You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   ดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงคล้อยต่ำลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก เงาที่ทอดผ่านหน้าต่างก็ค่อยๆ ทอดยาวเข้ามาในห้อง

   การพูดคุยกับเผยเชียนอย่างยืดยาว ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้ฮองเสงหงันสบายใจขึ้น กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกขัดแย้งในใจมากขึ้นไปอีก

   การสนทนาครั้งนี้เป็นไปอย่างราบเรียบและตรงไปตรงมา เผยเชียนไม่ได้ใช้ถ้อยคำสละสลวยมาปรุงแต่งหรือปกปิดสิ่งใด ไม่มีความลับใดๆ แร่ธาตุในกล่องไม้บนโต๊ะก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว

   แม้กระบวนการจะราบรื่น แต่ในความเป็นจริงกลับยากลำบากมาก

   เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางความก้าวหน้าของตระกูลฮอง การวางแผนเศรษฐกิจของตระกูล ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน หรือแม้กระทั่งการสืบทอดความรู้ของตระกูลเลยทีเดียว

   ตระกูลฮองสามารถหยั่งรากฐานได้อย่างมั่นคงในเกงจิ๋วแล้ว แต่ต่อให้มั่นคงเพียงใด การจะก้าวข้ามตระกูลบังและตระกูลชัว หากสองตระกูลนั้นไม่ทำพลาดเอง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย…

   เป๊งจิ๋วเป็นดินแดนที่รกร้าง แต่ดินแดนที่ไม่มีตระกูลขุนนางใดเข้าไปเหยียบย่างเช่นนี้ หากตระกูลฮองสามารถไปจับจองพื้นที่ได้ก่อน ก็ไม่ต่างอะไรกับการได้รับพลังชีวิตใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น…

   บางครั้งก็เป็นเช่นนี้แหละ ตัดสินใจได้ยากยิ่งนัก

   เพราะการตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง…

   ฮองเย่ว์อิงแอบโผล่หน้ามาครึ่งหนึ่งจากนอกหน้าต่างห้องหนังสือ กะพริบตาปริบๆ มองเข้าไปข้างใน ก่อนจะหดหัวกลับไปก่อนที่ฮองเสงหงันจะหันมามอง

   ฮองเสงหงันหลุบตาลง นั่งตัวตรงดั่งขุนเขา ไม่ขยับเขยื้อน จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “จะหลบทำไม เข้ามาสิ”

   “อ้อ…” ฮองเย่ว์อิงมุดเข้ามาทางหน้าต่าง เดินกระมิดกระเมี้ยนเข้ามาในห้องหนังสือภายใต้สายตาของผู้เป็นบิดา แล้วถามด้วยความสงสัยว่า “ข้ายังไม่เห็นท่านพ่อหันมามองเลย ทำไมถึงรู้ได้ล่ะ?”

   ฮองเสงหงันแค่นเสียง “หึ” เบาๆ ไม่พูดอะไร เพียงแค่ชี้นิ้วไปยังพื้นห้องจุดหนึ่ง

   ฮองเย่ว์อิงหันมองตามนิ้ว ก็พบว่าแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา สาดส่องลงบนพื้นบริเวณนั้นพอดี…

   “เจ้าหนูนั่นให้เจ้ามางั้นหรือ?” ฮองเสงหงันถาม

   “เจ้าหนูอะไรกันเล่า!” ฮองเย่ว์อิงทิ้งความเขินอายที่ถูกบิดาจับได้ วิ่งเข้ามาออดอ้อนฮองเสงหงัน กล่าวว่า “ท่านพี่บอกว่าท่านพ่อดูเหมือนจะมีเรื่องกังวลใจ… ข้าก็เลยมาเอง…”

   ฮองเสงหงันแค่นเสียง “หึ” อีกครั้ง

   ฮองเย่ว์อิงวิ่งไปด้านหลังฮองเสงหงัน บีบนวดไหล่ให้บิดา พลางกล่าวว่า “มีเรื่องอะไรกันหรือ ทุกคนดูมีความลับกันหมด…”

   ฮองเสงหงันหรี่ตา ส่ายหัว ไปมา เนิ่นนานจึงกล่าวว่า “สามีเจ้านี่น่ะ ไม่ธรรมดาเลย… นี่กะจะล้วงเอาสมบัติของข้าไปจนหมดตัวเลยนะเนี่ย…”

   “อ๊ะ? ท่านพ่อ!” ฮองเย่ว์อิงเริ่มไม่พอใจ “ก่อนหน้านี้ยังชมว่าฉลาดอยู่เลย ตอนนี้กลับบอกว่าไม่ธรรมดา ตกลงจะเอายังไงกันแน่?”

   ฮองเสงหงันถอนหายใจ กล่าวว่า “ฉลาดน่ะดีแล้ว แต่ถ้าฉลาดเกินไปก็ไม่ดีนะ!”

   ฮองเสงหงันเล่าเรื่องสถานการณ์ในเป๊งจิ๋วที่เผยเชียนบอกให้ฮองเย่ว์อิงฟัง จากนั้นก็ลูบกล่องไม้บนโต๊ะด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

   การที่ตระกูลฮองสามารถอยู่ร่วมกับตระกูลใหญ่ๆ อย่างตระกูลบังและตระกูลชัวในเกงจิ๋วได้อย่างเท่าเทียม ส่วนใหญ่เป็นเพราะตระกูลฮองครอบครองกิจการงานช่างฝีมือในเกงจิ๋วไว้มากมาย ตั้งแต่งานก่อสร้างไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าในตระกูลฮองจะยังมีบางคนที่มองว่างานช่างฝีมือนั้นไร้อนาคต มีเพียงการศึกษาคัมภีร์เท่านั้นที่เป็นทางสว่าง แต่คนส่วนใหญ่ก็รู้ดีว่า หากตระกูลฮองขาดช่างฝีมือเหล่านี้ไป ไม่เพียงแต่รายได้ของตระกูลจะลดฮวบ แต่สถานะในเกงจิ๋วก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

   ดังนั้น ช่างฝีมือเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนไพ่ตายในมือ และทรัพย์สินในกระเป๋าของฮองเสงหงัน

   และตอนนี้ เผยเชียนกลับเล็งเห็นคุณค่าของสมบัติล้ำค่าเหล่านี้เสียแล้ว…

   แม้เผยเชียนจะไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนว่าต้องการช่างฝีมือเท่าใด แต่จากคำบอกเล่าถึงขนาดของพื้นที่ ต่อให้ฮองเสงหงันส่งช่างฝีมือไปครึ่งหนึ่งของเกงจิ๋ว ก็สามารถรองรับได้สบายๆ

   ไม่ใช่ว่าฮองเสงหงันเป็นคนงก และไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เผยเชียน แต่ปัญหาคือ เขาต้องคำนวณว่าการลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ และควรจะทุ่มเทลงไปเท่าใดจึงจะเหมาะสม…

   ฮองเสงหงันตบมือฮองเย่ว์อิงเบาๆ ความคิดที่ผุดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนในใจก็กลับมาอีกครั้ง… หากฮองเย่ว์อิงเป็นผู้ชายก็คงจะดีสิ…

   มีจุดหนึ่งที่เผยเชียนพูดถูก เกงจิ๋วมีสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ไม่เหมาะแก่การขยับขยาย แต่ก็เพราะเหตุนี้ ฮองเสงหงันจึงไม่อาจปลีกตัวไปไหนได้ เขาต้องอยู่เฝ้าเกงจิ๋ว คอยจับตาดูพวกโง่เขลาในตระกูล ไม่ให้ถูกหลอกไปขายแล้วยังต้องมาช่วยเขานับเงิน

   เขาต้องคอยจับตาดูการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน และปรับตัวรับสถานการณ์ตลอดเวลา นี่คือเหตุผลที่ฮองเสงหงันไม่สามารถทิ้งเกงจิ๋วเพื่อเดินทางไปดูสถานการณ์ที่เป๊งจิ๋วด้วยตนเองได้

   ฮองเสงหงันค่อนข้างมั่นใจในการพัฒนาของเผยเชียนในเป๊งจิ๋ว แต่สำหรับช่างฝีมือที่จะส่งไปนั้น เขากลับไม่ค่อยมั่นใจนัก เผลอๆ ผ่านไปสักสามถึงห้าปี ช่างฝีมือพวกนี้อาจจะเปลี่ยนไปใช้แซ่เผยแทนแซ่ฮองเสียแล้ว…

   แต่ถ้าล้มเลิกความคิดนี้ ด้านหนึ่งก็จะอธิบายกับเผยเชียนยาก อีกด้านหนึ่ง สำหรับช่างฝีมือแล้ว ใครบ้างล่ะจะไม่อยากได้พื้นที่โรงงานที่มีแร่อุดมสมบูรณ์ มีคนคอยสนับสนุน และได้ปล่อยฝีมืออย่างเต็มที่?

   วิชาสืบทอดของลัทธิม่อจื่อเชียวนะ…

   ฮองเย่ว์อิงครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฮองเสงหงัน พูดอย่างจริงจังว่า “ท่านพ่อ… ครั้งนี้ ข้าจะไปเป๊งจิ๋วกับท่านพี่ด้วย…”

   ฮองเสงหงันลุกพรวดขึ้น ส่ายหน้าปฏิเสธ “จะเป็นไปได้อย่างไร เป๊งจิ๋วมีแต่พายุทรายหนาวเหน็บ เจ้าไม่เห็นหรือว่าเจ้าหนูเผยเชียนนั่นเพิ่งไปได้ไม่นาน ก็ดำปี๋จะเท่าเจ้าแล้ว… เอ่อ ข้าหมายความว่า…”

   ฮองเย่ว์อิงก้าวเข้าไปสวมกอดฮองเสงหงัน กล่าวว่า “…ข้ารู้… ข้ารู้… ข้าก็ไม่อยากห่างจากท่านพ่อเหมือนกัน… แต่ว่า นอกจากข้าแล้ว ยังมีใครในตระกูลที่จะไปได้อีกล่ะ? …ท่านอาหรือ?”

   ฮองเสงหงันลูบหัวฮองเย่ว์อิงอย่างทะนุถนอม พลางถอนหายใจ

   ฮองเย่ว์อิงซบอยู่กับอกบิดา พลางกล่าวว่า “…ท่านพี่เป็นคนมีความคิด พวกเราควรช่วยเขานะ… ช่างฝีมือในบ้าน ส่วนใหญ่ข้าก็รู้จัก ตอนเด็กๆ ข้ายังชอบไปกวนให้พวกเขาทำโน่นทำนี่ให้บ่อยๆ พวกเขาน่าจะสนิทกับข้ามากกว่าคนอื่นนะ…”

   ฮองเสงหงันโอบกอดลูกสาว จู่ๆ ก็ตระหนักว่า เด็กหญิงตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน ร้องเรียก “ท่านพ่อ” ด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว บัดนี้ได้เติบโตจนสูงเลยไหล่เขาแล้ว…

   แต่ฮองเสงหงันจะทนเห็นลูกสาวสุดที่รักต้องไปตกระกำลำบากกินดินกินทรายที่เป๊งจิ๋วได้อย่างไร?! แม้จะรู้ว่าสภาพความเป็นอยู่อาจจะไม่เลวร้ายนัก การปล่อยให้ลูกเขยไปตกระกำลำบาก ฮองเสงหงันรู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่พอเป็นลูกสาวของตัวเอง กลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์และไม่ยินยอมเอาเสียเลย…

   ฮองเสงหงันมีสีหน้ากลัดกลุ้ม พึมพำว่า “…ขอข้าคิดดูก่อน ขอข้าคิดดูดีๆ ก่อนนะ…”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note