ตอนที่ 562 ดาวร่วงหล่นแห่งกังตั๋ง
แปลโดย เนสยังเพราะไม่ว่าจะเป็นพลธนูของตระกูลชัวหรือพลหน้าไม้ของตระกูลฮอง เมื่อยิงลงมาจากยอดเขา แม้จะได้เปรียบเรื่องภูมิประเทศ แต่ก็มีมุมอับในการยิง ดังนั้นเมื่อทหารซุนเกี๋ยนกลุ่มนี้ภายใต้การนำของฮันต๋ง ยกโล่แนบไปกับหน้าผาแล้วพุ่งไปข้างหน้า พลธนูและหน้าไม้ส่วนหนึ่งจึงสูญเสียมุมยิงไป
“นี่คือการใช้ชีวิตคนถางทางออกไปสินะ…” เผยเชียนขมวดคิ้วกล่าว
ในสถานการณ์เช่นนี้ยังสามารถเชื่อฟังคำสั่ง คนที่พุ่งนำไปข้างหน้ารู้ดีว่าต้องตาย แต่ก็ยังใช้ร่างกายของตนเปิดทางอย่างไม่ลังเล ทหารส่วนตัวของซุนเกี๋ยนช่างดุดันนัก…
ฮองตงยืนอยู่ด้านข้างกล่าวว่า “ท่านจงหลางโปรดวางใจ หนีไม่รอดหรอกขอรับ!” พูดจบ ก็เลือกเกาทัณฑ์เขี้ยวหมาป่าดอกหนึ่งจากซองธนู จัดระเบียบขนนกที่หางลูกเกาทัณฑ์เล็กน้อย แล้ววางพาดบนคันธนู ง้างธนูครึ่งหนึ่ง เริ่มมองหาซุนเกี๋ยนท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดกัน
ฮันต๋งและพวกเคลื่อนที่มาถึงบริเวณปากหุบเขา ความร้อนของหญ้าที่ลุกไหม้นั้นน่าตกใจมาก ลูกไฟขนาดใหญ่ที่เกิดจากกิ่งไม้คลุกเคล้ากันแผดเผาทุกสิ่ง แม้ในระยะนี้ การหายใจก็ยังรู้สึกลำบาก ขนคิ้วและหนวดเคราก็ค่อยๆ บิดงอและไหม้เกรียม
ฮันต๋งชูทวนยาวขึ้น ร้องตะโกนเสียงก้อง “ทั้งกองทัพได้กิน แม่ทัพจึงกิน! ทั้งกองทัพได้หลับ แม่ทัพจึงพัก! เสื้อเกราะและเสบียงอาหารของพวกเรา ล้วนเป็นสิ่งที่แม่ทัพประทานให้! วันนี้จงให้พวกสุนัขเกงจิ๋วได้เห็นความกล้าหาญของนักรบกังตั๋ง! แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ก็ไม่ขอปฏิเสธ!”
ทหารข้างกายฮันต๋งต่างชูอาวุธขึ้น ร้องคำรามราวกับคนบ้าคลั่ง “แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ก็ไม่ขอปฏิเสธ!”
ท่ามกลางเสียงตะโกน ฮันต๋งหันกลับไปพยักหน้าให้ซุนเกี๋ยน ร้องตะโกนเป็นครั้งสุดท้าย “ท่านแม่ทัพ! รักษาตัวด้วย!” จากนั้นก็กวัดแกว่งทวนยาว พุ่งเข้าสู่กองเพลิงที่ปากหุบเขาอย่างสุดกำลัง!
ทหารหลายนายพุ่งออกมาจากด้านหลัง จากใต้การคุ้มกันของโล่ เมื่อวิ่งผ่านซุนเกี๋ยน ต่างก็ร้องตะโกนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ท่านแม่ทัพ! รักษาตัวด้วย!” จากนั้นก็วิ่งตะบึงไปข้างหน้าโดยไม่หันหลังกลับ!
แม้พลหน้าไม้จะมีอุปกรณ์ช่วยขึ้นสาย แต่ความเร็วก็ยังสู้ธนูไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์ที่ทหารของซุนเกี๋ยนจนตรอก สุนัขจนตรอกยังกระโดดข้ามกำแพง นับประสาอะไรกับคน?
“อึ่ก” ทหารนายหนึ่งที่ถือโล่วิ่งนำหน้าฮันต๋ง จู่ๆ ก็ถูกลูกหน้าไม้ปักเข้าที่ศีรษะ ไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างก็อ่อนยวบล้มลงไปด้านข้าง เปิดเผยตัวฮันต๋งออกมา
ฮันต๋งไม่มีเวลาแม้แต่จะชายตามอง ใช้ทวนยาวตวัดโล่ขึ้นมา แล้วเอื้อมมือไปคว้า ในขณะนั้นเอง ลูกหน้าไม้ดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศมา เจาะทะลุฝ่ามือของฮันต๋งพอดี และพัดพาโล่ใบนั้นกระเด็นหลุดไป…
ฮันต๋งร้องคำรามด้วยความโกรธแค้น ไม่สนใจโล่อีกต่อไป พุ่งเข้าใส่ก้อนฟางขนาดใหญ่ที่กำลังลุกไหม้อยู่ปากหุบเขา สองมือกำทวนยาวแน่น เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผลบนฝ่ามือ แต่ก็แห้งเหือดไปแทบจะทันทีเพราะความร้อนระอุ
ชายเสื้อของฮันต๋งติดไฟแล้ว แต่เขากลับทำเหมือนไม่รู้สึกตัว สองมือออกแรงแทงแล้วงัด ลูกไฟขนาดใหญ่ลูกหนึ่งก็ถูกงัดกระเด็นออกจากปากหุบเขา ไปกระแทกกับหน้าผาด้านข้างจนแตกกระจาย
ทหารด้านหลังส่งเสียงโห่ร้องยินดี จากนั้นก็มีทหารเข้ามาสมทบมากขึ้น แม้เบื้องหน้าจะเป็นกองเพลิงที่ร้อนระอุจนอากาศบิดเบี้ยว แต่เพื่อความหวังในการรอดชีวิต ทหารของซุนเกี๋ยนเหล่านั้นกลับพุ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต เลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูดเมื่อถูกลูกหน้าไม้ยิงสาดรดลงบนกองไฟ ซากศพทับถมกันบนก้อนฟางที่ขวางทาง ทหารที่พุ่งตามมาอย่างไม่ขาดสายก็ใช้เลือดเนื้อของมนุษย์ บีบอัดจนเกิดช่องว่างระหว่างเปลวเพลิงและห่าหน้าไม้ขึ้นมาจนได้!
ช่องว่างแห่งความหวังในการรอดชีวิต!
ฮันต๋งดีใจยิ่งนัก หันกลับไปกวักมือเรียกซุนเกี๋ยน แต่กลับไม่ทันสังเกตลูกหน้าไม้ที่พุ่งมาจากด้านข้าง เสียง “ฉึก” ดังขึ้น ร่างทั้งร่างราวกับถูกท่อนไม้ขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่ ล้มกลิ้งไปกองอยู่ด้านข้าง
“อี้กง!” ซุนเกี๋ยนกระโดดขึ้นหลังม้า ใช้ดาบฟันเข้าที่บั้นท้ายม้าทันที!
ม้าศึกร้องเสียงแหลมด้วยความเจ็บปวด พุ่งพรวดออกจากฝูงชนในพริบตา มุ่งหน้าไปยังเส้นทางหนีรอดที่ปูด้วยเลือดเนื้อและชีวิตมนุษย์!
ฮันต๋งที่ถูกลูกหน้าไม้ยิงทะลุหน้าท้องหมอบอยู่บนพื้น มองดูซุนเกี๋ยนควบม้าตะบึง ความเร็วของม้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สามารถหลบหลีกการโจมตีของลูกหน้าไม้ไปได้หลายครั้ง ค่อยๆ เข้าใกล้ปากหุบเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา…
ซุนเกี๋ยนแนบชิดตัวติดกับหลังม้า ลดพื้นที่เป้าหมายลง ปากหุบเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ม้าศึกก็เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงช่องว่างของกองเพลิงปากหุบเขา ม้าศึกร้องเสียงแหลม กระโจนสี่เท้าลอยขึ้นกลางอากาศ ข้ามผ่านออกไป…
ฮองตงง้างคันธนูจนสุดแรงอย่างฉับพลัน สายธนูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะทนรับไม่ไหว เสียง “ผึง” ดังสนั่น เกาทัณฑ์เขี้ยวหมาป่าที่เคยวางอยู่บนคันธนูก็หายวับไปในพริบตา…
ลูกเกาทัณฑ์เขี้ยวหมาป่าสั่งทำพิเศษลากผ่านอากาศเป็นเงารางๆ คล้ายเส้นตรง ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากยอดเขา พริบตาเดียวก็พุ่งไปถึงแผ่นหลังของซุนเกี๋ยน!
ซุนเกี๋ยนที่กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง พยายามจะเอี้ยวตัวหลบ แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว สมรภูมิทั้งหมดราวกับจะหยุดนิ่งไปในพริบตานั้น เหลือเพียงลูกเกาทัณฑ์เขี้ยวหมาป่าที่แขวนอยู่กลางอากาศ กับหนึ่งคนหนึ่งม้าที่อยู่เบื้องหน้า…
“ฉึก!” ดอกไม้เลือดขนาดใหญ่เบ่งบาน!
ม้าศึกยังคงพุ่งไปข้างหน้า แต่ซุนเกี๋ยนที่อยู่บนหลังม้ากลับคล้ายถูกค้อนเหล็กทุบเข้าอย่างจัง ร่างโอนเอนไปมาสองสามครั้ง เมื่อก้มหน้าลงมอง ก็เห็นหัวลูกศรโผล่ทะลุหน้าอกออกมา จากนั้นจึงค่อยรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส ร้องครางออกมาคำหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่อาจจับบังเหียนไว้ได้อีก ร่วงหล่นลงกระแทกพื้น
บาดแผลฉกรรจ์ที่เจาะทะลุและฉีกขาดในช่องอก ทำให้ระบบทางเดินหายใจเต็มไปด้วยเลือดอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่สูดลมหายใจ จะมีเลือดจำนวนมากพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงไอ ซุนเกี๋ยนมองท้องฟ้าที่เอียงกะเท่เร่ ดูเหมือนจะได้กลับไปในวัยเยาว์อีกครั้ง เห็นบิดาที่ดึงชายเสื้อของเขาอยู่ด้านหลัง เห็นสีหน้าห่วงใยและกังวลของบิดา…
หากในปีนั้นเขาไม่ได้ก้าวออกไป ไม่ได้สลัดการดึงรั้งของบิดา ทุกสิ่งทุกอย่างคงจะแตกต่างออกไปสินะ…
ท่านพ่อ ท่านแม่…
ท้องฟ้าสดใสเงียบสงบ ราวกับในวันนั้น ปีนั้น ซุนเกี๋ยนเฝ้ามอง มองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะส่งเสียงถอนหายใจแผ่วเบา แล้วค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง
ฮันต๋งที่นอนกองอยู่บนพื้นพ่นเลือดออกมาคำโต ยื่นมือไปทางซุนเกี๋ยนด้วยความไม่ยินยอม มืออันสั่นเทาพยายามไขว่คว้ากลางอากาศ แต่ก็คว้าอะไรไว้ไม่ได้ ท้ายที่สุดก็ร่วงหล่นลงอย่างหมดแรง กระแทกพื้นจนฝุ่นทรายสีเหลืองฟุ้งกระจาย
นอกหุบเขา เสียงราวกับฟ้าร้องดังขึ้น ทหารม้าหมาป่าเป๊งจิ๋วที่ซุ่มอยู่วงนอกมาตลอด ได้อ้อมไปจัดการกองทัพซุนเกี๋ยนที่อยู่รั้งท้ายจนเสร็จสิ้น และในที่สุดก็เดินทางมาถึง ตัดความหวังสุดท้ายในการเอาชีวิตรอดของทหารซุนเกี๋ยนจนหมดสิ้น
เสียงฆ่าฟันและเสียงร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบลง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม เปลวเพลิงในหุบเขาโอนเอนไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันดำ ลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์…

0 Comments