You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หากมีปัญหาใดที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในตอนนี้ ก็ให้วางมันไว้ก่อน

นี่คือวิธีที่เผยเฉียนมักจะใช้ในยุคหลัง แม้จะดูเหมือนการหนีปัญหาไปบ้าง แต่บางครั้งมันก็ได้ผลดีชะงัดนัก

ก็เหมือนกับเวลาหาของในบ้านไม่เจอ ยิ่งพยายามหา ยิ่งค้นจนข้าวของกระจุยกระจายก็ยิ่งหาไม่เจอ แต่พอลองนั่งพัก ดื่มน้ำ กินข้าว แล้วเข้าห้องน้ำสักหน่อย พอกลับมาหยิบนู่นจับนี่ ของสิ่งนั้นก็โผล่มาให้เห็นซะงั้น

ดังนั้น เมื่อเผยเฉียนคิดไม่ออกว่าทำไมตระกูลเว่ยแห่งเหอตงถึงได้จ้องเล่นงานเขา เขาก็เลยปล่อยวางไปก่อน เพราะตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่ารอเขาอยู่

การให้ตู้หย่วนล่วงหน้ามาสร้างค่ายไว้ก่อน แม้จะดูเสี่ยงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้อันตรายถึงขั้นนั้น เพราะเป่ยชวีถือว่าอยู่ใกล้กับซานฝู่มาก ต่อให้ชาวเกี๋ยงและชาวหูบุกมา ก็คงไม่ปักหลักอยู่ที่นี่นาน อย่างมากก็แค่ปล้นสะดมแล้วจากไป ดังนั้นถ้าลงมือให้เร็ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ดูเหมือนว่าตู้หย่วนจะทำงานได้ดีทีเดียว แถมยังทำได้ดีมากด้วย โดยเฉพาะการเลือกทำเลที่ตั้งค่ายเป่ยชวีนี่ ถือว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติเลยจริงๆ

พูดกันตามตรง ที่นี่ยังไม่ถึงเป่ยชวีด้วยซ้ำ เผยเฉียนก็ไม่รู้ว่าทำเลที่ตั้งของอำเภอเป่ยชวีจริงๆ จะดีกว่าที่นี่หรือไม่ แต่สำหรับตอนนี้ การเลือกทำเลตั้งค่ายตรงนี้ ถือว่าได้เปรียบทางชัยภูมิอย่างแท้จริง

แม่น้ำซินสุ่ยไหลผ่านบริเวณนี้ บังเอิญว่าเส้นทางน้ำถูกขนาบด้วยแนวเขาที่ทอดยาว ทำให้สายน้ำต้องไหลคดเคี้ยวเป็นรูปตัว S บริเวณส่วนโค้งครึ่งบนของตัว S มีพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบ ค่ายเป่ยชวีถูกสร้างขึ้นตรงบริเวณนั้น ด้วยเหตุที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำทั้งสามด้าน ในทางปฏิบัติแล้วจึงมีเส้นทางเข้าออกเพียงทางเดียว

ในทางยุทธศาสตร์ ค่ายเป่ยชวีเรียกได้ว่าเป็น “ค่ายผู้กล้า” อย่างแท้จริง คำว่า “ค่ายผู้กล้า” หมายถึงค่ายที่ไร้ช่องโหว่ ง่ายต่อการตั้งรับแต่ยากแก่การบุกโจมตี ตรงกันข้ามกับ “ค่ายขี้ขลาด”

กระแสน้ำเชี่ยวกราก แถมยังไหลอ้อมภูเขา การจะบุกโจมตีจากฝั่งภูเขานั้นทำได้ยากยิ่งนัก มีเพียงฝั่งที่ราบเรียบเท่านั้นที่เป็นเส้นทางบุกที่ดีที่สุด ซึ่งนี่ก็เป็นการจำกัดการกระจายกำลังพลของข้าศึก และทำให้ฝ่ายตั้งรับสามารถมุ่งความสนใจไปที่ทิศทางเดียวได้เต็มที่

กำแพงค่ายเป่ยชวีสร้างขึ้นจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ใช้ท่อนซุงสูงประมาณสี่เมตร ถากกิ่งก้านและเปลือกออก นำไปตอกลึกซึกลงไปในดิน ด้านล่างนำดินมาพอกและอัดให้แน่นอีกชั้น ท่อนซุงถูกทาด้วยโคลนจากแม่น้ำเพื่อป้องกันไฟ บนกำแพงไม้ยังมีเชิงเทิน และเหนือเชิงเทินก็มีเสาไม้ปลายแหลมปักเฉียงยื่นออกไปด้านนอกอีกจำนวนมาก…

นอกจากนี้ ตู้หย่วนยังเริ่มขุดคูน้ำและสร้างสะพานแขวนตรงกำแพงค่ายด้านนี้ด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมจะชักน้ำจากแม่น้ำซินสุ่ยเข้ามาเพื่อเพิ่มปราการป้องกันให้ค่ายอีกชั้น หากโครงการนี้แล้วเสร็จ ก็คงจะทำให้ผู้บัญชาการทหารฝ่ายตรงข้ามหมดความต้องการที่จะบุกโจมตีค่ายนี้ไปเลยทีเดียว

ค่ายที่ดีหรือไม่ดี ในแง่เล็กๆ ก็ช่วยปกป้องทหารจากการถูกรังควาน ในแง่ใหญ่ๆ ก็อาจจะส่งผลถึงชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของทั้งสงครามได้เลย…

ตู้หย่วนนำทหารจำนวนหนึ่งออกมารอรับ โค้งคำนับอย่างนอบน้อมอยู่ริมถนน

เผยเฉียนกระโดดลงจากหลังม้า เดินไปหยุดตรงหน้าตู้หย่วน แล้วกล่าวว่า “เหวินเจิ้ง ลำบากท่านแล้ว”

“เพื่อภารกิจกอบกู้ซ่างจวิ้นของนายท่าน ข้าจะกล้าบ่นว่าลำบากได้อย่างไร” ตู้หย่วนประสานมือตอบ ก่อนจะเหลือบไปเห็นม้าเอี๋ยนที่ยืนอยู่ข้างเผยเฉียน เขาก็ถึงกับชะงัก เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย “นี่มัน… ท่านอาม้า ไม่ใช่หรือ?”

ม้าเอี๋ยนหัวเราะฮ่าๆ แล้วกล่าวว่า “ตอนอยู่ใต้สังกัดท่านข้าหลวง ข้าก็ได้ยินชื่อเจ้ามาบ้าง แต่ไม่กล้ายืนยัน พอมาเห็นหน้าตอนนี้ ถึงได้รู้ว่าเป็นเจ้าจริงๆ! ฮ่าๆ น้องชายตระกูลตู้ของข้าตอนนี้สบายดีไหม?”

สีหน้าของตู้หย่วนหม่นหมองลง ทำความเคารพม้าเอี๋ยนก่อน แล้วจึงตอบเสียงเบาว่า “ท่านพ่อ… จากไปหลายปีแล้วขอรับ…”

ม้าเอี๋ยนชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจยาว แล้วไม่พูดอะไรอีก

เผยเฉียนเห็นดังนั้น จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง หันไปถามตู้หย่วนว่า “เหวินเจิ้ง เลือกที่นี่ได้อย่างไร? ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

สีหน้าของตู้หย่วนกลับหม่นหมองลงไปอีก เขาประสานมือตอบว่า “ตอนที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เคยมาสำรวจที่นี่หลายครั้ง ตั้งใจจะสร้างป้อมปราการที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นซ่างจวิ้นวุ่นวายไม่หยุด ท้ายที่สุดก็ไม่ได้สร้าง…”

เผยเฉียนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย ทำไมถึงวนเวียนอยู่แต่เรื่องนี้เนี่ย ทำได้เพียงกล่าวปลอบใจไปว่า “เหวินเจิ้งอย่าได้เศร้าโศกไปเลย การทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดาเจ้า ควรจะดีใจถึงจะถูกนะ”

ตู้หย่วนพยักหน้า ประสานมือขอบคุณในความหวังดีของเผยเฉียน

ขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินเข้าไปในค่าย ม้าเอี๋ยนก็หยุดชะงัก หันมองซ้ายมองขวา แล้วขมวดคิ้ว

ตู้หย่วนเห็นเข้า ก็หยุดเดินตาม แล้วถามว่า “ท่านอา การจัดวางค่ายมีอะไรบกพร่องหรือขอรับ?”

ม้าเอี๋ยนส่งเสียง “อืม” ออกมา แล้วกล่าวว่า “ค่ายน่ะไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า… หลานชาย… เจ้าได้ส่งทหารสอดแนมออกไปบ้างหรือไม่?”

ตู้หย่วนหน้าถอดสี ตอนที่เพิ่งมาถึงที่นี่ เขาก็ส่งทหารสอดแนมออกไปสำรวจรอบๆ อยู่บ้าง แต่สองวันมานี้ พอเห็นว่าค่ายใกล้จะเสร็จแล้ว จิตใจส่วนใหญ่ก็จดจ่ออยู่แต่กับเรื่องนี้ เพื่อจะเร่งสร้างค่ายให้เสร็จไวๆ จึงไม่ได้ส่งทหารสอดแนมออกไปเลย…

ม้าเอี๋ยนเห็นสีหน้าของตู้หย่วนก็เข้าใจทันที เขากระทืบเท้า หันหลังเตรียมจะไปจัดการเรื่องทหารสอดแนม

ตู้หย่วนรู้สึกละอายใจมาก รีบคุกเข่าลงขอรับโทษ แต่เผยเฉียนดึงไว้ บอกให้เข้าไปคุยกันในกระโจมก่อน

อย่างไรเสีย ตู้หย่วนก็ทำงานหนักหน่วง แถมคนก็มีไม่พอนัก จะมาด่วนตัดสินความผิดก่อนที่จะพูดถึงความดีความชอบ มันก็ไม่สมควร

เมื่อทุกคนเข้าไปในกระโจมกลางค่าย เพราะเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ จึงไม่มีอารมณ์จะคุยเล่นกันมากนัก เผยเฉียนจึงสั่งให้ทหารไปต้มน้ำมาให้ทุกคนดื่มแก้กระหาย และเพื่อเป็นการคลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ด้วย

ความจริงแล้ว บิดาของตู้หย่วนก็เป็นแค่ผู้ช่วยเจ้าเมือง ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการทหาร ตู้หย่วนเองก็ยังเด็ก คงจะเคยอ่านตำราพิชัยสงครามมาบ้าง แต่เรื่องจุกจิกพรรค์นี้ ย่อมเทียบไม่ได้กับคนที่คลุกคลีอยู่กับการทหารมาอย่างยาวนานอย่างม้าเอี๋ยนอยู่แล้ว

น้ำเดือดแล้ว ทหารรินใส่ชามแจกจ่ายให้ทุกคน ทุกคนต่างก็ยกขึ้นจิบเงียบๆ

ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกกระโจม ทำให้ใจของทุกคนร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“รายงาน! ห่างจากค่ายไปทางเหนือยี่สิบห้าลี้ พบทหารม้าสอดแนมของพวกชาวหูขอรับ!”

“ไปสืบมาใหม่!” ม้าเอี๋ยนตั้งสติได้เร็วที่สุด และเนื่องจากตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการทหารแห่งซ่างจวิ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบหลักด้านการทหาร จึงออกคำสั่งไปทันที

ทหารสอดแนมรับคำสั่งแล้วออกไป

“อะไรนะ?!” ตู้หย่วนหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาทันที มีพวกชาวหูจริงๆ ด้วย!

ชาวหูส่วนใหญ่เป็นทหารม้า การพบทหารม้าสอดแนมในระยะยี่สิบห้าลี้ ก็เท่ากับว่ากองทัพของพวกมันเข้ามาอยู่ในระยะจู่โจมแล้ว!

“เฉิงหย่วน ซูเย่ พวกท่านสองคนรีบไปจัดเตรียมกำลังคน เสริมการป้องกันค่าย เตรียมพร้อมรับศึก” หลังจากตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เผยเฉียนก็ออกคำสั่งทันที

ม้าเอี๋ยนและหวงเฉิงรับคำสั่งอย่างเคร่งขรึม แล้วรีบออกไป

ตู้หย่วนคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว กล่าวว่า “ข้าน้อยเลินเล่อ ขอให้นายท่านลงโทษด้วยขอรับ!”

“เจ้าสร้างค่ายมีความดีความชอบ แต่บกพร่องเรื่องการลาดตระเวน ถือว่าหักล้างกันไป แต่คราวหน้าอย่าได้ประมาทเช่นนี้อีก” เผยเฉียนยื่นมือไปพยุงตู้หย่วนให้ลุกขึ้น

ตู้หย่วนรับคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเปียกโชก

เรื่องนี้จะโทษตู้หย่วนทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะกองกำลังที่ตู้หย่วนมีนั้นไม่เพียงพอ และงานสร้างค่ายก็ยุ่งยากซับซ้อน คนที่ไม่มีประสบการณ์ทางทหารมากนัก สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

และแม้แต่ตัวเผยเฉียนเองก็ยังคาดไม่ถึงเลยว่าพวกชาวหูจะมาเร็วขนาดนี้ ในใจแอบนึกโชคดีที่ตนเองมาถึงก่อนก้าวหนึ่ง ไม่อย่างนั้น ลำพังแค่ทหารไม่กี่ร้อยนายที่ตู้หย่วนมี ต่อให้ทำเลตั้งค่ายจะดีแค่ไหน แต่เมื่อต้องเผชิญกับกำลังพลที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด ก็คงมีแต่ต้องพ่ายแพ้ยับเยินอย่างแน่นอน…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note