันมาจากไหน? แล้วมันเข้าไปในตัวเฉินสือได้ยังไง? มันมุดเข้าไปในตัวเฉินสือตั้งแต่ตอนไหน?”

เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

ตอนที่เฉินสือแสดงพลังในการกลืนกินวิญญาณออกมา ปู่เฉินอิ๋นตวงก็ยังอยู่ข้างกายเขา สิ่งชั่วร้ายไม่มีทางมีโอกาสเข้าใกล้เฉินสือได้เด็ดขาด

ที่แปลกยิ่งกว่าก็คือ มันไม่ได้สิงร่าง แต่กลับซ่อนตัวอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณของเฉินสือ คอยหาจังหวะกินคนที่ถูกเฉินสือฆ่าตาย หรือพวกดวงซวยที่หลงเข้ามาในความฝันของเขา

พฤติกรรมแบบนี้แปลกประหลาดมาก

โดยปกติแล้ว ทันทีที่สิ่งชั่วร้ายสิงร่าง มันจะกินหรือทำลายวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมเป็นอันดับแรก เพื่อยึดครองร่าง จากนั้นก็จะเลียนแบบพฤติกรรม ท่าทาง และความเคยชินของเจ้าของร่างเดิม

มันสามารถเลียนแบบได้แนบเนียนจนแม้แต่ภรรยาหรือสามีที่สนิทที่สุดก็ยังดูไม่ออก และในช่วงเวลานี้ มันก็จะหาโอกาสกินคนใกล้ตัว

แต่สิ่งชั่วร้ายในตัวเฉินสือกลับไม่ได้ทำแบบนั้น พฤติกรรมของมัน เหมือนเป็นการปรสิตมากกว่า ปรสิตอยู่ในร่างของเจ้าของเดิม ปล่อยให้เจ้าของเดิมฆ่าคนเพื่อนำสารอาหารที่มันต้องการมาป้อนให้มันอิ่ม

แพะเขียวเอ่ยขึ้นกะทันหัน “แม่เฒ่าเขาดำอ่อนแอเกินไป วิธีที่ดีที่สุดคือพวกเราต้องเข้าไปสำรวจดูด้วยตัวเอง!”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มแค่นเสียงเย็นชา “ยังไม่รู้ระดับของมัน พวกเราบุกเข้าไป จะไม่ได้กลายเป็นอาหารมื้อพิเศษให้มันหรอกรึ?”

ยายชากล่าว “พวกเรามีแค่สองทางเลือก คือไม่บีบมันออกมาจากตัวเจ้าสิบ ก็ต้องฆ่ามันในความฝันของเจ้าสิบ ชิงหยาง เจ้าอย่าใจร้อนนักเลย พวกเราต้องหาโอกาสดึงตัวมันออกมาให้ได้!”

แพะเขียวแค่นเสียงเย็น “พวกเจ้าสองคนมัวแต่กล้าๆ กลัวๆ กว่าจะดึงมันออกมาได้ ไม่รู้จะต้องรอไปถึงปีไหนชาติไหน!”

มันเดินจากไปด้วยความโมโห “ข้าจะไปเป็นสิ่งชั่วร้ายของข้าต่อ มีเรื่องอะไรค่อยมาหาข้าก็แล้วกัน!”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มมองส่งมันจนลับสายตา ดึงสายตากลับมา เอ่ยว่า “ยายชา แม่เฒ่าเขาดำน่าจะตายแล้วใช่ไหม?”

ยายชาลองเรียกวิญญาณแม่เฒ่าเขาดำดู ก็พบอะไรบางอย่าง จึงส่ายหน้าเอ่ยว่า “แม่เฒ่าเขาดำยังไม่ตายสนิท นางเจ้าเล่ห์มาก ยังทิ้งรากเหง้าของตัวเองไว้ที่ศาลเจ้าแม่เฒ่าเขาดำ ตัวที่เข้าไปในตัวเจ้าสิบคือรูปลักษณ์ (相) ของนาง แต่ที่ศาลเจ้ายังคงมีพลังอันไม่ธรรมดาที่ซับซ้อนและมหาศาลหลงเหลืออยู่ นางไม่ตายง่ายๆ หรอก”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มกล่าว “งั้นความปลอดภัยของเจ้าสิบล่ะ…”

ยายชาหัวเราะ “นางเจอดีไปชุดใหญ่ขนาดนั้น ยังจะกล้ามาหาเจ้าสิบอีกเหรอ? ถ้าข้าเป็นนาง เห็นเจ้าสิบก็คงหนีไปให้ไกล ไม่กล้าโผล่หัวมาหรอก”

ชายร่างใหญ่เคราครึ้มคิดดูแล้วก็เห็นด้วย หัวเราะ “นางเป็นแค่สิ่งชั่วร้ายในท้องถิ่น กลับกล้ามาแหยมกับเจ้าสิบ ช่างใจกล้าซะจริง”

ยายชาก็หัวเราะเช่นกัน “นางถึงกับกล้าเข้าไปในความฝัน เข้าไปย่ำยีเจ้าสิบในความฝัน! เรื่องเข้าฝันเข้าฝันเนี่ย ขนาดข้ายังไม่กล้าเลย!”

เฉินสือตอนเช้าตื่นขึ้นมา เดินออกไปดูแม่บุญธรรมในหมู่บ้าน ก็เห็นว่าบริเวณแขนทั้งสองข้างของเด็กสาว ได้มีกิ่งก้านสาขาแตกออกมาแทนแขนแล้ว

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้านหวงพัวก็กลายเป็นโกร๋น กิ่งก้านไม่เหลือ ใบไม้ก็เหลือเพียงไม่กี่ใบ

ทว่าเขาก็สังเกตเห็นว่าบนต้นไม้โบราณมีตาไม้อ่อนๆ งอกออกมามากมาย คาดว่าอีกไม่นานก็คงแตกกิ่งออกใบ ไม่ถึงกับตายหรอก

ชาวบ้านต่างก็ใจคอไม่ดี พากันมาถวายธูปเทียนและของเซ่นไหว้ให้ต้นไม้โบราณ เพราะกลัวว่าต้นไม้โบราณจะตาย แล้วจะไม่มีใครคอยคุ้มครอง

เฉินสือรออยู่ในหมู่บ้านพักใหญ่ แม่เฒ่าเขาดำก็ไม่มาแก้แค้น ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง พอตกบ่าย แม่เฒ่าเขาดำก็ยังไม่มา แม้แต่หนูสักตัวก็ยังไม่เห็น

“แม่เฒ่าเขาดำคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว หรือไม่ก็คิดว่าไม่คุ้มที่จะมาฆ่าข้าเพราะเรื่องนี้ ก็เลยส่งแค่พวกหนูมาขู่ข้าแหละมั้ง”

เฉินสือรู้สึกโล่งใจ ตัวเองก็แค่ช่วยชาวบ้านหมู่บ้านอื่นปราบผี ฆ่าหนูกินคนไปตัวเดียว ก็ไปล่วงเกินแม่เฒ่าคนนี้เข้า ถือเป็นคราวซวยจริงๆ

แต่หนูขยายพันธุ์เร็วมาก คิดว่าแม่เฒ่าเขาดำตายหลานรักไปตัวนึง ก็คงไม่เก็บมาใส่ใจหรอก

เขารอไปอีกสองวัน แม่เฒ่าเขาดำก็ยังไม่มาแก้แค้น แม้กระทั่งหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงก็ไม่มีหนูชุดเทาให้เห็นเลย ทำให้เฉินสือรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก

แต่ทว่าเขาก็เลิกใส่ใจเรื่องนี้ไปอย่างรวดเร็ว เพราะการสอบระดับอำเภอช่วงฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว เขาต้องรีบทบทวนตำราอย่าง ‘หลุนอวี่’ ‘ซือ’ (คัมภีร์กวี) ‘ซู’ (คัมภีร์ประวัติศาสตร์) และคัมภีร์อื่นๆ เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน

สำหรับการสอบภาคปฏิบัติ เฉินสือค่อนข้างมั่นใจ แต่สอบข้อเขียนเขากลับมีความมั่นใจไม่มากนัก

แม้เขาจะตั้งใจเรียนกับอาจารย์จู (ผีบัณฑิต) แต่ก็เรียนมาแค่สองปี ส่วนคนอื่นๆ เขาเรียนกันในสำนักศึกษามาตั้งห้าหกปี เวลาเรียนนานกว่าเขามาก

และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อสิบปีก่อนเขาเคยสอบซิ่วไฉมาแล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้ไปสอบอีก จะเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า

การสอบซิ่วไฉ สอบจวี่เหริน สำหรับเฉินสือแล้วถือเป็นความฝันอันสูงสุด

เขาอาศัยอยู่ในชนบท รู้สึกว่าการจะหาเลี้ยงชีพได้ นอกจากจะเป็นนักพรตวาดยันต์แล้ว ก็คือการสอบซิ่วไฉ สอบจวี่เหรินนี่แหละ เป็นซิ่วไฉยังไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นจวี่เหริน ก็จะถูกเรียกว่านายท่าน (เหล่าเหยีย)

พอเป็นนายท่านแล้ว ก็สามารถกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน ทำตัวกร่างได้อย่างชอบธรรม

และต่อให้ไม่ได้เป็นขุนนาง ก็สามารถไปพึ่งพาจินหงอิง เข้าทำงานในค่ายเสินจีได้

นี่คือชีวิตในอนาคตที่เขาวาดฝันไว้

สำหรับเด็กอายุแค่สิบเอ็ดขวบ การที่สามารถวางแผนอนาคตได้ในวัยนี้ ถือว่าหาได้ยากยิ่ง

เพียงแต่อาจารย์เยี่ยแห่งตำบลเฉียววานถูกคนของตระกูลจ้าวฆ่าตายไปแล้ว สำนักศึกษาก็ล่มสลาย การที่เคยรับปากเฉินสือว่าจะหาโควต้าสอบระดับอำเภอให้ ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้แล้ว เฉินสือคิดทบทวนไปมา คนที่เขารู้จักมีไม่มาก คนที่เป็นถึงระดับมีหน้ามีตา ก็มีแค่เซ่าจิ่งแห่งหอจวี๋เซียนในเมืองอำเภอเท่านั้น

“สู้ไปเมืองอำเภอสักรอบ ลองถามเซ่าจิ่งดู ว่าพอจะหาโควต้าสอบระดับอำเภอให้ข้าสักที่ได้ไหม”

เฉินสือคิดได้ก็ทำเลย รีบเตรียมรถม้าไม้ เรียกเฮยโกว มุ่งหน้าเข้าเมืองอำเภอ

ยังไม่ทันถึงเมืองอำเภอ ก็มองเห็นคนต่อแถวรอประหารอยู่ไกลๆ นอกเมือง ไม่ไกลนักมีผู้คนยืนมุงดูอยู่ ส่วนลานประหารก็สร้างแท่นบูชาเสร็จแล้ว กำลังอัญเชิญเทพเจ้าที่แท้จริงมาเป็นพยาน

เหนือแท่นบูชายังมีธงหมื่นวิญญาณแขวนอยู่ น่าจะเป็นของวิเศษของที่ว่าการอำเภอ เอาไว้เก็บวิญญาณคนที่ถูกตัดหัว นำไปหลอมรวมไว้ในธง เพื่อเพิ่มอานุภาพ

เฉินสือยังเห็นคนในฝูงชนที่ฝึกฝนวิชาลูกปัดกระหายเลือด ก็กำลังกระตุ้นลูกปัดเตรียมเก็บเลือดมนุษย์ไปหลอมเป็นของวิเศษ

ยังมีผู้ฝึกตนบางคนกำลังกระตุ้นน้ำเต้าวิเศษ ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร

สำหรับคนพวกนี้ เขาเคยได้ยินปู่เล่าว่า ในลานประหาร หากใครสามารถกระตุ้นของวิเศษแบบนี้ได้ ส่วนใหญ่จะต้องมีเส้นสายกับทางราชการ คนอื่นไม่มีทางทำได้เลย

เขามาถึงหลังฝูงชน ยืนชะเง้อมองอยู่บนรถ แต่คนเยอะเกินไป ก็เลยบังสายตาจนมิด

“นี่เขาทำอะไรกัน? ทำไมถึงฆ่าคนเยอะขนาดนี้?” เขาเอ่ยถามคนข้างๆ

“ทำอะไรเจ้าไม่รู้เหรอ? มาจากชนบทล่ะสิ?”

คนผู้นั้นปรายตามองเขา แต่ก็ใจดี อดทนอธิบาย “ประหารชีวิตน่ะสิ ประหารล้างโคตรนายอำเภอ นายอำเภอคนใหม่เป็นคนคุมการประหาร นายอำเภอคนเก่าคือใต้เท้าจ้าว จ้าวจี๋ ได้ยินว่าเป็นคนของตระกูลจ้าวแห่งเมืองมณฑล”

มีคนข้างๆ พูดอย่างตื่นเต้นว่า “เมื่อไม่นานมานี้ ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลจ้าวตายไปแล้ว เดิมทีเขาเคยเป็นผู้ว่าการมณฑลซินเซียง แต่กลับทำเรื่องชั่วช้า ได้ยินว่าภัยพิบัติระดับมารที่ชนบทของพวกเจ้า ก็เป็นฝีมือของตระกูลจ้าวนี่แหละ ซีจิงโกรธมาก สั่งประหารเจ็ดชั่วโคตร ไม่ละเว้นแม้แต่ไก่หรือหมา นี่ไง นายอำเภอคนใหม่ก็เลยมารับหน้าที่คุมการประหาร… ฮ่า! ดาบไวดีแท้!”

เขาร้องชม ฝูงชนก็พากันร้องชมตาม ยกย่องในฝีมือดาบของเพชฌฆาต

เฉินสือมองไปที่แท่นบูชา บนแท่นมีคนยืนตระหง่านอยู่ รวบรวมปราณในศาลเจ้าเทพและครรภ์เทพให้กลายเป็นดาบ แสงดาบฟาดฟันลงมา สว่างวาบจับตา ไม่ใช่ปราณกระบี่ไร้รูปแบบดั้งเดิม แต่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

“ดูเหมือน จะไม่เร็วกว่าปราณกระบี่ของข้าแฮะ”

เฉินสือประหลาดใจ “ทำไมพวกเขาทุกคนถึงบอกว่าคนคนนี้ดาบไว?”

ช่วงก่อนหน้านี้เพื่อจะรับมือกับแม่เฒ่าเขาดำ เขาได้ฝึกฝนเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ ความเร็วของปราณกระบี่ไร้รูปเร็วกว่าเพชฌฆาตคนนี้เกินเท่าตัว ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ

หลังจากเพชฌฆาตตัดหัวเสร็จ ธงหมื่นวิญญาณก็สั่นไหว ดูดวิญญาณคนตายเข้าไปหลอมในธง

มีคนกระตุ้นน้ำเต้าวิเศษ เก็บเลือดที่สาดกระเซ็นไป ยังมีคนกระตุ้นลูกปัดกระหายเลือด กลิ้งไปบนศพหนึ่งรอบ เพื่อเก็บเลือดในศพไปจนหมด

เฉินสือยังเห็นเจ้าหน้าที่หลายคนลากศพแห้งๆ ไปโยนใส่กองไฟเผาทิ้ง ที่ต้องเผาทิ้ง ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ศพถูกแสงจันทร์สาดส่อง จนกลายเป็นมารศพ

“น้องชาย เจ้าเป็นวัณโรคไหม? ข้ามีหมั่นโถวอยู่นะ” คนข้างๆ กระซิบเสียงเบา

เฉินสือส่ายหน้า ไม่ดูต่อ ขับรถเข้าเมืองอำเภอไป

ตระกูลจ้าว ล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

กิจการหลายอย่างของตระกูลจ้าวในเมืองอำเภอ ตอนนี้ก็เปลี่ยนหน้าตา เปลี่ยนชื่อเจ้าของไปหมด บ่อนคาสิโนและหอนางโลมก็เปลี่ยนเจ้าของใหม่

เฉินสือกังวลว่าเซ่าจิ่งจะยังอยู่ที่หอจวี๋เซียนไหม ในใจอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวาย พอมาถึงหอจวี๋เซียน จอดรถแล้วลองถามดู ลูกจ้างของหอจวี๋เซียนก็หัวเราะ “เถ้าแก่เซ่ายังอยู่สิขอรับ รบกวนท่านรอสักครู่นะขอรับ ข้าจะไปตามเถ้าแก่มาให้”

เฉินสือประหลาดใจเป็นอย่างมาก ลอบคิดในใจ “ที่แท้เซ่าจิ่งก็เป็นเถ้าแก่ของหอจวี๋เซียน เขาอายุยังน้อย แต่กลับมีกิจการใหญ่โตขนาดนี้”

หอจวี๋เซียนแห่งนี้ไม่ใช่โรงเตี๊ยม แต่เป็นสถานที่ขายวัตถุดิบในการฝึกฝนต่างๆ มีทั้งยาสมุนไพรหายาก เนื้อสัตว์วิเศษ วัตถุดิบในการหลอมของวิเศษ รวมถึงอัญมณี หยก เขาสัตว์ และของอื่นๆ ละลานตาไปหมด ทำเอาตาลาย

ไม่นาน เซ่าจิ่งก็รีบเดินออกมา หัวเราะ “ที่แท้ก็น้องเฉินสือนี่เอง! น้องชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ! เปลือกเต่าปี้ซี่ของเจ้าทำให้ข้ากำไรไปไม่น้อยเลย เพิ่งจะมาถึงร้านข้าได้ไม่กี่วัน ก็โดนพ่อค้าจากหลิ่งหนานซื้อไปแล้ว”

แถวหลิ่งหนานมีพ่อค้าเยอะ เดินทางไปทั่วเหนือลุ่มใต้ หูตากว้างไกล พูดสำเนียงหลิ่งหนานที่ไม่ค่อยชัดนัก มีหัวการค้าเป็นเลิศ

เฉินสือหัวเราะ “ยินดีด้วยนะพี่เซ่า บอกตามตรง ครั้งนี้ที่ข้าเข้าเมืองมา ก็มีเรื่องอยากจะขอร้อง”

เขาลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมบอกจุดประสงค์ไป

เซ่าจิ่งได้ยินว่าเขาอยากจะสอบระดับอำเภอ ก็หัวเราะ “นี่มันเรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวข้าให้คนหาสำนักศึกษาให้เจ้าลงชื่อก็พอแล้ว พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาใหม่นะ ข้าจะแนะนำอาจารย์สำนักศึกษาให้เจ้ารู้จัก”

เฉินสือรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง รีบกล่าวขอบคุณ

เซ่าจิ่งหัวเราะ “ถ้าเจ้ามีของดีอะไรอีก ก็เอามาขายที่หอจวี๋เซียนของข้าก่อน ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนแล้ว”

เฉินสือขอตัวลา เดินออกจากหอจวี๋เซียน ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าในตะกร้าหนังสือยังมีก้อนหินเล็กๆ อยู่อีกก้อน ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ลอบคิดในใจว่า “ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเอามาให้เขาดู”

“ผู้มีพระคุณ ผู้มีพระคุณ! ท่านจริงๆ ด้วย!”

เฉินสือกำลังเดินเล่นอยู่บนถนน ทันใดนั้นก็มีคนมาขวางหน้าเขาไว้ เพ่งมองดู ก็คือสามีของชุ่ยเอ๋อ หญิงตั้งครรภ์ที่เขาช่วยไว้ที่ตำบลลู่เวยนั่นเอง

สามีของชุ่ยเอ๋อพอเห็นเขา ก็ทั้งตกใจทั้งดีใจ จะขอเลี้ยงข้าวเขาให้ได้ เฉินสือส่ายหน้าเอ่ยว่า “ช่วยชีวิตภรรยาท่าน ข้าก็รับเงินมาแล้ว จะให้มาเลี้ยงข้าวข้าทำไมอีก? แล้วท่านเข้ามาในเมืองทำไมล่ะ?”

“หนีตายมาน่ะสิ แม่บุญธรรมของตำบลพวกเรา ถูกแม่เฒ่าเขาดำฆ่าตายแล้ว แม่เฒ่าเขาดำยึดครองที่นั่นไว้ ตอนแรกบอกว่าให้พวกเราสร้างศาลเจ้าให้ แล้วจะคุ้มครองพวกเรา ใครจะไปคิดว่าเมื่อเช้าวานนี้ พวกหนูกลับหามแม่เฒ่าเขาดำไปแล้ว ตำบลไม่มีแม่บุญธรรมคุ้มครอง พอตกกลางคืนเกรงว่าสิ่งชั่วร้ายจะมากินคน ดังนั้นคนในตำบลก็เลยพากันย้ายบ้าน”

เฉินสืออึ้งไป “นักพรตน้อยตายแล้วเหรอ?”

ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นในใจ

เขาเห็นหนูชุดเทากินคน ก็เลยบอกกับนักพรตน้อยว่า แม่เฒ่าเขาดำมาแย่งถิ่นท่าน ปล่อยให้ลูกสมุนหนูมากินพลเมืองของท่าน นักพรตน้อยวันรุ่งขึ้นก็ไปหาเรื่องแม่เฒ่าเขาดำ ก็เลยถูกแม่เฒ่าเขาดำตามมาฆ่าถึงที่ จนทำให้ตำบลลู่เวยต้องล่มสลาย

“ถ้าข้าไม่ยุให้เขาไปหาเรื่องแม่เฒ่าเขาดำ บางทีเขาอาจจะไม่ต้องตาย ตำบลลู่เวยก็คงไม่ต้องล่มสลาย”

เขารู้สึกหนักอึ้งในใจ คนของตำบลลู่เวยจะต้องอพยพไปพึ่งพิงหมู่บ้านอื่น และอาจจะไปหาแม่บุญธรรมคนใหม่ ในเขาเฉียนหยางมีต้นไม้โบราณ ซากปรักหักพัง รูปปั้นเทพ คล้ายๆ กันอยู่มากมาย พวกเขาสามารถหาที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะตายเพราะคมเขี้ยวของสิ่งชั่วร้ายเช่นกัน

“ได้ยินมาว่าที่แม่เฒ่าเขาดำไม่ยึดตำบลของพวกเราไว้ ก็เพราะนางได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องกลับไปรักษาแผลที่ศาลเจ้าแม่เฒ่า” สามีของชุ่ยเอ๋อกล่าว

“แม่เฒ่าเขาดำทำเรื่องชั่วช้า จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้! อาจารย์เคยบอกไว้ว่า เมื่อรู้ซึ้งถึงมรรคผล ต่อให้ต้องตายในเย็นวันนั้น ก็ย่อมได้”

เฉินสือโกรธจัด “ไปสืบดูก่อนว่าทางไปศาลเจ้าแม่เฒ่าเขาดำไปทางไหน บ่ายนี้จะไปฆ่านางให้ตาย ความแค้นนี้ จะปล่อยข้ามคืนไม่ได้ ข้ามคืนก็เท่ากับรู้สึกผิดต่อนักพรตน้อย!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note