You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   ฝุ่นและเหงื่อจากการเดินทางไกลจะเกาะติดกับผิวหนังอย่างรวดเร็ว กลายเป็นคราบสกปรกที่แข็งตัวเป็นก้อนสีเหลืองหรือดำ จากนั้นเมื่อมีเหงื่อและฝุ่นผงใหม่มาเกาะเพิ่ม มันก็จะลามไปทั่วทุกซอกทุกมุมของผิวหนังที่ไม่ได้ถูกปกปิด ก่อตัวเป็นสสารเหนียวหนืดที่เกาะแน่นราวกับเปลือกนอกที่มองไม่เห็น หากไม่ได้ทำความสะอาด มันก็จะหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเกราะป้องกันพิเศษให้กับผิวหนัง

   เหมือนกับเกราะโคลนของหมูป่าไม่มีผิด

   แน่นอนว่าคราบสกปรกบนตัวของเผยเชียนตอนนี้ไม่ได้ดูเกินจริงเหมือนหมูป่า แต่ก็ไม่ได้น้อยเลย เมื่อเขานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำไม้ขนาดใหญ่ ก็สามารถมองเห็นสิ่งสกปรกลอยอยู่บนผิวน้ำได้อย่างชัดเจน…

   นี่คือน้ำถังที่สองแล้ว

   ในยุคราชวงศ์ฮั่น ปัญหาเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อเป็นการรักษาหน้าตาของขุนนาง กฎหมายของฮั่นถึงกับกำหนดให้ขุนนางมีวันหยุดหนึ่งวันทุกๆ ห้าวัน เพื่อทำการทำความสะอาดร่างกาย

   แม้ว่าจะเรียกว่า “สระผม” แต่ก็ไม่ได้หมายถึงแค่การสระผมเท่านั้น ยังรวมถึงแนวคิดของการ “อาบ” และ “ล้าง” ด้วย แต่การสระผมถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จิวกงเคย “สระผมครั้งหนึ่ง ต้องกำผมถึงสามครั้ง” เพราะคนโบราณไว้ผมยาว หากไม่สระผมนานๆ นอกจากจะมีรังแคแล้ว ยังมีปรสิตต่างๆ อีกด้วย ดังนั้นสำหรับคนในยุคฮั่น การสระผมจึงเป็นงานที่ยุ่งยากมาก

   น้ำถังแรกถูกยกออกไปเททิ้งแล้ว น้ำถังแรกคือน้ำซาวข้าว เรียกว่าพานทัง จุดประสงค์หลักคือเพื่อขจัดคราบสกปรกหนาๆ บนผิวหนัง และไล่แมลง

   ส่วนน้ำถังที่สองที่เผยเชียนกำลังแช่อยู่ เรียกว่าน้ำใส (ไป๋ทัง) ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ก็คือน้ำเปล่าธรรมดา แต่มีฝักสบู่และใยบวบเตรียมไว้ให้ เพื่อใช้ทำความสะอาดคราบที่ฝังแน่น

   และข้างๆ อ่างไม้ของเขาก็ยังมีถังที่สาม เรียกว่าน้ำดอกไม้ (ฮวาทัง) ซึ่งแน่นอนว่าตามชื่อคือมีกลีบดอกไม้ลอยอยู่ในน้ำ…

   นี่คือมาตรฐานการอาบน้ำของเหล่าผู้ดีตระกูลขุนนาง

   แน่นอนว่าต้องรวมถึงสาวใช้ที่คอยหิ้วถังน้ำร้อนเตรียมเติมให้อยู่ตลอดเวลาด้วย แต่ตอนนี้คนที่อยู่ในห้องอาบน้ำ หน้าแดงระเรื่อแต่กลับตั้งอกตั้งใจช่วยเขาอาบน้ำอยู่ก็คือ ฮองเย่ว์อิง และม่อโต่ว

   ฮองเย่ว์อิงรู้สึกเหมือนหูอื้อ เลือดลมสูบฉีดขึ้นไปบนใบหน้า แม้ผิวจะค่อนข้างคล้ำ แต่ก็สามารถมองเห็นสีแดงระเรื่อเข้มๆ ได้อย่างชัดเจน

   ตอนแรกเผยเชียนตั้งใจจะจัดการเอง แต่ฮองเย่ว์อิงยืนกรานอย่างหนักแน่น ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ให้ดูเดี๋ยวนั้นถ้าเขาปฏิเสธ…

   แต่ตอนนี้ การที่เอาแต่เอาใยบวบขัดหลังอยู่ที่เดิมซ้ำๆ แบบนี้…

   “เย่ว์อิง เรื่องนี้… ข้าทำเองดีกว่า…” เผยเชียนดึงใยบวบมาจากมือของฮองเย่ว์อิงที่สายตาเริ่มเหม่อลอย ขืนขัดต่อไปหนังคงถลอกแน่

   สำหรับการเปลือยกาย เผยเชียนตอนนี้ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรนัก ในผิงหยางหรือเป่ยชวีที่สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่ครบครัน หากต้องการอาบน้ำก็ต้องไปหาแม่น้ำ

   ผู้ชายสิบกว่ายี่สิบคนแบ่งกลุ่มกันอาบน้ำริมแม่น้ำ จะเอาความเป็นส่วนตัวมาจากไหน ก็เหมือนกับโรงอาบน้ำรวมในยุคอนาคต ทุกคนแก้ผ้าหมด ใครจะไปสนใจใคร?

   แต่สำหรับฮองเย่ว์อิงแล้ว ภาพตรงหน้านี้มันช่างกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงเกินไป

   ช่วงที่ผ่านมาเผยเชียนต้องเดินทางระหกระเหินไปทั่ว แถมยังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์อายุยี่สิบต้นๆ กล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายอย่างหนักจึงก่อตัวเป็นมัดๆ ดูทรงพลัง แม้จะไม่ได้เวอร์เหมือนนักเพาะกายในยุคอนาคต แต่เมื่อสัมผัส ความตึงตัวใต้ผิวหนังนั้นก็ทำเอาฮองเย่ว์อิงถึงกับมึนงง

   และความแตกต่างของสีผิวระหว่างส่วนที่โดนแดดจนคล้ำกับส่วนที่อยู่ในร่มผ้า ก็ทำให้ฮองเย่ว์อิงมองแล้วใจเต้นแรงตึกตัก แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองอีก แล้วสายตาก็เลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ…

   ส่วนม่อโต่ว เด็กหญิงคนนี้อายุน้อยกว่าฮองเย่ว์อิงสองปี เธอเบิกตากว้างคอยดูกระแสน้ำร้อน แล้วก็หันไปมองเผยเชียน สลับกับมองฮองเย่ว์อิงที่หน้าแดงก่ำ ด้วยท่าทีที่เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ

   เผยเชียนขัดตัวลวกๆ ด้วยใยบวบ แล้วหันไปพูดว่า “ข้าจะลุกแล้วนะ…”

   “…” ฮองเย่ว์อิงกำลังเอามือกุมแก้ม พอเห็นเผยเชียนหันมาก็รีบเอามือลง แต่ก็ไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ตรงไหน ได้แต่เบิกตากว้าง ทำตัวไม่ถูก

   “ข้าบอกว่า ข้าจะลุกแล้ว…” เผยเชียนทวนประโยคอย่างจนใจ

   “อ้อ… อ้อ! อ้อ!” ฮองเย่ว์อิงรีบหันหลังกลับไปทันที

   ยังดีที่หันกลับไปได้คล่องแคล่วกว่าตอนที่เผยเชียนเปลี่ยนน้ำครั้งก่อน อย่างน้อยก็ไม่เกือบสะดุดล้มหน้าคะมำ…

   แต่ม่อโต่ว เอามือปิดตาก็จริง แต่นิ้วแยกห่างกันซะขนาดนั้น คิดจะทำอะไรกันแน่?

   เผยเชียนลุกขึ้นยืน คว้าผ้าป่านหยาบมาพันรอบเอว เดินไปสองก้าวก็ก้าวเข้าไปนั่งในอ่างอาบน้ำถังที่สามอย่างรวดเร็ว

   ฮองเย่ว์อิงได้ยินเสียงน้ำ พอหันกลับมาก็เห็นแต่เผยเชียนจมตัวลงไปในถังน้ำถังที่สามจนหมดแล้ว บนผิวน้ำมีเพียงกลีบดอกไม้และเส้นผมลอยอยู่ มองไม่เห็นอะไรเลย…

   ฮองเย่ว์อิงเห็นม่อโต่วเอานิ้วแยกมอง จึงขยับไปใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูว่า “…เห็น… อะไร… หรือเปล่า?”

   ม่อโต่วลดมือลง หันมากระซิบข้างหูฮองเย่ว์อิงตอบ “…เร็วเกินไป… ดำๆ… ไม่เห็นอะไรเลย… โอ๊ย! นายน้อย หูท่านร้อนจี๋เลยนะเจ้าคะ!”

   ฮองเย่ว์อิงอดทนต่อความเขินอายไม่ไหว ใช้นิ้วดีดหน้าผากม่อโต่วไปทีนึง เด็กบ้าคนนี้ ไม่รู้จักควบคุมเสียงเลยหรือไง?

   “โอ๊ย!” ม่อโต่วกุมหน้าผาก น้ำตาคลอเบ้า “นายน้อยอย่าดีดหน้าผากข้าสิเจ้าคะ เดี๋ยวข้าก็โง่กันพอดี…”

   “ข้าจะดีด โง่แล้วยิ่งดี…” ฮองเย่ว์อิงไม่สนใจ เด็กคนนี้ชอบทำลายบรรยากาศอยู่เรื่อย

   ม่อโต่วกลอกตา รีบดึงแขนเสื้อฮองเย่ว์อิง “นายน้อยคราวหน้าห้ามดีดหน้าผากข้าแล้วนะ มันเจ็บมากเลย… เอาเป็นว่าคราวหน้าถ้าท่านอยากดีด ก็ดีดก้นข้าแทนเถอะเจ้าค่ะ ตรงนั้นไม่ค่อยเจ็บ…”

   เมื่อเผยเชียนโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ก็เห็นฮองเย่ว์อิงกับม่อโต่วกำลังหยอกล้อกันอยู่ข้างๆ เขาส่ายหน้ายิ้มๆ ลุกออกจากอ่างอาบน้ำ ดึงผ้าป่านผืนบางมาเช็ดตัวลวกๆ แล้วหยิบเสื้อตัวในมาสวม

   “อ๊ะ… นายท่านเผยอาบเสร็จแล้ว…” ม่อโต่วหันมาเห็นเผยเชียนออกจากอ่างอาบน้ำแล้ว ก็ทิ้งแขนเสื้อฮองเย่ว์อิงทันที วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา หยิบผ้าแห้งเดินไปด้านหลังเผยเชียน แล้วเช็ดผมที่เปียกชุ่มให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ

   ในยุคราชวงศ์ฮั่นไม่มีไดร์เป่าผม ดังนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ จึงทำได้เพียงปล่อยผมให้สยาย ไม่สามารถเกล้ามวยผมได้ทันที ต้องใช้ผ้าแห้งค่อยๆ ซับน้ำให้แห้ง รอให้ลมพัดจนแห้งสนิท จากนั้นจึงใช้หวีสางให้เรียบร้อย สุดท้ายจึงจะเกล้าผมหรือสวมกวาน (หมวกครอบมวยผม) ได้

   ฮองเย่ว์อิงก็อยากจะเดินไปด้านหลังเพื่อช่วยเผยเชียน แต่กลับถูกเขาจับมือไว้ เธอจึงยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะเอามือเท้าไปวางตรงไหนดี

   เผยเชียนลูบคลำมือฮองเย่ว์อิง สัมผัสถึงผิวอันละเอียดอ่อนบนหลังมือ แต่ปลายนิ้วกลับมีรอยด้านเล็กน้อย เขาจึงอดถามไม่ได้ว่า “นี่ ช่วงนี้แอบไปประดิษฐ์อะไรมาอีกแล้วใช่ไหม…”

   ฮองเย่ว์อิงพยักหน้า ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ จึงกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “จริงสิ ท่านพี่ รอข้าประเดี๋ยว ข้าจะไปเอาของมาให้ท่านดู…”

   พูดจบ เธอก็สลัดมือเผยเชียนออก แล้ววิ่งตึงตังออกไป

   วิ่งหนีไปซะแล้ว…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note