ตอนที่ 23 ลองดูสิว่าชอบอันไหน
แปลโดย เนสยังสวนสาธารณะฉากุ้ย ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านชิงเฉิงเจียหยวนไปประมาณ 6 กิโลเมตร
ใต้ต้นอู่ถงที่ร่มรื่น ร่างบอบบางร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอ่านหนังสืออยู่ใต้ร่มไม้
หมาเขี้ยวไฟจำไม่ได้แล้วว่ามันวิ่งรอบสวนสาธารณะแห่งนี้ไปกี่รอบแล้ว
ทุกครั้งที่มันวิ่งจนเหนื่อยหอบกลับมาหาผู้ฝึกอสูรของมัน ก็จะเห็นว่าผู้ฝึกอสูรส่งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและร้องตะโกนเชียร์มัน ทำให้มันรู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจและยังมีแรงวิ่งต่อไปได้อีก
กว่ามันจะรู้ตัว มันก็ออกวิ่งไปอีกรอบซะแล้ว…
เฉียวซางปิดหนังสือลง มองดูหมาเขี้ยวไฟที่กำลังวิ่งเหยาะๆ ด้วยความเร็วระดับเต่าคลานอยู่ไม่ไกลแล้วก็ส่ายหัว
หมาเขี้ยวไฟยังไม่ไหวแฮะ เพิ่งจะวิ่งไปได้แค่สิบก้นก็หมดแรงซะแล้ว
การวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าไม่ได้ช่วยฝึกความเร็วให้หมาเขี้ยวไฟหรอก อย่างมากก็แค่ฝึกความอึดของมัน และทำให้เฉียวซางได้รู้ว่าขีดจำกัดความอึดของหมาเขี้ยวไฟอยู่ตรงไหน
เมื่อหมาเขี้ยวไฟฝืนวิ่งมาจนถึงตรงหน้าเฉียวซางได้อีกครั้ง การวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าก็ถือเป็นอันสิ้นสุด
เฉียวซางยื่นนมฉีหยวนที่เตรียมไว้แล้วส่งให้หมาเขี้ยวไฟ
นมฉีหยวนเป็นเครื่องดื่มสำหรับสัตว์อสูร ถือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาด สามารถช่วยฟื้นฟูพละกำลังให้สัตว์อสูรได้เล็กน้อย เฉียวซางแวะซื้อมาจากร้านขายอาหารเช้าสำหรับสัตว์อสูรริมทาง
ของที่เกี่ยวกับสัตว์อสูรแบบนี้มักจะมีราคาแพงหูฉี่ แต่นมฉีหยวนก็ยังคงคุณภาพและราคาเดิมมาหลายสิบปี ตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยขึ้นราคาเลย ขวดละ 98 เหรียญพันธมิตรเท่านั้น
หมาเขี้ยวไฟยื่นขาหน้าอันไร้เรี่ยวแรงออกมารับนมไปดื่มอึกๆ ไม่กี่อึกขวดก็เกลี้ยง
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟส่งสายตาเว้าวอนมาที่เฉียวซาง
เฉียวซางอึ้งไป เธอซื้อมาแค่ขวดเดียวเอง…
ทนสายตาออดอ้อนของหมาเขี้ยวไฟไม่ไหว เฉียวซางเลยยื่นเต้าฮวยที่เธอซื้อแวะซื้อมาให้ตัวเองในราคา 3 เหรียญพันธมิตรส่งให้มัน
หมาเขี้ยวไฟมองดูเต้าฮวยตรงหน้าที่เหลืออยู่แค่คำเดียวแล้วเงียบไป
“โฮ่ง!”
ดวงตาที่ชุ่มชื้นของหมาเขี้ยวไฟเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
“โอเคๆ เดี๋ยวค่อยซื้อให้ใหม่นะ” เฉียวซางลูบหัวปลอบโยน
จะลำบากแค่ไหนก็ต้องไม่ให้สัตว์อสูรต้องมาลำบากด้วย ถ้าความต้องการเรื่องกินของสัตว์อสูรของตัวเองยังตอบสนองให้ไม่ได้ แล้วจะให้มันตั้งใจฝึกได้ยังไง?
ยังไงซะตอนนี้เธอก็เป็นคนมีเงินตั้ง 50,000 เหรียญพันธมิตรแล้ว แค่นมฉีหยวนขวดสองขวดจะเป็นไรไป!
ซื้อ!
สิบห้านาทีต่อมา
เฉียวซางหิ้วถุงนมฉีหยวนใบใหญ่กลับมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
เงิน 50,000 เหรียญพันธมิตรนี่น่าจะพอให้เธอใช้ไปได้สักพักนึงแหละมั้ง…
รอจนหมาเขี้ยวไฟดื่มนมไปสามขวด ในถุงก็ยังเหลือนมฉีหยวนอยู่อีกเจ็ดขวด
นมฉีหยวนสี่ขวดตกถึงท้อง ในที่สุดหมาเขี้ยวไฟก็กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง แต่ขาทั้งสี่ก็ยังคงปวดเมื่อย แม้แต่เวลาเดินยังสั่นเทา
เฉียวซางเห็นดังนั้นก็ไม่ได้บังคับให้มันลุกขึ้นมาฝึกปล่อยทักษะต่อทันที
“ฉันจะพาแกไปซื้อของดีๆ” เฉียวซางยิ้มให้หมาเขี้ยวไฟ
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟตาเป็นประกาย ดูท่าทางจะสนใจของดีที่ว่านี้ไม่น้อยเลย
……
จัตุรัสเหวยเลี่ย
ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตถังซิน เป็นศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ที่รวบรวมทั้งแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และความบันเทิงเอาไว้ในที่เดียว
เฉียวซางเพิ่งจะไปถึงก็ถูกชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ไว้ผมทรงมัลเล็ตสีน้ำเงินเข้ามาขวางทางไว้
“น้องสาว สนใจอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้สัตว์อสูรมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากขึ้นไหมจ๊ะ? มาที่ร้านเสริมสวยสัตว์อสูรเมิ่งลี่ของเราสิ เรามีทีมช่างทำผมและช่างแต่งหน้าสัตว์อสูรมืออาชีพคอยให้บริการนะ แถมช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของเรายังเคยออกแบบทรงผมให้เถาวัลย์มารม่วงของนักแข่งหลัวกังมาแล้วด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก” เฉียวซางปฏิเสธ
“น้องสาว อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธสิ ลองดูผีเสื้อชิงเยว่ของฉันก่อนสิ” ชายหนุ่มผมมัลเล็ตพูดพลางก้าวเบี่ยงตัวไปด้านข้าง
ด้านหลังของเขามีผีเสื้อชิงเยว่ที่มีลำตัวสีน้ำเงินอมม่วงและมีลวดลายบนปีกสีเขียวครามปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฉียวซาง
ผีเสื้อชิงเยว่บินโฉบเฉี่ยวไปมากลางอากาศอย่างสง่างาม ละอองเกสรที่โปรยปรายลงมากระทบแสงแดดจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับตา
ก็สวยดีเหมือนกันแฮะ…
เฉียวซางถูกผีเสื้อชิงเยว่ตรงหน้าสะกดสายตาไปชั่วขณะ
ชายหนุ่มผมมัลเล็ตมองดูเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังหลงใหลในเสน่ห์ของสัตว์อสูรของตัวเองด้วยความพึงพอใจ เขารีบฉวยโอกาสพูดต่อ “เป็นไง สีน้ำเงินอมม่วงนี่สวยใช่ไหมล่ะ นี่ฝีมือช่างแต่งหน้าของเราที่ปรับแต่งให้เข้ากับความชอบของผีเสื้อชิงเยว่เลยนะ หมาเขี้ยวไฟของเธอตัวนี้สีก็สวยดีอยู่หรอก แต่ขาดเอกลักษณ์ไปหน่อย ลองมาให้ร้านเสริมสวยสัตว์อสูรเมิ่งลี่ของเราออกแบบทรงผมเฉพาะตัวให้ดูสิ”
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟส่งเสียงเห่าใส่ชายหนุ่มผมมัลเล็ตอย่างไม่พอใจ
เจ้านี่มันกล้าดียังไงมาบอกว่าฉันไม่มีเอกลักษณ์!
เมื่อสังคมผู้ฝึกอสูรพัฒนาขึ้น ก็เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทั้งนั้น ช่างแต่งหน้าและทำผมสัตว์อสูรก็เป็นหนึ่งในนั้น
สัตว์อสูรบนโลกใบนี้มีนับล้านชนิด มีทุกรูปแบบ แต่สัตว์อสูรในเผ่าพันธุ์เดียวกันก็มักจะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กัน อย่างมากก็แค่มีความแตกต่างเรื่องความสูง ความอ้วน หรือความผอมเท่านั้น
เมื่อข้อมูลข่าวสารแพร่หลายมากขึ้น สัตว์อสูรสายพันธุ์แปลกๆ ถึงได้ปรากฏตัวขึ้นสู่สายตาสาธารณชน
ถ้าไม่ใช่เพราะการกระจายข่าวสาร คนเราทั้งชีวิตก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นสัตว์อสูรสายพันธุ์แปลกๆ ตัวเป็นๆ เลยก็ได้
ของหายากย่อมมีราคาแพง
มูลค่าของสัตว์อสูรสายพันธุ์แปลกๆ ตัวหนึ่งถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับสัตว์อสูรสายมังกร แต่ราคาขายก็สูสีกับสัตว์อสูรสายภูตผีเลยทีเดียว
หากเป็นสายพันธุ์ที่หายากมากๆ ราคาอาจจะพุ่งสูงกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าก็เป็นได้
ในเวลาต่อมาจึงเกิดอาชีพช่างแต่งหน้าและทำผมสัตว์อสูรขึ้นมา
ไม่มีสัตว์อสูรสายพันธุ์แปลกๆ ก็ไม่เป็นไร จับมาย้อมสีซะก็สิ้นเรื่อง
แม้จะฟังดูดี แต่แทบจะไม่มีผู้ฝึกอสูรมืออาชีพคนไหนเลือกที่จะย้อมสีให้สัตว์อสูรของตัวเองเลย
เหตุผลก็ง่ายๆ
ก็สีมันตกน่ะสิ…
สัตว์อสูรลงแข่งแค่รอบเดียวก็ต้องมีบาดแผลกันบ้าง ขนร่วงไปสักหย่อมหรือหนังลอกไปสักนิด ทรงผมที่อุตส่าห์ทำมาก็จะพังไม่เป็นท่า
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังมีผู้ฝึกอสูรชื่อดังบางคนที่ต้านทานความเย้ายวนใจของสัตว์อสูรสายพันธุ์แปลกๆ ไม่ไหว
เมื่อไม่นานมานี้ นักแข่งหลินรั่วชูได้นำตะขาบเหมันต์สีเงินตัวสีทองอร่ามลงแข่งในรายการซูเปอร์ลีกระดับมัธยมปลายที่มีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผลปรากฏว่าคู่แข่งคนแรกที่เจอคือเต่าฟองน้ำกระแทกธาตุน้ำ
เดิมทีธาตุน้ำแข็งก็มีความได้เปรียบธาตุน้ำอยู่มากแล้ว
ผลปรากฏว่าภายใต้การโจมตีด้วยปืนฉีดน้ำแรงดันสูง สีทองบนตัวของตะขาบเหมันต์สีเงินก็หลุดลอกไปกว่าครึ่ง ดูแล้วสภาพอนาถสุดๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเล่นของนักแข่งหลินรั่วชูโดยตรง จนทำให้แพ้การแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย
การที่เฉียวซางหลงใหลในความงามของผีเสื้อชิงเยว่เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องให้หมาเขี้ยวไฟไปย้อมสีทำผมหรอก
สีแดงเพลิงบนตัวหมาเขี้ยวไฟก็สวยอยู่แล้ว!
เจ้านี่มันตาถั่วจริงๆ
“ไม่ล่ะค่ะ” เฉียวซางปฏิเสธอีกครั้ง
ชายหนุ่มผมมัลเล็ตเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเธอก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีก เขาหันไปทาบทามผู้หญิงสาวที่เดินผ่านไปมาแทน
“น้องสาว สนใจอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้สัตว์อสูรมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากขึ้นไหมจ๊ะ? มาที่ร้านเสริมสวยสัตว์อสูรเมิ่งลี่ของเรา…”
……
เฉียวซางพาหมาเขี้ยวไฟมาที่ร้านขายอุปกรณ์สำหรับสัตว์อสูรบนชั้นสาม
เดินตามป้ายบอกทางมาจนถึงบริเวณสินค้าที่เธอต้องการซื้อ
“มาสิ หมาเขี้ยวไฟ ลองดูสิว่าชอบอันไหน” เฉียวซางยิ้มให้หมาเขี้ยวไฟ
หมาเขี้ยวไฟมองดูสิ่งของตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มีทั้งลูกปัดที่ร้อยเป็นเส้น และมีกำไลข้อมือหลากหลายแบบหลากหลายสี
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บชี้ไปที่ลูกปัดสีฟ้าที่ร้อยเป็นเส้น
เฉียวซางหยิบลูกปัดขึ้นมาลองกะน้ำหนักดู มือก็ร่วงหล่นลงมา 50 เซนติเมตรอย่างควบคุมไม่ได้
“เอากำไลข้อมือดีกว่านะ อันนี้มันไม่ค่อยดีต่อกระดูกต้นคอหรอก” เฉียวซางมองคอหมาเขี้ยวไฟแล้วออกความเห็น
หมาเขี้ยวไฟ: “???”

0 Comments