ตอนที่ 182 สายลับอุตสาหกรรม
แปลโดย เนสยังในตอนนี้ ธนาคารสำรองแห่งฝรั่งเศสถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารทั้งเจ็ดแห่งของลูโดและพวกพ้อง ทำให้มีสิทธิ์ในการตรวจสอบบัญชีของพวกเขาได้ทุกเมื่อ
และโจเซฟก็บังเอิญนึกขึ้นได้ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน มีเด็กสาวจูนิเบียวคนหนึ่งเคยเล่าให้เขาฟังว่า มีธนาคารฝรั่งเศสหลายแห่งได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลไปในอุตสาหกรรมสิ่งทอของอังกฤษ เขาจึงลองตรวจสอบดู ก็พบว่าธนาคารทั้งเจ็ดแห่งนี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
เมื่อมาร์ควิสลูโดได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ทันที
ช่วงที่ผ่านมานี้ เขามัวแต่วุ่นวายจนหัวหมุนกับคดีของเนกเกร์ จนลืมเรื่องการลงทุนในอังกฤษไปเสียสนิท!
แม้แต่คนจรจัดในปารีสก็ยังรู้ว่า ฝรั่งเศสกับอังกฤษไม่ถูกกัน อาณานิคมของฝรั่งเศสในอินเดียและอเมริกาเหนือก็ถูกคนอังกฤษแย่งไป ตอนนี้เขากลับเอาเงินของฝรั่งเศสไปลงทุนให้คนอังกฤษ ถ้าพูดให้รุนแรงหน่อย ก็เกือบจะเข้าข่ายกบฏขายชาติได้เลย
มาร์ควิสลูโดปาดเหงื่อเย็นเฉียบที่หน้าผาก จ้องมองปลายรองเท้าตัวเองแล้วพูดด้วยความลุกลี้ลุกลน “ฝ่าบาท นะ… นี่เป็นความผิดพลาดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบดึงเงินลงทุนในอังกฤษกลับมาเดี๋ยวนี้เลย
“โอ้ แล้วกระหม่อมจะนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมพ่ะย่ะค่ะ!”
โจเซฟพลิกดูเอกสารในมือ พยักพเยิดให้เขานั่งลง “อืม ดอกเบี้ยคงที่ปีละ 15% บวกกับส่วนแบ่งผลกำไร ผลตอบแทนรวมน่าจะเกิน 20% แน่นอน”
มาร์ควิสลูโดตกใจจนหน้าซีดเผือด กำลังจะเอ่ยปากขอความเมตตาอีกครั้ง แต่มกุฎราชกุมารกลับพูดต่อว่า “การลงทุนที่ดีขนาดนี้ จะรีบดึงกลับมาตอนนี้ก็คงไม่จำเป็น แต่ต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดต่างหาก”
มาร์ควิสลูโดเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “พระองค์ทรงหมายความว่า…”
โจเซฟพยักพเยิดให้เขานั่งลงอีกครั้ง “ท่านไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก
“ท่านกับเคานต์เคปเฟลและคนอื่นๆ รวมกันแล้ว ลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องทอผ้าอัตโนมัติของอังกฤษไปตั้งกว่า 20 ล้านลีฟร์ ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ
“การลงทุนก้อนโตขนาดนี้ การที่ผู้ถือหุ้นจะไปดูแลความคืบหน้าของกิจการถึงอังกฤษ น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ?”
มาร์ควิสลูโดค่อยๆ หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ด้วยความหวาดหวั่น พยักหน้าตอบ “พะ… พ่ะย่ะค่ะ สมเหตุสมผลดีพ่ะย่ะค่ะ”
“ดีมาก” โจเซฟยิ้ม “ฉันต้องการให้ท่านใช้ฐานะผู้ถือหุ้น ไปเอาเครื่องทอผ้าอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดจากอังกฤษกลับมาให้ฉันสักสองสามเครื่อง แล้วก็เอาช่างเทคนิคที่คุ้นเคยกับโครงสร้างของเครื่องทอผ้า รวมถึงคนงานที่ใช้งานเครื่องทอผ้าพวกนี้เป็นกลับมาด้วย”
มาร์ควิสลูโดอ้าปากค้าง กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ “พระองค์… ทรงต้องการให้กระหม่อมไปเป็นสายลับอุตสาหกรรมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
โจเซฟโบกมือปัด “ท่านพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนักหรอกนะ ฝรั่งเศสทุ่มเงินลงทุนให้พวกคนอังกฤษไปตั้งมหาศาล ก็ต้องไปตรวจสอบดูสักหน่อยสิ ว่าเทคโนโลยีที่ลงทุนไปมันก้าวหน้าอย่างที่คุยไว้จริงหรือเปล่า?
“อ้อ ฉันจะส่งคนจากหน่วยข่าวกรองตำรวจไปกับท่านด้วย ท่านแค่ใช้ฐานะผู้ถือหุ้นเพื่อเข้าไปสำรวจสภาพโรงงานของอังกฤษ ส่วนเรื่องอื่นๆ พวกเขาจะเป็นคนจัดการให้เอง”
มาร์ควิสลูโดใช้ชีวิตอยู่กับการนับเงินในธนาคารมาทั้งชีวิต จะเคยไปทำเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน ในใจเขากำลังลังเลและต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก แต่แล้วแววตาของมกุฎราชกุมารก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
การไปขโมยเครื่องทอผ้าของอังกฤษอาจจะโดนจับได้ แต่ถึงจะโดนจับ อย่างมากก็แค่ติดคุกไม่กี่ปี หรืออาจจะใช้เงินประกันตัวออกมาได้ แต่ถ้าไม่ไปตอนนี้ล่ะก็ คงต้องเข้าไปนอนในคุกบาสตีย์ทันทีแน่นอน
มาร์ควิสลูโดกลืนน้ำลายลงคอ พยักหน้ารับอย่างจำยอม “ดะ… ได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมจะไปอังกฤษเดี๋ยวนี้เลย และจะนำสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการกลับมาให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเขากลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าอมทุกข์ เคานต์เคปเฟลและคนอื่นๆ ก็รีบเข้ามาล้อมวงถามไถ่ ว่ามกุฎราชกุมารทรงเรียกเขาไปพบด้วยเรื่องอะไร
การที่มาร์ควิสลูโดกำลังจะไปทำหน้าที่เป็นสายลับอุตสาหกรรม ย่อมไม่ต้องการให้คนรู้มากนัก จึงอ้างว่าเป็นปัญหาเรื่องบัญชีธนาคาร
บรรดานายธนาคารยักษ์ใหญ่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร กลับนำแผนการจัดการกับเนกเกร์ที่พวกเขาร่างขึ้นมา ให้เขาช่วยพิจารณาด้วย
ในหัวของมาร์ควิสลูโดตอนนี้มีแต่เรื่องเครื่องทอผ้าของอังกฤษ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำได้แค่พยักหน้าส่งๆ ไปเท่านั้น
…
สี่วันต่อมา รถม้าที่ไม่สะดุดตาสามคันวิ่งออกจากคุกบาสตีย์ วนรอบปารีสอยู่รอบใหญ่ ก่อนจะอาศัยความมืดหลบหนีออกจากเมืองไปทางทิศตะวันออก
และเบื้องหลังพวกเขา ก็มีชายแต่งกายคล้ายบุรุษไปรษณีย์ขี่ม้าตามอยู่ห่างๆ คอยทิ้งเครื่องหมายบอกทางไว้เป็นระยะ
รถม้าทั้งสามคันมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในรถก็คือครอบครัวของเนกเกร์
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะถูกเนรเทศไปที่ลอแรน อย่างน้อยที่สุดที่นั่นก็อยู่ใกล้สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนของเขาในสวิตเซอร์แลนด์อาจจะพอช่วยเหลือเขาได้บ้าง
ลมร้อนพัดปะทะใบหน้านอกหน้าต่าง ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างสุดจะทน การต่อสู้ดิ้นรนมาหลายปีของเขา ในที่สุดก็ต้องจบลงเหมือนหนูที่แอบหนีออกจากปารีสกลางดึกอย่างน่าสมเพช
ทั้งหมดนี่เป็นเพราะไอ้สารเลวคาโลนนั่น! เขากัดฟันกรอด สบถด่าในใจ: ฉันขอสาบานเลย จะต้องทำให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่แสนสาหัสยิ่งกว่าฉันให้ได้!
พลบค่ำของวันถัดมา ขบวนรถม้าคุ้มกันก็เดินทางมาถึงเมืองซอมเมอดิเยร์ ล็องแชร์ หัวหน้าทีมคุ้มกันจากหน่วยข่าวกรองตำรวจดูเวลาแล้ว เห็นว่าคงไม่ทันไปถึงเมืองถัดไป จึงสั่งให้ลูกน้องเข้าไปพักในสถานีพักม้าของศาลาว่าการเมือง
เมื่อจัดการที่พักให้เนกเกร์เสร็จเรียบร้อย ล็องแชร์ก็ตั้งวงเล่นไพ่กับลูกน้องในห้องโถงด้านนอก
ไม่นานนัก ก็มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองตำรวจเข้ามาในห้อง แล้วกระซิบข้างหูเขาสองสามประโยค
ล็องแชร์พยักหน้า คว้าขวดเหล้าที่อยู่ข้างๆ มาดื่มดวลกับลูกน้อง ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่ด้านหลังห้องก็เริ่มตั้งวงดื่มเหล้าเช่นกัน
หลังจากที่ท้องฟ้ามืดสนิท รถม้าเก่าๆ คันหนึ่งก็มาจอดอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามศาลาว่าการเมืองซอมเมอดิเยร์ ชายแต่งกายคล้ายพ่อค้าหลายคนลงมาจากรถ
“บุรุษไปรษณีย์” คนก่อนหน้านี้ก็รีบเดินก้มหน้าเข้ามาหา กระซิบว่า “โอกาสดีมาถึงแล้ว พวกตำรวจลับกำลังก๊งเหล้ากันอยู่”
“พ่อค้า” พยักหน้ารับ ส่งสัญญาณให้พรรคพวกหยิบอาวุธลงจากรถ แล้วปีนกำแพงทางทิศตะวันออกของศาลาว่าการเมืองเข้าไป
โคมไฟถนนถูก “บุรุษไปรษณีย์” เป่าดับไปนานแล้ว “พ่อค้า” ทั้ง 3 คนจึงสามารถงัดประตูและลักลอบเข้าไปในศาลาว่าการเมืองได้อย่างราบรื่น
คนพวกนี้ล้วนเป็นนักฆ่าที่มีประสบการณ์ พวกเขาสามารถหาห้องพักของเนกเกร์เจอได้อย่างไร้เสียงร่องรอย จากนั้นก็เห็นตำรวจลับหลายคนกำลังเมาหลับไม่ได้สติ
หัวหน้ากลุ่มเผยรอยยิ้มดีใจ จุดคบเพลิง อาศัยความคล่องแคล่วหลบหลีกผู้คุม แล้วส่งสายตาให้พรรคพวกที่อยู่ด้านหลัง
พวกเขาชักดาบออกมา ค่อยๆ แง้มประตูห้องด้านในออก ก่อนจะกรูกันเข้าไป แทงร่างของเนกเกร์ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างบ้าคลั่งกว่าสิบครั้ง จึงหยุดมือ
หัวหน้ากลุ่มใช้คบเพลิงส่องดูที่เตียง เมื่อแน่ใจว่าเป็นเนกเกร์ ก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยทัพ
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าภารกิจที่มีค่าหัวสูงถึงสามหมื่นลีฟร์จะสำเร็จลุล่วงได้ง่ายดายขนาดนี้ ในใจกำลังคิดคำนวณว่าจะใช้เงินก้อนโตนี้ไปเสวยสุขอย่างไรดี ขณะที่เดินพ้นประตูศาลาว่าการเมืองออกมา
“เดี๋ยวก่อน!”
จู่ๆ หัวหน้ากลุ่มก็หยุดเดิน ประสบการณ์การเป็นนักฆ่ามานานหลายปีทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตั้งตัว คบเพลิงนับสิบก็สว่างพรึบขึ้นรอบตัว
ภายใต้แสงไฟ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือปากกระบอกปืนของปืนคาบศิลาสีดำทะมึน
…
มาร์ควิสลูโดไม่คิดเลยว่าการปฏิบัติงานของตนจะราบรื่นขนาดนี้
หลังจากเดินทางมาถึงอังกฤษได้เพียงสองวัน เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้จัดการโรงงานทอผ้าแห่งหนึ่ง และได้เดินชมการทำงานของเครื่องทอผ้าอัตโนมัติครบทุกขั้นตอน
จากนั้น เขาก็ใช้เงินก้อนโตติดสินบนช่างเทคนิคซ่อมบำรุงเครื่องทอผ้าสองคน
หลังจากเตรียมการอยู่พักหนึ่ง พรอสเพอร์จากหน่วยข่าวกรองตำรวจก็นำทีมลักลอบขโมยเครื่องทอผ้าอัตโนมัติออกมาได้สำเร็จในเวลากลางคืน เครื่องนี้ถูกติดตั้งยึดติดกับกังหันน้ำ หากไม่มีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือ ก็ไม่มีทางที่จะถอดมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน พวกเขาขนส่งผ่านเส้นทางน้ำภายในประเทศของอังกฤษ ไปยังท่าเรือโดเวอร์ จากนั้นก็นำขึ้นเรือที่เตรียมรอไว้อยู่ก่อนแล้ว

0 Comments