You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

จะว่าไปชาวซงหนูกลุ่มนี้ก็ถือว่าโชคร้ายจริงๆ พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีชาวเกี๋ยงทำหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมให้เผยเฉียน ดังนั้นตอนที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ แม้จะสังเกตเห็นร่องรอยของชาวเกี๋ยงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งถูกปิดล้อมเอาไว้อย่างแน่นหนา

แน่นอนว่า หากเป็นกองทหารม้าของชาวฮั่น จะสามารถตามหาหุบเขาแห่งนี้จนเจอได้หรือไม่นั้นก็ยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่

เดิมทีหลี่น่ากู่เพียงแค่อยากจะหยั่งเชิงพลังรบของกองทัพที่เผยเฉียนนำมา จึงเอ่ยปากก่อนหน้านี้ว่า จะให้คนของเผยเฉียนลงมือ หรือจะให้ชาวเกี๋ยงเป็นฝ่ายลงมือ แต่สิ่งที่หลี่น่ากู่ไม่คาดคิดก็คือ ผลจากการหยั่งเชิงนี้กลับเหมือนกับการแกะพัสดุออกแล้วพบว่ามันไม่ใช่ของขวัญที่ทำให้ใจฟู แต่กลับเป็นระเบิดที่ส่งมาทางไปรษณีย์จนทำให้ใจสั่นด้วยความหวาดกลัวแทน

ม้าเอี๋ยนค่อยๆ ควบม้ากลับมา แล้วลงจากม้า คลายเชือกที่รัดหน้าท้องม้าออกบางส่วน จากนั้นก็ล้วงเอาเมล็ดถั่วบางส่วนออกจากถุงย่ามบนหลังม้าป้อนเข้าปากม้าศึก แล้วตบที่คอของมันเบาๆ ปล่อยให้ม้าศึกที่กำลังหอบหายใจและพ่นลมออกจมูกฟืดฟาดไปพักผ่อนอยู่ด้านข้าง

เมื่อหลี่น่ากู่เห็นม้าเอี๋ยนกลับมา ทั่วทั้งร่างก็ราวกับมีเห็บหมัดเกาะอยู่เต็มไปหมด รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก บิดตัวไปมาซ้ายทีขวาที ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ข้าจะไปดูข้างหน้าสักหน่อยว่าเจอสินค้าของท่านเจ้าเมืองเผยหรือเปล่า…” หลี่น่ากู่พูดจบก็ไม่รอให้เผยเฉียนตอบรับ ขี่ม้าตรงไปข้างหน้าทันทีราวกับถูกเข็มทิ่มก้น

เผยเฉียนลงจากม้า ยืนคู่กับม้าเอี๋ยน เขามองซ้ายมองขวา ดูเหมือนจะมีแต่เลือดของชาวซงหนู ไม่เห็นมีบาดแผลอะไรเลย “เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่”

ม้าเอี๋ยนมีสีหน้าภาคภูมิใจเล็กน้อย หัวเราะพลางกล่าวว่า “แค่พวกไก่อ่อนสุนัขขี้เรื้อน จะทำอันตรายข้าได้อย่างไร”

เผยเฉียนส่งสายตาไปทางหลี่น่ากู่ หัวหน้าเผ่าชาวเกี๋ยงที่กำลังตะโกนโหวกเหวกสอบสวนชาวซงหนูที่ยอมจำนนเพื่อหาสินค้าอยู่กลางหุบเขา พลางกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้พี่เซิ่งหยวนเคยรู้จักเขาหรือไม่”

ท่าทางกระอักกระอ่วนของหลี่น่ากู่หลังจากรู้ฐานะของม้าเอี๋ยนนั้น ต่อให้เป็นคนตาก็บอดสัมผัสได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเผยเฉียนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงทำได้เพียงมาถามม้าเอี๋ยน

คงไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนม้าเอี๋ยนเคยพาคนไปพังถิ่นของหลี่น่ากู่มาหรอกนะ

เลือดที่แห้งกรังติดอยู่บนคอทำให้คันยุบยิบ ม้าเอี๋ยนจึงยกมือขึ้นเกา จากนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “อืม จำไม่ค่อยได้แล้ว…”

จากเมืองซ่างจวิ้นมาก็ห้าหกปีแล้ว ความทรงจำหลายๆ อย่างก็เริ่มเลือนลาง ม้าเอี๋ยนจำไม่ได้จริงๆ ว่าก่อนหน้านี้เคยมีความเกี่ยวข้องอะไรกับหลี่น่ากู่บ้าง

ช่างเถอะ ในเมื่อม้าเอี๋ยนเองก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยมีเรื่องอะไรกัน ก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ปล่อยผ่านไปก่อนเถอะ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ต่อไปก็คงจะได้รู้เอง

เผยเฉียนมองชาวเกี๋ยงที่กำลังรื้อค้นหาสินค้าไปทั่วหุบเขา แล้วหันไปมองฮองเฉิง

ฮองเฉิงพยักหน้าเงียบๆ

เผยเฉียนลอบชื่นชมฮองเฉิงอยู่ในใจ ทักษะการทำงานของสหายซู่เยี่ยชักจะเชี่ยวชาญขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ…

ไม่นานนัก หลี่น่ากู่ก็หาสินค้าที่เผยเฉียนทำหายไปได้เกือบทั้งหมด แต่กลับยังไม่พบชามทองแดงประดับเงินที่ว่ากันว่าจะทำให้เทพศิลาขาวยินดีใบนั้น…

อันที่จริง สินค้าของเผยเฉียนแต่เดิมก็ไม่มีชามใบนี้อยู่แล้ว สินค้าเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นของขวัญอะไรที่จะมอบให้หลี่น่ากู่ด้วย แต่มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเช่นนี้แหละ เวลาที่รู้ว่าคนอื่นทำกระเป๋าตังค์หล่นหาย คนส่วนใหญ่ก็คงจะแอบสมน้ำหน้าอยู่ลึกๆ และมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเอ่ยปากถามไถ่และแสดงความห่วงใยถึงความเสียหาย แต่หากเป็นกระดาษแบงก์ร้อยในกระเป๋าของตัวเองหายไปเพียงใบเดียว ก็คงจะครุ่นคิดทบทวนอยู่ครึ่งค่อนวันว่า ตกลงแล้วแบงก์ใบนี้หล่นหายไปหรือว่าใช้จ่ายไปแล้วกันแน่

หลี่น่ากู่เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เมื่อรู้ว่าเผยเฉียนทำสินค้าหล่นหาย เขาไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นสิ่งที่เผยเฉียนเตรียมไว้มอบให้ตน โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเผยเฉียนบรรยายถึงชามทองแดงประดับเงินอันวิจิตรตระการตาใบนั้น แม้คนจะทนได้ แต่เทพศิลาขาวทนไม่ได้ พลังต่อสู้จึงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในพริบตา

แต่น่าเสียดาย ในมือเผยเฉียนมีชามทองแดงประดับเงินอยู่ใบหนึ่งจริงๆ แต่เป็นของที่ชุยโฮ่วนำมาถวาย ไม่ใช่ของที่จะมอบให้หลี่น่ากู่

ทว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาอะไร ตอนที่กำลังสะกดรอยตามชาวซงหนู เผยเฉียนก็ให้ฮองเฉิงส่งคนกลับไปแล้ว หนึ่งคือเพื่อส่งข่าว และสองก็นำชามใบนั้นมาด้วย…

เมื่อเผยเฉียนเห็นสายตาของฮองเฉิงก็เข้าใจได้ทันที คงซ่อนไว้เรียบร้อยแล้วสินะ

และก็เป็นไปตามคาด จากการรื้อค้นของชาวเกี๋ยง ในที่สุดพวกเขาก็พบชามทองแดงประดับเงินที่หลี่น่ากู่หมายปองมานานในถุงย่ามใบหนึ่งที่หล่นอยู่ใต้ม้าที่ตายแล้ว…

หลี่น่ากู่ชูชามทองแดงขึ้นกลางอากาศ ชื่นชมมันพลางเปล่งเสียงอุทาน

อันที่จริงเผยเฉียนสงสัยอย่างหนักว่าเส้นเงินที่เรียกว่าเส้นเงินนั้น อาจจะไม่ใช่เงินบริสุทธิ์จริงๆ เพราะเส้นมันขาวมากและไม่มีรอยดำของเงินเลย ช่างฝีมืออาจจะผสมโลหะอื่นๆ ลงไปเพื่อความสวยงาม แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ เมื่ออยู่ใต้แสงแดด สีของทองแดงขับเน้นเส้นสีขาว ทำให้ดูขรึมและงดงาม ต่อให้เป็นคนที่ไม่มีหัวศิลปะเลยแม้แต่น้อย ก็สามารถมองปราดเดียวแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นของชั้นดี

แต่ทว่า…

จู่ๆ หลี่น่ากู่ก็กระโดดเหยงราวกับถูกใครฟันเข้าให้ ประคองชามวิ่งมาตรงหน้าเผยเฉียน ชี้ไปที่รอยตำหนิใหม่เอี่ยมที่เห็นได้ชัดบนชามพลางกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองเผย… รอยนี้… เดิมทีก็มีอยู่แล้วหรือ”

“อ๊ะ?!” เผยเฉียนรับชามทองแดงมา เดาะลิ้นถอนหายใจ “ชามที่สวยงามขนาดนี้… เฮ้อ… น่าเสียดายจริงๆ…”

ตรงมุมหนึ่งของชามทองแดง บนลวดลายกลีบดอกไม้อันวิจิตร มีรอยขีดข่วนลึกๆ รอยหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าอาจจะเกิดจากการถูกมีดฟัน หรืออาจจะถูกหัวลูกศรขูดผ่าน ทำให้เส้นเงินที่ฝังอยู่บางส่วนขาดสะบั้น ร่องรอยเช่นนี้ ต่อให้ซ่อมแซมอย่างประณีตแค่ไหน ก็ไม่มีทางกลับมาสมบูรณ์แบบเหมือนเดิมได้อีก ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกขัดตาและนึกเสียดายอย่างยิ่ง

“เอาอย่างนี้ ข้าเปลี่ยนใบใหม่ให้พี่น้องเทพศิลาขาวดีหรือไม่” เผยเฉียนมองหลี่น่ากู่ กล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ

“ได้หรือ แล้วมันจะเหมือนใบนี้ไหม” หลี่น่ากู่กลอกตาไปมา แววตาฉายแววความโลภออกมาให้เห็น

“ชามใบนี้มีเพียงใบเดียวในโลก! ถ้าจะเปลี่ยนจริงๆ ก็มีแค่ชามทองแดงธรรมดา ไม่มีลวดลายอะไร…” เผยเฉียนส่ายหน้าพลางกล่าว “ชามแบบนี้ ต่อให้เป็นช่างที่ชำนาญก็ต้องใช้เวลาทำอย่างน้อยหนึ่งปี! เพราะฉะนั้นจะมีใบที่เหมือนกันได้อย่างไร น่าเสียดายที่ลวดลายอันงดงามเช่นนี้กลับต้องมาได้รับความเสียหายแบบนี้…”

เมื่อได้ยินว่าไม่มีชามใบที่สองที่เหมือนกัน หลี่น่ากู่ก็เงียบไปด้วยความผิดหวัง

ลังเลอยู่นาน สุดท้ายหลี่น่ากู่ก็รับชามที่มีรอยตำหนิใบนั้นกลับไป ไม่ตัดใจเปลี่ยนไปรับชามธรรมดาๆ ถึงอย่างไร ชามใบนี้ก็ยังดีกว่าชามทองแดงธรรมดาๆ พวกนั้นเป็นร้อยเท่า…

แต่หลี่น่ากู่ก็ก้มมองชามใบนั้น แล้วใช้นิ้วมือลูบไล้รอยขีดข่วนนั้นอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการจะใช้มือลบรอยนี้ให้เลือนหายไป แต่รอยนี้ลึกเหลือเกิน ไม่ว่าจะลูบอย่างไรก็ไม่มีทางลบเลือน…

จู่ๆ หลี่น่ากู่ก็เงยหน้าขึ้นมองพวกซงหนูที่คุกเข่าอยู่ด้านข้าง ในดวงตาฉายแววรังเกียจอย่างสุดซึ้ง “…ไอ้พวกลูกหลานหมาป่าบัดซบพวกนี้! ข้าจะฆ่าพวกมัน!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note