You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

อำนาจก็เปรียบเสมือนอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่กำหนดว่าอำนาจจะมากหรือน้อยไม่ได้อยู่ที่ขนาดพื้นที่ที่ครอบครอง แต่อยู่ที่ตำแหน่งที่ตั้งว่าอยู่แห่งหนใด เมืองผิงหยางในยามนี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ราวกับกำลังบอกใบ้ถึงลางบอกเหตุบางอย่าง…

เทคโนโลยีการเผาอิฐมีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน ดังคำกล่าวที่ว่า “อิฐฉินกระเบื้องฮั่น” ก็เป็นเช่นนั้นเอง

ทว่ากลับมีคนเพียงน้อยนิดที่นิยมใช้อิฐแดง เพราะในความคิดของคนยุคราชวงศ์ฮั่น อิฐแดงแท้จริงแล้วก็คือ…

ของเสีย

อิฐเขียว หรือที่เรียกกันว่าอิฐฉิน เหตุใดจึงมีสีเขียวเล่า?

นั่นเป็นเพราะอิฐชั้นดี ย่อมต้องเป็นสีเขียว หากสามารถเผาออกมาให้เป็นสีดำได้ คาดว่าคนในยุคราชวงศ์ฉินคงจะยิ่งโปรดปรานมากกว่าเสียอีก

ขั้นตอนการเผาอิฐแดงและอิฐเขียวในช่วงแรกนั้นเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงในช่วงท้ายที่อิฐเขียวจะต้องใช้น้ำรด เพื่อลดอุณหภูมิของเตาเผา ทำให้เหล็กออกไซด์ที่มีค่าออกซิเดชันสูงในก้อนอิฐ ถูกรีดิวซ์กลายเป็นเหล็กออกไซด์ที่มีค่าออกซิเดชันต่ำ ส่งผลให้สีเปลี่ยนเป็นสีเขียว

แน่นอนว่าในกระบวนการอันซับซ้อนนี้ หากเกิดข้อผิดพลาดในการรดน้ำ หรือการรีดิวซ์ไม่สมบูรณ์ ก็จะทำให้เกิดอิฐแดงขึ้น

ทว่าสำหรับเผยเฉียนแล้ว เรื่องนี้กลับไม่ใช่ปัญหาอันใด การซ่อมแซมกำแพงเมืองผิงหยางไม่ได้มุ่งหวังให้คงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน อิฐเขียวกับอิฐแดงจะต่างกันเล็กน้อยแล้วจะเป็นไรไป?

อิฐแดงช่วยประหยัดแรงงานคนได้มาก ช่างเผาอิฐไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าดูตลอดเวลา ไม่ต้องคอยรดน้ำควบคุมอุณหภูมิ สามารถเผาเตาได้โดยตรง พอถึงเวลาก็เปิดให้ลมเย็นระบายออก ไม่ต้องไปยุ่งยากอะไร พอเย็นลงก็ขนส่งได้เลย ประสิทธิภาพจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังไม่มีปัญหาเรื่องของเสียหรือของไม่ได้มาตรฐาน ทั้งง่ายและสะดวก ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยให้แก่ช่างเผาอิฐ ในขณะเดียวกันก็สามารถผลิตได้ในปริมาณมหาศาล แล้วเหตุใดจึงจะไม่ทำเล่า?

อีกทั้งนี่ก็นับว่าเป็นรสนิยมความชอบส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ของเผยเฉียนด้วย

แผ่นดินปิตุภูมิล้วนเป็นสีแดงอาบย้อม…

แท้จริงแล้วอิฐแดงกับอิฐเขียวมีความแตกต่างกันหรือ?

อิฐแดงยิ่งไร้ซึ่งความซับซ้อนทางเทคโนโลยี…

อิฐแดงยังสามารถผสมสิ่งเจือปนอื่นๆ ลงไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ดินเหนียวล้วนๆ เสมอไป เงื่อนไขการผลิตจึงผ่อนปรนลงไปมาก…

ทว่าเรื่องตลกก็คือ ในตอนแรกช่างเผาอิฐกลับไม่ยอมเผาอิฐแดง ถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งอย่างเปิดเผย!

พวกเขาอ้างว่าจะทำให้เสียชื่อเสียงของตระกูลช่าง จะทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะว่าไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นพวกฝีมือไม่ถึงขั้น เป็นพวกช่างไร้ฝีมือ ดังนั้นยอมหัวขาดเสียดีกว่าที่จะยอมทุบป้ายชื่อเสียงของตนเอง!

ภายหลังจึงต้องพบกันครึ่งทาง ในส่วนของเมืองผิงหยางที่ต้องใช้อิฐปริมาณมาก ให้เผาอิฐแดง ส่วนบริเวณสถานศึกษาบนเขาดอกท้อที่ใช้อิฐน้อยกว่า ให้เผาอิฐเขียว เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าช่างเหล่านี้คือผู้เชี่ยวชาญด้านอิฐตัวจริงเสียงจริง ถึงขั้นนี้แล้วจึงถือว่าพอใจกันทุกฝ่าย

ผลปรากฏว่า ช่างผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ต่างก็ไปเฝ้าจับตาดูเตาเผาอิฐเขียวกันอย่างใกล้ชิด หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเผาอิฐเขียวชั้นยอดออกมาให้ได้สักสองสามเตา เพื่อกอบกู้ชื่อเสียง ส่วนเตาเผาอิฐแดงธรรมดานั้น ก็โยนให้พวกลูกมือรับผิดชอบไป…

ทว่าสำหรับเผยเฉียนแล้ว เขามิได้ใส่ใจ อิฐชั้นดีก็นำไปก่อกำแพงเมือง ส่วนที่ด้อยลงมาก็ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า นำไปสร้างบ้านเรือนในเมืองผิงหยาง ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด…

ก็เหมือนกับบรรดาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นแถบเหอตง ที่ถูกชุยโฮ่วยืมเสบียงและสิ่งของไปเป็นจำนวนมากนั่นแหละ สุดท้ายก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด…

บัดนี้ในอาณาเขตที่เผยเฉียนควบคุมอยู่ ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอย่างเต็มรูปแบบ ผิงหยางและเป่ยชวีนั้นไม่ต้องพูดถึง เมืองหย่งอันก็ถูกพวกกบฏป๋อปอทำลายจนยับเยิน แทบจะกลายเป็นกระดาษเปล่า มีเพียงเมืองผูจื่อเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ทว่าเมืองผูจื่อก็เป็นเพียงเมืองเดียวที่ตั้งอยู่บริเวณชายขอบ ทรัพยากรแต่เดิมก็ค่อนข้างอัตคัดขัดสนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีการควบคุมการจัดสรรเสบียงอาหารอย่างเต็มรูปแบบ และบังคับใช้ระบบการแจกจ่ายของกองทัพ แม้ในตอนแรกจะมีเสียงบ่นอยู่บ้าง ทว่าไม่นานผู้คนเหล่านี้ก็กลายมาเป็นผู้สนับสนุนกฎอัยการศึกอย่างแข็งขัน

นครฉางอันเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ตามมาด้วยการหล่อเหรียญกษาปณ์ที่มีการเจือปนอย่างขนานใหญ่ ปรากฏการณ์ “เงินเลวขับไล่เงินดี” ได้ลุกลามแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งนัก ดูเหมือนว่าเบื้องหลังจะมีคนคอยผลักดันอย่างจงใจ โดยมิได้คิดจะควบคุมเลยแม้แต่น้อย…

ทว่าเรื่องนี้ สำหรับเผยเฉียนแล้ว กลับนับว่าเป็นเรื่องดีอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้การที่เขาให้หวงซวี่และหวงเสียนเหลียงนำนายทหารระดับล่างกลุ่มหนึ่งไปเรียนรู้ตัวอักษรและตัวเลขพื้นฐาน บัดนี้ก็ได้นำมาใช้ประโยชน์แล้ว ทรัพยากรเกือบทั้งหมดตกอยู่ในการควบคุมของค่ายทหารเผยเฉียน พวกที่ได้ข่าวและคิดจะมาฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์ พอมาถึงผิงหยางก็ต้องพบว่า ไม่ใช่แค่ผิงหยางเท่านั้น แต่รวมถึงหย่งอัน ผูจื่อ และเป่ยชวี ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก การค้าขายได้เปลี่ยนเข้าสู่ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้าแบบดั้งเดิมไปแล้ว

เหรียญทองแดงทั้งหมดรวมถึงเหรียญห้าจู ล้วนถูกสั่งห้ามนำมาหมุนเวียนโดยสิ้นเชิง

หลักการที่ว่า “เงินเลวขับไล่เงินดี” นั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่สมมาตรของข้อมูลข่าวสาร การที่ฝ่ายรับเงินเลวไม่ทราบมูลค่าที่แท้จริงของมัน จึงทำให้การทำธุรกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ หากอีกฝ่ายล่วงรู้มูลค่าที่แท้จริงของเงินเลวแล้ว จะยังมีใครยินดีรับมันไว้อีกหรือ?

ก็เหมือนกับธนบัตรปลอมในยุคหลัง มีเพียงตอนที่ผู้ถูกหลอกคิดว่าเป็นของจริงเท่านั้น จึงจะยอมรับ มิฉะนั้นชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะยอมรับธนบัตรปลอมไว้ในมือ?

เพียงแต่ การแลกเปลี่ยนสินค้าแบบดั้งเดิมนั้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าพาณิชย์ ทว่าในขณะนี้ก็ยังไม่มีวิธีแก้ไขที่ดีกว่า คงต้องรอจนกว่าฤดูเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป ราคาเสบียงอาหารเริ่มทรงตัว จึงค่อยทำการปรับเปลี่ยน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา

ตู้หย่วนเดินกระแทกส้นเท้าเสียงดังตึงตังเข้ามา ราวกับมีไฟลุกไหม้อยู่ที่ก้น พอทรุดตัวลงนั่งในห้องโถงได้ ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นายท่าน… พวกผู้คนจากเหอตงและเหอเน่ยเอาแต่ปักหลักอยู่ที่นี่ วันๆ เอาแต่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ จับกลุ่มกันอยู่หน้าจวนที่ว่าการ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะขอรับ…” ทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน สายตาของคนพวกนั้นช่างเหมือนกับลูกหมาที่น่าสงสาร จ้องมองมาด้วยความหวังอย่างเปี่ยมล้น ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของตู้หย่วน ผู้ดูแลด้านลอจิสติกส์ในปัจจุบัน อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องรีบร้อน…” เผยเฉียนหัวเราะ “เหวินเจิ้ง (ตู้หย่วน) อย่าได้หลงกลรูปโฉมภายนอกของคนพวกนี้เชียว… คนพวกนี้ก็แค่เสียดายทรัพย์สินเท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่าบ้านแตกสาแหรกขาดอีกเยอะ…”

ในยุคราชวงศ์ฮั่นเมื่อมาถึงรัชสมัยของพระเจ้าฮั่นหลิงตี้ บรรดาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลในชนบทเหล่านี้ได้สร้างป้อมปราการค่ายคูไว้มากมาย กักตุนเสบียงอาหารและทรัพย์สมบัติไว้จนกินไม่หวาดไม่ไหว บัดนี้เพียงแค่เห็นเสบียงที่สะสมไว้ถูกเผยเฉียนใช้เล่ห์เหลี่ยมกอบโกยไปส่วนหนึ่ง ส่วนทรัพย์สินเงินทองในบ้านก็กลายเป็นเพียงเศษทองแดงไร้ค่า มันช่างปวดร้าว…

มันคือความรู้สึกปวดใจอย่างแสนสาหัส…

ทว่ายังห่างไกลจากขั้นที่พวกเขาจะไม่มีข้าวกิน หรือถึงขั้นล้มละลายเพราะภาวะเงินเฟ้อในครั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน พวกเขายังพอจะแบกรับไหว

เพียงแต่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ำท่วม ผนวกกับโรคระบาดที่เกิดจากภัยสงครามต่างหาก ที่จะเป็นตัวทำลายล้างระบบคฤหาสน์เศรษฐกิจของบรรดาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลเหล่านี้จนพังทลายลงอย่างราบคาบ

“เหวินเจิ้ง ท่านว่า ข้าปล่อยให้พวกเขารอมาหลายวันแล้ว เหตุใดจึงยังไม่มีใครลุกขึ้นมาเป็นแกนนำ สร้างความวุ่นวายให้พวกเราเลยล่ะ?”

ตู้หย่วนก็ไม่ได้มีความขัดเขินอันใด เขาเอื้อมมือไปหยิบเหยือกน้ำข้างกาย รินน้ำใส่ชามแล้วดื่มอึกๆ จนหมด ก่อนจะตอบว่า “ตลอดสองข้างทางมีแต่ความโหดร้ายทารุณ ขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมดแล้ว ผู้ใดจะกล้ากระทำการบุ่มบ่ามเล่า?” ลานประหารหลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมถนนหลวง แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหวาดกลัวจนไม่กล้าหันไปมอง ตอนนี้แทบทุกคนในเขตเหอตงต่างก็ล่วงรู้ถึงความโหดเหี้ยมเด็ดขาดของเผยเฉียน จัดการจนแม้แต่พวกชาวหูยังหวาดกลัวจนยอมศิโรราบ แล้วใครเล่าจะกล้ามาลูบคมพญามัจจุราชผู้นี้?

“เรื่องนี้…” เผยเฉียนถึงกับยกมือขึ้นเกาหัว เดิมทียังคิดว่าหากมีใครกล้ากระโดดออกมา ก็จะจับพวกตัวเล็กตัวน้อยมาเชือดไก่ให้ลิงดูสักหน่อย แถมยังจะได้กอบโกยผลประโยชน์เพิ่มอีกนิด แต่ดูเหมือนตอนนี้จะทำไม่ได้เสียแล้ว?

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note