You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

กำหนดการย้ายเมืองหลวงนี้น่าจะถูกเคาะหลังจากที่เผยเฉียนและเตียวเลี้ยวเข้าเฝ้ารับรางวัลแล้ว มิฉะนั้นตอนที่เผยเฉียนทั้งสองคนไปถึงท้องพระโรง บรรยากาศคงไม่เงียบสงบขนาดนั้น…

แต่คำว่า “ปรึกษาหารือ” กำหนดการย้ายเมืองหลวงในการประชุมขุนนางครั้งนี้ น่าจะเป็นแค่การ “ปรึกษา” แต่เพียงในนาม ความจริงก็คือการประกาศฝ่ายเดียวเสียมากกว่า

จะว่าไป ตระกูลอ้วนและตระกูลเอียวช่างเยือกเย็นจริงๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่ลืมที่จะจัดการเรื่องเล็กๆ อย่างฝั่งเผยเฉียนให้เสร็จสิ้นก่อน ไม่แสดงอาการลุกลี้ลุกลนให้เห็นแม้แต่น้อย ยอดเยี่ยมจริงๆ…

เผยเฉียนประสานมือลาเผยหมิ่น จากนั้นก็นำม้าและชุดเกราะ พร้อมด้วยหวงเฉิง มุ่งหน้าไปยังจวนของชัวหยง

ตอนแรกคิดว่า ต่อให้ลิยูได้แผนที่ประกอบคำอธิบายไปแล้ว อย่างน้อยก็คงรออีกสักสี่ห้าวันถึงจะเริ่มย้ายเมืองหลวง นึกไม่ถึงเลยว่าจะกำหนดเป็นวันติงไฮ่!

ก็คืออีกสองวัน!

เรื่องราวเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนแผนการหลายอย่างที่เผยเฉียนวางไว้ต้องปรับเปลี่ยนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่อาจจะเป็นความน่าเศร้าของการเป็นเพียงหมากบนกระดาน หากไม่สามารถตั้งกฎเกณฑ์เองได้ ก็ทำได้เพียงเต้นไปตามกฎที่มีอยู่…

อีกสองวันงั้นหรือ…

เช่นนั้นตำแหน่งที่จะให้ไปรับที่ปิงโจว พรุ่งนี้น่าจะประกาศออกมา อย่างช้าก็มะรืนนี้ เพราะการย้ายเมืองหลวง สำนักราชเลขาธิการก็ต้องย้ายตามไปด้วย ดังนั้นเรื่องไหนที่จัดการได้ ก็ต้องรีบจัดการให้เสร็จก่อนให้ได้มากที่สุด การเดินทางอพยพอย่างไรเสียก็ไม่ค่อยสะดวกนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งซื่อหลางฝ่ายซ้ายจงหลางของเขาก็รับเบี้ยหวัดเทียบหกร้อยสือ แม้จะมีธรรมเนียมที่ว่าขุนนางเมืองหลวงออกไปรับตำแหน่งหัวเมืองจะได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นไปหนึ่งถึงสองขั้น แต่เผยเฉียนคาดว่าตัวเองคงได้เต็มที่ก็ระดับเทียบพันสือ…

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องตำแหน่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือตาเฒ่าชัวหยงต่างหาก…

ท่านอาจารย์ผู้นี้ไม่ยอมเปิดปากตกลงสักที ทำให้เผยเฉียนปวดหัวมาก

เผยเฉียนเคยคิดจะใช้กำลัง บังคับพาตัวตาเฒ่าชัวหยงหนีไปเลยด้วยซ้ำ…

แต่ความเสี่ยงมันสูงเกินไป แถมยังทำได้ยาก เหตุผลหลักที่ไม่กล้าลงมือ หนึ่งคือข้ออ้าง สองคือผลลัพธ์

หากจะใช้กำลัง ก็เท่ากับแตกหักกับชัวหยงอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าเผยเฉียนยังอยากวนเวียนอยู่ในแวดวงบัณฑิต หากไม่มีข้ออ้างที่ฟังขึ้น การหันอาวุธเข้าหาอาจารย์ของตนเอง มันต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย?

แล้วชัวหยงก็ยังมีชีวิตอยู่ดีมีสุขมาจนถึงตอนนี้ อำนาจของตั๋งโต๊ะก็ล้นฟ้า หากบอกว่าไปถึงฉางอันแล้วตั๋งโต๊ะจะหาเรื่องตายสารพัดรูปแบบ จนลากให้ชัวหยงโดนอองอุ้นฆ่าตายตามไปด้วย ใครจะไปเชื่อ?

ยิ่งไปกว่านั้น เกิดตอนลงมือ ตาเฒ่าชัวหยงเกิดคิดสั้น บาดเจ็บตรงไหนขึ้นมา เผยเฉียนก็จะกลายเป็นที่ประณามของสังคม หมดสิทธิ์อยู่ในแวดวงนี้อีกต่อไป…

ดังนั้น เผยเฉียนจึงทำได้เพียงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

มาจนถึงตอนนี้ เมื่อได้นั่งอยู่ต่อหน้าชัวหยง เผยเฉียนก็รู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว หากจะพูดถึงตำนานในคัมภีร์ประวัติศาสตร์ ตาเฒ่าชัวหยงรู้ดีกว่าเขาเสียอีก ก่อนหน้านี้เขาก็งัดเอามาใช้ไปไม่น้อย จะว่าได้ผลไหม ก็พอได้ผลอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่พอที่จะเปลี่ยนใจชัวหยงได้อยู่ดี

“วันติงไฮ่จะย้ายเมืองหลวง ท่านอาจารย์ทราบข่าวหรือยังขอรับ?” เผยเฉียนถาม

ชัวหยงพยักหน้า นี่ก็เป็นเรื่องที่เขากังวลมาตลอดเช่นกัน ในเมื่อตอนนี้กำหนดเวลาได้ถูกเคาะแล้ว ก็หมายความว่าเรื่องการย้ายเมืองหลวงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก

นี่ก็คือเหตุผลที่ตั๋งโต๊ะไม่เปิดการประชุมขุนนางครั้งใหญ่ แต่กลับใช้เรื่องที่ด่านหานกู่กวนมาเป็นข้ออ้างเปิดการประชุมขุนนางย่อย แล้วฟันธงลงไปเลย

เพื่อลดปัญหาแทรกซ้อนให้ได้มากที่สุด

ในวันติงไฮ่ พระเจ้าหลิวเสียและเชื้อพระวงศ์จะเป็นกลุ่มแรกที่ออกเดินทาง ขุนนางระดับสองพันสือขึ้นไปก็ต้องเดินทางไปด้วยในฐานะผู้ติดตาม ชัวหยงในฐานะจงหลางเจี้ยงฝ่ายซ้าย ย่อมมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มแรกที่จะต้องอพยพเช่นกัน

“ศิษย์มีเรื่องอยากจะขอร้อง…”

ชัวหยงไม่รอให้เผยเฉียนพูดจบ ก็เอ่ยขัดขึ้นว่า “จื่อเยวียนไม่ต้องเกลี้ยกล่อมข้าอีกแล้ว ข้ากินเบี้ยหวัดราชวงศ์ฮั่นมาหลายปี บัดนี้จะให้ข้าพูดจาพล่อยๆ แล้วทอดทิ้งราชวงศ์ฮั่นไปได้อย่างไร?”

เผยเฉียนถึงกับไปไม่เป็น ไม่รู้จะต่อบทอย่างไร

แม้ท่าทีของชัวหยงจะดูเด็ดขาด แต่เผยเฉียนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างด้วยความเฉียบแหลม

หากเป็นเมื่อก่อน ชัวหยงจะนั่งฟังเงียบๆ ก่อน แล้วค่อยๆ ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น…

แต่ในช่วงหลังๆ ที่เผยเฉียนพยายามเกลี้ยกล่อม โดยเฉพาะสองสามวันมานี้ หลังจากที่เกลี้ยกล่อมไปคราวก่อน ท่านอาจารย์ชัวหยงกลับเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่ได้ปฏิเสธเขาตรงๆ อีก…

แต่วันนี้ เผยเฉียนยังไม่ทันได้พูดอะไร ชัวหยงก็รีบพูดแทรกขึ้นมา นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

“ขอรับ” เผยเฉียนก้มหน้าตอบรับ จากนั้นก็ประสานมือ “ซยงหนูใต้เดี๋ยวกบฏเดี๋ยวสวามิภักดิ์ ก่อกวนชายแดน ปล้นสะดมชาวฮั่น ท่านอาจารย์พอจะมีแผนการดีๆ แนะนำหรือไม่ขอรับ?”

เมื่อเห็นว่าเผยเฉียนไม่ได้จะมาเกลี้ยกล่อมให้ตนเองหนีเอาตัวรอด ชัวหยงก็ผ่อนคลายลงบ้าง และเริ่มครุ่นคิดถึงคำถามของเผยเฉียนอย่างจริงจัง

เป็นความจริงที่ว่า หลังจากฟื้นฟูบ้านเมืองมากว่าเจ็ดสิบปี ในที่สุดพระเจ้าฮั่นอู่เต้ก็เริ่มลงมือกับเพื่อนบ้านที่ชอบมาเหิมเกริมตามชายแดน ทุ่มเทกำลังทั้งประเทศ ทำสงครามใหญ่ถึงสามครั้ง คือศึกม่อหนาน ศึกเหอซี และศึกม่อเป่ย เริ่มตั้งแต่ 127 ปีก่อนคริสตกาล ลากยาวไปจนถึง 87 ปีก่อนคริสตกาล ตีซยงหนูจนร้องไห้หาพ่อหาแม่ สุดท้ายเมื่อพระเจ้าฮั่นอู่เต้สวรรคต จึงได้พักการปราบปรามซยงหนูชั่วคราว…

ซยงหนูที่เคยแข็งแกร่งเกรียงไกร ถึงกับต้องคร่ำครวญว่า “สูญเสียภูเขาฉีเหลียนไป ทำให้ปศุสัตว์ของเราไม่เติบโต สูญเสียภูเขาเยียนจือไป ทำให้สตรีของเราไร้สีสัน”

สิบกว่าปีต่อมา ชาวฮั่นที่ยึดหลัก ‘ตอนที่เจ้ากำลังป่วย ข้าจะเอาชีวิตเจ้า’ ก็เริ่มบุกโจมตีซยงหนูอีกครั้ง ในปี 73 และ 71 ปีก่อนคริสตกาล ได้ระดมกองทัพใหญ่ทำลายกระดูกสันหลังของซยงหนูจนย่อยยับ…

ความหวาดกลัวที่ซยงหนูมีต่อชาวฮั่นคงอยู่มาจนถึงยุคของอองมัง ต่อมาเป็นเพราะความวุ่นวายภายในของชนชาติฮั่น ทำให้ซยงหนูเริ่มกำเริบเสิบสานอีกครั้ง บุกรุกชายแดนตอนเหนืออย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยสภาพอากาศ ซยงหนูก็ไม่อาจทำสงครามขนาดใหญ่ได้ จึงทำตัวเป็นแก๊งอันธพาล ก่อกวนชายแดนฮั่นเป็นพักๆ ปล้นเสร็จก็หนี…

ต่อมาเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ชนชั้นปกครองของซยงหนูมีปัญหาแตกแยก จนแบ่งออกเป็นซยงหนูเหนือและซยงหนูใต้ ซยงหนูใต้อพยพลงใต้มาอยู่แถบเหอเท่า ส่วนซยงหนูเหนือถอยร่นไปอยู่ที่ม่อเป่ย

แต่ซยงหนูใต้ที่อพยพลงมาและอ้างตัวว่าสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ฮั่น ก็ไม่ได้ทำตัวเป็นลูกสุนัขแสนเชื่องแต่อย่างใด ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ฮั่นดีบ้างแย่บ้าง เดี๋ยวกบฏเดี๋ยวจำนน และเป็นเพราะราชวงศ์ฮั่นต้องคอยทำศึกกับพวกเกี๋ยงหูในซีเหลียง จึงไม่เคยมีเวลาจัดการกับพวกเด็กดื้อกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาดเสียที…

เรื่องที่เผยเฉียนจะไปปิงโจว ชัวหยงก็เพิ่งได้ยินมา แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกยินดีที่ศิษย์ของตนมีใจอยากจะตอบแทนราชสำนัก ปกป้องแผ่นดินฮั่น

ดังนั้นเมื่อเผยเฉียนถามถึงวิธีรับมือกับซยงหนูใต้ ชัวหยงจึงครุ่นคิดอย่างจริงจัง ผ่านไปพักใหญ่จึงกล่าวว่า “จื่อเยวียนรู้จักเจิ้งจื่อฉ่านหรือไม่?”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note