ตอนที่ 546 แรงขับเคลื่อนทางฟิสิกส์
แปลโดย เนสยังถ่านหิน เป็นสารเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน
ไม่ใช่ว่าถ่านหินจะดีกว่าถ่านไม้เสมอไป แต่ถ่านหินมีความสะดวกสบายในแบบที่ถ่านไม้ไม่มี
การทำถ่านไม้ต้องตัดต้นไม้ แล้วนำไปเผาในเตาปิดทึบ สุดท้ายจึงจะเปลี่ยนเป็นถ่านไม้ได้ แต่ถ่านหินขุดขึ้นมาก็ใช้งานได้เลย และไม่ถูกจำกัดด้วยการเติบโตของต้นไม้
เมื่อต้องการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ข้อได้เปรียบของถ่านหินจึงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
แต่ถ่านหินก็มีปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง คือมีสิ่งเจือปนมาก โดยเฉพาะกำมะถัน เรื่องการกำจัดกำมะถันนั้น เผยเชียนเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนัก เพียงแต่จำได้ลางๆ จากวิชาเคมีสมัยมัธยมว่ามีปฏิกิริยาระหว่างกำมะถันกับแคลเซียม เขาจึงใช้วิธีนำถ่านหินมาล้างน้ำ บดให้ละเอียด ตากให้แห้ง แล้วผสมปูนขาวลงไปเล็กน้อย ผลปรากฏว่ามันได้ผลพอสมควร อย่างน้อยตอนเผาไหม้ ก็ไม่ได้กลิ่นเหม็นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แล้ว…
แน่นอนว่าการกำจัดกำมะถันแบบนี้ ยังห่างไกลจากมาตรฐานการผลิตเหล็กกล้ามาก ดังนั้นหากจะหลอมเหล็กกล้าชั้นดี ในตอนนี้ก็ยังต้องใช้ถ่านไม้ต่อไป
แต่ในด้านอื่นๆ ถ่านหินสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยม
ตอนนี้เผยเชียนมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องบอกให้ฮองเต๋ารับรู้เพียงคนเดียว และเพื่อให้เป็นความลับ ฮองเต๋าจึงต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ผลที่ตามมาจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้รูปร่างของฮองเต๋าที่เคยอ้วนท้วนเหมือนเมล็ดถั่วเหลืองเม็ดใหญ่ ตอนนี้ผอมลงไปมาก
ฮองเสงหงันใช้คีมคีบซากถ่านหินรังผึ้งที่เผาไหม้หมดแล้วในกระถางไฟ บดให้ละเอียด แล้วกล่าวว่า “เพียงแค่สิ่งนี้ ฮองเต๋าก็สร้างผลงานชิ้นโบแดงได้อีกชิ้นแล้ว! แต่ว่า…”
ฮองเสงหงันพูดไม่จบ แต่การกระทำเมื่อครู่ก็แสดงให้เห็นถึงความกังวลของเขาอย่างชัดเจน
แม้ของสิ่งนี้จะดี แต่ก็ไม่เหมาะที่จะนำไปขายในปริมาณมากๆ หากใครได้ของจริงไป ย่อมสามารถเลียนแบบได้เจ็ดแปดส่วน แม้พวกเขาอาจจะไม่รู้ถึงส่วนผสมเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าเอาไปใช้แค่ให้ความอบอุ่นหรือทำอาหารธรรมดา แม้จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นก็ไม่ต่างกันมากนัก…
เนื่องจากมันมีเทคโนโลยีที่ไม่สูงนัก จึงไม่สามารถสร้างข้อจำกัดทางการค้าได้
เผยเชียนเห็นด้วยกับจุดนี้ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถยึดครองเป๊งจิ๋ว ซ่างตั่ง และไท่หยวน ได้ทั้งหมด ปิดกั้นช่องเขาทั้งแปดแห่งไท่หาง แล้วเข้าควบคุมแหล่งผลิตถ่านหินทั้งหมดในซานซี มิฉะนั้น เทคโนโลยีที่เรียบง่ายเช่นนี้ย่อมแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่เผยเชียนให้ความสำคัญคือ พลังขับเคลื่อนต่อวิทยาการด้านวิศวกรรมทั้งหมด อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของการให้ความร้อนจากสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ นี้ต่างหาก…
เผยเชียนกล่าว “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะนำไปขาย แต่จะนำมาใช้เอง ตั้งแต่หย่งอันไปจนถึงเป่ยชวี มีแม่น้ำสายยาวทอดผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีทำเลที่เหมาะสมสำหรับการสร้างโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และเชื้อเพลิงของโรงงานส่วนใหญ่…”
เผยเชียนชี้ไปที่ถ่านหินรังผึ้ง
เทคโนโลยีการหลอมเหล็กกล้า เว้นเสียแต่จะพัฒนาถ่านหินไปอีกขั้นให้กลายเป็นถ่านโค้ก และพัฒนาเทคโนโลยีการกำจัดกำมะถันขึ้นมาได้ มิฉะนั้นก็ยังสู้ถ่านไม้คุณภาพดีไม่ได้
แต่สำหรับโครงการอื่นๆ ที่ไม่กังวลเรื่องสิ่งเจือปนอย่างกำมะถันหรือฟอสฟอรัส เช่น ปูนซีเมนต์แบบหยาบในขั้นต้น แก้วหลากสีที่แม้จะมีกำมะถันสูงแต่สีสันสวยงาม อิฐแดงหรืออิฐมวลเบา กระเบื้องดินเผาหรือกระเบื้องเคลือบสี โครงการที่ต้องใช้พลังงานสูงเหล่านี้ ถ่านหินจะเป็นรากฐานสำคัญ…
ลองคิดดูง่ายๆ หากประหยัดไม้และถ่านไม้ที่ใช้ในการเผาอิฐมาใช้หลอมเหล็กแทน จะได้ปริมาณเหล็กกล้าเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน?
แถมยังใช้เพื่อให้ความอบอุ่นได้โดยตรง
มนุษย์ สัตว์เลี้ยงจะมีความอบอุ่นในฤดูหนาว พืชพรรณ หรือกระทั่งการนำอุตสาหกรรมแก้วมาสร้างเรือนกระจกปลูกผัก…
ยุคน้ำแข็งย่อยกำลังจะมาเยือน ถ่านหินจะช่วยปกป้องกองทัพและปศุสัตว์ทั้งหมดในแดนเหนือของเผยเชียนได้อย่างยอดเยี่ยม!
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ มักจะนำมาซึ่งความเป็นไปได้ที่มากขึ้น และพื้นที่การพัฒนาที่กว้างไกลยิ่งขึ้น!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น หากในฤดูหนาวสามารถมีผักใบเขียวให้กินได้บ้าง สำหรับชาวเมืองแล้ว ความหมายของมันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับลางบอกเหตุอันเป็นมงคลเลย!
ในสมัยฮั่น แก้วหลากสียังเป็นของหายากและมีราคาแพงมาก ส่วนผักที่ปลูกในเรือนกระจกแก้วนั้น ยิ่งประเมินค่าไม่ได้…
และจุดเริ่มต้นของสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ก็คือถ่านหินสีดำก้อนเล็กๆ นี้นั่นเอง
เมื่อมีถ่านหิน อย่างน้อยเผยเชียนก็สามารถรับประกันได้ว่าในช่วงยุคน้ำแข็งย่อยที่จะถึงนี้ ภายในเมืองจะไม่มีความสูญเสียทั้งคนและสัตว์อันเนื่องมาจากสภาพอากาศ และการใช้ถ่านหินอย่างแพร่หลาย ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าเป็นวงกว้างในพื้นที่อีกด้วย
ที่จริงเผยเชียนยังมีความคิดอีกด้านหนึ่งที่ไม่ได้บอกฮองเสงหงัน
ในประวัติศาสตร์ เพื่อให้ความอบอุ่นในยุคที่ยังไม่มีการใช้ถ่านหินอย่างแพร่หลาย ทุกคนต่างก็จ้องไปที่ต้นไม้ และการตัดไม้มากเกินไป ไม่เพียงแต่จะทำลายพืชพรรณและหน้าดิน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมันทำลายระบบนิเวศน์ทั้งหมด ทำให้เกิดพายุทราย ท้ายที่สุดแล้ว ซากเมืองโบราณทางตะวันตกเฉียงเหนือจำนวนมากในยุคอนาคต ก็เกิดจากสาเหตุนี้ไม่ใช่หรือ?
การนำถ่านหินมาใช้ในปริมาณมากให้เร็วที่สุด ในความเป็นจริงก็คือการปกป้องพืชพรรณนั่นเอง
เผยเชียนกล่าว “เทือกเขาหลี่เหลียงอันกว้างใหญ่ มีเมฆหมอกงดงาม ชั้นถ่านหินหนาทึบ แหล่งแร่สีครามซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งถ่านหิน หินปูน แร่เหล็ก ดินเหนียว ล้วนมีครบถ้วน หาได้ง่ายดาย ลูกเขยตั้งใจจะสร้างโรงงานขนาดใหญ่ตามริมแม่น้ำที่นั่น ด้านหนึ่งใช้พลังน้ำ อีกด้านหนึ่งใช้ถ่านหิน ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ และทำการวิจัยพัฒนาแก้ว กระเบื้อง เครื่องมือทำนา อีกทั้งยังตั้งใจจะจัดระเบียบและกำหนดมาตรฐานความรู้ด้านวิศวกรรมของตระกูลฮองที่สืบทอดมาจากลัทธิม่อจื่อ เขียนเป็นตำรา ให้ช่างฝีมือสามารถถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลังได้เหมือนกับขงจื๊อและเมิ่งจื๊อ…”
เพียงแค่การอธิบายแผนพัฒนาภาพรวมในเป๊งจิ๋วของเผยเชียน ก็ดึงดูดใจฮองเสงหงันได้มากพอแล้ว ฮองเสงหงันยิ่งฟังยิ่งตาลุกวาว แต่สีหน้ากลับดูขัดแย้งยิ่งขึ้น หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็พูดอย่างยากลำบากเพียงประโยคเดียวว่าขอเวลาคิดให้ดีก่อน แล้วก็ไล่เผยเชียนออกมา

0 Comments