You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ทันใดนั้น ลมพัดโชยมาในยามค่ำคืน ดึงเปลวไฟจากเทียนในห้องโถงให้แกว่งไกวไปมา เงาของผ้าม่านที่ตกกระทบลงบนพื้นห้องโถง ราวกับถูกอัดฉีดด้วยพลังงานลึกลับบางอย่าง ร่ายรำอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงปีศาจ…

“ข้าน้อยหวาดกลัว! ขอท่านอ้องอุ้นโปรดระงับความโกรธด้วยเถิด!” เฟยเฉียนรีบลุกขึ้น ก้มกราบลงกับพื้นห้องโถงเพื่อขอขมา

คนแก่มักจะใช้เวลานอนน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนแก่ไม่ต้องการการพักผ่อน เมื่อเทียบกับคนหนุ่มสาวแล้ว การอดนอนอย่างมีคุณภาพมักจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ง่ายกว่า เช่น ปวดหัวไมเกรน ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอื่นๆ

หากเป็นเวลาปกติ อ้องอุ้นคงจะเพิ่งตื่นขึ้นมาในเวลานี้ แต่ทว่าเนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ ทำให้เขายังไม่ได้พักผ่อนเลย สิ่งนี้ทำให้อ้องอุ้นรู้สึกว่าศีรษะของตนเริ่มมีอาการปวดตุบๆ ตามจังหวะการหายใจ…

อ้องอุ้นกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “จงหลางเฟย เจ้ากระทำความผิด รู้ตัวหรือไม่?”

“เรื่องนี้…” เฟยเฉียนอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้ากล่าวเสียงเบาว่า “…ข้าน้อยรู้ความผิดของตนแล้ว… ข้าน้อยไม่ควรถอยหนีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสงคราม… ทว่าเรื่องนี้สำคัญยิ่ง ข้าน้อย… ข้าน้อยเกรงว่าจะเกินกำลังความสามารถ…”

อ้องอุ้นได้ยินดังนั้น ก็ลูบเครา ท่าทีที่ยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาของเฟยเฉียน ทำให้อ้องอุ้นมีท่าทีผ่อนคลายลงบ้าง รอยเหี่ยวย่นลึกที่มุมปากก็ดูคลายลงเล็กน้อย

สำหรับพฤติกรรมของเฟยเฉียน ที่มีผลประโยชน์ก็รีบคว้า พอไม่มีประโยชน์ก็รีบปัดทิ้ง ขุนนางประเภทนี้ อ้องอุ้นเคยพบเจอมาไม่น้อยตลอดระยะเวลาที่รับราชการ หากเป็นเวลาปกติ อ้องอุ้นคงสั่งให้คนขับไล่เฟยเฉียนออกไปและรอรับโทษแล้ว แต่ในเวลานี้…

พิธีบวงสรวงใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว หากตอนนี้เขาจัดการกับชายผู้นำนิมิตมงคลมาให้ฐานมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เท่ากับเป็นการประกาศให้ทุกคนในใต้หล้าได้รับรู้ว่า นิมิตมงคลนี้ถูกนำมาโดยคนไร้คุณธรรมอย่างนั้นหรือ?

หากคนไร้คุณธรรมเป็นผู้นำมา…

แล้วมันจะยังเรียกว่านิมิตมงคลได้อีกหรือ? แล้วเขาจะอาศัยนิมิตมงคลนี้เพื่อสร้างกระแสความน่าเชื่อถือที่ตนเองกำลังต้องการอย่างเร่งด่วนได้อย่างไร?

อ้องอุ้นรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่มุมศีรษะเต้นตุบๆ…

ดังนั้น ทางเดียวคือ… พยายามจัดการให้น้อยที่สุด…

อ้องอุ้นทนต่ออาการปวดหัว จ้องมองเฟยเฉียนที่คุกเข่าอยู่ด้านล่าง พร้อมกับตำหนิด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเสียดายว่า “ต้นไม้จะเติบโตได้ รากต้องแข็งแรง แม่น้ำจะไหลไปได้ไกล ต้นน้ำต้องลึก! การรักษาชีวิตรอดเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในฐานะขุนนางผู้รับใช้แผ่นดิน มีอำนาจสั่งการในมือ ย่อมต้องนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และตระหนักถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง! การเริ่มต้นด้วยดี ต้องรู้จักเตรียมพร้อมสำหรับอันตรายในยามสงบสุข ละทิ้งความฟุ่มเฟือยและใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์ เสียสละเพื่อส่วนรวม อย่าได้เกียจคร้าน จึงจะประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ บัดนี้เจ้าได้รับตำแหน่งจงหลาง ในเมื่อมีสติปัญญา ก็ควรทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างกล้าหาญ ทั้งบุ๋นและบู๊ต้องแข่งขันกัน สร้างผลงาน จะยอมพ่ายแพ้ให้กับความหวาดกลัวต่อสิ่งชั่วร้าย และละทิ้งความถูกต้องของตนเองได้อย่างไร?”

เฟยเฉียนก้มหน้าแนบพื้น ดูเหมือนจะสะอื้นเล็กน้อย “…ข้าน้อย… รู้ความผิดแล้ว…”

อ้องอุ้นถอนหายใจ

แต่ทว่าไม่ได้ถอนหายใจเพื่อเฟยเฉียน

แน่นอนว่าฮองฮูสงคือตัวเลือกที่ดีที่สุด การให้เขานำทัพขึ้นเหนือก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่แผนการจัดทัพที่เฟยเฉียนเสนอนั้น แม้จะทำได้จริง แต่ความเสี่ยงก็สูงลิ่ว การอ้อมไปโจมตีที่มั่นของปู้ตู้เกินจากด้านหลัง แม้ว่าจะมีโอกาสเก้าในสิบส่วนที่จะบีบให้ปู้ตู้เกินต้องถอยทัพ แต่ว่า…

เหล่าทหารและขุนพลที่ติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู จะสามารถล่าถอยกลับมาได้อย่างปลอดภัยสักกี่คน นั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าสงสัย หากถูกกองทัพใหญ่ของปู้ตู้เกินสกัดกั้นเส้นทางถอยกลับ มันจะเป็นหายนะที่ไม่อาจจินตนาการได้

อ้องอุ้นตระหนักถึงจุดนี้ได้ เขาก็เชื่อว่าฮองฮูสงก็ต้องคิดได้เช่นกัน ดังนั้น การจะโน้มน้าวให้ขุนนางเฒ่าผู้เจนโลกอย่างฮองฮูสงรับภารกิจนี้…

สู้ไปโน้มน้าวต้นกล้าอ่อนหัดที่อยู่ตรงหน้านี้ยังง่ายกว่า

ชนเผ่าเซียนเปยยกทัพลงใต้ สถานการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้งยังไม่สามารถเปิดเผยให้ทุกคนรับรู้ได้ จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพิธีบวงสรวงใหญ่…

อ้องอุ้นไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ที่ขุนนางเบื้องล่างเอาแต่ซุบซิบนินทาเรื่องชนเผ่าเซียนเปยในระหว่างพิธีบวงสรวงอย่างแน่นอน!

ยิ่งไปกว่านั้น ฮองฮูสงยังเป็นไพ่ใบสำคัญในมือของอ้องอุ้น หากลิโป้ไม่สามารถควบคุมกองทัพในบริเวณจิงเจ้าได้ ฮองฮูสงก็จะถูกเรียกตัวมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ จะยอมส่งเขาไปทิ้งไว้ในสนามรบปิงโจวง่ายๆ ได้อย่างไร?

อีกอย่างหนึ่ง ฮองฮูสงไม่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับซยงหนูใต้เลย ในขณะที่เฟยเฉียนที่อยู่ตรงหน้าดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับอูฝูหลัวอยู่บ้าง การขอยืมกำลังทหารน่าจะเจรจาได้ง่ายกว่า

อ้องอุ้นลดน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง ให้เฟยเฉียนลุกขึ้นนั่งก่อน แล้วจึงกล่าวว่า “บัดนี้ราชวงศ์เพิ่งจะสงบสุข นับเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราเหล่าขุนนางจะได้แสดงความสามารถ หากความดีงามไม่ตั้งอยู่บนรากฐานที่มั่นคง ความรู้สึกก็จะพ่ายแพ้ต่อความปรารถนา การตัดรากแต่หวังให้ต้นไม้เจริญงอกงาม การอุดต้นน้ำแต่หวังให้สายน้ำไหลยาวไกล แม้จะรอดพ้นจากภัยพิบัติไปได้ชั่วคราว แต่สุดท้ายก็จะกลายเป็นที่น่าอับอายของใต้หล้า! จื่อเยวียน อย่าได้หลงผิดทำร้ายตนเองเลยนะ!”

“ข้าน้อยเข้าใจความหมายของท่านอ้องอุ้นแล้ว…” เฟยเฉียนลุกออกจากที่นั่งแล้วก้มกราบ “ข้าน้อย… ยินดีรับฟังคำสั่งของท่านอ้องอุ้น…”

อ้องอุ้นลุกขึ้นยืน ประคองเฟยเฉียนให้ลุกขึ้น ตบไหล่เฟยเฉียนแล้วกล่าวว่า “สติปัญญาความสามารถของจื่อเยวียน สามารถรับหน้าที่สำคัญได้ ทว่ายังไร้ผลงาน จึงไม่อาจเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น บัดนี้เซียนเปยยกทัพลงใต้ แม้จะมีความเสี่ยง แต่หากกล้ารับหน้าที่ ปราบปรามภัยคุกคามจากชนเผ่าหู สร้างชื่อเสียงสะท้านแดนเหนือ นี่คือผลงานอันยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งนัก เพียงพอที่จะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณขององค์จักรพรรดิเบื้องบน และทำให้ราษฎรเบื้องล่างอยู่เย็นเป็นสุข นี่ไม่ใช่ความปรารถนาตลอดชีวิตของพวกเราหรอกหรือ?”

“สิ่งที่ท่านอ้องอุ้นกล่าวมานั้นถูกต้องยิ่งนัก ข้าน้อย… หลงผิดไปชั่วขณะ…” เฟยเฉียนก้มหน้ากล่าว

การจะให้ผู้อื่นสละชีวิตให้ หลังจากสั่งสอนตักเตือนแล้ว ย่อมต้องให้ผลประโยชน์บ้างเป็นธรรมดา

อ้องอุ้นยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า “จื่อเยวียนปกป้องชายแดน ทั้งยังถวายนิมิตมงคล มีความชอบต่อบ้านเมือง ข้าผู้เฒ่าจะถวายฎีกาต่อฝ่าบาท เพื่อทูลขอความชอบให้จื่อเยวียนเอง” การปลดคำว่ารักษาการบนหัวของเจ้าหนูนี่ออก ก็คงจะถือว่าเพียงพอแล้วกระมัง แน่นอนว่าต้องดูว่าเจ้าหนูนี่จะฉลาดพอ และรู้จักให้ความร่วมมือหรือไม่…

เฟยเฉียนรีบประสานมือคารวะขอบคุณ จากนั้นก็กล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้… ตามเจตนารมณ์ของท่านอ้องอุ้น ข้าน้อยควรจะออกเดินทางเมื่อใดจึงจะเหมาะสม หรือว่ารอหลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงใหญ่?”

ลูกตาของอ้องอุ้นกลอกไปมาเล็กน้อย กล่าวว่า “สถานการณ์ทางทหารฉุกเฉิน จะมัวชักช้าได้อย่างไร! จื่อเยวียนต้องรีบออกเดินทางโดยเร็วที่สุดถึงจะถูก!”

“…ขอน้อมรับคำสั่งของท่านอ้องอุ้น” เฟยเฉียนดูเหมือนจะเพิ่งนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงกล่าวว่า “เรียนท่านอ้องอุ้น เรื่องคำร้องขอสองประการของอูฝูหลัวแห่งซยงหนูใต้…”

เรื่องของอูฝูหลัวแห่งซยงหนูใต้…

เรื่องหนึ่งคือการแต่งตั้งตำแหน่งช่านหยู ปัญหานี้ไม่ใหญ่โตนัก ท้ายที่สุดแล้ว การจะให้ซยงหนูใต้ส่งกำลังทหารมาช่วย จะไม่ให้ผลประโยชน์อะไรเลยก็คงไม่ได้ แต่ช่วงเวลานั้นสำคัญมาก หากให้ไปเลยตรงๆ แม้จะบอกว่าเฟยเฉียนและอูฝูหลัวดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ก็ต้องระวังชนเผ่าหูที่อาจจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้เมื่อได้รับการแต่งตั้ง…

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ อูฝูหลัวต้องการเชิญปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักไปให้คำปรึกษาทางวิชาการเป็นการส่วนตัว…

ชนเผ่าหูยังรู้จักศึกษาคัมภีร์!

หึหึ แม้อ้องอุ้นจะรู้สึกขบขัน แต่สำหรับลัทธิขงจื๊อของราชวงศ์ฮั่นแล้ว มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ? ท้ายที่สุดก็สามารถนับเป็นผลงานด้านการสั่งสอนอบรมของตนได้ด้วย!

ดังนั้นแน่นอนว่าต้องสนับสนุน และยังต้องเผยแพร่เรื่องนี้ให้เป็นที่รู้จัก…

แต่จะส่งใครไปดีล่ะ หากให้เอี้ยวเปียวไปได้ก็จะดีที่สุด แต่ว่า อืม คงยากเกินไป เพราะท้ายที่สุดเขาก็คือคนของตระกูลเอี้ยวแห่งหงหนง มีความเกี่ยวพันกันมากเกินไป…

ถ้าจัดการไม่ดี ก็อาจจะตกเป็นเป้าโจมตี ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และทำให้เสียชื่อเสียงได้

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาคนที่เหมาะสมพอดี…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note