You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   ไม่ว่าฮองเสงหงันจะคิดอย่างไร สำหรับเผยเชียนแล้ว อย่างไรก็ต้องหาทางดึงตัวช่างทำหน้าไม้มาให้ได้สักสองสามคน

   แน่นอนว่าพวกช่างอื่นๆ เช่น ช่างทำกระดาษ ช่างตีอาวุธ…

   ยิ่งได้มากก็ยิ่งดี!

   โดยเฉพาะกระดาษ!

   กระดาษกลายเป็นความคับแค้นใจใหม่ของเผยเชียนไปแล้ว

   เผยเชียนเกลียดการใช้ชีวิตที่ไม่มีกระดาษมาก ไม่ใช่ว่าทุกวันต้องถือม้วนไผ่หนักอึ้งเหมือนเป็นการออกกำลังกายหรอกนะ แต่ประเด็นหลักคือตอนทำธุระเบานี่แหละ! ในยุคนี้ เวลาเข้าห้องน้ำทีไรต้องมานั่งเลือกเศษไม้เศษไผ่ที่มันสะอาดและไม่มีเสี้ยน…

   ไม่อย่างนั้น ลองจินตนาการดูสิว่าตอนที่ไม้หรือไผ่ตำเข้าตรงจุดซ่อนเร้นอันบอบบาง มันจะแสบสันขนาดไหน…

   ไปๆ มาๆ เผยเชียนต้องเตรียมผ้าสำหรับเช็ดส่วนตัวไว้โดยเฉพาะ ใช้เสร็จก็ต้องไปซัก แล้วเก็บไว้ในกระเป๋าแขนเสื้อ

   แม้จะแก้ปัญหาไปได้นิดหน่อย แต่มันกลับทำให้เกิดโรคจิตเวชขึ้นมาแทน เผยเชียนมักจะรู้สึกว่าแขนเสื้อมีกลิ่นตุๆ ลอยมาเตะจมูกตลอดเวลา ช่าง…

   เฮ้อ!

   ปัญหาในยุคฮั่นไม่ได้มีแค่นี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดที่กองอยู่ตรงหน้าเผยเชียนคือ มาตรฐานของราชวงศ์ฉิน กลับสูญหายไปหมดแล้ว!

   เล่าปัง ไอ้กุ๊ยไร้การศึกษาคนนั้น พอได้เป็นฮ่องเต้ สมองก็เกิดเพี้ยน อยากจะสร้างมาตรฐานของราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่!

   ไม้บรรทัดฉินโดยทั่วไปจะยาวประมาณ 22.5-23 เซนติเมตร แล้วเล่าปังก็บอกว่ามาตรฐานความยาวของฮั่นจะไปเหมือนฉินได้อย่างไร? แล้วก็เพิ่มความยาวเข้าไปอีกนิดหน่อย ไม้บรรทัดฮั่นเลยยาวประมาณ 23.5-24 เซนติเมตร ส่วนหน่วยวัดอื่นๆ ก็คลาดเคลื่อนไปบ้าง สรุปคือหน่วยชั่งตวงวัดที่เคยเป็นมาตรฐานเดียวกัน กลับกลายเป็นเรื่องวุ่นวายสุดๆ อีกครั้ง

   ต่อมา ผู้บุกเบิกผู้ยิ่งใหญ่อย่างสหายหวังหมั่ง ขณะพยายามสร้างความเท่าเทียมในสังคม ก็ได้กำหนดหน่วยชั่งตวงวัดใหม่ และยังประดิษฐ์เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ขึ้นมาด้วย…

   ในปัจจุบันของราชวงศ์ฮั่น ไม่เพียงแต่มีหน่วยวัดความยาว 5 ระดับ คือ เฟิน (分), ชุ่น (寸), ฉือ (尺), จ้าง (丈), หยิ่น (引) เท่านั้น แต่ในระดับที่เล็กกว่าเฟิน ยังมี เหา (毫) และ หลี่ (厘) อีกด้วย มีการสร้างไม้บรรทัดทองเหลืองมาตรฐานยาวหนึ่งจ้าง ไม้บรรทัดไม้ไผ่ยาวหนึ่งหยิ่น เครื่องตวงมาตรฐานทองเหลือง (เจียเหลียง) คานชั่งทองเหลือง ฯลฯ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานของชาติ

   น่าเสียดาย ที่สหายหวังหมั่ง… เอ่อ…

   แม้ฮ่องเต้ฮั่นในยุคหลังจะยังคงใช้มาตรฐานเหล่านี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเหมือนหวังหมั่งอีกต่อไป ขาดๆ เกินๆ ไปบ้างก็ช่างมันเถอะ ทำให้หน่วยชั่งตวงวัดของประเทศถูกสืบทอดมาแบบนี้ มีอยู่จริง แต่ไม่แม่นยำ

   ผลก็คือ เครื่องจักรหลายอย่างในยุคฮั่น แม้แต่นำไปเทียบกับยุคอนาคตก็ยังถือว่าสุดยอดมาก เช่น เครื่องดูดาว เครื่องวัดแผ่นดินไหว รถชี้ทิศ ล้วนมีเพียงชิ้นเดียว ไม่ต้องพูดถึงว่าจะใช้งานได้จริงหรือไม่ เครื่องจักรที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่สามารถนำมาคัดลอกและผลิตจำนวนมากได้เลย…

   สาเหตุเพราะมาตรฐานไม่ตรงกัน แม้แต่ไม้บรรทัดของอาจารย์กับลูกศิษย์ยังยาวไม่เท่ากันเลย

   ปัญหานี้ก็มีอยู่ในตระกูลฮองเช่นกัน เผยเชียนกับฮองเย่ว์อิงมองดูไม้บรรทัดสิบกว่าอันที่วางเรียงรายอยู่บนพื้นแล้วก็ต้องเกาหัว…

   ไม้บรรทัดเหล่านี้ล้วนเป็นของส่วนตัวของช่างฝีมือในตระกูลฮอง แต่ไม้บรรทัดพวกนี้กลับมีความยาวคลาดเคลื่อนกัน แม้จะคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่มันก็มีอยู่จริง และทัศนคติของช่างฝีมือในตระกูลฮองก็คือ “คลาดเคลื่อนนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก ฝนๆ ขัดๆ เอาเดี๋ยวก็เข้าที่เอง”

   ใช่แล้ว ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำด้วยมือส่วนใหญ่ เวลาจะประกอบเข้าด้วยกัน ถ้ามันไม่พอดี พวกช่างก็จะฝนๆ ขัดๆ ให้มันเข้ากันได้ ก็เป็นอันใช้ได้

   เผยเชียนมองดูไม้บรรทัดเหล่านี้ สบตากับฮองเย่ว์อิง แล้วกล่าวว่า “ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันจะดีกว่า หาอันที่ดีที่สุดมา ทำแม่พิมพ์ แล้วหล่อออกมาล็อตหนึ่ง เรียกว่า ‘ไม้บรรทัดฮอง’ จะไม่ดีกว่าหรือ?”

   “ไม้บรรทัดฮองหรือ?” ฮองเย่ว์อิงกลอกตากลมโต ยิ้มและกล่าวว่า “ดีสิ ข้าว่าก็เข้าท่าดีนะ!”

   ช่างฝีมือตระกูลฮองที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย

   คนเราก็เป็นแบบนี้ มักจะยอมรับในสิ่งที่ตนเองรู้สึกเห็นพ้องได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเผยเชียนโผล่มาแล้วชี้นิ้วสั่งว่า ไม้บรรทัดของพวกเจ้าใช้ไม่ได้ทั้งหมด ต้องเปลี่ยนมาใช้ไม้บรรทัดมาตรฐานใหม่ ช่างฝีมือหลายคนก็คงจะบ่นในใจ…

   พอเอาชื่อ “ไม้บรรทัดฮอง” ขึ้นมาอ้าง ทุกคนก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และสามารถยอมรับได้

   มาตรฐานความยาวถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นี่แค่ปัญหาเล็กน้อย แต่ปัญหาใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเผยเชียนก็คือ เหตุผลที่ระบบการผลิตอาวุธอย่างเป็นมาตรฐานของราชวงศ์ฉินได้สูญหายไปในยุคฮั่นนั้นมีหลายสาเหตุ แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ

   ราชวงศ์ฉินใช้เทคโนโลยีสำริดที่พัฒนาจนถึงขีดสุดเพื่อต่อกรกับเทคโนโลยีเหล็กดำที่เพิ่งถูกค้นพบในรัฐอื่นๆ ทั้งหก…

   ไม่ใช่ว่าราชวงศ์ฉินไม่อยากใช้เทคโนโลยีเหล็กดำ แต่เพราะว่ารัฐฉินตั้งอยู่ทางตะวันตก หนึ่งคือไม่มีแร่เหล็ก สองคือไม่มีช่างหลอมเหล็ก จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีสำริดให้ถึงขีดสุด แต่ชัยชนะของรัฐฉิน ก็ไม่ได้หมายถึงชัยชนะของสำริด

   ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของเหล็กดำนั้น เหนือกว่าสำริดอย่างเทียบไม่ติด นี่คือเหตุผลหลักที่ในยุคฮั่นได้เปลี่ยนมาใช้เหล็กกล้าเป็นวัสดุหลักในการทำอาวุธ

   ทว่าสำริดมีจุดหลอมเหลวต่ำ จึงสามารถเทลงแม่พิมพ์ได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นนำมาขัดเงา ก็จะได้อาวุธเป็นจำนวนมาก

   แต่สำหรับเหล็กแล้ว เหล็กหล่อจะเปราะเกินไป หากต้องการให้ความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของเหล็กกล้าแสดงประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องผ่านการตีขึ้นรูปหลายครั้ง แต่เทคนิคการตีขึ้นรูปแบบนี้ การจะทำให้เป็นมาตรฐานนั้นยากมาก หากต้องการความสม่ำเสมอ ย่อมต้องใช้แรงงานคนและต้องนำไปหลอมใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งจะทำให้ปริมาณการผลิตโดยรวมลดลง…

   ดังนั้นในยุคฮั่น เมื่อเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ทันสมัยขึ้น การผลิตอาวุธให้เป็นมาตรฐานเดียวกันจึงกลายเป็นอุดมคติที่ยากจะทำให้เป็นจริงได้ ดังนั้นตั้งแต่ระดับบนลงมาระดับล่าง จึงค่อยๆ ไม่มีใครทำเรื่องที่เปลืองแรงแต่ไม่ได้ผลลัพธ์นี้อีก

   แต่ผลลัพธ์นี้ทำให้เผยเชียนยอมรับได้ยาก

   แต่ก่อนเขายังคิดว่า จะเอาประสบการณ์จากนิยายทะลุมิติมาใช้ สร้างมาตรฐานการผลิตอาวุธ สร้างสายพานการผลิต แล้วก็รอรับของเป็นตันๆ พอทำเสร็จก็ทุกอย่างก็เรียบร้อย…

   แต่ตอนนี้ ความฝันนั้นกลับถูกเทคโนโลยีและเครื่องมือหลอมโลหะอันล้าหลังของราชวงศ์ฮั่นแทงจนแตกดัง “โพล๊ะ”!

   หากต้องการผลิตชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างหัวลูกศรเหล็กในปริมาณมาก ก็ต้องทำเหมือนเหล็กแผ่นรีดเย็นในยุคอนาคต คือปั๊มขึ้นรูป แล้วก็นำมาขัด…

   ซึ่งช่องว่างระหว่างยุคฮั่นกับยุคอนาคต ไม่ได้ห่างกันแค่เครื่องจักรไม่กี่เครื่องหรอกนะ!

   เขาคิดง่ายเกินไปจริงๆ…

   แล้วจะทำอย่างไรดี?

   เผยเชียนเริ่มกลุ้มใจ ขมวดคิ้วมองดูชิ้นสำริดและชิ้นเหล็กในมือ เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาสำริดเมื่อหลายร้อยปีก่อนมาสู้กับเหล็กกล้าในยุคฮั่น แต่การจะเปลี่ยนเหล็กกล้าซึ่งเป็นวัสดุที่ต้องใช้แรงงานคนมหาศาล ให้กลายเป็นการผลิตด้วยเครื่องจักรและทำเป็นอุตสาหกรรมนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้เพียงแค่พูดไม่กี่คำหรือกำหนดมาตรฐานขึ้นมาเท่านั้น!

   แล้วก้าวแรก เขาควรจะเริ่มปรับปรุงตรงไหนดีล่ะ?

   วุ่นวายจัง!

   ขณะที่เผยเชียนกำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด จู่ๆ ฮองเย่ว์อิงที่อยู่ข้างๆ ก็เหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง นางหันกลับไปโบกมือ แล้วร้องเรียก “ท่านพ่อ พวกเราอยู่นี่!”

   ฮองเสงหงันเดินมาด้วยความเร่งรีบ เมื่อได้ยินเสียงของฮองเย่ว์อิง เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

   ฮองเสงหงันเดินมาหยุดตรงหน้าเผยเชียน ถอนหายใจยาว แล้วกล่าวว่า “เล่าเปียวแห่งเกงจิ๋วมาหา… ต้องการจะพบเจ้า…”

   เล่าเปียวแห่งเกงจิ๋ว?

   เล่าเปียวต้องการพบข้า?

   หมาป่าเจ้าเล่ห์ตัวนี้มาหาถึงหน้าประตูบ้าน จะมีเรื่องดีอะไรได้?

   หรือว่าจะเป็น…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note