You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

โจเซฟไม่ได้แค่เคยได้ยินชื่อของ ‘ลาวัวซิเยร์’ แต่ต้องบอกว่าชื่อนี้ดังก้องกังวานอยู่ในความทรงจำของเขาเลยทีเดียว

นักเคมีผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 ผู้ได้รับการขนานนามว่า “บิดาแห่งเคมีสมัยใหม่” และ “นิวตันแห่งวงการเคมี”

เขาคือผู้ปูรากฐานให้กับเคมีสมัยใหม่ เป็นผู้พิสูจน์กฎทรงมวล นิยามแนวคิดของคำว่า “ธาตุ” คิดค้นตารางรายชื่อธาตุเคมีซึ่งเป็นต้นแบบของตารางธาตุในปัจจุบัน สร้างทฤษฎีการเผาไหม้ด้วยออกซิเจน และยุติ “ทฤษฎีโฟลจิสตัน” ลงอย่างสิ้นเชิง

พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็นสุดยอดปรมาจารย์ในหมู่นักเคมีระดับเทพ

โจเซฟรู้สึกกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที มิน่าล่ะ กรมดินปืนหลวงถึงกับไปไม่เป็นทันทีที่ผู้อำนวยการของพวกเขาไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน หากมีคนเก่งกาจระดับลาวัวซิเยร์เป็นเสาหลัก ก็ย่อมเกิดอาการพึ่งพาอย่างหนักเป็นธรรมดา คาดว่างานวิจัยและพัฒนาทั้งหมดของกรมดินปืนก่อนหน้านี้คงหมุนรอบตัวลาวัวซิเยร์ พอเขาลาพักงาน คนอื่นๆ ก็เหมือนขาดที่พึ่งหลักไปในทันที

ผู้ช่วยผู้อำนวยการกรมดินปืนลอบมองมกุฎราชกุมารอย่างระมัดระวัง

“ฝ่าบาท เช่นนั้นกระหม่อมจะไปแจ้งให้ท่านผู้อำนวยการมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้อง” โจเซฟลุกขึ้นยืน

ไม่ว่าจะเป็นเพราะความเลื่อมใสในนักปราชญ์ผู้จารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ หรือความเคารพต่อปรมาจารย์ด้านวิชาการในยุคนี้ เขาคิดว่าตนเองควรไปเยือนลาวัวซิเยร์ด้วยตัวเองสักครั้ง

เขาหันไปมองผู้ช่วยผู้อำนวยการ “ช่วยบอกที่อยู่ของท่านลาวัวซิเยร์ให้เราที”

ออกจากพระราชวังแวร์ซายส์มาได้ไม่ถึงสองลี้ ก็สามารถมองเห็นฝูงชนที่กำลังเปลี่ยนไปขึ้นรถม้าบนรางอยู่ไม่ไกล ความเร็วของช่างปูรางชาวอังกฤษนั้นถือว่ารวดเร็วมากทีเดียว ตอนนี้รางไม้ได้ถูกปูไปถึงชานเมืองฝั่งตะวันตกของปารีสแล้ว อย่างช้าที่สุดอีกเพียงหนึ่งเดือน ก็จะสามารถนั่งรถม้าบนรางจากพระราชวังแวร์ซายส์ตรงเข้าสู่ปารีสได้เลย

เหล่าขุนนางที่กำลังต่อแถวเปลี่ยนรถต่างพากันหลีกทางให้มกุฎราชกุมาร โจเซฟก็ไม่ปฏิเสธ เขาขึ้นไปนั่งบนรถม้าแบบสี่ที่นั่งบนรางทันที

รถม้าพุ่งทะยานไปบนรางไม้ด้วยความเร็วสูงมาก เร็วกว่ารถม้าทั่วไปกว่าเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากแรงเสียดทานของรางไม้นั้นต่ำมาก จึงเห็นได้ชัดว่าม้าที่ลากรถนั้นวิ่งได้อย่างสบายๆ ราวกับวิ่งตัวเปล่าโดยไม่มีน้ำหนักบรรทุกเลยทีเดียว

ตามปกติแล้ว ตลอดเส้นทางจากแวร์ซายส์ไปยังปารีส ม้าจะต้องชะลอความเร็วเพื่อพักเหนื่อยอย่างน้อยหนึ่งหรือสองครั้ง แต่คราวนี้ม้าไม่เพียงแต่ไม่ต้องพักเท่านั้น เมื่อเจอทางลาดชัน มันยังเร่งความเร็วพุ่งทะยานอย่างร่าเริง จนสารถีต้องส่งเสียงร้องติดๆ กันเพื่อรั้งม้าเอาไว้

โจเซฟมองดูต้นไม้ที่พัดผ่านไปด้านหลังอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่าง กะประมาณว่าความเร็วของรถม้าตอนนี้น่าจะใกล้เคียงกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในยุคหลังแล้ว

เขาคิดคำนวณเงียบๆ ในใจ ควรจะสร้างรางไม้ล้อมรอบปารีสก่อน จากนั้นค่อยสร้างอีกเส้นที่ตัดผ่านใจกลางเมืองปารีสในแนวเหนือใต้ ส่วนรางไม้แนวตะวันออกตะวันตกนั้นสร้างเสร็จตั้งแต่ก่อนงานแฟชั่นวีคแล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น ประสิทธิภาพการคมนาคมโดยรวมของปารีสจะเป็นเลิศที่สุดในยุโรป นำมาซึ่งการยกระดับประสิทธิภาพของทั้งเมืองอย่างมหาศาล

ส่วนเรื่องงบประมาณการก่อสร้าง เมื่อมีรางไม้เส้นนี้เป็นตัวอย่างแล้ว ก็สามารถระดมทุนจากภาคเอกชนได้เต็มที่ โดยใช้สิทธิ์ในการบริหารระบบขนส่งมวลชนบนรางเป็นสิ่งตอบแทน เหมือนกับโมเดลทางด่วนในยุคหลัง

รอให้ระบบขนส่งมวลชนบนรางของปารีสมีชื่อเสียงโด่งดัง ก็สามารถทดลองสร้างเส้นทางรางจากปารีสไปยังเขตอุตสาหกรรมอย่างลียง เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าได้

ต้องเข้าใจว่า แม้รางไม้เหล่านี้จะใช้ได้กับรถม้าเท่านั้น แต่ในอนาคตก็จะไม่สูญเปล่าเลย เพราะฐานรากและหมอนรองรางด้านล่างสามารถใช้งานร่วมกับรางเหล็กได้

รอจนปริมาณการผลิตเหล็กกล้าของฝรั่งเศสเพิ่มสูงขึ้น และรถไฟพลังไอน้ำถูกประดิษฐ์ขึ้นมา ก็แค่รื้อรางไม้ออกแล้วเปลี่ยนเป็นรางเหล็ก ก็จะสามารถเปิดทางให้รถไฟวิ่งได้ในเวลาอันสั้น

เพียงชั่วโมงกว่าๆ รถม้าก็มาถึงฝั่งตะวันตกของเขตแซ็ง-แฌร์แม็งในปารีส โจเซฟลงจากรถและเดินเท้าต่ออีกเล็กน้อย ก็มองเห็นคฤหาสน์สีเทาขาวรูปทรงประณีตอยู่ไม่ไกล

เอม็องมองดูป้ายบอกทางรอบๆ แล้วกล่าวกับเขา “ฝ่าบาท น่าจะเป็นที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟมองดูคฤหาสน์หลังงาม พร้อมกับสวนดอกไม้และพื้นที่เล่นสำหรับเด็กขนาดสามสี่ร้อยตารางเมตรภายในรั้ว ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ถึงอีกหนึ่งสถานะของลาวัวซิเยร์ นั่นคือ ‘เจ้าภาษี’

ถ้าจำไม่ผิด ลาวัวซิเยร์เหมาสัมปทานภาษีเกลือและภาษียาสูบมูลค่า 5 แสนลีฟร์ รายได้ต่อปีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นถึง 1 แสนลีฟร์ ถือว่าเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมาก

ทว่า ก็เพราะสถานะนี้เองที่ทำให้เขาต้องสูญเสียชีวิตไปในการปฏิวัติครั้งใหญ่ ลากรองจ์เคยกล่าวด้วยความเจ็บปวดถึงเรื่องนี้ว่า:

“พวกเขาใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาในการตัดศีรษะของเขา แต่หัวสมองแบบนั้น ต่อให้เวลาผ่านไปอีกร้อยปีก็ไม่อาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกแล้ว!”

โจเซฟถอนหายใจในใจ ตราบใดที่มีเขาอยู่ จะไม่มีวันยอมให้นักวิทยาศาสตร์ระดับสมบัติของชาติอย่างลาวัวซิเยร์ต้องถูกทำร้ายเด็ดขาด

ลาวัวซิเยร์ไม่คาดคิดเลยว่ามกุฎราชกุมารจะเสด็จมาเยือนอย่างกะทันหัน เขารีบพาครอบครัวและคนรับใช้ทั้งหมดออกมารับเสด็จด้วยความประหลาดใจและประหม่า

“โอ้ กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” ลาวัวซิเยร์โค้งคำนับอย่างนอบน้อมที่หน้าประตู “ไม่นึกเลยว่าพระองค์จะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง”

โจเซฟยิ้มและพยักหน้ารับการทำความเคารพ ก่อนจะดึงนักเคมีให้เดินเข้าไปในบ้านพลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง:

“เราได้ยินมาว่าท่านลาพักงานระยะยาว ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”

“ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ลาวัวซิเยร์ยิ้มพลางส่ายหน้า “กระหม่อมสบายดี ทรงทอดพระเนตรสิพ่ะย่ะค่ะ แข็งแรงมากทีเดียว!

“กระหม่อมเพียงแค่ต้องรวบรวมสมาธิเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในมือให้เสร็จ จึงจำเป็นต้องวางมือจากงานของกรมดินปืนหลวงชั่วคราวพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟถามด้วยความอยากรู้ “โอ้? ท่านกำลังเขียนผลงานชิ้นเอกอะไรอยู่หรือ?”

“โอ้ กระหม่อมตั้งชื่อมันว่า ‘ตำราเคมีเบื้องต้น’ พ่ะย่ะค่ะ” ลาวัวซิเยร์พูดพลางเผยสีหน้าภาคภูมิใจ “นี่คือบทสรุปของแนวคิดทั้งหมดเกี่ยวกับวิชาเคมีของกระหม่อม กระหม่อมเชื่อมั่นว่ามันจะนำพาชีวิตใหม่มาสู่วงการเคมีได้อย่างแน่นอน!”

โจเซฟรู้สึกสั่นสะท้านในใจ มิน่าล่ะลาวัวซิเยร์ถึงลางานนานขนาดนี้ ที่แท้ผลงานระดับรากฐานของเคมีสมัยใหม่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นนี่เอง

‘ตำราเคมีเบื้องต้น’ ได้รับการยกย่องจากคนรุ่นหลังให้เป็นหนึ่งใน “สามสุดยอดตำรา” ของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติระดับโลก เทียบเคียงกับ ‘หลักการทางคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ’ ของนิวตัน และ ‘กำเนิดสปีชีส์’ ของดาร์วินเลยทีเดียว

โจเซฟถูกลาวัวซิเยร์เชิญให้ไปที่โซฟา เขาลงนั่งบนโซฟาที่ภรรยาเจ้าของบ้านจัดเตรียมไว้อย่างดีถึงสามรอบ แล้วกล่าวกับลาวัวซิเยร์ว่า:

“ท่านก็รีบนั่งลงเถอะ”

เขานึกถึงจุดประสงค์หลักในการมาเยือนครั้งนี้ จึงพูดอย่างลังเลเล็กน้อยว่า “ท่านลาวัวซิเยร์ แม้อาจจะกระทบต่องานวิจัยของท่าน แต่ตอนนี้มีเรื่องหนึ่งที่ท่านเท่านั้นที่จะช่วยได้”

“โอ้ ฝ่าบาทรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ ถือเป็นเกียรติของกระหม่อม”

“เราต้องการให้กรมดินปืนทดลองผลิตปรอทฟูลมิเนตออกมาให้เร็วที่สุด แต่พวกเขารายงานว่า หากไม่มีท่านเป็นผู้ควบคุมการทดลอง พวกเขาอาจต้องใช้เวลาถึงสี่เดือนกว่าจะได้ผลผลิต”

ลาวัวซิเยร์พยักหน้าเล็กน้อย:

“พระองค์ทรงหมายถึงวัตถุระเบิดชนิดที่เกิดการระเบิดได้ง่ายจากการกระแทกใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ? กระหม่อมเคยเห็นในรายงานของชาวอังกฤษ น่าจะผลิตจากปรอทและกรดไนตริก กระหม่อมคาดว่าน่าจะใช้วิธีตกผลึกเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ และอาจจะต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาด้วย”

โจเซฟยกนิ้วให้ในใจ สมกับเป็นสุดยอดนักวิชาการ เพียงแค่อ่านรายงานที่เปิดเผยสู่สาธารณะ ก็สามารถคาดเดากระบวนการผลิตได้ถูกต้องเกือบแปดเก้าส่วนแล้ว

ลาวัวซิเยร์กล่าวต่อ:

“การทดลองที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ โคลวิสและคนอื่นๆ อาจจะไม่ค่อยถนัดนัก ฝ่าบาท กระหม่อมสามารถช่วยพระองค์ทดลองผลิตปรอทฟูลมิเนตได้ แต่กระหม่อมไปที่กรมดินปืนได้เพียงสัปดาห์ละสองวันเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

โจเซฟคิดในใจว่าสองวันก็ยังดี จะได้ไม่กระทบต่อการตีพิมพ์ ‘ตำราเคมีเบื้องต้น’ ด้วย

เขาถามต่อ “ท่านคาดว่าต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะเสร็จสิ้นการทดลอง?”

“ประมาณหนึ่งเดือนพ่ะย่ะค่ะ” ลาวัวซิเยร์หันไปมองภรรยาที่อยู่ข้างๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน “หากมารีอานน์ยอมช่วยล่ะก็นะพ่ะย่ะค่ะ” [หมายเหตุ 1]

[หมายเหตุ 1] ชื่อของมาดามลาวัวซิเยร์คือ “มารี-อานน์” (Marie-Anne) เพื่อความสะดวกในการอ่าน ในเนื้อเรื่องจึงตัดยัติภังค์ออก

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note