You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   “ดินแดนซ่างตั่งและไท่หยวน แม้จะไม่ใช่ดินแดนที่มั่งคั่ง แต่ก็ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ อีกทั้งยังมีขุนเขาล้อมรอบ ง่ายต่อการตั้งรับยากแก่การโจมตี ถือเป็นประตูด่านสำคัญ สู้ชิงลงมือก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือผู้อื่นจะดีกว่า! ตระกูลอุนก็แก่ชรา มีใจแต่ไร้กำลัง ดุจมีหยกล้ำค่าซ่อนอยู่กับตัว…” ชีซีกล่าวอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา “…ยึดไท่หาง ปราบเฮยซาน จึงจะมีกำลังพอที่จะรอดูสถานการณ์ได้!”

   ยึดซ่างตั่งและไท่หยวน! ขึ้นเป็นข้าหลวงแคว้นเป๊งจิ๋ว!

   แน่นอนว่าคำพูดนี้เป็นการผลักเผยเชียนและอ้วนเสี้ยวให้อยู่ฝั่งตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และยังเป็นการแสดงจุดยืนของชีซีด้วย! การสนับสนุนให้เผยเชียนแบ่งดินแดนและปกครองตนเอง นี่ก็เป็นความหมายที่ชัดเจนมากแล้ว

   ทว่าการที่ชีซีพูดเช่นนี้ ก็ดูจะตรงไปตรงมาเกินไปสักหน่อย หากคนทั่วไปได้ยินก็คงตกใจ บางทีอาจเป็นเพราะชีซีไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางใหญ่ ทัศนคติของเขาจึงดูแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาวางเรื่องของราชวงศ์ฮั่นไว้ข้างหลัง หากพวกจงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่นได้ยินเข้าคงเต้นเป็นเจ้าเข้า

   เมืองไท่หยวนและซ่างตั่ง พอดีตั้งอยู่บนที่ราบที่ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาใหญ่สองแห่งคือภูเขาหลี่เหลียงและเทือกเขาไท่หาง อีกทั้งยังมีระบบแม่น้ำไหลผ่าน เช่น แม่น้ำเฝิน แม่น้ำถัว แม่น้ำฉิน เป็นต้น และยังมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อีกแห่งชื่อ จิ่วเจ๋อ ในหน้าประวัติศาสตร์ หลังจากที่ซยงหนูใต้ไปสวามิภักดิ์ต่อวุยก๊ก ก็ถูกจัดสรรให้อยู่รอบๆ จิ่วเจ๋อแห่งนี้ โดยแบ่งเป็นสามส่วนคือซยงหนูฝ่ายซ้าย ซยงหนูฝ่ายขวา และซยงหนูตอนกลาง…

   และทางทิศเหนือของจิ่วเจ๋อก็คือไท่หยวน ส่วนทางทิศใต้ก็คือซ่างตั่ง

   หลังจากเล่งหูจงจากไป ภายในกระโจมใหญ่ของเผยเชียนกลับเงียบกริบ เผยเชียนและชีซีต่างก็กำลังครุ่นคิด

   ฮูกวน เป็นศูนย์กลางการปกครองของซ่างตั่ง แต่ฮูกวนไม่ใช่ด่านฮูกวน แม้จะฟังดูสับสนไปบ้าง แต่ด่านที่ว่านี้ไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับเมืองฮูกวน แต่ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองฮูกวนเล็กน้อย เป็นด่านสำคัญที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างเส้นทางไท่หางและเส้นทางไป๋จิง ซึ่งเป็นสองในแปดเส้นทางของไท่หาง รวมถึงทางแคบหุบเขาไท่หางที่คดเคี้ยวราวกับลำไส้แกะ

   เตียวเอี๋ยนกำลังมุ่งเป้าโจมตีด่านแห่งนี้ ขอเพียงตีแตกได้ ก็จะสามารถยกทัพขึ้นเหนือสู่เมืองฉางจื้อ เข้าสู่ใจกลางของซ่างตั่งได้โดยตรง

   ส่วนทางใต้ของด่านฮูกวน เส้นทางไท่หางและเส้นทางไป๋จิง หากลงไปทางใต้อีกก็คือเขตโห้ลาย ส่วนทางตะวันออก หากข้ามหุบเขาไท่หางไป แล้วเลยจงโหมวไปทางตะวันออกอีก ก็คือเมืองเงียบกุ๋น ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ้วนเสี้ยว…

   ตำแหน่งที่ตั้งนี้ช่างละเอียดอ่อนเสียจนเผยเชียนและชีซีตัดสินใจไม่ถูกในทันที

   เผยเชียนนึกถึงตอนที่อำลาบังทองที่เกงจิ๋ว บังทองเคยเสนอแผนยุทธศาสตร์ภาพรวมในการควบคุมช่องเขาทั้งแปดแห่งไท่หาง แต่ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างรวดเร็ว

   ขยับเพียงเส้นผมก็สะเทือนไปทั้งร่าง

   ชีซีกล่าวอย่างช้าๆ “เจ้าเมืองอุนคงไม่ได้มีเจตนาดีอะไรนัก…” อุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งแม้อายุจะมาก แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ

   เผยเชียนกล่าว “นี่ก็คือสิ่งที่ข้ากังวลเช่นกัน”

   การคำนวณของอุนโฮ่ว ความจริงแล้วจะว่าไปก็ดูเรียบง่าย

   อ้วนเสี้ยวแม้จะอ้างตัวว่าเป็นขุนพลรถม้า แต่ก็ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากราชสำนัก และต่อให้ราชสำนักยอมรับตำแหน่งของอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวก็ไม่มีสิทธิ์นำอำนาจทางทหารมาก้าวก่ายเรื่องการเมืองได้โดยตรง…

   แต่อ้วนเสี้ยวก็เห็นได้ชัดว่าเข้าใจเรื่องนี้ดี ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีการคล้ายกับตอนที่ส่งโจโฉไปตงกวิ้น คือมอบชื่อตำแหน่งให้เตียวเอี๋ยน ขอเพียงยึดซ่างตั่งมาได้ เตียวเอี๋ยนก็จะได้เป็นเจ้าเมืองซ่างตั่งอย่างเป็นทางการ แต่แน่นอนว่าหากยึดไม่ได้ อ้วนเสี้ยวก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมากนัก

   ดังนั้น ตอนนี้เจ้าเมืองซ่างตั่งจึงมาขอความช่วยเหลือจากเผยเชียน อุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งในตอนนี้จะรบก็ไม่กล้ารบ จะถอยก็ถอยไม่ได้ จึงหวังพึ่งเผยเชียนให้มาช่วยรับเคราะห์แทน

   เผยเชียนยิ้มขื่น กล่าวว่า “แต่โอกาสนี้ช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน”

   จากเมืองหย่งอัน หากยกทัพผ่านช่องเขาหลี่เหลียง ก็สามารถเข้าสู่เขตแดนรอยต่อระหว่างซ่างตั่งและไท่หยวนได้ จากนั้นหันหลังกลับลงใต้ ก็จะเข้าสู่ใจกลางซ่างตั่งได้ ในด้านระยะทางก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก หรือแม้กระทั่งการเอาชนะทหารใหม่ที่เพิ่งเกณฑ์มาเพียงไม่กี่พันนายของเตียวเอี๋ยน สำหรับเผยเชียนในตอนนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

   ชีซีกล่าว “เรื่องนี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ซ่างตั่ง แต่อยู่ที่กิจิ๋ว”

   เผยเชียนนิ่งเงียบ ก็เห็นด้วย

   ชีซีกล่าวอีกว่า “ตอนนี้มีสองวิธี คือวิธีเร่งด่วนและวิธีค่อยเป็นค่อยไป วิธีแรกคือฉวยโอกาสที่กิจิ๋วยังไม่สงบ ยกทัพจากหย่งอันลงใต้ และอีกทางหนึ่งก็ผ่านเส้นทางไท่หางขึ้นเหนือ โจมตีพร้อมกันทั้งเหนือและใต้ ทัพเหนือเข้ายึดอำนาจการปกครองอำเภอต่างๆ ในซ่างตั่ง ทัพใต้กวาดล้างทหารของเตียวเอี๋ยน ยึดซ่างตั่งทั้งหมดมาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จากนั้นก็เคลื่อนทัพไปตั้งรับที่ช่องเขาฟู่โข่ว, ช่องเขาไป๋จิง, และช่องเขาไท่หาง ปิดเส้นทางเข้าสู่โห้ลายและกิจิ๋ว ภายในก็หว่านล้อมซื้อใจตระกูลขุนนางและเศรษฐีท้องถิ่นในซ่างตั่ง บังคับใช้นโยบายการปกครองร่วมกัน สร้างสถานการณ์ให้เป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เพียงแค่ครึ่งปี ก็น่าจะสามารถยึดซ่างตั่งทั้งหมดมาได้”

เผยเชียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามว่า: “ถ้าอย่างนั้น แผนประวิงเวลา เป็นเช่นไร? “

   ชีซีกล่าว “วิธีที่สองคือต้องลอบส่งทูตไปเจรจาผูกมิตรกับท่านขุนพลรถม้าอ้วนที่กิจิ๋วเสียก่อน จากนั้นก็ลอบส่งกำลังพลและอาวุธจากหย่งอันไปช่วยอุนโฮ่วรักษาด่านฮูกวน ทำให้เตียวเอี๋ยนจะบุกก็ไม่ได้ จะถอยก็ถอยไม่สุด ถ่วงเวลาไปสักครึ่งปีหรือหนึ่งปี จนทั้งสองฝ่ายต่างเหนื่อยล้าเต็มทน ท่านจงหลางค่อยใช้ข้ออ้างเรื่องการปกป้องเขตแดนและคุ้มครองประชาชน ยกทัพไปไกล่เกลี่ย เช่นนี้ก็จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ได้ทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์”

   “หากเร่งรีบก็ง่ายต่อการสูญเสียความชอบธรรม หากชักช้าก็ง่ายต่อการเกิดการเปลี่ยนแปลง” ชีซีสรุปในตอนท้าย “ท่านขุนพลรถม้าอ้วนเพิ่งจะยึดกิจิ๋วมาได้ เวลาครึ่งปีก็คงจัดการเรื่องต่างๆ ได้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว หลังการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า… อิวจิ๋ว, กุนจิ๋ว, อิจิ๋ว, เป๊งจิ๋ว ล้วนมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเป้าหมายต่อไปของท่านขุนพลรถม้าอ้วน…”

   “ในบรรดาที่กล่าวมา ความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คืออิวจิ๋วและเป๊งจิ๋ว” ชีซีกล่าวจบก็มองดูเผยเชียน ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพราะชีซีรู้ดีว่า โดยพื้นฐานแล้วเผยเชียนน่าจะเข้าใจดี

   หลังจากอ้วนเสี้ยวยึดครองกิจิ๋วได้แล้ว ก้าวต่อไปย่อมไม่มีทางหดหัวอยู่ในเมืองเงียบกุ๋น ย่อมต้องขยายอำนาจต่อไปอย่างแน่นอน แว่นแคว้นและอำเภอโดยรอบก็คือเป้าหมายต่อไป ในจำนวนนั้น กุนจิ๋วในตอนนี้ยังคงมีเล่าต้ายเป็นข้าหลวง แม้อ้วนเสี้ยวจะมีใจคิดกบฏแล้ว ดังนั้นเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่นอย่างเล่าต้ายในกุนจิ๋วที่อยู่ข้างกายนี้ ย่อมต้องถูกกำจัดอย่างแน่นอน

   ดังนั้นในจุดนี้ อ้วนเสี้ยวและอ้วนสุดต่างก็เลือกใช้นโยบายเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย คือการส่งลูกน้องใต้บังคับบัญชาไปก่อเรื่องเสียก่อน…

   เพียงแต่อ้วนสุดส่งซุนเกี๋ยนไปแล้วถูกเผยเชียนหลอกล่อให้ตกหลุมพราง ส่วนโจโฉก็ยังคงต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากอยู่บนเส้นทางแห่งความทะเยอทะยาน

   ดังนั้น ในเมื่อมีลูกน้องออกหน้าไปก่อน ชั่วขณะหนึ่ง อ้วนเสี้ยวก็คงจะไม่ยกทัพใหญ่มากดดันกุนจิ๋วในทันที ส่วนอิจิ๋ว แม้จะผิดใจกับอ้วนสุด แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องเปิดศึกสายเลือดกันในทันที ดังนั้น แม้อิจิ๋วจะมั่งคั่งและยั่วยวนใจยิ่งนัก แต่ก็ยังไม่ใช่เป้าหมายที่ดีที่สุด

   ข้อสันนิษฐานของชีซีสอดคล้องกับประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง อ้วนเสี้ยวเริ่มจากการตัดสินแพ้ชนะกับกองซุนจ้านแห่งอิวจิ๋ว จากนั้นก็มาจัดการกับกองทัพเฮยซานในเป๊งจิ๋ว แล้วก็สามารถรวมแดนเหนือให้เป็นปึกแผ่นได้ในที่สุด…

   ใช่แล้ว ในประวัติศาสตร์อ้วนเสี้ยวยังติดต่อใกล้ชิดกับชนเผ่ากลุ่มน้อยอย่างอูหวนและซยงหนูใต้ จากนั้นก็อาศัยชาวเป๊งจิ๋วอย่างเตียวเอี๋ยนและลิโป้ปราบปรามโจรเฮยซาน

   แม้จะรู้เรื่องเหล่านี้ เรื่องของเตียวเอี๋ยนก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอ้วนเสี้ยวเริ่มจับตาดูเป๊งจิ๋วแล้ว แต่ก้าวต่อไปอ้วนเสี้ยวจะทุ่มกำลังลงไปในเป๊งจิ๋วมากน้อยเพียงใด จะเปิดฉากโจมตีเมื่อใด และต้องการผลลัพธ์ในระดับใด เรื่องเหล่านี้สำหรับเผยเชียนแล้ว แทบจะไม่มีข้อมูลเลย

   อ้วนสุดยุยงให้โจรโพกผ้าเหลืองบุกกุนจิ๋วทางตะวันตก ส่งซุนเกี๋ยนลงใต้ไปตีเกงจิ๋ว ส่วนตนเองก็จ้องมองยังจิ๋ว…

   ส่วนอ้วนเสี้ยวก็ส่งโจโฉไปแย่งชิงพื้นที่ในกุนจิ๋ว ให้เตียวเอี๋ยนบุกเป๊งจิ๋ว ส่วนตนเองก็มุ่งเป้าไปที่อิวจิ๋ว…

   เมื่อมองดูวิธีการเหล่านี้ ความจริงแล้วเผยเชียนก็รู้สึกเลื่อมใสมาก สมแล้วที่เป็นผลผลิตของตระกูลอ้วน วิธีการของคนทั้งสองช่างคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง อาศัยสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ ผูกมิตรและโจมตี ดึงดูดทุกพลังอำนาจที่สามารถรวมกันได้ โจมตีศัตรูทั้งหมดที่ต่อต้านตนเอง…

   จู่ๆ เผยเชียนก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา คิดแผนการออกแผนหนึ่ง…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note