You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลังจากตำรวจรวบรวมเบาะแสแล้ว ก็ให้คำมั่นกับเลอแมร์ว่าจะรีบสืบหาคนร้ายให้เร็วที่สุด และได้ทิ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้สองนายเพื่อคุ้มกันกรมสรรพากร

แผนเดิมของเลอแมร์คือให้ลูกน้องไปที่ตลาด หรือโรงงานเพื่อทำความคุ้นเคยกับงานก่อน แต่หลังจากเกิดเหตุลอบทำร้ายหลายครั้ง เขาจึงทำได้เพียงสั่งให้ทุกคนห้ามออกจากกรมตำรวจเวลาทำงาน และเวลาจะกลับบ้านต้องไปกันสามคนขึ้นไป

ถึงกระนั้น ในช่วงเวลาต่อมาก็ยังมีคนของกรมสรรพากรถูกลอบทำร้ายอยู่ดี แถมยังมีกลุ่มคนร้ายกว่าสิบคนวิ่งมาที่กรมตำรวจเพื่อปาหินและของติดไฟใส่หน้าต่างสำนักงาน เกือบจะเผาอาคารกรมสรรพากรเสียแล้ว จนกระทั่งตำรวจที่ประจำการอยู่ที่กรมสรรพากรยิงปืนขู่ ถึงได้สลายการชุมนุมของพวกนั้นไปได้

หลังจากนั้น จากการสืบสวนของตำรวจ ยืนยันได้เพียงว่าคนที่ลอบโจมตีกรมสรรพากรไม่ใช่พวกอันธพาล และลงมืออย่างลับๆ ดูมีความเป็นมืออาชีพมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหาเบาะแสของคนร้ายได้ในเวลาอันสั้น

ชั่วขณะหนึ่ง ภายในกรมสรรพากรต่างก็อกสั่นขวัญแขวน ถึงขนาดมีเจ้าหน้าที่สรรพากรยื่นใบลาออกกับเลอแมร์แล้วด้วยซ้ำ

ด้วยความหมดหนทาง เลอแมร์จึงทำได้เพียงส่งรายงานไปยังปารีส เพื่อขอจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้กับกรมสรรพากร

……

ปารีส

ในสำนักงานกรมสรรพากรแห่งชาติฝรั่งเศส ผู้ตรวจการคนใหม่ รอแบสปีแยร์ ขมวดคิ้วมองดูกองรายงานที่กองเป็นภูเขาบนโต๊ะ สีหน้าของเขาซีดเผือด

รายงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรายงานจากกรมสรรพากรในพื้นที่ต่างๆ ที่แจ้งเรื่องการถูกลอบทำร้าย ในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่สรรพากรถูกฆ่าตายไปแล้ว 2 คน บาดเจ็บกว่า 40 คน แม้ว่าระบบตำรวจจะพยายามสืบสวนหาคนร้ายอย่างสุดความสามารถ แต่ตอนนี้จับได้เพียงสามหรือสี่คนเท่านั้น สถานการณ์เลวร้ายมาก

หัวหน้ากรมสรรพากรส่วนใหญ่ขอให้เพิ่มเจ้าหน้าที่คุ้มกัน และก็มีบางส่วนที่ขอลาออกเลยก็มี

รอแบสปีแยร์รู้ดีว่า งบประมาณของกรมสรรพากรแค่เอามาจ่ายเป็นเงินชดเชยให้คนเจ็บยังแทบจะไม่พอเลย การจะจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้นั้นเป็นไปไม่ได้เลย

เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แบกรับอยู่บนบ่า เคานต์ฟูเช่ อธิบดีกรมสรรพากร รับผิดชอบดูแลเรื่องเงินภาษีเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นเขาเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด และหากเรื่องนี้จัดการได้ไม่ดี ก็จะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีของทั้งประเทศ

เขาครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนอื่นก็ลงมือเขียนร่างสุนทรพจน์ที่ปลุกใจ เพื่อใช้ดึงขวัญกำลังใจ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อลดจำนวนเจ้าหน้าที่สรรพากรที่ขอลาออก

ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น เขาคิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออกจริงๆ จึงทำได้เพียงลุกขึ้นแล้วสั่งคนรับใช้ชายว่า: “ช่วยเตรียมรถม้าหน่อย ฉันจะไปที่พระราชวังตุยเลอรี”

ใช่แล้ว สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้มีเพียงการไปของบประมาณจำนวนหนึ่งจากมกุฎราชกุมาร เพื่อเพิ่มกำลังคุ้มกันให้กับกรมสรรพากร

ชั้นสองของพระราชวังตุยเลอรี

โจเซฟอ่านเอกสารในมืออย่างละเอียด เมื่อยืนยันว่าจำนวนเงินไม่มีปัญหา ก็จรดปากกาเซ็นชื่อ แล้วประทับตราต่อท้าย

แมทธิว เดอ เลเฟบวร์ ผู้ว่าการธนาคารฝรั่งเศสที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา รับเอกสารไปอย่างนอบน้อม แล้วถามว่า: “ฝ่าบาทครับ การเคลื่อนย้ายเงินทุนในตอนนี้ดูเหมือนจะเร็วไปสักหน่อย กระหม่อมเกรงว่าอาจจะทำให้เกิดความสงสัยได้

“ฝ่าบาททรงเห็นว่า เงินสองก้อนที่ผ่านทางปัวตูและเบอร์กันดี จำเป็นต้องแบ่งออกอีกครั้ง แล้วค่อย ‘เรียกเก็บ’ ในสัปดาห์หน้าไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

โจเซฟคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า: “ข้อเสนอแนะของท่านมีเหตุผลมาก เอาตามที่ท่านว่าก็แล้วกัน อ้อ ต้องระวังเรื่องความลับให้ดีด้วย คนที่จะจัดการเรื่องนี้ทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยข่าวกรองก่อน ถึงจะใช้งานได้”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

หากมีใครได้เห็นเอกสารในมือของบารอนเลเฟบวร์ล่ะก็ คงจะต้องตกใจกับจำนวนเงินบนนั้นแน่ๆ

นั่นคือคำร้องขออนุมัติการโอนเงินจำนวนหลายก้อน รวมเป็นเงินสูงถึง 13 ล้านฟรังก์!

ความจริงแล้ว ปัจจุบันการคลังของฝรั่งเศสไม่มีเงินหลักร้อยล้านฟรังก์เลย และยิ่งไม่มีทางที่จะมีเงินเข้าบัญชีสัปดาห์ละหลายสิบล้านได้

ก่อนหน้านี้โจเซฟรวบรวมเงินมาได้เพียง 50 ล้านฟรังก์ จากช่องทางต่างๆ เช่น ประกันภัย การจัดการความมั่งคั่ง และอสังหาริมทรัพย์

และเงินจำนวนนี้ นอกจากรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แล้ว เงินทุนส่วนอื่นๆ ล้วนเป็นของบริษัทประกันภัย แม้ว่าเขาจะสามารถนำมาใช้หมุนเวียนได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่มีทางนำไปใช้เป็นงบประมาณแผ่นดินได้จริงๆ

ดังนั้น หากยกเลิกระบบเหมาเก็บภาษี รายจ่ายทางการคลังที่บรียานจะสามารถใช้ได้ในปีหน้า จะมีเพียง 26 ล้านฟรังก์เท่านั้น อย่างมากที่สุดไม่เกินหนึ่งเดือน การจ่ายเงินเดือนข้าราชการ การดำเนินงานของรัฐบาล ตลอดจนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ก็จะหยุดชะงักลงทั้งหมด

หากต้องการจะรักษาเสถียรภาพของสถานการณ์ โจเซฟก็ต้องกู้เงินจากผู้รับเหมาเก็บภาษีให้ได้

อย่างน้อย 150 ล้านฟรังก์

แต่เขาก็รู้ดีว่า สิ่งที่ผู้รับเหมาเก็บภาษียึดเป็นที่พึ่งก็คือการที่รัฐบาลไม่มีเงิน มีเพียงการจ่ายเงินค่าเหมาเก็บภาษีเท่านั้นที่จะทำให้รัฐบาลเดินต่อไปได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะต้องยืนกรานที่จะเหมาเก็บภาษีต่อไปอย่างแน่นอน

ดังนั้น เขาจึงต้องสร้างภาพลวงตาว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอเสียก่อน ถึงจะทำลายแผนการของบรรดาเจ้าสัวนายหน้าเก็บภาษีได้

ด้วยเหตุนี้ โจเซฟจึงใช้เงิน 50 ล้านฟรังก์ในมือเป็น “อุปกรณ์ประกอบฉาก” เพื่อสร้างกลลวงขึ้นมา

เขารู้ดีว่า นายหน้าเก็บภาษีมีสายสืบอยู่ในธนาคารทุกแห่ง จะต้องรู้จำนวนเงินในบัญชีของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน

เขาสั่งให้คนนำเงินเหล่านี้ไปฝากไว้ในธนาคารต่างประเทศก่อน จากนั้นก็ให้ธนาคารฝรั่งเศสกู้เข้ามาอย่างเปิดเผยในนามของเงินกู้

จากนั้นธนาคารฝรั่งเศสก็จะจ่ายเงินก้อนนี้ให้กับธนาคารในระดับท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือสาขาของธนาคารฝรั่งเศส โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ในรูปแบบของการจัดสรรงบประมาณให้กับมณฑลต่างๆ

เนื่องจากเงินจำนวนนี้เป็นงบประมาณของปีหน้า ผู้ว่าการมณฑลแต่ละแห่งจึงได้แต่มองตาปริบๆ เอามาใช้ไม่ได้

หลังจากนั้นก็จะเป็นการดำเนินการอย่างลับๆ

ธนาคารท้องถิ่นจะแอบปล่อยกู้เงินในบัญชีของรัฐบาลมณฑลออกมาในรูปแบบของเงินกู้ระยะสั้น แล้วโอนกลับไปที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารฝรั่งเศสในปารีสทันที หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นเห็นงบประมาณเข้าบัญชีแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะไม่ไปตรวจสอบบัญชีอีก ใครจะไปคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ “ธนาคารกลาง” จะแอบยักยอกงบประมาณท้องถิ่นไปใช้ส่วนตัว

เงินกู้เหล่านี้ล้วนดำเนินการโดยคนที่โจเซฟแต่งตั้งมาเป็นการส่วนตัว หลังจากเซ็นสัญญาเงินกู้แล้ว ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารฝรั่งเศสก็จะนำกลับไปที่ปารีสด้วยตัวเอง ล็อกไว้ในตู้เซฟของผู้ว่าการธนาคารฝรั่งเศส และมีคนจากหน่วยข่าวกรองเฝ้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

จากนั้น เงินที่กู้มาจากคลังท้องถิ่นก็จะถูกนำไปฝากในธนาคารต่างประเทศอีกครั้ง และไหลกลับเข้าสู่บัญชีของธนาคารฝรั่งเศสอีก

นี่แหละคือความจริงของ “มีเงินโอนเข้าบัญชีรัฐบาลฝรั่งเศสกว่า 100 ล้านฟรังก์ แถมยังมีเงินโอนเข้ามาเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์” ที่สมาคมนายหน้าเก็บภาษีสืบเจอ

อันที่จริง ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลลัพธ์มาจากการเอาเงิน 50 ล้านฟรังก์มาหมุนไปหมุนมานั่นแหละ

เพื่อความลับของการดำเนินการย้ายของจากมือซ้ายไปมือขวา โจเซฟยังได้แต่งตั้งผู้จัดการและผู้ช่วยผู้จัดการสาขาของธนาคารฝรั่งเศสเป็นการเฉพาะกว่าสิบคน เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเงินทุน “การกู้ยืมแบบย้อนกลับ” ทั้งหมด

นี่มันสงครามจิตวิทยาชัดๆ

หากทางสมาคมนายหน้าเก็บภาษีเห็นว่ารัฐบาลหาเงินได้เพียงพอแล้ว แต่ยังคงนิ่งเฉยอยู่ โจเซฟก็คงจะไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว

แต่เขามั่นใจมากว่า เมื่อเขาค่อยๆ งัดไม้เด็ดออกมาใช้ทีละอย่าง พวกหน้าเงินพวกนั้นจะต้องยอมจำนนอย่างแน่นอน

เมื่อบารอนเลเฟบวร์จากไป เออร์มานด์ก็พารอแบสปีแยร์ที่มีสีหน้ากระวนกระวายใจ เคาะประตูเดินเข้ามา

คนหลังมีสีหน้าละอายใจอยู่ตลอดเวลา หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็พูดอย่างอ้ำอึ้งว่า: “ฝ่าบาท กระหม่อมต้องขอรายงานสถานการณ์บางอย่างให้พระองค์ทราบพ่ะย่ะค่ะ… กรมสรรพากรในพื้นที่ต่างๆ ถูกลอบทำร้ายอย่างหนัก ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่สรรพากรถูกฆ่าตายไปแล้ว 2 คน บาดเจ็บหลายสิบคน…”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note