You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ริมฝั่งแม่น้ำเฝินสุ่ย ทหารโจรโพกผ้าเหลืองวัยรุ่นสองคนกำลังหมอบซุ่มอยู่ริมตลิ่ง สายตาจดจ้องไปยังชายชราคนหนึ่งที่กำลังถือท่อนไม้ปลายแหลมตกปลาอยู่เบื้องหน้า

“แบบนี้จะตกได้จริงหรือ?” คนที่หมอบอยู่ข้างหลังพึมพำเสียงเบาหวิว

อีกคนรู้สึกรำคาญจึงเตะเบาๆ ไปทีหนึ่ง พร้อมกับกระซิบเสียงเบาไม่แพ้กัน “หุบปากไปเลย ขืนไปกวนผู้เฒ่าเตียว เดี๋ยวก็โดนเตะหรอก!”

เบ็ดเหล็กย่อมไม่มี ว่ายน้ำก็ไม่เป็น แต่พอเห็นคนอื่นจับปลาจากแม่น้ำได้ก็เกิดอยากกินขึ้นมา เลยต้องหาวิธีตัดกิ่งไม้มาเหลาให้แหลม แล้วดึงด้ายจากเสื้อผ้ามาผูกกับไส้เดือน กลายเป็นเบ็ดตกปลาแบบดั้งเดิมที่สุด…

จู่ๆ ผู้เฒ่าเตียวที่หมอบอยู่ริมตลิ่งก็กระตุกมือแล้วเหวี่ยงขึ้น ปลาขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงขึ้นมาดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนฝั่ง

เด็กวัยรุ่นทั้งสองคนรีบกระโจนเข้าไปตะครุบ ไม่สนว่าครีบปลาจะตำมือ ใช้มือทั้งสี่ข้างกดปลาไว้แน่น ยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง น้ำลายไหลย้อยลงมาตามมุมปาก ร้องตะโกนอย่างไม่เป็นศัพท์ “ปลา! ปลาโว้ย…”

ผู้เฒ่าเตียวรีบวิ่งเข้ามา ตบหัวเด็กทั้งสองคนดังเพียะ แต่ไม่ได้แรงมากนัก “มารดามันเถอะ! จะแหกปากหาอะไรวะ เดี๋ยวคนอื่นก็แห่กันมาหรอก!” พูดจบก็มองซ้ายมองขวา แล้วรีบดึงคอเสื้อเด็กทั้งสองคนลากเข้าไปซ่อนในพุ่มไม้ข้างๆ

ความชื้นริมแม่น้ำค่อนข้างสูง ทำให้กอหญ้าเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น เมื่อทั้งสามคนก้มตัวมุดเข้าไป เสียงกอหญ้าสั่นไหวเพียงครู่เดียวก็กลืนร่างของพวกเขาหายไปจนมองไม่เห็นร่องรอย มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบดังแว่วออกมาเท่านั้น…

“ผู้เฒ่าเตียว ทำไมไม่ตกมาเพิ่มอีกสักสองตัวล่ะ… ตัวเดียวมันจะไปพอกินได้ยังไง…”

“พวกเอ็งนี่มันไม่รู้อะไรเลย! ของกินน่ะ ต้องตกถึงท้องก่อนถึงจะนับว่าเป็นของเรา! ขืนตกต่ออีกตัว หึ! ถ้าเกิดมีคนมาเจอตอนกำลังตกอยู่จะทำยังไง? วันนี้ผู้เฒ่าคนนี้จะสอนอะไรให้เอาบุญนะ แบบนี้เขาเรียกว่า… อืม… เขาเรียกว่า ‘ฮุบไว้กินเองคนเดียว’ เข้าใจไหมล่ะ?”

“ฮุบ… ฮุบไว้กินเอง? ฮุบไว้กินเองคืออะไรอ่ะ อร่อยไหม?”

ภายในกระโจม โฮจ๋ายเดินวนไปวนมา เอามือไพล่หลัง คำพูดของเอียวฮองเหมือนลูกแมวนับพันตัวที่คอยขีดข่วนหัวใจของเขาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาไม่มีสมาธิแม้แต่จะเช็ดถูหยกชิ้นโปรดที่มักจะนำออกมาทำความสะอาดเป็นประจำ

ต่อมาเอียวฮองก็ไม่ยอมปริปากพูดเรื่องอ๋องกบฏอะไรนั่นอีกเลย เอาแต่พูดจาเฉไฉไปเรื่องอื่น…

แต่หลังจากโฮจ๋ายกลับมา เขาก็ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเค้าความจริงอยู่บ้าง

ก็ใช่น่ะสิ ระดับอ๋องเชียวนะ จะไม่รู้จักเตรียมทางหนีทีไล่ให้ลูกหลานเลยหรือ?

นั่นระดับอ๋องเลยนะ!

ขนาดตัวเขาเอง กอบโกยเงินทองมาตั้งมากมายยังเตรียมหาที่ซ่อนไว้ให้ลูกหลาน แล้วอ๋องคนนั้นจะไม่คิดทำบ้างเลยหรือ?

ดังนั้น อ๋องกบฏคนนั้นต้องมีสมบัติซ่อนอยู่แน่ๆ!

ต้องเป็นของล้ำค่าทั้งนั้นแน่ๆ!

โฮจ๋ายกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

พวกขุนนางมีเงินกันทั้งนั้น!

ยิ่งเป็นขุนนางตำแหน่งสูง ก็ยิ่งมีเงินมาก!

นี่คือความคิดที่ฝังรากลึกอยู่ในหัวของโฮจ๋าย

ทันใดนั้น ทหารกบฏโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในกระโจม ลดเสียงลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ท่านแม่ทัพ ทางนู้น… ดูเหมือนจะกำลังรวบรวมพวกจอบกับเสียมอยู่ขอรับ…”

โฮจ๋ายเบิกตากว้าง พึมพำว่า “จอบกับเสียมงั้นหรือ?” เขาโบกมือไล่ทหารคนนั้นออกไป ก่อนที่ดวงตาของเขาจะกลอกไปมาอย่างใช้ความคิด

“มารดามันเถอะ! เจ้านั่นคิดจะฮุบไว้กินเองคนเดียวสินะ!”

เมื่อคิดได้เช่นนั้น โฮจ๋ายก็แทบจะนั่งไม่ติด ยืนก็ไม่อยู่ เขารีบพาคนสนิทสองสามคนตรงดิ่งไปยังกระโจมของเอียวฮอง ทันทีที่ทหารหน้ากระโจมรายงานตัวเสร็จ โฮจ๋ายก็แหวกม่านพรวดพราดเข้าไปทันที ภาพที่เห็นคือเอียวฮองกำลังซ่อนจอบเหล็กอันหนึ่งไว้ใต้เสื่อ…

“หึหึ! ข้าว่านะท่านแม่ทัพเอียว เอาล่ะ ไม่ต้องซ่อนแล้ว ข้าเห็นหมดแล้ว!” โฮจ๋ายนั่งลงตรงที่ว่างโดยไม่รอให้เอียวฮองเชิญ

เอียวฮองหัวเราะแห้งๆ สองสามเสียง แล้วนั่งลงตาม “เอ่อ… ท่านโฮจ๋าย ทำไมถึงมีเวลาว่างมาหาข้าอีกล่ะเนี่ย…”

“ถ้าไม่มา จะรู้ได้ยังไงว่าท่านแม่ทัพเอียวกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมตัวรวย?”

“หา?! เรื่องนั้น…” เอียวฮองหัวเราะฝืดๆ เอ่ยว่า “ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก! ไม่มีจริงๆ!”

โฮจ๋ายแค่นเสียงอย่างเหยียดหยาม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พูดแบบนี้หมายความว่าท่านแม่ทัพเอียวไม่เห็นข้าเป็นพี่น้องแล้วใช่ไหม? ไม่ยอมบอกใช่ไหม? ก็ได้…” พูดจบก็ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป

เอียวฮองรีบคว้าแขนโฮจ๋ายไว้ ทำท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าก็แค่ได้ยินมาเหมือนกัน ยังไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน เลยยังไม่มั่นใจ ถ้าขืนบอกเจ้าไป แล้วเกิดมันเหลวเป๋วขึ้นมา มันก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่…”

“บนโลกนี้ เรื่องยากที่สุดก็คือการหาเงินนี่แหละ! จะมีเรื่องไหนในใต้หล้านี้ที่รับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าทำแล้วจะรวยบ้างล่ะ ท่านเอียวฮอง เจ้าพูดมาเถอะ ข้าขอรับรองเลยว่า จะไม่บ่นสักคำ!” โฮจ๋ายตบหน้าอกรับประกัน

เอียวฮองจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ โฮจ๋าย แล้วกระซิบกระซาบอยู่ครู่หนึ่ง…

“อะไรนะ?! เรื่องจริงหรือ?!” โฮจ๋ายทั้งตกใจทั้งดีใจ

เอียวฮองถอนหายใจ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเท็จ แต่ได้ยินมาว่ามีคนชื่อเผยอะไรสักอย่าง ตอนนี้พาคนไปเริ่มขุดดินเตรียมพื้นที่ตรงนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า…”

“หา?! งั้นจะรออะไรอีกล่ะ? รีบถอนค่ายเถอะ!” โฮจ๋ายเร่งเร้าอย่างร้อนรน “ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง จะมีใครบ้าไปอยู่ที่รกร้างว่างเปล่าแบบนั้นล่ะ?”

เอียวฮองทำท่าลังเล “ก็จริงนะ ดูมีเหตุผลอยู่ แต่… แต่ว่าตอนนี้พวกเราต้องร่วมมือกับท่านแม่ทัพฮันเพื่อตีเซียงหลิง ขืนอยู่ไกลกันเกินไปมันก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ ตามแผนเดิมของข้าคือ กะจะส่งคนไปขู่เจ้านามสกุลเผยนั่นให้หนีไปก่อน แล้วพวกเราค่อยกลับมาจัดการเรื่องนี้ทีหลัง…”

“เจ้านามสกุลเผยนั่นมีทหารเท่าไหร่กัน?”

“ก็ราวๆ พันกว่าคนนั่นแหละ” เอียวฮองตอบ “จำนวนแน่ชัดข้าก็ไม่ค่อยรู้หรอก…”

“แค่พันกว่าคน หึ!” โฮจ๋ายแค่นเสียงดูถูก ก่อนที่ดวงตาจะกลอกไปมาอย่างมีแผนการ “…เอาอย่างนี้ไหม ท่านเอียวฮอง เจ้าก็อยู่ที่นี่คอยสนับสนุนท่านแม่ทัพฮันล่องลงมาตามแม่น้ำเฝินสุ่ย ส่วนข้าจะนำกำลังส่วนตัวล่วงหน้าไปไล่ต้อนเจ้านามสกุลเผยนั่นออกไปก่อน! ขืนปล่อยให้มันขุดเจอสมบัติไปก่อน พวกเราก็ชวดน่ะสิ?”

เอียวฮองเบิกตากว้างมองโฮจ๋าย “ท่านโฮจ๋าย เจ้าไม่ได้คิดจะฮุบไว้กินเองคนเดียวใช่ไหม?”

โฮจ๋ายหัวเราะแห้งๆ “เป็นไปได้ยังไง?! ข้า โฮจ๋าย ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก! ข้าขอสาบานในนามของท่านแม่ทัพสวรรค์เลยว่า หลังจากไล่เจ้านั่นไปได้แล้ว จะไม่ลงมือขุดเด็ดขาด จะรอจนกว่าเจ้าจะมาถึงแล้วค่อยลงมือพร้อมกัน! ข้ารับรองเลย! เอาล่ะ ตกลงตามนี้นะ!”

พูดจบ โฮจ๋ายก็ไม่รอให้เอียวฮองพูดอะไรต่อ รีบขอตัวลาจากไปอย่างเร่งรีบ

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทหารกบฏโพกผ้าเหลืองคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานเอียวฮอง “เรียนท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพโฮจ๋ายนำกองกำลังส่วนตัวถอนค่ายล่วงหน้าไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ขอรับ!”

“เข้าใจแล้ว!”

เอียวฮองพยักหน้า ส่งสัญญาณให้ทหารคนนั้นออกไป เขานิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา สำเร็จแล้ว ตอนนี้เขาก็สามารถมุ่งหน้าลงใต้ไปยังหลินเฝินได้โดยตรง จากนั้นก็สลัดคราบกบฏทิ้ง…

“ถ่ายทอดคำสั่ง ถอนค่ายมุ่งหน้าลงใต้!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note