You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม อากาศที่เดิมทีแจ่มใสในตอนเช้า จู่ๆ ก็มีเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้น หยาดฝนเม็ดโตตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาราวกับของฟรี ฟาดใส่ผ้าใบกระโจมจนดังเปาะแปะ ราวกับวินาทีถัดมามันจะถูกฝนกระหน่ำจนขาดวิ่น

ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ จังหวะการโจมตีผิงหยางที่แต่เดิมดำเนินอยู่ จึงจำต้องชะลอลง

แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับอวี๋ฝูหลัว แต่เดิมเขาก็ไม่สนใจเรื่องของผิงหยางอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงอยู่แต่ในกระโจมของตัวเองมาตลอด

แต่ตอนนี้ อารมณ์ของอวี๋ฝูหลัวกลับสับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก…

อวี๋ฝูหลัวมองดาบตรงหน้า ลังเลตัดสินใจไม่ถูก

นี่คือดาบศึกเล่มเก่า ฝักดาบเป็นหนังวัวเก่าๆ เพราะใช้งานมานาน จึงดูดำขลับและเป็นเงางาม บนฝักดาบยังประดับด้วยเขี้ยวหมาป่าหลายซี่ คมดาบและสีแดงจางๆ ที่ซ่อนอยู่บนตัวดาบ เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างไม่ต้องสงสัยว่า ดาบเล่มนี้ไม่ใช่แค่ของประดับ แต่ยังเคยดื่มกินเลือดสดๆ มาแล้วมากมาย

ดาบเล่มนี้ มีชาวหูคนหนึ่งเพิ่งจะนำมาส่งให้

ชาวหูคนนั้นมีชื่อว่า อาต่า

อาต่า อาต่า

อวี๋ฝูหลัวพึมพำสองสามรอบ จู่ๆ ก็ส่ายหัว

บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่ว่า…

อาต่า ในภาษาหู มีความหมายว่ากระดูก

แต่ในระบบภาษาของชาวหู อาหารที่พวกเขากินมากที่สุดคือเนื้อวัวและเนื้อแกะ และพอกินเนื้อหมด กระดูกก็คือสิ่งที่กินไม่ได้ เป็นของเหลือทิ้ง เป็นของไร้ประโยชน์ เป็นของต่ำต้อย…

หากอาต่าคนนี้ถูกเลือกมาเป็นทูตส่งสารเพราะชื่อนี้ล่ะก็ หึ อวี๋ฝูหลัวพ่นลมหายใจออกทางจมูก

ม่านประตูกระโจมถูกเลิกขึ้น ฮูฉูเฉวียนเดินเข้ามา พลางตบหยาดฝนที่เกาะตามตัวอย่างสูญเปล่า และกล่าวว่า “ฝนตกหนักขนาดนี้… ท่านข่าน ท่านเรียกหาข้าหรือ?”

อวี๋ฝูหลัวให้ฮูฉูเฉวียนนั่งใกล้ๆ หน่อย แล้วก็เก็บดาบเข้าฝัก วางลงบนโต๊ะ เลื่อนไปข้างหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “เมื่อกี้นี้ มีคนส่งมาให้ เจ้าลองดูสิ…”

สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนอกกระโจม ส่งเสียงดังเปาะแปะไม่หยุดหย่อน ชวนให้รู้สึกรำคาญใจ

ฮูฉูเฉวียนรับดาบมา ร้องเอ๊ะออกมาคำหนึ่ง การตกแต่งของดาบไม่ได้เป็นรูปแบบที่ชาวฮั่นมักใช้กัน แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชาวหู

ฮูฉูเฉวียนลูบเขี้ยวหมาป่าที่ประดับอยู่บนฝักดาบ พบว่าเขี้ยวเหล่านี้ล้วนเป็นเขี้ยวบนของหมาป่า…

แม้หมาป่าหนึ่งตัวจะมีเขี้ยวขนาดใหญ่สี่ซี่ แต่สำหรับหมาป่าตัวผู้ เขี้ยวบนไม่เพียงแต่เป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือแสดงความแข็งแกร่งของเพศผู้ด้วย ดังนั้น เขี้ยวบนของหมาป่าตัวผู้มักจะหนาและใหญ่กว่า และเขี้ยวที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับเหล่านี้ ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่หมาป่าตัวผู้ธรรมดาที่อายุน้อย…

หากดาบเล่มนี้อยู่ในมือของชาวฮั่นธรรมดา ก็คงดูไม่ออกว่ามีความพิเศษอะไร แต่อวี๋ฝูหลัวและฮูฉูเฉวียนต่างก็เป็นคนที่เติบโตมาบนทุ่งหญ้า ความคุ้นเคยกับหมาป่าของพวกเขามีไม่น้อยไปกว่าม้าเลย จึงสามารถแยกแยะความแตกต่างนี้ได้อย่างง่ายดาย

หมาป่าตัวผู้ที่อายุน้อย มักจะมีเขี้ยวที่ค่อนข้างเบา และพื้นผิวจะค่อนข้างเรียบเนียน เรียกได้ว่าค่อนข้างสวยงาม ส่วนหมาป่าตัวผู้ที่แก่แล้ว เพราะผ่านการต่อสู้มามากกว่าหมาป่าหนุ่ม เขี้ยวจึงหนาและใหญ่กว่า มีรอยขีดข่วนมากกว่า น่าเกลียดกว่า ตอนที่ถือไว้ในมือ ราวกับจะได้กลิ่นคาวเลือดที่กระหายเลือดจากเนื้อฟันบนเขี้ยว โดยเฉพาะร่องเลือดที่ลากยาวจากปลายฟันไปจนถึงยอดฟันนั้น ยิ่งเข้มข้น…

“นี่…” ฮูฉูเฉวียนประเมินน้ำหนักของเขี้ยวหมาป่าแต่ละซี่ กล่าวว่า “…เกรงว่าคงไม่ใช่เขี้ยวของหมาป่าตัวผู้ธรรมดา… อาจจะเป็นเขี้ยวของจ่าฝูงหมาป่า…”

ฮูฉูเฉวียนนับจำนวนเขี้ยวที่พันอยู่บนฝักดาบอีกครั้ง มีทั้งหมดสิบแปดซี่ เก้าคู่…

หากเดาไม่ผิด ก็หมายความว่าต้องฆ่าจ่าฝูงหมาป่าถึงเก้าตัว ถึงจะนำเขี้ยวของพวกมันมาเป็นเครื่องประดับดาบของตัวเองได้!

แม้ตนเองและชาวหูทางเหนือจะเคารพบูชาหมาป่า และมีธรรมเนียมใช้เขี้ยวหมาป่าเป็นเครื่องประดับ แต่การทำตัวบ้าคลั่งเลือกเฉพาะเขี้ยวบนสองซี่ของจ่าฝูงหมาป่ามาเป็นเครื่องประดับแบบนี้ มีไม่มากนักจริงๆ ประเด็นสำคัญคือ ดาบเล่มเดียว ใช้เขี้ยวของจ่าฝูงหมาป่าถึงเก้าตัว…

ฮูฉูเฉวียนจู่ๆ ก็นึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“สวรรค์เบื้องบน!” ฮูฉูเฉวียนแทบนั่งไม่ติด ราวกับถูกอะไรทิ่มแทงใต้ก้น รีบถามอย่างร้อนรน “…ท่านข่าน… ดาบเล่มนี้… คงไม่ใช่… ของ… ของไอ้บ้านั่นใช่ไหม? ไอ้บ้านั่นมาแล้วหรือ?”

ในดินแดนทางเหนือ มีตำนานเล่าขานว่า มีคนบ้าคนหนึ่ง เคยขี่ม้าลุยเดี่ยว ไล่ล่าฝูงหมาป่า ภายในเวลาหนึ่งเดือน ฆ่าจ่าฝูงหมาป่าของฝูงหมาป่าเก้าฝูง ตัดเขี้ยวของจ่าฝูงหมาป่ามาเก้าคู่ จนในที่สุด ฝูงหมาป่าที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าคิดเจ้าแค้นและผูกใจเจ็บที่สุด ถึงกับต้องวิ่งหนีเตลิดไปเมื่อได้ยินชื่อของเขา…

คนบ้าผู้นั้น มีนามว่า ลิป้อ

อวี๋ฝูหลัวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กล่าวว่า “ดาบเป็นของเขา แต่ตัวคน น่าจะยังไม่ได้มาที่นี่…”

ฮูฉูเฉวียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง “แล้วดาบเล่มนี้ใครเป็นคนส่งมา?”

“ชาวฮั่นที่อยู่ในตลาดนั่นแหละ ที่ชื่อเผยเฉียนส่งคนมาให้” อวี๋ฝูหลัวกล่าว

“แค่ส่งดาบมาเล่มเดียว?”

“ยังมีข้อความอีกประโยคหนึ่ง —— หากคิดตกแล้วว่าหมายความว่าอย่างไร ก็ให้ไปหาเขาที่ทางเหนือห่างออกไปสิบลี้” อวี๋ฝูหลัวมองฮูฉูเฉวียนแล้วกล่าวว่า “ท่านอ๋องขวาของข้า เจ้าคิดว่าดาบเล่มนี้… มีความหมายว่าอะไร?”

ฮูฉูเฉวียนแทบไม่ได้คิดเลย ก็เอ่ยปากถามสวนกลับไปว่า “อืม ท่านข่าน แล้วท่านว่าเขาส่งมาแบบนี้ หมายความว่ายังไงล่ะ?”

อวี๋ฝูหลัวเลิกคิ้วขึ้น ถลึงตาใส่ฮูฉูเฉวียน

ฮูฉูเฉวียนหดคอลง ก้มหน้า ลูบคลำดาบ ไม่กล้าพูดอะไร

“ตอนนี้เจ้าเป็นอ๋องขวาแล้ว สักวันหนึ่งต้องคุมทัพด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้นยังจะวิ่งมาถามข้าทุกวันอีกหรือว่าหมายความว่ายังไง?”

ฮูฉูเฉวียนหาข้ออ้างตามสัญชาตญาณ กล่าวว่า “นั่นชาวฮั่นนะ พวกเราบุตรแห่งหมาป่าไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนขนาดนั้นหรอก…”

อวี๋ฝูหลัวตบโต๊ะดัง “ปัง” ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด “ตอนนี้พวกเราต้องไปข้องแวะกับชาวฮั่นแล้ว ถ้าไม่ใช้สมอง โดนเขากินเข้าไปยังไม่รู้ตัวเลยว่าตายยังไง! ยิ่งไปกว่านั้น บุตรแห่งหมาป่า… หึ! ไป๋หม่าถงล่ะ? ซิวเก้อหูล่ะ? ฮาลั่วล่ะ? เจ้าคิดว่าพวกเขาไม่ใช้สมองเหมือนเจ้าหรือไง?!”

ฮูฉูเฉวียนฝืนทนรับน้ำลายที่พ่นออกมาจากปากอวี๋ฝูหลัว นิ่งคิดอยู่นาน จู่ๆ ก็พูดอย่างดีใจว่า “ข้ารู้แล้ว ความหมายของดาบเล่มนี้คือ ชาวฮั่นที่ตลาดนั่น เป็นพวกเดียวกับไอ้บ้านั่น!”

“อืม” อวี๋ฝูหลัวกุมขมับ กลอกตาบน กล่าวว่า “…แล้วมีอะไรอีก?”

ความหมายตื้นๆ แค่นี้ ใครๆ ก็คิดได้ทั้งนั้นแหละ…

เฮ้อ! ทำไมข้าถึงมีน้องชายที่โง่ขนาดนี้นะ…

ฮูฉูเฉวียนเบิกตากว้าง “หา? ยังมีอีกหรือ?!”

อวี๋ฝูหลัวทนไม่ไหวจริงๆ จึงบอกใบ้ไปประโยคหนึ่ง “น่าจะยังมีอีกสาม ไม่สิ สี่ความหมาย… เจ้าลองคิดดูให้ดีๆ ถึงสถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้… แล้วก็ คนของชาวฮั่นที่ตลาดที่ส่งดาบมาให้ ก็เป็นชาวหูเหมือนกัน ชื่อว่า… อาต่า…”

“อาต่า? ชื่อเน่าๆ นี่กับดาบมันเกี่ยวข้องกันยังไง? นี่… มันยังมีความหมายอะไรอีก? ยังมีอีกสามสี่อย่างเลยหรือ…” ฮูฉูเฉวียนแทบจะร้องไห้ออกมา ท่านข่านพี่ชายข้าเอ๋ย ท่านเอาดาบเล่มนี้มาฟันข้าเสียเลยยังดีกว่า…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note