You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฉินสือเองก็พบความผิดปกติของปู่เช่นกัน บนตัวของเขามีกลิ่นเหม็น แถมยังชอบดมกลิ่นธูปเทียนเหมือนกับผีบัณฑิตที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน

อีกทั้งช่วงนี้เขาไม่เคยเห็นปู่กินข้าวเลย เห็นแต่ปู่แอบกินเทียนพรรษาแท่งแล้วแท่งเล่า ราวกับกินหัวไชเท้าก็ไม่ปาน!

เขายังรู้สึกด้วยซ้ำว่า พวกไก่เป็ดที่ตายไปอย่างเป็นปริศนาพวกนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกปู่แอบกัดตายแล้วดูดเลือดจนแห้ง!

แต่สำหรับเฉินสือแล้ว ไม่ว่าปู่จะเปลี่ยนไปเป็นตัวอะไร ปู่ก็ยังคงเป็นญาติสนิทที่สุดของเขาอยู่ดี

“เฮยโกว (หม้อดำ) พาเขาไปกินยา” ปู่เอ่ยเสียงเรียบ

ด้านนอกลานบ้านสกุลเฉิน หมาดำตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังกระดิกหางอย่างเชื่อฟัง มันอ้าปากงับแขนเสื้อของเฉินสือ ลากเขาให้กลับบ้าน

เบื้องหลัง ศีรษะมนุษย์ขนาดยักษ์หัวนั้นลอยตามมา

ต้นไม้โบราณที่ใจกลางหมู่บ้านขยับพลิ้วไหวทั้งที่ไร้ลม กิ่งไม้กิ่งหนึ่งฟาดลงมาดั่งแส้เส้นยาว ฟาดดัง ‘เพียะ’ เข้าที่ศีรษะมนุษย์ขนาดยักษ์ จนหัวมนุษย์ขนาดยักษ์นั้นกระเด็นลอยละลิ่วไป

กลิ่นยาฉุนกึกโชยมาเป็นระลอก เฉินสือดื่มยาจนหมดชามใหญ่ ก็นั่งพุงกางป่องอยู่ในอ่างยา

ยาชามใหญ่นี้ก็คือมื้อเย็นของเขา

ใต้อ่างยาคือสุมทุมกองไฟ หมาดำตัวใหญ่นั่งอยู่หน้ากองไฟ แม้มันจะเป็นหมา แต่กลับมีหน้าตาใจดีมีเมตตา พอเห็นไฟเริ่มอ่อนลง มันก็คาบท่อนฟืนยัดเข้าไปในกองไฟ

อ่างยามีเสียงน้ำเดือดปุดๆ เฉินสือร้อนจนแยกเขี้ยวหลับตา ร้องโวยวาย “เฮยโกว เลิกสุมไฟได้แล้ว! ขืนสุมต่อมีหวังได้สุกแน่ๆ!”

เฮยโกว (หม้อดำ) คือชื่อของหมาดำตัวนี้

ความหมายก็ตรงตามชื่อ สองปู่หลานพอทำเรื่องผิดอะไร ก็มักจะให้หมาตัวนี้รับเคราะห์แทน (เป่าเฮยโกว – แบกหม้อดำ/รับบาป)

เฮยโกวเป็นหมาที่ปู่เก็บมาเลี้ยง โตมาด้วยเศษข้าวเศษอาหารในบ้าน มันฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง มีความรู้ความเข้าใจสูง จิตใจดีงาม พอได้ยินดังนั้น มันก็คาบท่อนฟืนสุมเพิ่มเข้าไปใต้ก้นอ่างอีกสองสามท่อน

หมาดำตัวนี้กะพริบตาปริบๆ ดูเหมือนอยากจะเห็นว่ามันจะต้มเฉินสือจนสุกได้หรือไม่

เฉินสือร้องโวยวายว่าร้อนอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง

ดูเหมือนเขาจะชินกับอุณหภูมิระดับนี้แล้ว

เด็กหนุ่มนั่งแช่อยู่ในอ่างยาอย่างสบายอารมณ์ พิงขอบอ่างยาพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอย สัมผัสได้ถึงรอยแผลเป็นที่ยาวเหยียดนั้น

สำหรับบาดแผลที่ท้ายทอย เขากลับไม่มีความทรงจำถึงมันมากนัก

เขาจำเรื่องราวหลายอย่างไม่ได้เลย จำพ่อแม่ของตัวเองไม่ได้ จำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เคยเรียนหนังสือมาหรือเปล่า และจำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองเคยถูกคนงัดเปิดกะโหลกศีรษะ

ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาในปีนั้น รู้สึกเพียงปวดหัวแทบระเบิด รอบข้างมืดมิดและหนาวเหน็บ ในความมืดมิดนั้นมีเสียงแหบพร่าและแก่หง่อมแปลกประหลาดดังแว่วมาเป็นระลอก ราวกับดังมาจากนอกสวรรค์ คอยชี้นำทางเขา

เขาเดินตามเสียงชี้นำนั้นไป เดินไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งเห็นแสงสว่างสายหนึ่ง

เมื่อเขาเดินเข้าไปในแสงสว่าง ความมืดมิดรอบด้านก็ร่นถอยไปราวกับน้ำลด ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ สว่างไสวขึ้น

พอสายตาเขาปรับเข้ากับแสงสว่างได้แล้ว เขาถึงได้พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในอ่างยาใบใหญ่ อ่างยามีเสียงเดือดปุดๆ และมีควันร้อนลอยกรุ่น กลิ่นยาฉุนกึก ข้างอ่างยามีชายชราผมขาวรูปร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่ และที่แทบเท้าก็ยังมีหมาดำตัวหนึ่งกำลังเติมฟืนเข้ากองไฟ

พอเห็นเขาฟื้น ชายชราผมขาวก็ตื่นเต้นดีใจจนโผเข้ากอดเขาแน่น

ในเวลาต่อมา เฉินสือถึงได้รู้ว่าชายชราผู้นี้ก็คือปู่ของตัวเอง เขาหมดสติไปนานมาก เป็นปู่ที่ไม่ยอมทอดทิ้ง คอยใช้ยาสมุนไพรวิเศษสารพัดชนิดมารักษาและต่อชีวิตให้เขา

เฉินสือจำเรื่องราวทุกอย่างก่อนอายุเก้าขวบไม่ได้เลย จนกระทั่งฟื้นขึ้นมาถึงเพิ่งเริ่มมีความทรงจำ ดังนั้นหากพูดกันตามตรง เขาก็เป็นแค่เด็กอายุสองขวบเท่านั้น

“ที่แท้ ฉันก็ถูกคนควักเอาครรภ์เทพไป ถึงได้กลายสภาพเป็นแบบนี้”

เฉินสือนึกถึงตอนที่แอบฟังบทสนทนาของคุณหนูรองจ้าวหญิงสาวชุดม่วงกับพวก เขารำพึงในใจ “ฉันไม่ได้เกิดมาเป็นคนไร้ค่าสักหน่อย ฉันเองก็บำเพ็ญเพียรได้ ฉันเองก็กลายเป็นลูกรักของเทพเจ้า เป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้เหมือนกัน! บุตรชายของนายอำเภอหลี่แห่งอำเภอสุ่ยหนิว หลี่เซียวติ่งงั้นเหรอ… เราไปมีความแค้นความพยาบาทอะไรกัน!”

ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ตลอดสองปีมานี้ เขาต้องอยู่เป็นเพื่อนกับอ่างยามาตลอด ทุกวันจะต้องลงไปแช่ต้มในอ่างยาใบใหญ่นั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ยาในอ่างก็มักจะถูกเปลี่ยนอยู่เสมอ เป็นสมุนไพรแปลกๆ ที่เรียกชื่อไม่ถูกสารพัดชนิด แม้กระทั่งงูพิษหรือแมงป่องก็ยังมี!

เฉินสือรู้แค่ว่าร่างกายตัวเองมีโรคประจำตัว แต่ไม่เคยรู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวเองป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่!

ตอนนี้ในที่สุดเขาก็รู้แล้ว ความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญมาตลอดหลายปีนี้ ที่แท้ก็มีต้นเหตุมาจากสิ่งนี้นี่เอง มาจากคุณชายหลี่เซียวติ่งผู้สูงส่งผู้นี้นี่เอง!

“แต่ว่า…”

เฉินสือค่อนข้างไม่เข้าใจ “บาดแผลที่ท้ายทอยของฉันก็หายสนิทแล้วนี่นา แต่ทำไมปู่ถึงยังให้ฉันลงไปแช่ในอ่างยาทุกวันอยู่เลย?”

ในตอนนั้นเอง อุณหภูมิในอากาศก็ลดฮวบลงมาอีกครั้ง แม้แต่เปลวไฟใต้อ่างยาก็ยังหดเล็กลงไปมาก เปลวไฟที่เดิมทีเป็นสีเหลืองสว่างสดใส ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลือง

ปู่เดินเข้ามาในห้องแล้ว

เฉินสือแอบชำเลืองมองแวบหนึ่ง ก็เห็นปู่ยืนอยู่ในเงามืดตรงมุมกำแพง มองไม่เห็นใบหน้า ไม่รู้ว่าปู่ไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น เพียงแต่เฉินสือมักจะรู้สึกเสมอว่าปู่กำลังจ้องมองเขาอยู่ บางครั้งแววตาก็ดูอ่อนโยน แต่บางครั้งกลับเต็มไปด้วยจิตสังหาร

จิตสังหารแบบนี้ เฉินสือเคยเห็นในตัวเสือดาวที่บาดเจ็บสาหัสตัวหนึ่งมาก่อน

ตอนนั้นเขาตั้งใจจะเข้าไปใกล้เสือดาวตัวนั้น เพื่อช่วยทำแผลให้ แต่สายตาของเสือดาวกลับทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ นั่นคือจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากสัตว์ป่าที่กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามแห่งความตาย!

ผ่านไปครู่หนึ่ง ปู่ก็เดินออกไป เปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง อุณหภูมิในอากาศก็ค่อยๆ อุ่นขึ้น

เฉินสือแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

หมาดำก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เช่นกัน มันคีบฟืนสองสามท่อนเติมเข้ากองไฟอย่างรู้ใจ เพียงแต่ตอนที่คาบท่อนฟืนนั้นมันตัวสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเจ้าหมาเองก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากปู่เหมือนกัน

ทั้งหนึ่งคนและหนึ่งหมาต่างก็ตระหนักได้ว่า แม้ปู่จะยังคงเป็นปู่ แต่ก็ไม่ใช่คนคนเดียวกับปู่ในอดีตอีกต่อไปแล้ว

ปู่คนก่อนมีกลิ่นอายความเป็นคน แต่ปู่คนปัจจุบันไม่มี

น้ำยาในอ่างค่อยๆ ใสขึ้นเรื่อยๆ เฉินสือสัมผัสได้ว่ามีกระแสปราณแปลกประหลาดแทรกซึมออกมาจากน้ำยา มุดเข้าไปในผิวหนังของเขา ราวกับแมลงตัวเล็กๆ หลายตัวที่มุดผ่านรูขุมขนเข้าไป แทรกซึมไปใต้ผิวหนัง เข้าไปในเนื้อ เข้าไปในอวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหก ทะลวงเข้าไปในกระดูก ทำให้รู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งที่แช่อยู่ในน้ำแท้ๆ แต่เขากลับรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน ทั่วทั้งร่างตั้งแต่ข้างในยันข้างนอก ถูกแผดเผาหลอมล้างด้วยเปลวเพลิงอย่างต่อเนื่อง!

ความเจ็บปวดระดับนี้ แม้เฉินสือจะชินชาแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้านเบาๆ

รอจนกระทั่งฤทธิ์ยาหมดลง น้ำยาเปลี่ยนเป็นใสแจ๋วราวกับน้ำเปล่า เฉินสือถึงได้ลุกขึ้นมาจากอ่างยา

ที่บริเวณหน้าอกเยื้องซ้ายของเขามีรอยประทับกรงเล็บแหลมคมสีครามอยู่ รอยนั้นกางนิ้วทั้งห้าออก ดูคล้ายกับว่ามีมือผีที่มองไม่เห็นกำลังบีบกุมหัวใจของเขาเอาไว้ หลังจากที่ผ่านการหลอมล้างด้วยน้ำและไฟในอ่างยา รอยประทับกรงเล็บผีสีครามนั้นก็ดูจางลงไปมาก

ตั้งแต่ที่เฉินสือจำความได้ รอยประทับกรงเล็บผีสีครามนี้ก็มีอยู่แล้ว และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปไหน

รอยประทับกรงเล็บผีสีครามนี้แปลกประหลาดมาก หลังจากที่แช่ตัวในอ่างยาแล้วมันจะดูจางลง แต่พอผ่านไปสักพักมันก็จะกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

เฉินสือสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาที่ลานบ้าน

เสียงของปู่ดังแว่วมาจากห้องข้างๆ: “…อาถัง แกจะกลับมาเมื่อไหร่… พ่อรู้ว่าแกยุ่ง แต่ยุ่งแค่ไหนก็ต้องกลับบ้านบ้างสิ… พ่อแก่แล้ว อยู่ได้อีกไม่นานหรอก เสี่ยวสือยังเล็กนัก ยังต้องมีคนคอยดูแล แกพาเขาเข้าไปอยู่ในเมืองเถอะ… พ่อรู้ว่าชีวิตในเมืองมันไม่ง่าย แต่ยังไงเขาก็เป็นลูกแก ต่อให้แกไม่ยอมรับเขาก็เป็นลูกแกอยู่ดี…”

เฉินสือยืนนิ่งเงียบอยู่กลางลานบ้าน ไม่ขยับเขยื้อน

ปู่เองก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเช่นกัน เฉินสือไม่รู้ว่าปู่อยู่ในระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นไหน รู้เพียงว่าตอนที่เขาตามปู่เข้าไปในภูเขา ไม่เคยต้องพบเจอกับอันตรายใดๆ เลย

เวลานี้ปู่น่าจะอยู่ในห้อง กำลังใช้ยันต์สื่อสารเสียงพันลี้ติดต่อกับพ่อของเฉินสือ ซึ่งก็คือ เฉินถัง

เฉินสือไม่เคยเจอหน้าเฉินถัง ผู้เป็นพ่อเลย ไม่เคยเจอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

บางทีเขาอาจจะเคยเจอก่อนที่จะถูกชิงครรภ์เทพไป แต่ตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา พ่อก็ไม่เคยกลับมาหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เขาไม่เคยเจอหน้าแม่เช่นกัน ไม่เคยเจอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เฉินสือสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วแอบโคจรเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงอย่างเงียบๆ บนท้องฟ้ามีแสงดาวระยิบระยับร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายและบ่มเพาะปราณแท้ให้เขา

ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน ปราณแท้ก็แตกซ่านสลายหายไป ไม่มีปราณแท้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

เขายังคงมุมานะบากบั่น บำเพ็ญเพียรต่อไปอย่างไม่ลดละ เมื่อถึงเวลาดึกดื่น เขาก็บำเพ็ญเพียรเสร็จสิ้น และกลับเข้าห้องไปนอน

ผ่านไปไม่นาน ปู่ก็เดินละเมอเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าเตียงของเฉินสืออย่างเงียบเชียบ ปู่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน เงาของปู่ทอดทับลงบนใบหน้าของเฉินสือ

ร่างของปู่บางครั้งก็เอนไปข้างหน้า บางครั้งก็หงายไปข้างหลัง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

จิตสังหารอันหนาวเหน็บเสียดกระดูกนั้น แผ่ซ่านไปทั่วห้องเล็กๆ ห้องนี้อีกครั้ง

เงียบงัน แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันหนักอึ้ง

ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ หน้าต่างในห้องของเฉินสือก็ขยับเปิดออกเองทั้งที่ไม่มีลมพัด เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ปู่ลอยตัวออกไปทางหน้าต่างด้วยท่าทางแข็งทื่อ

“ดูจนหิวแล้วสิ…”

เสียงงึมงำราวกับคนละเมอดังเล็ดลอดออกมาจากปากของปู่ จู่ๆ ร่างของปู่ก็กระโจนพรวด หายวับไปจากลานบ้าน

เฮยโกว (หม้อดำ) เงยหน้าขึ้นมาอย่างระแวดระวัง มันมองซ้ายมองขวาแวบหนึ่ง ก่อนจะซุกหัวกลับเข้าไปนอนต่อ

ส่วนภายในห้อง เฉินสือที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ปู่ต้องป่วยแน่ๆ ไม่ได้อยากจะฆ่าฉันหรอก” เขาคิดในใจ

ในตอนนั้นเอง เขาก็รู้สึกปวดแปลบที่หน้าอกอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสทำให้เขางอตัวขดเข้าหากันราวกับกุ้งที่ถูกต้มจนสุก ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาทีละเส้น!

เขากัดผ้าห่มเอาไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้าน เจ็บจนส่งเสียงไม่ออก หายใจไม่ออก ไม่นานทั่วทั้งร่างก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อขนาดเท่าเมล็ดถั่ว!

ร่างกายของเฉินสือสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้มหน้าลงมอง ก็เห็นว่ากรงเล็บผีสีครามนั้นกำลังทำท่าบีบรัดหัวใจของเขาอยู่ และยิ่งบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ!

เฉินสือใจหายวาบ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ทุกๆ สองสามวันเขาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ มีหลายครั้งที่เจ็บจนหมดสติไป และในตอนที่หมดสติ เขามักจะฝันเห็นเงาดำขนาดยักษ์สูงตระหง่านน่าสะพรึงกลัวมากมายท่ามกลางความมืดมิด ยืนล้อมรอบตัวเขา และยื่นฝ่ามือสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยเกล็ดออกมาหาเขา

เมื่อก่อนทุกครั้งที่กรงเล็บผีกำเริบ ปู่จะเป็นคนคอยช่วยเหลือ ดึงเขาให้รอดพ้นจากประตูผีกลับมาได้ ทว่าตอนนี้ปู่ไม่อยู่!

เฉินสือฝืนลุกขึ้นดิ้นรน ขาอ่อนแรงจนกลิ้งตกลงมาจากเตียง เจ็บปวดจนทั่วทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง

เขากัดฟันกรอด ฝืนหยัดกายลุกขึ้น ก้าวเท้าตามหลักก้าวอวี่ ย่างก้าวตามทิศทางเจ็ดดาวเหนือ นิ้วโป้งและนิ้วก้อยของมือซ้ายและมือขวาเกี่ยวประสานกัน มือขวาสอดประสานเข้ากับมือซ้าย ก้าวเท้าร่ายรำไปมาในห้องซอมซ่อเล็กๆ พลางท่องเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงในใจ

“สวรรค์เบื้องบนก่อกำเนิด เทพเจ้าเพียงหนึ่งเดียวผู้เป็นใหญ่ สิ่งชั่วร้ายวุ่นวายโกลาหล ไร้ซึ่งเทพเจ้าที่แท้จริง มีเพียงภูตผีที่รังควานผู้คน! สังเกตวิถีแห่งสวรรค์ ปฏิบัติตามครรลองแห่งฟ้า บำเพ็ญปราณแท้อันกล้าแกร่ง หลอมรวมครรภ์ศักดิ์สิทธิ์และกายาธรรม!”

เขาโคจรวิชา แสงดาวระยิบระยับราวกับหิ่งห้อยในยามราตรี ลอยล่องเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอ้า ตกลงมากระทบบนผิวหนังของเขา และซึมซาบเข้าไปในชั้นผิวหนังและเลือดเนื้อ

เมื่อเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงถูกโคจร เขาก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดค่อยๆ ทุเลาลง จนพอจะทนรับไหว

เฉินสือโคจรเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงต่อไป ความเจ็บปวดก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ นิ้วมือสีครามของมือผีที่บีบกุมหัวใจของเขาอยู่ค่อยๆ คลายออกทีละนิ้ว ไม่ได้บีบหัวใจของเขาแน่นอีกต่อไป

“กรงเล็บผีบนหน้าอกของฉัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมบนตัวฉันถึงมีมือผีแบบนี้อยู่ได้?”

ผ่านไปเนิ่นนาน ความเจ็บปวดรุนแรงก็มลายหายไป เฉินสือยังคงหวาดผวา เขามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องเป็นประกายสีเงิน อาบไล้ลานบ้านจนเกิดเป็นเงาทอดลงมา

“เคล็ดวิชาปราณแท้สามแสงสามารถสะกดข่มความเจ็บปวดไว้ได้ หากว่าวิชานี้สามารถดึงดูดแสงจันทร์และแสงอาทิตย์มาเพื่อหลอมรวมเป็นปราณแท้สุริยันจันทราได้ล่ะก็ บางทีอาจจะไม่เกิดอาการเจ็บปวดราวกับถูกกรงเล็บผีบีบหัวใจแบบนี้อีก น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่ฉันโคจรวิชา กลับไม่สามารถดึงดูดแสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์มาได้เลย”

จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม นำพามาซึ่งความสงสัยใหม่ๆ อีกมากมาย: “ทั้งที่ดวงอาทิตย์คือดวงตาทั้งสองข้างของเทพเจ้าที่แท้จริงเพียงองค์เดียวจากนอกแผ่นฟ้า และดวงจันทร์ก็คือดวงตาแนวตั้งของพระองค์แท้ๆ แต่ทำไมถึงมีคำกล่าวที่ว่า พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก หรือพระจันทร์มีข้างขึ้นข้างแรมได้ล่ะ? แปลกประหลาดจริงๆ หรือว่า… หรือว่า…”

ความคิดที่กล้าบ้าบิ่นแล่นเข้ามาในหัวของเขา: “หรือว่ายังมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดวงอื่นอยู่อีก? ปราณแท้สามแสง แท้จริงแล้วสิ่งที่ดูดซับมาคือแสงจันทร์และแสงอาทิตย์ของดวงอื่นงั้นหรือ?”

เขาชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันช่างสว่างไสวและเต็มไปด้วยความลึกลับ

นั่นคือดวงตาแนวตั้งของเทพเจ้าที่แท้จริงจากนอกแผ่นฟ้า

“แต่ว่า ถ้าหากมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดวงอื่นอยู่จริงๆ แล้วทำไมบนท้องฟ้าถึงมองไม่เห็นพวกมันเลยล่ะ?”

เฉินสือล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็น ในหัวเต็มไปด้วยจินตนาการมากมาย

บนท้องฟ้า ดวงตาแห่งเทพสาดส่องดั่งดวงจันทร์ คอยเฝ้ามองดูมวลสรรพสัตว์

บนท้องฟ้าเหนือป่าเขา ศีรษะมนุษย์ขนาดยักษ์ที่พองโตราวกับลูกโป่งหัวนั้น ถูกลำแสงเย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งเข้าชน จนตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงในหุบเขา

ผ่านไปไม่นาน ก็มีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ๆ และเริ่มแทะกินเลือดเนื้อนั้น

“อร่อย อร่อยจริงๆ ตัวเสีย (สิ่งชั่วร้าย) อร่อยกว่าคนซะอีก!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note