You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ความแข็งแกร่งของพวกชาวหูอยู่บนหลังม้า คำกล่าวนี้อาจจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงนัก เพราะเผยเฉียนได้เห็นกับตาว่า พวกชาวหูแค่เอาเศษผ้ามาผูกไว้บนหลังม้า ก็สามารถนั่งบิดตัวไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับนักกายกรรมที่ขี่จักรยานล้อเดียวเลี้ยงชามไว้บนหัวในยุคหลัง ดูเหมือนจะตกลงมาแหล่มิตกลงมาแหล่ แต่พอบิดตัวไปมานิดหน่อย ก็กลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม…

ท่วงท่าของนักกายกรรมอาจจะดูตลกหรือสวยงาม แต่ท่วงท่าของพวกชาวหูไม่ได้ทำให้รู้สึกตลกหรือสวยงามเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความหวาดกลัวเท่านั้นที่จะแล่นเข้ามาในหัวใจ

ทหารภายในค่ายเป่ยชวี เมื่อเห็นพวกชาวหูเริ่มบุกทะลวงเข้ามา หลายคนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยสัญชาตญาณ แม้ว่าเสียงสูดลมหายใจของแต่ละคนจะเบามาก แต่เมื่อหลายคนสูดลมหายใจพร้อมกัน มันก็กลายเป็นเสียง “ซี้ด” ดังลั่น

เสียงนั้นราวกับสายลมหนาวเหน็บจากทิศเหนือ ที่พัดกระหน่ำมาจากดินแดนน้ำแข็ง พุ่งเข้าชนบ้านเรือนที่ชาวฮั่นสร้างขึ้นอย่างรุนแรง แล้วลอดผ่านรอยต่อของประตูและหน้าต่างเข้ามา

พวกชาวหูที่ควบม้าอยู่แนวหน้า จู่ๆ ก็ง้างธนูขึ้น แล้วยิงลูกศรโค้งขึ้นฟ้าเป็นสาย จากนั้นลูกศรก็ตกลงมาปักอยู่หน้ากำแพงไม้ของค่าย

นี่คือการกะระยะยิงของพวกชาวหู!

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ถึงจะยิงลูกศรข้ามกำแพงไม้มาโดนคนข้างในได้…

เผยเฉียนหันไปมองลูกศรที่ปักอยู่หน้ากำแพงไม้ มองเห็นขนนกที่หางลูกศรเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ และยังมองเห็นทหารใหม่บางคนที่ตกใจกลัวจนต้องย่อตัวหลบเพียงเพราะลูกศรไม่กี่ดอกนั้น เขาขมวดคิ้วมุ่น

เปลวเพลิงและคาวเลือดที่ด่านหานกู่กวน ได้สอนบทเรียนมากมายให้เผยเฉียน รวมถึงวิธีที่จะยืนหยัดเบิกตากว้างเผชิญหน้ากับความตายที่คุกคามเข้ามา เพราะมีเพียงการลืมตาเท่านั้น ถึงจะมองเห็นได้ชัดเจนว่าเคียวของยมทูตจะฟาดฟันลงมาที่ใด ยืนให้ตรง ถึงจะรู้ว่าควรจะรับมือหรือหลบหลีกอย่างไร ไม่ใช่เอาแต่หลับตาหดหัวงอตัวเป็นกุ้ง แบบนั้นไม่ได้ช่วยให้กลายเป็นเม่นหรอก แต่จะกลายเป็นแค่ลูกชิ้นเนื้อในตะเกียบของยมทูตเท่านั้น

แต่เห็นได้ชัดว่า ทหารใหม่ที่อยู่ข้างๆ เขายังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

หวงเฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างค่อยๆ ยกธนูแข็งในมือขึ้น แล้วง้างสายธนู

เสียง “ผึง” ดังขึ้นเบาๆ เส้นสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นในพริบตา แล้วก็หายไปในพริบตาเช่นกัน มีเพียงรอยเลือดขนาดใหญ่ที่เบ่งบานขึ้นบนร่างของหัวหน้าชาวหูที่ควบม้านำหน้ามาเท่านั้น ที่เป็นหลักฐานว่าเส้นสีดำสายนั้นเคยมีอยู่จริง

ลูกศรพุ่งทะลุร่างของชาวหูคนแรก แล้วพุ่งไปปักที่ตัวม้าของชาวหูคนถัดไป ม้าตัวนั้นขาหน้าอ่อนแรง ล้มคะมำลงกับพื้นทันที ทหารม้าที่อยู่บนหลังก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นขึ้นฟ้า ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

กลุ่มชาวหูที่กำลังควบม้าเข้ามาใกล้เกิดความโกลาหลขึ้นชั่วขณะ เพื่อหลบซากม้าและเพื่อนที่นอนอยู่บนพื้น แต่ก็กลับมารวมกลุ่มกันได้อย่างรวดเร็ว ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหินบนพื้นดิน ศพของเพื่อนชาวหูไม่ได้ทำให้ขวัญกำลังใจของพวกลดลง แต่กลับยิ่งกระตุ้นความบ้าคลั่งของพวกมัน พวกชาวหูหมอบตัวต่ำ ซ่อนตัวอยู่หลังคอของม้า แล้วพุ่งเข้าใกล้ค่ายอย่างรวดเร็ว

ชาวหูที่อยู่แถวหน้า จู่ๆ ก็โผล่ตัวขึ้นมาจากหลังคอม้า ง้างธนูที่เตรียมไว้แล้วขึ้นฟ้า ราวกับพงหนามที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน จากนั้นพงหนามเหล่านั้นก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วพุ่งตรงเข้าใส่เป้าหมายหลังกำแพงค่ายอย่างดุดัน!

“โล่!”

“ยกโล่ขึ้น!”

ทหารผ่านศึกที่ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาระดับล่างตะโกนลั่น พร้อมกับย่อตัวลงและยกโล่ในมือขึ้นเหนือหัวให้มากที่สุดเพื่อป้องกันร่างกาย

ทหารใหม่ที่ไหวตัวทัน ก็รีบทำตามทหารผ่านศึก พยายามรวมกลุ่มกัน ยกโล่ขึ้นสูงเพื่อป้องกันตัวเองจากลูกศรที่ตกลงมาจากฟ้า ส่วนพวกที่ยังมึนงงทำตัวไม่ถูก บางคนก็ถูกลูกศรยิงเข้าให้แล้ว ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ล้มลงไปกองกับพื้น

พวกชาวหูแถวหน้าพอยิงธนูเสร็จก็ควบม้าหลบออกไปด้านข้าง จากนั้นแถวที่สอง แถวที่สามก็เข้ามาแทนที่…

พวกชาวหูบังคับม้าได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นขาทั้งสองข้างของตัวเอง พวกเขาควบม้าเหยาะๆ วาดเป็นครึ่งวงกลมเล็กๆ หน้าค่ายเป่ยชวี แล้วก็กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง เตรียมยิงธนูระลอกที่สอง

พวกชาวหูทำทุกขั้นตอนได้อย่างชำนาญ ราวกับกำลังบรรเลงเพลงมรณะ เสียงสายธนูดังผึงๆ ราวกับจังหวะการเต้นรำของยมทูต ลูกศรที่ตกลงมาจากฟ้าก็ราวกับเคียวของยมทูต ที่คอยเก็บเกี่ยวชีวิตผู้คนไปทีละคนๆ

เผยเฉียนเองก็ย่อตัวลงครึ่งหนึ่งเหมือนกับหวงเฉิง ยกโล่ขึ้นมองผ่านรอยต่อของกำแพงไม้ พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หันไปมองทหารที่ถูกลูกศรยิง เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้หันไปมอง ก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดหรือช่วยชีวิตพวกเขาได้ในทันที ดังนั้นเขาจึงต้องจดจ่อความสนใจทั้งหมดไปที่ขบวนโจมตีของพวกชาวหู เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

เพราะลูกศรนั้นต้องใช้เงินซื้อ หัวลูกศรก็ต้องทำจากเหล็ก แม้ชาวหูจะใช้กระดูกสัตว์แหลมๆ มาทำเป็นลูกศรได้ แต่ลูกศรแบบนั้นก็เบาเกินไป ไม่เหมาะกับการยิงแบบโค้ง ดังนั้น การยิงธนูกดดันแบบนี้จึงไม่สามารถทำได้ตลอดไป และพวกชาวหูก็คงไม่ได้หวังว่าแค่ยิงธนูไม่กี่ดอกแล้วจะสามารถตีค่ายเป่ยชวีให้แตกได้

มีชาวหูหลายคนควบม้าพุ่งออกมาจากขบวน พวกเขาไม่ได้ถือธนู แต่กำลังกวัดแกว่งเชือกบ่วงบาศ ส่งเสียงโห่ร้องที่ไม่รู้ความหมาย ราวกับกำลังจะคล้องแกะคล้องม้า พุ่งตรงไปที่คูน้ำหน้าค่าย คล้องบ่วงบาศเข้าที่ขวากไม้กั้นม้าตรงประตูค่ายได้อย่างแม่นยำ แล้วก็รีบควบม้าหันหลังกลับ…

นี่คือยุทธวิธีการตีค่ายที่พวกชาวหูถนัด เรียบง่ายและได้ผล คือใช้พลธนูม้าเคลื่อนที่เร็วคอยกดดันยิงทหารที่อยู่หลังกำแพงค่าย จากนั้นก็ใช้เชือกคล้องขวากไม้ รั้วกั้น หรือแม้กระทั่งกำแพงไม้ของค่าย อันไหนดึงได้ก็ดึง อันไหนดึงไม่ได้ก็ดึงให้ล้ม เพื่อเปิดทางให้ทหารม้าบุกทะลวง จากนั้นก็กรูเกรียวกันเข้าไปกวาดล้างค่ายให้ราบคาบ

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดำเนินไปตามความคาดหมายของพวกชาวหู ราวกับเพลงเก่าที่ร้องสืบต่อกันมาหลายปี ไม่ต้องคิดอะไรมาก ท่อนต่อไปก็มาอยู่ที่ริมฝีปากแล้ว

เมื่อพวกชาวหูเห็นว่าคล้องขวากไม้หน้าค่ายได้แล้ว ก็พากันส่งเสียงโห่ร้องยินดี ราวกับมองเห็นภาพค่ายแตกอยู่ตรงหน้า แต่เสียงโห่ร้องนั้นก็หยุดชะงักลงอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็ดที่กำลังร้องก้าบๆ แล้วถูกบีบคออย่างกะทันหัน…

เพราะสิ่งที่ถูกดึงจนล้มคว่ำ ไม่ใช่ขวากไม้หน้าค่าย แต่เป็นชาวหูที่ควบม้าหนีกลับไปนั่นแหละ!

เพราะเชือกผูกติดอยู่กับตัวม้า เมื่อเชือกตึงขึ้นอย่างกะทันหัน มันก็รัดหน้าอกและท้องของม้าจนแน่น ม้าชาวหูทั้งสี่ตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบจะในพริบตา ตอนที่ล้มลง ขาก็หักกระดูกแตก ถูกพื้นผิวที่ขรุขระครูดจนเลือดสาด แม้จะยังส่งเสียงร้องโหยหวน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าคงไม่รอดแล้ว…

ส่วนพวกชาวหูที่ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง สองคนในนั้นหัวและหน้าอกกระแทกพื้นก่อน ตายคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว ส่วนอีกสองคนขาหัก กระดูกสีขาวซีดแทงทะลุผิวหนังออกมา เผยให้เห็นไขกระดูกสีเหลืองอ่อน จากนั้นเลือดก็พุ่งออกมาอาบย้อมสีขาวและเหลืองนั้นให้กลายเป็นสีแดงคล้ำอย่างรวดเร็ว…

เสียงม้าและชาวหูล้มกระแทกพื้นอย่างแรง ราวกับเป็นการตีกระหน่ำกลองอย่างสะเปะสะปะในบทเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ และยังเหมือนกับเป็นการยัดเยียดตัวโน้ตที่ผิดเพี้ยนอย่างรุนแรงเข้าไปในท่วงทำนอง ทำลายจังหวะการบรรเลงที่ราบรื่นของพวกชาวหูในพริบตา…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note