You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   วันรุ่งขึ้น เผยเชียนนำแนวคิดคร่าวๆ ของตนไปเล่าให้ฮองเสงหงันฟังรอบหนึ่ง

   ฮองเสงหงันฟังไปพยักหน้าไป รู้สึกสนใจ จึงตั้งใจจะลุกไปหาช่างฝีมือที่โรงงานเพื่อนำไปปฏิบัติจริง แต่กลับถูกเผยเชียนห้ามไว้

   เผยเชียนไม่ได้ตั้งใจจะนำแนวคิดทั้งหมดมาปฏิบัติจริงในเกงจิ๋ว เพราะสิ่งต่างๆ มากมายที่อยู่ในหัวของเขาในตอนนี้ เรียกได้ว่าล้ำหน้ากว่าแนวคิดของยุคราชวงศ์ฮั่นไปมาก ดังนั้นการนำมาปฏิบัติจริงที่เกงจิ๋ว จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

   เพราะถึงแม้เกงจิ๋วจะรวมเป็นปึกแผ่นอยู่ใต้เงื้อมมือของเล่าเปียวได้ระยะหนึ่ง แต่หลังจากเล่าเปียวตาย ก็จะล่มสลายอย่างรวดเร็ว… ถึงตอนนั้น ป้อมปราการหลักอย่างเรือนลับตระกูลฮองอาจจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ช่างฝีมือคนอื่นๆ ของตระกูลฮองที่กระจัดกระจายกันไป ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ทั้งหมด ดีไม่ดีอาจจะถูกกองกำลังอื่นจับตัวไป…

   “ลูกเขย… อีกสองวันก็เตรียมตัวขึ้นเหนือแล้ว…” เผยเชียนกล่าว พลางสังเกตสีหน้าของฮองเสงหงัน

   “อะไรนะ? นี่เตรียมจะไปแล้วหรือ?” ฮองเสงหงันชะงักไป นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “…ก็ดี เป๊งจิ๋วไม่ควรทิ้งไปนานนัก…” จู่ๆ ฮองเสงหงันก็ดูเศร้าหมองขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาสะบัดแขนเสื้อ ทิ้งเผยเชียนไว้เพียงลำพัง แล้วเดินเข้าไปในโถงด้านหลัง

   หืม?

   พ่อตาเป็นอะไรไปล่ะเนี่ย?

   เผยเชียนรู้สึกงุนงง เดิมทีตั้งใจจะปรึกษากับพ่อตาเรื่องการคัดเลือกช่างฝีมือที่จะพาไปจากเกงจิ๋ว แต่เป็นแบบนี้แล้วจะคุยกันได้อย่างไร?

   ไม่มีทางเลือก

   ในตอนแรก เผยเชียนก็เคยพิจารณาเรื่องดินแดนเกงจิ๋วอยู่เหมือนกัน แต่ดินแดนเกงจิ๋วนั้นซับซ้อนเกินไปจริงๆ หากอาศัยตระกูลบัง ตระกูลชัว และตระกูลฮองเป็นกำลังหนุน ในขณะเดียวกันก็ซื้อใจตระกูลบัณฑิตอื่นๆ เพื่อรักษาสมดุล ก็อาจจะสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ เหมือนอย่างที่เล่าเปียวกำลังทำอยู่…

   แต่ภัยแฝงก็มีไม่น้อย ในขั้นตอนการรักษาสมดุลระหว่างตระกูลบัณฑิต ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปพัวพันอย่างลึกซึ้ง เหมือนอย่างที่เล่าเปียวต้องพึ่งพาตระกูลชัวในการปราบปรามเกงจิ๋วตอนใต้ในตอนนี้ แม้ว่าในอนาคตจะยึดเกงจิ๋วตอนใต้มาได้ หรือทำให้ยอมสวามิภักดิ์ได้ แต่พอมองกลับมา ก็จะพบว่าอำนาจของตระกูลชัวขยายใหญ่ขึ้นมาก และสุดท้ายก็ต้องหันมาหาวิธีควบคุมอำนาจของตระกูลชัวอีก

   อย่างไรเสียเป๊งจิ๋วก็ถูกชนเผ่าหูปู้ย่ำยีจนแหลกราญ กลายเป็นเหมือนกระดาษเปล่า ตอนนี้ขอเพียงช่างฝีมือจากเกงจิ๋วไปถึง และชัวหยงสามารถดึงดูดศิษย์จากสำนักไท่เสวียมาได้ ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ทั้งบุ๋น บู๊ ทรัพยากร และอนาคต ล้วนมีพร้อมสรรพ อีกทั้งบริเวณรอบๆ ก็ไม่มีศัตรูที่แข็งแกร่ง มีเพียงชนเผ่าเซียนเปยเท่านั้น…

   ยิ่งไปกว่านั้น จุดที่ดีที่สุดก็คือการมีชนเผ่าหูอยู่เคียงข้าง…

   ในใต้หล้าตอนนี้ ไม่อาจหาดินแดนใดที่ดียิ่งกว่านี้ได้อีกแล้วจริงๆ

   ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไร เผยเชียนก็ต้องกลับไปที่เป๊งจิ๋ว

   ฮองเย่ว์อิงที่อยู่ด้านข้างก็มีท่าทีซึมเศร้า ก้มหน้าเงียบๆ บิดชายเสื้อของตนไปมา

   เด็กสาวผมเหลืองคนนี้…

   เผยเชียนลูบผมสีน้ำตาลแดงของฮองเย่ว์อิง กล่าวว่า “เฮ้อ ไม่เป็นไรหรอก อย่างมากก็อีกหนึ่งถึงสองปี รอให้เป๊งจิ๋วสงบลง ข้าก็จะส่งคนมารับเจ้าไป…”

   ฮองเย่ว์อิงก้มหน้า พึมพำเสียงเบา “…ครั้งนี้… ข้าก็จะไปกับท่านด้วย…”

   “อะไรนะ?” เผยเชียนฟังไม่ค่อยถนัด

   ฮองเย่ว์อิงรู้สึกเขินอาย ลุกพรวดขึ้นมา กล่าวว่า “…ไม่มีอะไร ข้า… ข้า… ไปดูท่านพ่อก่อนนะ…” จากนั้นก็ทิ้งเผยเชียนไว้ในห้องโถง แล้ววิ่งเข้าไปในโถงด้านหลังอีกคน

   เผยเชียนเบิกตากว้าง รู้สึกขำไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ตกลงข้าทำอะไรผิดหรือพูดอะไรผิดไปกันแน่ สองคนพ่อลูกนี้ถึงได้ทิ้งข้าไว้คนเดียวตั้งแต่เช้าตรู่ สถานการณ์นี้มันคืออะไรกัน?

   ×××××××××××××

   ณ ที่ทำการเมืองซงหยง ภายในจวนตระกูลเล่า เล่าเปียวกำลังนั่งอยู่ในศาลาเล็กๆ กลางสวน อุ่นสุราจินเจียงดื่มด่ำอยู่เพียงลำพัง

   ช่วงนี้เล่าเปียวกำลังฮึกเหิม หลังจากคลายการคุกคามของซุนเกี๋ยนลงได้ และการปราบปรามเกงจิ๋วตอนใต้ภายใต้ข่าวดีเช่นนี้ ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ตอนนี้ขาดเพียงกิมสวนแห่งเมืองบุเหลงที่ยังไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา กองทัพกำลังรวมพล หากกิมสวนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีจุดจบเหมือนซุนเกี๋ยน…

   อาจกล่าวได้ว่า เมื่อมาถึงขั้นนี้ เล่าเปียวจึงได้เห็นความหวังที่จะได้ครองอำนาจในเกงจิ๋วอย่างแท้จริง

   ไม่ต้องสนใจว่าเจ้าเมืองต่างๆ ทางเกงจิ๋วตอนใต้ในตอนนี้จะยอมจำนนจริงหรือหลอก อย่างไรเสียปัญหานี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอเพียงยอมรับเล่าเปียวในฐานะข้าหลวงแคว้นเกงจิ๋วแต่เพียงนาม ขั้นตอนต่อไปก็คือการถวายฎีกาขอแต่งตั้งเป็นเจ้าแคว้น จากนั้นก็สามารถโยกย้าย ปรับเปลี่ยน และแทรกซึมขุนนางที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้ได้…

   เล่าเปียวยกจอกสุราตรงหน้าขึ้น จิบเบาๆ รู้สึกว่าสุราจินเจียงในจอกนี้ช่างหอมหวานเหลือเกิน จนทำให้เขารู้สึกเคลิบเคลิ้ม…

   ในขณะนั้น คนรับใช้ผู้หนึ่งก็เข้ามารายงาน ว่าเซียวเว่ยชัวต๋งมาขอเข้าพบ

   ทว่าข่าวที่ชัวต๋งนำมา กลับทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของเล่าเปียวจนหมดสิ้น หองจอที่เฝ้าเมืองเตงเซี้ยถูกเทียเภาจับตัวไปแล้ว!

   ที่แท้หลังจากซุนเกี๋ยนและฮันต๋งตาย เทียเภาและอุยกายเฝ้ารอคอยข่าวสารตลอดทั้งวันแต่ก็ไร้วี่แวว จึงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี รุ่งเช้าวันต่อมา จึงส่งทหารสอดแนมออกไปค้นหาอย่างละเอียด จนพบร่องรอยการต่อสู้ในหุบเขา และเมื่อส่งสายลับไปสืบข่าวที่ซงหยง ในที่สุดก็ยืนยันข่าวการตายของซุนเกี๋ยนและฮันต๋งได้

   เมื่อแม่ทัพสิ้นชีพ ศึกนี้จะสู้อย่างไรก็แพ้ เทียเภาและอุยกายจึงเตรียมถอยทัพ แต่หากถอยทัพไปดื้อๆ ก็เกรงว่าหองจอที่อยู่เมืองเตงเซี้ยจะฉวยโอกาสโจมตีตลบหลัง ดังนั้นจึงได้วางกำลังซุ่มโจมตี และจงใจปล่อยข่าวให้หองจอล่วงรู้ เพื่อล่อให้เขามาติดกับดัก

   แม้หองจอจะกล้าหาญ แต่ก็ค่อนข้างวู่วาม อาจจะอยากใช้โอกาสนี้กอบกู้หน้าตาที่เคยพ่ายแพ้ให้กับซุนเกี๋ยนมาก่อน ดังนั้นเมื่อแน่ใจว่าซุนเกี๋ยนตายแล้ว เขาก็นำทัพไล่ตามเทียเภาและอุยกายอย่างชะล่าใจ ผลก็คือ…

   ก็เลยถูกจับเป็นเชลย

   ตอนนี้เทียเภาส่งคนมาแจ้งข่าว ขอใช้หองจอแลกกับศพของซุนเกี๋ยนและฮันต๋ง…

   เล่าเปียวขมวดคิ้ว ลูบเครา ในใจก่นด่า ‘อ้างว่านำทัพมาหลายปี บารมีสั่นสะเทือนกังแฮ แต่กลับสู้คนหนุ่มไม่ได้สักคน ตอนแรกก็แพ้ที่เมืองเตงเซี้ย ตอนนี้ถึงกับถูกจับเป็นเชลย ช่าง… เฮ้อ!’

   รู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ

   “ชัวเซียวเว่ย ตามความเห็นของเจ้า ควรเปลี่ยนหรือไม่?” เล่าเปียวแกล้งถามอย่างไม่ใส่ใจ

   ชัวต๋งประสานมือกล่าวอย่างนอบน้อม “เรื่องนี้สุดแล้วแต่นายท่านจะตัดสินใจ ข้าน้อยโง่เขลา มิกล้าสอดปากขอรับ”

   เมื่อเห็นชัวต๋งระมัดระวังตัวไม่ยอมปริปาก เล่าเปียวก็กลอกตาไปมา เป็นเชิงรับรู้ แล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง ให้คนที่มาพักผ่อนก่อน รอจนหารือกันในวันพรุ่งนี้แล้วค่อยตัดสินใจ”

   ชัวต๋งรับคำสั่งแล้วถอยออกไป

   เล่าเปียวเอามือไพล่หลัง เดินวนไปมาในศาลาสักพัก

   ความจริงเรื่องการหารือ ผู้ที่ดูแลงานราชการในเกงจิ๋วตอนนี้ก็มีเพียงสองพี่น้องตระกูลเก๊งเท่านั้น แต่เล่าเปียวพอจะเดาออกว่าพี่น้องตระกูลเก๊งย่อมต้องหาเหตุผลสารพัดมาอ้างเพื่อไม่ให้เปลี่ยนตัวเชลยแน่นอน…

   การไม่เปลี่ยนตัวเชลย แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลอันสวยหรูของพี่น้องตระกูลเก๊งหรอก แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะอยากฉวยโอกาสนี้สร้างความบาดหมางระหว่างเล่าเปียวกับตระกูลฮองเท่านั้น

   แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องทำเป็นเรียกมาหารือ เล่าเปียวตัดสินใจในใจไว้แล้วว่าต้องเปลี่ยนตัวเชลยแน่นอน ต่อให้หองจอจะโง่เขลาสักแค่ไหน ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าตระกูลฮอง ก็ต้องคำนึงถึงความคิดของขุนพลคนอื่นๆ ในเกงจิ๋วด้วย จะยอมให้เกิดความรู้สึกที่ว่าเพิ่งจะยอมถวายหัวให้ แล้วก็ถูกทอดทิ้งอย่างนั้นหรือ?

   การหารือในวันพรุ่งนี้ เล่าเปียวไม่ได้ตั้งใจจะหารือเรื่องการเปลี่ยนตัวหองจอจริงๆ หรอก เขาเพียงแค่อยากจะยืนยันจุดยืนของพี่น้องตระกูลเก๊งอีกครั้งเท่านั้น…

   หากไม่สามารถเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ในอนาคตก็คงต้องให้พี่น้องตระกูลเก๊งหลีกทางไปแล้ว…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note