ตอนที่ 544 ความปรารถนาอันน่าอึดอัดของเผยเชียน
แปลโดย เนสยังรุ่งสาง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เผยเชียนก็ขึ้นไปบนเขาลู่ซานแล้ว
ขอบฟ้าทอแสงสีแดงเรื่อ ท้องฟ้าสีครามสดใส มีเมฆลอยละล่องอยู่บางเบา
สายหมอกจากป่าข้างทางบนภูเขา พัดพาความหอมสดชื่นของใบไม้เขียวขจีมาปะทะร่างของเผยเชียน และพัดชายเสื้อของเขาให้ปลิวไสว
เขาลู่ซานเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามมากจริงๆ ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสสะอาด มีโขดหินสูงชัน มีน้ำตกไหลเชี่ยว มีเสียงป่าไม้ใบหญ้าพริ้วไหว ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ก็งดงามราวกับภาพวาด มองได้ไม่รู้เบื่อ
เดิมทีคิดว่าคงต้องรอสักพัก แต่ไม่คาดคิดว่าคนแก่จะนอนน้อยอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเผยเชียนไปถึง บังเต็กกงก็อยู่ในศาลาบนเขาแล้ว ท่านห่มผ้าห่มบางๆ และกำลังดื่มชาอยู่
เมื่อเห็นเผยเชียน บังเต็กกงก็ยื่นมือออกมาจากผ้าห่ม กวักมือเรียกเขา
“ยังสับสนอยู่หรือไม่?” บังเต็กกงถามพร้อมรอยยิ้ม
เผยเชียนโค้งคำนับ กล่าวว่า “ขอบพระคุณท่านบังเต็กกงที่ช่วยไขข้อข้องใจ” เข้าใจก็คือเข้าใจ แต่การจะลงมือทำจริงๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
บังเต็กกงส่งสัญญาณให้เผยเชียนนั่งลง แล้วกล่าวว่า “ราชวงศ์ฉินสูญเสียกวาง ราชวงศ์ฮั่นก็สูญเสียตราหยก กลียุคใต้หล้ากำลังก่อตัว เจ้ามีนิสัยอ่อนโยนซื่อตรง มีความคล่องแคล่วและรอบคอบ นี่คือจุดแข็งของเจ้า และก็เป็นจุดอ่อนของเจ้าเช่นกัน”
เผยเชียนพยักหน้า นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน
สมกับเป็นบังเต็กกง พูดเพียงประโยคเดียวก็แทงใจดำ
แต่ก่อนเผยเชียนเป็นคนเช่นไร อาจจะมีเพียงลุงฮกที่รู้ดี แต่เผยเชียนที่เติบโตมาจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนในยุคอนาคต เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา มักจะพยายามชั่งน้ำหนักหาทางออกให้สมดุลเสมอ ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจเพียงลำพัง
การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เผยเชียนมักจะพยายามรักษาสมดุลของทุกคนที่เกี่ยวข้อง จัดการทุกฝ่ายให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ถอดกำแพงฝั่งตะวันออกไปซ่อมกำแพงฝั่งตะวันตก โยกย้ายสับเปลี่ยนไปมา…
เรื่องพวกนี้เผยเชียนถนัดนัก แต่หากจู่ๆ จะให้เขาเปลี่ยนไปเป็นผู้บริหารที่ทรงอำนาจและเด็ดขาด ไม่บีบคั้นคนนี้ ก็ต้องไปบีบคั้นคนนั้น เรื่องแบบนี้…
แน่นอนว่าเผยเชียนไม่สามารถเรียนรู้วิชาแปลงกายเจ็ดสิบสองประการของซุนหงอคงได้
บังเต็กกงไม่พูดอะไร เพียงแค่มองดูน้ำตกที่ไหลลงมาอย่างเงียบๆ
น้ำตกในช่วงรอยต่อฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนจะมีน้ำมากที่สุด จากนั้นก็จะค่อยๆ ลดน้อยลง ตอนนี้เป็นเพียงสายน้ำเล็กๆ บนโขดหิน ไม่มีพลังอันยิ่งใหญ่เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
“เช่นนั้น ศิษย์ควรทำอย่างไรดี?” เผยเชียนอดไม่ได้ที่จะถาม
บังเต็กกงยื่นมือออกมาจากผ้าห่ม ชี้ไปที่ผ้าห่มของตัวเอง แล้วชี้ไปที่เสื้อผ้าของเผยเชียน กล่าวว่า “อยู่ที่เดียวกัน เหตุใดเจ้าจึงใส่เพียงเสื้อชั้นเดียว แต่ข้าต้องห่มผ้าห่ม?”
เผยเชียนลังเลเล็กน้อย ตอบว่า “เพราะร่างกายต่างกันหรือ?”
บังเต็กกงถลึงตาใส่ กล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ารู้ แล้วจะมาถามข้าทำไม? ลมพายุทรายที่เป๊งจิ๋วพัดจนเจ้าโง่ไปแล้วหรืออย่างไร? รีบไปๆ อย่ามาส่งเสียงน่ารำคาญที่นี่!”
เอ่อ ข้าเพิ่งจะนั่งลงเองนะ…
ไม่มีทางเลือก เผยเชียนทำได้เพียงประสานมือคารวะ ลาบังเต็กกงกลับลงเขา
แต่เดินออกมาได้ไม่ไกล ก็พบกับคนรับใช้ของตระกูลบัง ถาดไม้ในมือถือม้วนตำรา ยืนคอยอยู่อย่างนอบน้อม เมื่อเห็นเผยเชียนเดินมา คนรับใช้ก็ย่อเข่าลงเล็กน้อย แล้วรายงานว่าม้วนตำราในถาดนี้ ท่านบังเต็กกงสั่งให้นำมามอบให้เผยเชียน…
เผยเชียนหยิบขึ้นมาอย่างเบามือ เปิดดู เห็นประโยคแรกเขียนว่า: “ใจที่ตั้งอยู่ในกาย เปรียบดั่งตำแหน่งแห่งกษัตริย์…”
ท่านบังเต็กกงหนอ…
ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ภายนอกมักจะทำเป็นดุว่าเขาและบังทองอย่างไม่เกรงใจ แต่แท้จริงแล้วกลับใส่ใจรายละเอียด ถึงกับเตรียมม้วนตำรานี้มาให้โดยเฉพาะ เพื่อช่วยไขความสับสนในใจของเขา
เผยเชียนวางม้วนตำรากลับลงบนถาด คุกเข่าหันไปทางศาลาที่บังเต็กกงอยู่เพื่อแสดงความขอบคุณ จากนั้นจึงรับม้วนตำราและเดินลงจากเขาลู่ซาน
ริมลำธาร มีกระท่อมไม้ตั้งตระหง่านอยู่
เมื่อลงมาถึงเชิงเขา คนในกระท่อมไม้ทั้งหลายก็ตื่นกันหมดแล้ว ต่างคนต่างก็กำลังอ่านตำราในมือ
บังทองเกียจคร้านที่สุด ถึงกับกึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านอยู่บนเตียงพับนอกลานบ้าน ส่วนจ่าวจือและไทสูหมิงนั่งตัวตรงแหน่วอยู่หลังโต๊ะหนังสือ
ชีซีนั้นยืนอ่าน อ่านไปสักพักก็ส่ายหน้าเดินไปเดินมา จากนั้นก็กลับมายืนอ่านต่อ…
ดูเหมือนคนทั้งสี่จะชินกับพฤติกรรมของคนอื่นๆ แล้ว ต่างคนต่างอ่านตำราของตัวเอง ไม่สนใจใคร
บังทองชำเลืองมองมา จู่ๆ ก็หัวเราะลั่น กล่าวว่า “ลงเขามาเร็วขนาดนี้ สงสัยจะโดนไล่ลงมาอีกแล้วล่ะสิ…”
ทุกคนพากันหัวเราะครืน เดาว่าพวกเขาคงเคยได้รับการต้อนรับจากบังเต็กกงในรูปแบบนี้บ่อยๆ
บังเต็กกงไม่ได้เป็นคนอารมณ์ร้าย เพียงแต่ท่านมักจะหวังให้คนหนุ่มสาวเหล่านี้คิดและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง มากกว่าจะรับฟังแต่ประสบการณ์จากผู้ใหญ่ ดังนั้นบางครั้งท่านจึงมักจะไล่คนออกมาเสมอ…
แน่นอนว่าการต้อนรับเช่นนี้ สงวนไว้เฉพาะคนสนิทของบังเต็กกงเท่านั้น คนทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้ของท่านเลย
เผยเชียนยิ้มเยาะตัวเอง กล่าวว่า “อืม นานแล้วที่ไม่โดนท่านบังเต็กกงดุด่า คิดถึงมาก วันนี้สมปรารถนาแล้ว”
บังทองกล่าวอย่างเกียจคร้าน “ท่านยังมีความปรารถนาอะไรที่อยากโดนด่าอีก รีบๆ พูดมาให้หมดเถอะ…”
เผยเชียนหลุบตาลง มองดูม้วนตำราในมือ นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง จึงเงยหน้าขึ้นกล่าว “อืม… มีเรื่องบางอย่างจริงๆ พวกท่านก็รู้ว่าตอนนี้ข้าพอจะมีพื้นที่อยู่บ้างในเป๊งจิ๋ว แต่ยังขาดแคลนคน…”
“…จ่าวจือ พื้นที่เพิ่งบุกเบิกใหม่ที่ผิงหยางตอนนี้เพิ่งจะใช้งานได้เพียงสามสี่ส่วน ยังมีที่ดินรกร้างอีกมาก และข้ายังวางแผนจะส่งคนไปที่เหอซี เพื่อจัดหาพืชพันธุ์ชนิดใหม่ๆ มา… เดิมทีข้าหวังให้เจ้าไป ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นนายกองทหารทำนา รับผิดชอบงานด้านเกษตรกรรมโดยเฉพาะ คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงดิน พัฒนาเครื่องมือทำนา เผื่อวันหนึ่งข้างหน้า เจ้าอาจจะได้เป็นเทพบิดรแห่งการเกษตรองค์ใหม่ รับเครื่องเซ่นไหว้จากชาวนา…”
“…ไทสูหมิง ศิษย์พี่ชีซีฝากฝังให้ข้าดูแลเจ้า แต่ข้าต้องขอโทษด้วย ที่ไม่มีเวลาให้คำชี้แนะเจ้ามากนัก เจ้ามีพรสวรรค์ด้านวิชาคำนวณ ข้าวางแผนไว้ว่าหากเจ้าอยู่ที่ผิงหยาง ข้าจะมอบหมายให้เจ้าเป็นผู้ตรวจการชั่งตวงวัด รับผิดชอบกำหนดมาตรฐานเครื่องชั่งตวงวัด คำนวณงานก่อสร้าง ควบคุมดูแลแรงงาน บรรพบุรุษของเจ้าเคยมีตำแหน่งนักจดหมายเหตุที่เขียนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ไว้ และข้าก็หวังว่าเจ้าจะสามารถจารึกชื่อของเจ้าไว้ในตำราการคำนวณและการวัดได้…”
“…ส่วนชีซี เจ้าเป็นกุนซือแต่กำเนิด และตอนนี้ข้ากำลังจะนำทัพขึ้นเหนือไปยังเทือกเขาอินซาน ซึ่งจะต้องมีการสู้รบนับครั้งไม่ถ้วนรออยู่ เจ้าจะไม่มีทางว่างแน่นอน และข้าหวังว่าท้ายที่สุดแล้ว เจ้าจะได้เป็นผู้นำกองทัพไปบุกเบิกดินแดนด้วยตัวเอง…”
“…แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดของข้าฝ่ายเดียว แต่… ข้าคิดว่าจำเป็นต้องบอกพวกท่านให้รู้ว่า ในระหว่างกระบวนการนี้ เมื่อพวกท่านได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นออกมาให้คนภายนอกเห็น ย่อมเป็นที่หมายปองของคนอื่นๆ และคนเหล่านั้นอาจจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อหลอกล่อหรือข่มขู่พวกท่าน…”
เผยเชียนยังพูดไม่ทันจบ ทุกคนก็ส่งเสียง “แหวะ” ออกมาพร้อมกัน แล้วก็แยกย้ายสลายตัว ทิ้งให้เผยเชียนยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง…

0 Comments